Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

No description
by

sirikorn namkhun

on 30 November 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

mesopotamia
อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

เป็นชนชาติแรกที่สร้างความเจริญขึ้นในบริเวณ
เมโสโปเตเมียเข้ามาอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำไทกริสเมื่อประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล เมืองที่สำคัญ ได้แก่ เมืองเออร์ เมืองอิเรค เมืองอิริดู เมืองลากาซ และ
และเมืองนิปเปอร์ แต่ละเมืองมีชุมชนเล็กๆที่รายรอบอยู๋
เป็นบริวารทำให้มีลักษณะเป็นรัฐนครขนาดเล็กที่
เรียกว่า
“นครรัฐ"
นครรัฐเหล่านี้ต่างปกครองเป็นอิสระ
แก่กัน

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

เมโสโปเตเมียเป็นคำภาษากรีก แปลว่า ที่ระหว่างแม่น้ำ ดินแดนที่ชาวกรีกเรียกว่า เมโสโปเตเมียนี้ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำไทกรีสและ ยูเฟรตีสเป็นส่วนหนึ่งของ "ดินแดนรูปพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์" ซึ่งเป็นดินแดนรูปครึ่งวงกลมผืนใหญ่ที่ทอดโค้งขึ้น
ไปจากฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอ่าวเปอร์เซีย


ปัจจัยที่ทำให้เกิดอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

3.พรมแดนธรรมชาติซึ่งมีส่วนช่วยเป็นกำแพงป้องกันศัตรู
ภายนอกแม้ไม่ดีเท่าแถบลุ่มน้ำไนล์ก็ตามแต่ก็เอื้ออำนวย
ให้กลุ่มชนซึ่งผลัดกันขึ้นมีบทบาทในเมโสโปเตเมียสามารถใช้ประโยชน์ของพรมแดนธรรมชาตินี้กำเนิดอารยธรรม
เมโสโปเตเมียขึ้น กล่าวคือทิศเหนือจรดเทือกเขาอเมเนีย
ทิศใต้จรดอ่าวเปอร์เซีย ทิศตะวันออกจรดแนวเทือก
เขายาวทิศตะวันตกจรดทะเลทรายอารเบียน 

1. ความคิดสร้างสรรค์รักษาปรับปรุงและ
สืบทอดในอารยธรรมของกลุ่มชน 6 กลุ่มคือ

1. สุเมเรียน (Sumerians)
1.2 อัคคาเดียน (Akkadians)
1.3 อะมอไรท์ (Amorites)
1.4 คัสไซท์ (Kassites)
1.5 อัสซีเรียน (Assyrians)
1.6 แคลเดียน (Chaldeans)

2. แม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีส ทำให้เมโสโปเตเมียชุ่มชื้นเกิดการรวมตัวของกลุ่มชนและกำเนิดอารยธรรมเฉพาะขึ้น

ชาวสุเมเรียน (sumerian)

โดยทั่วไปสภาพภูมิประเทศของเมโสโปเตเมียไม่ค่อยเอื้ออำนวย
ต่อการตั้งถิ่นฐานมากนักเพราะมีฝนปริมาณน้อยอากาศร้อนจัด
และบ่อนครั้งอาจได้รับภัยจากน้ำท่วมที่เกิดจากภาวะฝนตกหนักในตอนเหนือและเกิดการละลายของหิมะในบริเวณเทือกเขาซากรอสและเทือกเขาเทารัส เป็นประจำอยู่ทุกปี ในขณะเดียวกัน ณ บริเวณดังกล่าวซึ่งมีมาแต่โบราณก็มีสิ่งที่ทดแทนให้ ได้แก่
ความอุดมสมบูรณ์อุดมไปด้วยธาตุอาหารต่างๆ ทำให้ดินตามฝั่งแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรทีสอุดมสมบูรณ์ไปด้วย
ปุ๋ยธรรมชาติ เหมาะเป็นที่ตั้งถิ่นฐาน

ลักษณะภูมิประเทศ
อาชีพหลักของชาวสุเมเรียน คือ เกษตรกรรม ทำให้ชาวสุเมเรียนต้องคิดค้นการชลประทานและการขุดคลองระบายน้ำเพื่อระบายไปยังไร่นาใช้ในการเพาะปลูกทั้งยังมีการประดิษฐ์
คันไถทำด้วยโลหะสำริด มีการเลี้ยงสัตว์ มีการวัดมาตราชั่งตวงวัด และการทอผ้า

เศรษฐกิจและสังคม
ด้านเศรษฐกิจ
ด้านสังคม
มีการแบ่งชนชั้นทางสังคมเป็น 3 กลุ่มคือ
1.ชนชั้นสูง ได้แก่ กษัตริย์ พระราชวงศ์ พระชั้นผู้ใหญ่ ขุนนาง
2.ชนชั้นสามัญ เป็นเสรีชน ลูกจ้างของขุนนาง
3.ทาสชาวต่างประเทศและเชลย สงครามหรืออาชญากรที่ถูก
ลงโทษ
สังคมสุเมเรียนปรากฏให้เห็นตั้งแต่ 3,200 ปีก่อนคริสต์ศักราช ต่อมาได้จัดตั้งเป็นนครรัฐจำนวน 12 นครรัฐ นอกกำแพงเมืองเป็นที่ตั้งของไร่นาเป็นแหล่งอาหารของชาวเมือง ที่ดินส่วนใหญ่จะเป็นของกษัตริย์ นักบวช และขุนนางส่วนชนชั้นแรงงานหรือชาวนาจะ
เป็นแรงงานเพาะปลูกเมื่อได้ผลผลิตส่วน
ใหญ่เป็นข้าวบาร์เลย์และข้าวสาลีก็ต้องยกให้แก่ วัง วัด หรือคหบดีเจ้าของที่ดิน ดังนั้น การเช่าที่ดินหรือการจัดการที่ดินจึงจำเป็น
ต้องมีการทำบัญชีเป็นลายลักษณ์จึงทำให้
ชาวสุเมเรียนได้มีการค้นคิดประดิษฐ์
ตัวอักษรเป็นครั้งแรกของโลก เรียกว่า
อักษรคูนิฟอร์ม ( Cuneiform)
หรืออักษรรูปลิ่ม
“ซิกกูแรต”
มีส่วนสำคัญมากในชีวิตของชาวสุเมเรียน เพื่อเป็นเทวสถานในการยกย่องบูชาเทพเจ้า
หรือเทพประจำเมืองเพื่อไม่ให้พระองค์โกรธหรือลงทัณฑ์มนุษย์ด้วยภัยต่างๆ
ด้านสถาปัตยกรรม

กิลกาเมช (Epic of gilgamesh)
เป็นมหากาพย์ที่ถูกแต่งขึ้นเกี่ยว
กับการผจญภัยของกิลกาเมซที่
พยายามแสวงหาชีวิตอมตะและ
ยังปรากฏเรื่องราวเกี่ยวกับน้ำท่วมโลก
วรรณกรรม
เมื่อนครรัฐต่างๆของชาวสุเมเรียนได้ตกต่ำลงก็ถูกชนเผ่าเซไมต์ semites แห่งอาณาจักรอัคคาเดียน ทางตอนเหนือรุกรานและยึดครอง (2370-2315 ก่อนคริสต์ศักราช) โดยมีผู้นำ ชื่อว่า

“ซาร์กอนที่ 1”
เป็นผู้พิชิตและได้รวมเมืองต่างๆ
เข้าด้วยกันและ ให้นครเออร์เป็นเมืองหลวง
เมื่อชาวอัคคาเดียได้อ่อนแอลงเกิดการบุกรุกราน
ของชนเผ่ากูติ และเปิดโอกาสอะมอไรต์มามีอำนาจ
ชาวอัคคาเดียน (Akkadians
ผลงาน

ผลงานของชาวอัคคาเดียน คือการรักษาวัฒนธรรมของ
ชาวสุเมเรียนและนำอักษรคูนิฟอร์มมาดัดแปลงให้เป็นภาษา
อัคคาเดียนและการแต่งวรรณกรรมต่างๆซึ่งได้รับอิทธิพลมา
จากสุเมเรียน ได้แก่ ตำนานเทพเจ้าต่างๆ

หลังจากสุเมเรียนเสื่อมอำนาจ ชาวอะมอไรต์ Amorite ได้ตั้ง อาณาจักรบาบิโลเนีย Babylonia ขึ้นมาให้มีการปกครองแบบรวมศูนย์ การจัดเก็บภาษี การเกณฑ์ทหาร

สมัยพระเจ้าฮัมมูราบี (1792-1745 B.C.) ได้มี ประมวลกฎหมาย
ฮัมมูราบี
เป็นลาย
ลักษณ์อักษรโดยจารึกบนแท่นศิลา
ยึดหลัก
“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
ในการลงโทษ

ชาวอะมอไรต์หรือบาบิโลน (Amorite)
ฮิตไทต์
- เป็นเผ่าอินโดยุโรเปียน
- เดิมอยู่ทางตอนใต้ของรัสเซีย ขยายตัวตามลุ่มแม่น้ำยูเฟรติส โจมตีทางตอนเหนือของรัสเซีย ปล้นกรุงบาบิโลนและปกครองดินแดนเมโสโปเตเมียต่อมา
- มีความสามารถในการรบ
- เป็นชนเผ่าแรกที่รู้จักการใช้เหล็กทำอาวุธ
และรถเทียมม้าทำศึก
- ตรงกับสมัยอียิปต์เรืองอำนาจ
คัสไซต์
-เข้ายึดกรุงบาบิโลน

ฮิตไทต์และคัสไซต์
อัสซีเรีย (Assyrian)
พวกอัสซีเรีย ได้เข้ายึดครองกรุงบาบิโลน มีศูนย์กลางการปกครองที่เมืองนิเนเวห์ ตั้งจักรวรรดิอัสซีเรีย
- ชาวอัสซีเรีย มีความเชื่อว่ากษัตริย์ของตนเป็นสมมุติเทพหรือผู้แทนของพระเจ้า
- สมัย พระเจ้าอัสซูร์บานิปาล (668-629 B.C.) อัสซีเรียมีความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสูงสุด

คาลเดีย (Chaldean)
เผ่าคาลเดีย ได่ร่วมมือกับศัตรูทางตะวันออกโจมตีและเข้ายึด
เมืองนิเนเวห์ โดยตั้งอาณาจักรบาบิโลนขึ้นมาใหม่ กษัตริย์องค์สำคัญ คือ พระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ (605-562 B.C.) สามารถโจมตีกรุงเยรูซาเลมและกวาดต้อนเชลยชาวยิวมายัง
บาบิโลนของตนได้มีการก่อสร้างและขยายเมือง
บาบิโลนจนใหญ่โต
ชื่อว่า
“สวนลอยแห่งบาบิโลน”


- ชาวคาลเดีย เป็นชาติแรกที่นำเอาความรู้ด้านดาราศาสตร์มา
พยากรณ์โชคชะตามนุษย์และเชี่ยวชาญทางด้าน
ดาราศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ เช่น การทำแผนที่ดวงดาว
การคำนวณการเกิดสุริยุปราคา – จันทรุปราคา เป็นต้น
ใน 543 B.C. อาณาจักรบาบิโลนก็ถูกกองทัพ
“พระเจ้าไซรัสมหาราช” แห่งเปอร์เซียบุกเข้ายึดครองอาณา จักรบาบิโลนถูกรวมเข้าเป็นส่วน
หนึ่งของจักรวรรดิเปอร์เซียที่เรือง อำนาจ นับเป็นการสิ้นสุด ประวัติศาสตร์ของดินแดน
เมโสโปเตเมีย
ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี
เป็นชนเผ่าเซมิติกมาจากทะเลทรายอาหรับ
-มีการปั้นประติมากรรมแบบนูนสูงและลอยตัว เพื่อให้อารมณ์สมจริง
-มีความสามารถในการรบและการค้า

สวยลอยแห่งบาบิโลน
Full transcript