Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

เด็กชายเจ้าปัญญา

No description

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of เด็กชายเจ้าปัญญา

มโหสถเป็นเด็กฉลาด เมื่ออายุ ๗ ขวบ ได้คิดสร้างโรงเด็กเล่นที่มีหลังคา ทำให้เล่นได้สะดวกสบาย ไม่ต้องถูกแดดถูกฝนโรงเด็กเล่นของมโหสถยังใช้เป็นที่พักคนเดินทางและที่ประชุมตัดสินคดีด้วยเพราะมโหสถเป็น เด็กฉลาด จึงมีผู้ให้มโหสถช่วยตัดสินปัญหาต่างๆให้เสมอ มโหสถสามารถตัดสินได้อย่างยุติธรรม ผู้คนจำนวนมากจึงนับถือ
วันหนึ่งชายคนหนึ่งปล่อยวัวให้กินหญ้า และตนเองเผลอนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ วัวจึงถูกโขมยไป เมื่อชายผู้นั้นตื่นมาพบว่าวัวหายจึงออก ตามหาพบชายผู้หนึ่งจูงวัวของตนอยู่ จึงขอคืน แต่ชายผู้จูงวัวไม่ยอมให้ เกิดทุ่มเถียงกันกลุ่มคนทีล้อมดูอยู่จึง แนะนำให้คนทั้งสองไปหามโหสถ เพื่อให้ตัดสินความ มโหสถถามชายทั้งสองว่าให้วัวกินอะไร ชายที่เป็นเจ้าของตอบว่าให้กินแต่หญ้า เพราะยากจนไม่สามารถหาอาหารอื่น ให้วัวกินได้ชายอีกคนตอบว่า ให้วัวกินลูกเดือยข้าวฟ่างและถั่วงา
ครั้งหนึ่งมีหญิงคนหนึ่งอุ้มลูกเดินทางมาไกลเมื่อมา ถึงสระว่ายน้ำก็หยุดพักวางลูกไว้ที่ใต้ต้นไม้และลงไป ล้างหน้าในสระ ขณะนั้นมีนางยักษ์ตนหนึ่งเห็นเด็ก ก็อยากกินจึงมาอุ้มเด็กไปหญิงผู้เป็นแม่ก็วิ่งตามมา ขอลูกคืนนางยักษ์แปลงไม่ยอมให้อ้างว่าเป็นลูกของตน
นวัตกรรมการสอนภาษาไทย
Prezi

มีเรื่องเล่ามาว่าเศรษฐีคนหนึ่งแห่งเมือง มิถิลามีบุตรชายคนหนึ่ง มีลักษณะแปลกคือ เมื่อคลอดออกมามีแท่งยาอยู่ในมือ เศรษฐีผู้บิดา เป็นโรคปวดศีรษะมานานถึง ๗ ปี จึงนำแท่งยานั้นมาฝนแล้วทาที่ หน้าผากก็หายปวดศีรษะทันที ความศักดิ์สิทธิ์ของแท่งยานี้เลื่องลือ ไปไกลทำให้ผู้เจ็บไข้พากันมาหาเศรษฐี เพื่อขอให้แท่งยานี้รักษา
เด็กชายเจ้าปัญญา
เศรษฐีจึงตั้งชื่อบุตรชายว่า มโหสถ แปลว่า ผู้มียาสำคัญ
มโหสถฟังแล้วก็ให้คนไปนำใบประยงค์มาตำ แล้วขยำเอาแต่น้ำให้วัวกิน วัวกินได้ครู่หนึ่งก็สำรอกออกมาเป็น หญ้าทั้งหมด ชายที่โขมยวัวจึงยอมรับสารภาพว่า โขมยวัวมาจริง กลุ่มคนที่ดูอยู่จะลงโทษชายผู้นั้น แต่มโหสถห้ามไว้ และให้โอกาสชายผู้นั้น ประพฤติตนเป็นคนดีไม่ลักโขมยของ ของผู้อื่นอีก
เมื่อพระราชาแห่งเมืองมิถิลาได้ยินกิตติศัพท์ว่ามโหสถมี ความเฉลียวฉลาดมากจึงทรงปรึกษาราชบัณฑิตทั้งสี่ประจำพระราชสำนักเรื่องจะให้มโหสถเข้ารับราชการและแต่งตั้ง ให้เป็นราชบัณฑิตแต่ราชบัณฑิตทั้งสี่ไม่ต้องการให้มี คนที่เก่งกว่าตนมาเข้ารับราชการด้วยจึงทูลทัดทานว่า มโหสถยังมีปัญญาน้อยอยู่พระราชาแห่งเมืองมิถิลาจึง ทดลองปัญญาของมโหสถด้วยวิธีต่างๆ
เช่น ดำรัสสั่งให้ชาวบ้านหุงข้าวมีลักษณะพิเศษ ๘ อย่าง คือไม่ให้หุงด้วยข้าวสารไม่ให้หุงด้วยเตาหุงข้าวไม่ให้หุงด้วยไฟธรรมดาไม่ให้หุงด้วยเตาฟืืนไม่ให้หญิงหรือชาย ยกข้าวที่หุงแล้วมา และไม่ให้นำมาตามทางหลวง
เมื่อพระราชาได้ทราบเรื่องการแก้ปัญหา ของมโหสถก็พอพระทัยจึงทรงแต่งตั้งเศรษฐี ผู้บิดาของมโหสถให้ปกครองหมู่บ้านทั้งหมด และให้มโหสถเข้าไปรับราชการในราชสำนัก ทรงแต่งตั้งให้มโหสถซ่ึ่งมีอายุเพียง ๗ ขวบ เป็นราชบัณฑิต พระราชทานเรือนไม้ให้มโหสถและเพื่อนๆของ เขาด้วย มโหสถก็รับราชการด้วยความผาสุก และได้แก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจนเป็นที่พอ พระทัยของพระราชา
ข้อคิดจากเรื่อง
๑. ปัญญาเกิดขึ้นได้หากเป็นคนช่างสังเกต แล้วนำมาพินิจพิเคราะห์ดังมโหสถสังเกตว่าเจ้า ของสัตว์ย่อมรู้ดีกว่าผู้อื่นว่าสัตว์เลี้ยงของตนกิน อะไรเป็นอาหาร
๒.ปัญญาเป็นสิ่งลำ้ค่าที่สุดของมนุษย์ปัญญา เป็นเครื่องช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตได้ผู้มีปัญญาและใช้ปัญญาในทางที่ ถูกต้อง ย่อมได้พบกับความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต
๓. ผู้มีปัญญาไม่ควรใช้ปัญญาของตน แสวงประโยชน์แก่ตนฝ่ายเดียวแต่ควรใช้ ปัญญาแก้ปัญหาให้ผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์ หรือใช้เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่คนหมู่มาก
๔.ผู้มีปัญญาและตั้งมั่นอยู่ในความดีงาม รู้จักเสียสละและใส่ใจความเดือดร้อนลำบาก ของผู้อื่นแม้จะเป็นเพียงเด็กน้อยก็จะได้รับ การยกย่อง และการสรรเสริญในทุกโอกาส ทุกสถานที่
๕. ผู้มีหน้าที่ตัดสินคดีความ ต้องตัดสินด้วยปัญญาและตัดสิน อย่างยุติธรรม ต้องระลึกไว้เสมอว่าหน้าที่ในการตัด สินคดีความคือหน้าที่ในการรักษา ความยุติธรรมและช่วยผู้ที่ถูกละเมิด หรือถูกรังแกให้พ้นจาก ความไม่เป็นธรรม
๖. ผู้ที่หลงกระทำผิดและยอมสารภาพว่า เป็นคนผิด เป็นผู้ที่สังคมควรให้อภัย ควรเปิดโอกาสให้ผู้หลงผิดและกระทำผิดเพราะ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้กลับตัวแก้ไขความปะพฤติใหม่ เพื่อให้กลับมาเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมต่อไป

มโหสถแก้ปัญหาด้วยการให้ชาวบ้านหุงด้วยข้าวแหลกซึ่งไม่ใช่ข้าวสาร หุงด้วยน้ำค้างซึ่งไม่ใช่น้ำธรรมดา หุงด้วยภาชนะดินใหม่ที่ไม่ใช่หม้อหุงข้าวเอา ไม้ท่อนเล็กๆมาวางต่อกันเป็นวงกลมแทนเตาหุงข้าว เอาไม้มาสีกันเป็นไฟซึ่งต่างจากไฟ ธรรมดา ใช้ใบไม้แทนฟืน เมื่อหุงข้าวสุกแล้วก็ให้กะเทยยกไป และไปทางลัดซึ่งไม่ใช่ทางหลวง
กลุ่มลูกพ่อขุน
พรพิลัย พลงาม ๕๓๐๔๐๑๗๓๗๘ ๐๘๖-๐๖๙๖๖๓๒(หัวหน้า)
กมลรัตน์ ทาขาว ๕๕๐๔๐๔๓๒๙๙ ๐๘๗-๙๗๙๖๘๒๐
อุรุวรรณ คุ่ยยกสุย ๕๕๐๔๐๕๓๖๑๑ ๐๖๑-๓๖๕๓๙๘๑
รัชนีกร เกษศิริ ๕๕๐๔๐๖๘๒๙๖ ๐๘๒-๑๓๒๖๕๔๘
สมศรี ศาลางาม ๕๖๐๔๐๑๔๕๙๖ ๐๙๐-๓๑๓๘๐๕๕
คำราชาศัพท์
นิทานจำนวนมากมีตัวละครเป็นพระราชามักพบว่าผู้เล่านิทานใช้ คำราชาศัพท์กับพระราชาบ้าง ไม่ใช้บ้าง กรณีที่ใช้ก็อาจไม่ใช้ราชาศัพท์ เทียบเท่ากับพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ในปัจจุบัน เช่นในเรื่อง เด็กชายเจ้าปัญญา กล่าวถึง พระราชาด้วยคำพูดธรรมดาๆ เช่น พระราชาได้ยินกิตติศัพท์ของมโหสถ พระราชาทดลองปัญญาของมโหสถ พระราชาได้ทราบเรื่อง และในบางแห่งก็ใช้ราชาศัพท์อย่างลำลองว่า ทรงปรึกษาราชบัณฑิต ดำรัสสั่งให้ชาวบ้านหุงข้าว ทรงแต่งตั้งเศรษฐีผู้บิดาของมโหสถ พระราชทานเรือนไม้ให้มโหสถ ฯลฯ
คนที่เห็นเหตุการณ์จึงพาหญิงทั้งสอง ไปหามโหสถ มโหสถบอกหญิงทั้งสองว่าลูกของใครก็ให้มาดึงเอาไปใครดึงได้เด็กก็จะได้เด็กไปหญิงทั้งสองก็ดึงเด็ก เด็กเจ็บก็ร้องไห้หญิงผู้เป็นแม่สงสารลูกจึงปล่อยลูก เพราะกลัวลูกเจ็บ มโหสถจึงตัดสินว่าเด็กคนนั้น เป็นลูกของนางเพราะแม่ที่แท้จริงย่อมไม่ต้องการ ให้ลูกเจ็บและ ไม่อาจทำลายลูกของตนได้
Full transcript