Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

นิทานพื้นบ้านไทย

No description
by

Aungkana Wila

on 27 November 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of นิทานพื้นบ้านไทย

designed by Péter Puklus for Prezi
เรื่อง
เล่าจาก
"
ดาว
ลูกไก่
"
ตำนานดาวลูกไก่เป็นวรรณกรรมพื้นบ้านที่ใช้เป็นนิทาน
อธิบายเหตุที่มาของชื่อดาวลูกไก่และจำนวนดาวลูกไก่ที่มี ๗
ดวง ตำนานดาวลูกไก่เป็นเรื่องเล่าที่สอนเรื่องของความกตัญญู เพราะเนื้อหาเป็นเรื่องของแม่ไก่กับลูก ๗ ตัวที่เสียสละชีวิต
โดยการกระโดดเข้ากองไฟเพื่อให้ตายายผู้เลี้ยงดูแม่ไก่และลูกไก่
มาได้นำไปทำอาหารถวายพระธุดงค์ด้วยกุศลกรรมนีจึงทำให้
วิญญาณของแม่ไก่และลูกไก่ไปเกิดเป็นกลุ่มดาวฤกษ์ ๗ ดวง
ชื่อ “กัตติกา” บนท้องฟ้า
เรื่อง
เล่า
จาก
...
ดาวลูกไก่

ตำนานดาวลูกไก่เป็นเรื่องที่นิยมเล่ากันอย่าง
แพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลง"แหล่ดาวลูกไก่" ของ พร ภิรมย์ เป็นเพลงที่ทำให้ตำนานดาวลูกไก่
แพร่หลายไปสู่วงกว้างและสืบทอดมาถึงปัจจุบัน เราไปรับชมพร้อมกันเลยค่ะ
ก่อนที่เราจะเข้าสู่นิทานพื้นบ้านไทย
เรื่อง..ดาวลูกไก่ เรามาชมวิดีโอเรื่องย่อๆกันก่อน
นะค่ะ
นิทาน
พื้นบ้าน
ไทยเรื่อง
"
ดาวลูกไก่
"
ที่ชายป่าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเชิงเขาตากับยายปลูกกระท่อม
อาศัยอยู่กันตามลำพัง มีอาชีพเก็บผักและของป่าไปขายพอเลี้ยงชีพได้ ตากับยายเลี้ยงไก่ไว้ตัวหนึ่ง ต่อมาแม่ไก่ออกไข่และฟักออกมาเป็นลุก
น้อยๆ น่ารักถึงเจ็ดตัว ทุกเช้าแม่ไก่จะร้องกุ๊กๆ เรียกลูกออกไปหากิน
สอนให้คุ้ยเขี่ยอาหารและแมลงเล็กๆ ตามพื้นดิน บางวัน
ยายก็จะโปรยข้าวสุกเหลือๆ จากก้นหม้อให้กินด้วย แม่ไก่กับ
ลูกๆทั้งเจ็ดมีความสุขมาก และรู้สึกกตัญญูต่อตายายที่เลี้ยงดูพวก
ตนอย่างเมตตา
ส่วนตากับยายนั้นก็เฝ้าดูแม่ไก่และลูกเจี๊ยบน้อยที่
คลอเคลียตามแม่ไม่ยอมห่างด้วยความเอ็นดูยายตั้งชื่อลูกเจี๊ยบตัวเล็กที่สุดว่า เจ้า "จิ๋ว""ดูเจ้าจิ๋วสิตาท่าทางมันขี้อ้อนแม่มัน
น่าดู" ยายพูด

วันหนึ่งขณะที่แม่ไก่พาลูกๆ คุ้ยเขี่ยหากินอยู่ที่ลานดิน
หน้ากระท่อม แม่ไก่รู้สึกมีเงาดำทะมึนแผ่กว้างอยู่บนฟ้า แม่ไก่ตกใจรีบส่งเสียงเรียกลูกมาใกล้ๆ แต่ลูกๆ ก็ไม่ได้ยิน แม่ไก่แหงนหน้าขึ้นมองก็เห็นเหยี่ยวตัวใหญ่กำลังถลาร่อนลงมาจะโฉบเอาเจ้าจิ๋วลูกรัก
"โอ..แย่แล้ว...กุ๊กๆๆ เจ้าจิ๋วลูกรักวิ่งหนีไปเร็ๆ ลูกๆ วิ่ง
เร็วๆ" แม่วิ่งผวาไปหาลูก แล้วกางปีกป้องกันลูกรักเรียกลูกมาซุก
ใต้ปีกของตัวแล้วพาวิ่งไปหมอบีที่กอไผ่อย่างรวดเร็ว ตากับยายได้
ยินเสียงลูกไก่ร้องจึงรีบวิ่งออกมาช่วยไล่เหยี่ยวบินหนีไป แม่ไก่และ
ลูกๆจึงปลอดภัยและยิ่งรักตากับยายมากขึ้น
เย็นวันหนึ่งมีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ริมเชิงเขาตา
กับยายจึงเข้าไปนมัสการ และตั้งใจว่าจะทำอาหารไป
ถวายพรุ่งนี้แต่เมื่อค้นดูเสบียงอาหาร ในครัวก็ไม่มีอะไรตา
กับยายสงสารพระมากเกรงว่าจะอดอาหาร เพราะในละแวก
นี้มีบ้านของตนเพียงหลังเดียว
จึงปรึกษากันว่าอาจจะต้องฆ่าแม่ไก่แล้วทำอาหาร
ถวายพระทั้งตาและยายรู้สึกเศร้าใจมากด้วยความรักและ
สงสารแม่ไก่และลูกเจี๊ยบต้องกลายเป็นลูกไก่กำพร้าบังเอิญ
แม่ไก่แอบได้ยินตากับยายปรึกษากันจึงตัดสินใจยอมสละชีวิต
เพื่อตอบแทนบุญคุณของตากับยาย
ยาย แม่ไก่เรียกลูกๆ มาเล่าเรื่องให้ฟังและสั่งสอน
ให้รักกัน อย่าทะเลาะกัน เจ้าจิ๋วลูกสุดท้องอย่ากวนใจพี่มาก
นัก อย่าขี้อ้อนงอแง"จำไว้นะลูกๆ ต้องรักกัน สามัคคี อย่า
ทำให้ตากับยายร้อนใจ"ฮือๆ หนูจะอยู่กับแม่หนูคิดถึงแม่แม่
อย่าทิ้งลูกๆไปนะจ๊ะ" ลูกไก่ร้องไห้รำพันอย่างน่าสงสารทุกตัว ต่างกอดซุกอยู่กับอกแม่เป็นครั้งสุดท้าย

เช้ามืดวันรุ่งขึ้น เมื่อตากับยายก่อไฟเตรียมประกอบ
อาหารทันใดนั้นตากับยายก็ต้องตกตะลึงจนร้องไม่ออกเมื่อเห็น
ลูกไก่ทั้งเจ็ดตัววิ่งตามกันกระโดดเข้ากองไฟด้วยความรักแม่ไก่


เทวดานางฟ้าผู้พิทักษ์ความดีต่างก็ซาบซึ้งใน
ความกตัญญูของแม่ไก่และลูกไก่ จึงรับเอาลูกไก่ทั้งเจ็ดไป
อยู่บนฟากฟ้ามีแสงระยิบระยับเป็นประกายประกาศถึง
ความดีที่มีความรักความสามัคคีของพี่น้องทั้งเจ็ดนั่นเอง

ในความเป็นนิทานนั้นจะสะท้อนให้เห็นถึง
ความรักของแม่ที่มีต่อลูกความเมตตาของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์
เลี้ยงและความกตัญญูรู้คุณอีกทั้งความตั้งใจทำหน้าที่ตามบทบาทของตนให้ดีที่สุด ดังนั้นขอให้น้องๆเรียนรู้แบบอย่างที่ดีจากนิทาน
เรื่องนี้ เมื่อใดที่แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า แลเห็นกลุ่มดาวลูกไก่ ก็ขอให้นึกถึงความสามัคคี ความรัก ความกตัญญู ที่จะส่อง ประกายระยิบระยับอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป...
นิทาน
เรื่องนี้
สอนให้
รู้ว่า
"ผู้รู้คุณคน" การรู้บุญคุณคนหรือรู้อุปการคุณที่ผู้อื่น
ทำให้ตนเองนับถือเป็นหลักแห่งความยุติธรรมและความเป็นธรรม
อย่างหนึ่งในสังคมมนุษย์ เพราะเป็นการสอดคล้องกับหลักคำสอนว่า การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้มีคนทำดีให้กับ
เราแล้ว และเราได้รับผลประโยชน์จากการทำดีของเขา เป็นต้นว่า ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ และความสุขแต่เรารับรู้แต่ผลประโยชน์ที่เกิด
ขึ้นแก่ตน ไม่รับรู้คุณความดีของเขา ย่อมถือได้ว่าไม่ยุติธรรมต่อกัน
เอกสารอ้างอิง
นิทานพื้นบ้านดาวลูกไก่ สืบค้นข้อมูลจาก
http://www.rspg.org/fabel/doc3.htm
สืบค้นวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗


ข้อคิดเรื่องดาวลูกไก่ สืบค้นข้อมูลจาก
https://sites.google.com/site/chonniganphahanphap/bth-thi1/1-1
สืบค้นวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
เรื่องเล่าจากดาวลูกไก่ สืบค้นข้อมูลจาก
http://ich.culture.go.th/index.php/th/ich/folk-literature/
252- folk/83-2012-01-31-09-49-08
สืบค้นวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
จัดทำโดย
นางสาวอังคณา วิลา
นักศึกษา ค.บ. ๒ ภาษาไทย
รหัสประจำตัวนักศึกษา
๕๖๔๑๐๑๐๓๐
นิทานพื้นบ้านไทย
เรื่อง...ดาวลูกไก่

สวัสดีครับ/ค่ะ
กลุ่มดาวลูกไก่

เพลง "แหล่ดาวลูกไก่"
ขับร้องโดย...พร ภิรมย์
Full transcript