Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

อิทธิพลของการละครตะวันตกในบทละครพูดเรื่อง หมอจำเป็น

No description
by

Phimz Jsk

on 21 April 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of อิทธิพลของการละครตะวันตกในบทละครพูดเรื่อง หมอจำเป็น


ประวัติและความเป็นมาของละครไทย
นิยะดา สาริกภูติ (๒๕๔๓ : ๗๗ – ๘๖) กล่าวถึงประวัติ
และความเป็นมาของละครไทยไว้ สรุปได้ว่า
หลักฐานที่ปรากฏในแต่ละสมัย แสดงให้เห็นว่าการฟ้อนรำ
นอกจากเป็นไปเพื่อการรื่นเริงแล้ว ยังใช้ในการสมโภชหรือใน
งานพิธีเกี่ยวกับศาสนาอีกด้วย ในระยะต่อมามีผู้ปรับปรุง
การฟ้อนรำให้มีวิวัฒนาการออกไปโดยจะให้เล่นเป็นเรื่องขึ้น และได้บัญญัติคำเพื่อใช้เรียกศิลปะแห่งการรำที่เล่นเป็น
เรื่องราวว่า “ละคร”

อิทธิพลตะวันตกในวรรณกรรมประเภทบทละคร

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

กับการละครพูด

อิทธิพลของการละครตะวันตกในบทละครพูดเรื่อง หมอจำเป็น

พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
เป็นสมัยฟื้นฟูและทำนุบำรุงศิลปะ วัฒนธรรมทุกด้าน ได้โปรดให้มีการหัดละครขึ้นทั้งในวังหลวงและวังหน้า ละครในที่สาบสูญหายไปก็โปรดให้แต่งขึ้นมาใหม่บทละครในที่ทรงพระราชนิพนธ์มีอยู่ด้วยกัน 4 เรื่องคือ รามเกียรติ์ อิเหนา ดาหลัง และอุณรุท ส่วนละครนอกซึ่งเป็นของประชาชนก็นิยมแสดงกันอย่างแพร่หลายจนต้องมีพระราชกำหนดห้ามสร้างเครื่องโขนละครเหมือนแบบเครื่องต้น
(นิยะดา สาริกภูติ ๒๕๔๓ : ๘๒ อ้างอิงจาก กฎหมายตราสามดวง. ๒๕๐๖ : ๒๘๒)
ศิลปะการแสดงละครได้รับการปรับปรุงในรัชสมัย
ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ซึ่งเป็นสมัยที่ศิลปะในด้านนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งการแสดงละครแต่เดิมนิยมแสดงตามแบบแผนครั้งกรุงเก่า การแสดงละครจึงจำต้องแสดงไปตาม
บทพระราชนิพนธ์ซึ่งได้ตั้งพระทัยจะให้เป็น
บทละครรำที่แท้จริง
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ไม่ทรงนิยมการเล่นละคร จึงโปรดให้เลิกละครของหลวงเสีย แต่ปรากฏว่าการละครกลับเป็นที่นิยมแพร่หลาย
ออกไปภายนอกยิ่งกว่าครั้งก่อน เมื่อไม่มีละครหลวงจึงเป็นโอกาสดีสำหรับ
เจ้านายและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้มีละครเป็นของตน ละครของท่านเหล่านี้ได้ดำเนินตามแบบละครนอก
ถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงฟื้นฟูการละครในราชสำนักขึ้นอีก
เจ้านายและขุนนางที่เคยมีละครตาม
แบบของหลวงก็ไม่กล้าที่จะเล่นละครต่อไป ครั้นความทราบถึงรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดให้คนทั่วไป
มีละครผู้หญิงได้
ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระองค์ได้สนับสนุนทำนุบำรุงการละคร
เช่นเดียวกับสมเด็จพระบรมชนกนาถ ละครในสมัยนี้ได้รับความนิยมมาก
ในรัชกาลนี้มีการเปลี่ยนแปลงในด้านการละคร
หลายประการ เช่น มีละครรำแบบใหม่ มีละครดึกดำบรรพ์ เป็นต้น
สาเหตุการรับอิทธิพล

จากวรรณคดีตะวันตก
๑. การติดต่อกับประเทศตะวันตกในระยะนี้
เนื่องด้วยเหตุผลทางนโยบายทางการเมือง
และการปกป้องรักษาเอกราช
ของประเทศเป็นสำคัญ
โดยพระราชวิเทโศบายในการติดต่อ
กับฝรั่งเพื่อยับยั้งการล่าเมืองขึ้นของฝรั่ง
ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการรับอิทธิพล
วรรณกรรมตะวันตกเข้ามานั้น ได้แก่

๑.๑ การศึกษาภาษาอังกฤษ ในระยะแรก
เป็นไปเพราะนโยบายทางด้านการต่างประเทศ การเสียเปรียบทางการทูตและทางการค้า โดยผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการติดต่อ
กับชาวตะวันตกคือเจ้านายเชื้อพระวงศ์
ที่ได้ศึกษาภาษาอังกฤษกับพวกบาทหลวง
และมิชชันนารีที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนา ซึ่งเริ่มมีมาตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ ๓
๑.๒ การเสด็จประพาสต่างประเทศ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอม
เกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ใช้ยุทธวิธี “เดินเข้าหา” แทนการปิดประตูไม่ต้อนรับ
ดังเช่น การเสด็จประพาสต่างประเทศ
ทั้งทางตะวันตก และทางตะวันออก
๒. การปฏิรูปการศึกษาในสมัย
รัชกาลที่ ๕ ทรงใฝ่พระทัยในเรื่อง
การศึกษาและส่งเสริมการศึกษา
เป็นอย่างมาก จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นเป็นครั้งแรกในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯตั้งโรงเรียนขึ้นที่ตำหนักสวนกุหลาบ เรียกว่า “โรงเรียนทหารมหาดเล็ก” หรือ “โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ” ได้สถาปนาเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย

๓. การส่งนักเรียนไปศึกษาต่างประเทศ
สมัยรัชกาลที่ ๕ มีผู้ที่ได้ไปศึกษา
วิชาการต่างประเทศเป็นจำนวนมาก บุคคลเหล่านี้ต่างกลับมามีบทบาทสำคัญ
ในการปรับปรุงประเทศในด้านต่าง ๆ รวมทั้งเป็นสื่อนำวัฒนธรรมและความคิด
แบบตะวันตก แบบแผนวรรณกรรมอย่างใหม่
ได้แก่ หนังสือพิมพ์ เรื่องสั้น นวนิยาย และละครแบบใหม่มาเผยแพร่


๔. ความเจริญด้านการพิมพ์และกิจการ
หนังสือพิมพ์ในสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กิจการหนังสือพิมพ์เจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกมาก ส่งเสริมอิทธิพลวรรณกรรม
จากตะวันตกเป็นอย่างมาก นอกจากข่าวยังมีสารคดี บทความ และยังลงพิมพ์บันเทิงคดี ทั้งที่เป็นนิทาน เรื่องแปลทั้งนวนิยายและเรื่องสั้น นวนิยาย
ร้อยกรองที่ถอดความจากวรรณกรรม
ต่างชาติทั้งตะวันตก ตะวันออกอยู่ด้วย

๕. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงส่งเสริมการประพันธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง และยังทรงสนับสนุนให้มีการแต่งแปลหนังสือ
จากภาษาต่างประเทศ รวมทั้งทรงส่งเสริมการอ่านและการแต่งหนังสือ
โดยทางตรงและทางอ้อม อย่างเช่น หอสมุดวชิรญาณ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเป็นหอสมุดสาธารณะ เหรียญวชิรญาณ


๖. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงส่งเสริม
การประพันธ์ในสมัยของพระองค์โดยการตั้ง
สามัคคีสโมสร ทวีปัญญาสโมสร และวรรณคดีสโมสรขึ้น งานพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านมีมากมายหมายประเภท นอกจากพระราชนิพนธ์ที่ทรงนำเค้าเรื่องหรือแบบอย่าง
มาจากวรรณคดีอินเดียแล้ว พระราชนิพนธ์อีกจำนวนหนึ่งเป็นงานแบบตะวันตก
ทั้งเรื่องแปล ดัดแปลง และเรื่องที่ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเอง


รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ (๒๕๕๓ : ๒๗๗ – ๒๙๑) อิทธิพลตะวันตกในวรรณกรรมประเภทบทละคร สรุปความได้ว่า อิทธิพลตะวันตกปรากฏให้เห็นชัดเจน
ในบทละครไทย ๒ ประการ คือ
รูปแบบการละคร ปรัชญาการละคร

๑. รูปแบบการละคร

รูปแบบของละครไทยที่เป็นมรดกตกทอดมาแต่อดีตกาล
คือ ละครรำเดิมเรียกกันว่าละคร เมื่อได้รับอิทธิพลตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ ๕ จึงมีคำเรียกละครไทยที่มีมาแต่เดิมคือ ละครนอก ละครใน ละครชาตรี ที่ล้วนแต่ดำเนินเรื่องด้วยศิลปการร่ายรำ

เพื่อเป็นการแยกประเภทละครชนิดใหม่
ที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก คือ ละครพูด ละครร้อง ซึ่งมีศิลปะการแสดงที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอิทธิพลตะวันตกนี้ทำให้รูปแบบการละครและบทละครของไทยเปลี่ยนแปลงไป ๒ ประการ คือ

๑.๑ ละครซึ่งปรับปรุงจากละครรำของเดิม การรับอิทธิพลการละครจากตะวันตกทำให้ละครรำ
แบบไทยเดิมเสื่อมความนิยมลง
เพราะผู้ดูมักจะรู้สึกว่าเชื่องช้า ขาดความสมจริง และเต็มไปด้วยจินตนาการอย่างไม่น่าเชื่อ
จึงมีผู้ปรับปรุงการละครรำไทยแบบเดิมนั้น
ให้ “ทันสมัย” ขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความนิยม
ของยุคสมัย ดังนั้นจึงเกิดการละครชนิดใหม่ขึ้น ที่น่าสนใจมี ๒ ชนิด คือ ละครดึกดำบรรพ์และละครพันทาง
๑.๒ ละครที่นำแบบอย่างมาจากละครตะวันตก เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ มี ๓ ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่
ละครพูด ละครร้อง ละครสังคีต
๑.๒.๑ ละครพูด เป็นแบบอย่างของละครตะวันตก
ที่มีกำเนิดมาจากละครพูดของกรีกโรมัน เป็นละครที่เน้นการแสดงให้สมจริง กริยาท่าทาง การแต่งกาย บทพูดเป็นไปตามธรรมชาติ มีฉากประกอบตามท้องเรื่องและมีการเปลี่ยนฉาก
รัชกาลที่ ๖ ทรงสนับสนุนการแสดงละครพูด โดยทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูด
ไว้เป็นจำนวนมากทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ทรงแปลและดัดแปลงบทละครพูดจากภาษาต่างประเทศ
ทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูดเป็นภาษาต่างประเทศ และในด้านการแสดงทรงเป็นผู้อำนวยการแสดงละครพูด
และทรงร่วมแสดงด้วยหลายครั้ง
คณะละครที่ทรงตั้งขึ้นคือ คณะศรีอยุธยารมณ์

๑.๒.๒ ละครร้อง เป็นละครที่ใช้ศิลปะ
ในการขับร้องเพื่อดำเนินเรื่อง ตัวละคร
จะไม่ร่ายรำหรือพูด แต่จะบอก
ให้ทราบเหตุการณ์ในเรื่อง ด้วยบทร้องที่ตัวละครขับร้อง ละครชนิดนี้กำเนิดในสมัยรัชกาลที่ ๕
และแบ่งเป็น ๒ ประเภทเนื่องจากมีที่มีคนละทาง คือ ละครร้องล้วน ๆ และ ละครร้องสลับพูด
๑.๒.๓ ละครสังคีต ทรงพระราชนิพนธ์บทละครสังคีตไว้
๔ เรื่อง คือ หนามยอกเอาหนามบ่ง วิวาหพระสมุทร มิกาโด วังตี่ โดยทรงรับเอาศิลปะการแสดงละครร้อง
และละครพูดจากตะวันตกมาดัดแปลง
เป็นละครไทย
๑.๑.๑ ละครดึกดำบรรพ์ เป็นละครผู้หญิงซึ่งปรับปรุงขึ้นจาก
ละครรำของเดิมและการแสดงมโหรีดนตรีไทย
โดยได้แนวคิดจากการแสดงโอเปร่าของตะวันตก
๑.๑.๒ ละครพันทาง เป็นละครที่มีท่ารำดัดแปลงมาจากกริยาอาการ
ของคนต่างชาติต่างภาษาหรือนำเอาภาษาต่างชาติ
มาใช้บ้างเพื่อให้เกิดบรรยากาศ


ร. ๖ ทรงนำการละครแบบตะวันตกเข้ามาเผยแพร่
ในสังคมไทย เพื่อให้คนไทยได้รู้จักศิลปะการแสดง
ที่กำลังเป็นที่นิยมในประเทศทางตะวันตกในสมัยนั้น จากนั้นมาศิลปะการแสดงประเภทละครพูดก็ได้รับ
ความนิยมตราบถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้ว่ามีการแสดงละครพูดหรือที่เรียกว่า “ละครเวที” ให้ชมอยู่เสมอ และมีกลุ่มคณะละครต่าง ๆ ได้ใช้ละครเป็นเครื่องมือสื่อสารสู่สาธารณะ
ทรงเป็นผู้พระราชนิพนธ์ละครพูดซึ่งทรงจินตนาการ
สร้างสรรค์ขึ้นเอง ทรงแปลและดัดแปลงละครพูดของอังกฤษ
และฝรั่งเศสเป็นภาษาไทย และจัดแสดงด้วย



ทรงเริ่มเผยแพร่ละครพูด ให้เป็นที่รู้จักในสังคมไทยมากขึ้น ทรงเริ่มจากการจัดตั้งทวีปัญญาสโมสรขึ้น
สำหรับการแสดงละครโดยเฉพาะเรียกว่า “โรงละครทวีปัญญา” โดยทรงตั้งชื่อคณะละครว่า “คณะศรีอยุทธยารม”
และยังมีคณะอื่น ๆ เช่น คณะครูแห่งกระทรวงธรรมการ คณะเสือป่า กองเสนาหลวงรักษาพระองค์ และคณะนายทหารหลวงมหาดเล็ก เป็นต้น


ทรงพระราชนินิพนธ์วรรณกรรมไว้มากว่าหนึ่งพันเรื่อง ทั้งพระราชนิพนธ์วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง โดยปรากฏทั้งบทพระราชนิพนธ์ที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผลงานพระราชนิพนธ์มีหลายประเภท ได้แก่ โขน บทละคร นิทาน บทชวนหัว บทความ สารคดี ร้อยกรอง เทศนา และอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานด้านบทละคร รวมถึงการแปลและดัดแปลงจากวรรณกรรม
ภาษาต่างประเทศทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส นอกจากนี้ผลงานในด้านการแสดงละคร
และจัดการแสดงละครของพระองค์ก็มีเป็นจำนวนมากเช่นกัน

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เริ่มสนใจในการละครพูดอย่างจริงจัง เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร
ละครสังคีตเรื่องเดอะ เกซ่า (The Geisha) แฮรี่ กรีนแบงค์ (Harry Greenbank) โดยมี ไลออเนล มองค์ตัน
(Lionel Monckton) เป็นผู้ประพันธ์ ทรงพระราชนิพนธ์แก้ไขบทละครอีกหลายเรื่อง
เช่น เรื่อง ลอร์ด เวอร์มอนต์ วี.ซี. (Lord Vermont V.C.) ของเมลวิลล์ วินเซนต์ (Melville Vincent)
และเวอร์นอน เรเวน (Vernon Raven) ซึ่งเป็นละครพูดขนาดสั้นมี ๒ ฉาก
และยังได้ทรงแสดงพระปรีชาสามารถด้านการแสดงละครพูด โดยละครพูดเรื่องแรกที่ทรงแสดงคือเรื่องมาย์ เฟรนด์ ยาร์เล่ด์ (My friend Jarlet)

ผลงานด้านการละครของ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระราชนิพนธ์บทละครพูดเรื่องหมอจำเป็น

ในต้นปี พ.ศ. ๒๔๕๗ มีการแสดงละครพูดพระราชนิพนธ์
ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเรื่องหมอจำเป็น ในงานเลี้ยงสโมสรสามเหลี่ยมเวรพระยาประสิทธิ์ศุภการ
ซึ่งหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล สันนิษฐานว่าจะมิใช่การแสดงละครพูดเรื่องนี้เป็นครั้งแรก
เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ทหารรักษาวังกองพัน ๓ จัดแสดงละครพูดเรื่องหมอจำเป็น
ณ สวนราชฤดี จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๙ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนขอพระบรมราชานุญาต
จัดแสดงละครพูดพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เรื่องหมอจำเป็น
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) จัดแสดงละครพูดพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เรื่องหมอจำเป็น
เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองพระบรมราชสมภพครบ ๑๐๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว



รัชกาลที่ ๖ ทรงนำศิลปะการละครพูดเข้ามาเผยแพร่
ให้คนไทยได้รู้จัก โดยมีพระราชประสงค์ให้คนไทยได้เรียนรู้
ศิลปะการแสดงในรูปแบบใหม่ที่แพร่หลายในสังคมตะวันตก ซึ่งสาเหตุการรับอิทธิพลจากวรรณคดีตะวันตกนั้น
เกิดขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ พระราชวิเทโศบายในการติดต่อกับฝรั่งชาติตะวันตก การปฏิรูปการศึกษาในสมัยรัชกาลที่ ๕ การส่งนักเรียนไปศึกษาต่างประเทศ ความเจริญด้านการพิมพ์และกิจการหนังสือพิมพ์ พระบรมราโชบายในการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์แบบตะวันตก

นอกจากนี้รัชกาลที่ ๖ รงมีพระราชประสงค์จะใช้ละครพูด
เป็นสื่อในการอบรมประชาชน ดังนั้นพระราชนิพนธ์ที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ
ของพระองค์เองหรือพระราชนิพนธ์ที่ทรงสร้างสรรค์
จากบทละครภาษาต่างประเทศ ต่างก็มีแนวคิดแฝงไว้เพื่อให้ผู้อ่านและผู้ชมสามารถ
เกิดการเรียนรู้และนำไปปรับใช้ในชีวิตของตนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือพระราชนิพนธ์ที่ทรงสร้างสรรค์
จากบทละครภาษาต่างประเทศ ที่แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเลือกเรื่องที่มีแนวคิด
ที่สามารถนำมาปรับใช้กับคนไทยและการดำรงอยู่
ในสภาพสังคมไทยได้


วิเคราะห์เปรียบเทียบองค์ประกอบ
ของเรื่องหมอจำเป็น กับ Le Medecin Malgre Lui


โครงเรื่อง

แก่นเรื่อง
พระราชนิพนธ์บทละครพูดชวนหัว
เรื่องหมอจำเป็น กับบทละครสุขนาฏกรรมภาษาฝรั่งเศส
เรื่อง Le Médecin Marlgré Lui มีแก่นเรื่องเดียวกัน คือ การล้อเลียนหมอ
ที่รักษาโรคโดยไม่มีความรู้หรือไม่รู้จริง เพื่อให้เห็นว่าอาชีพหมอหรือการเป็นแพทย์
เป็นอาชีพที่เกี่ยวกับความตายของมนุษย์ ผู้ที่ประกอบอาชีพนี้จึงต้องเป็นผู้ที่มีคุณธรรม
และต้องมีความรับผิดชอบสูง ฉะนั้นจึงไม่ควรที่ผู้ใดจะมาสวมรอย
หรือหลอกลวงว่าตนเป็นหมอ ไม่ว่ากรณีใด ๆ

ตัวละคร

ฉากและสถานที่

กลวิธีการสร้างอารมณ์ขัน

ภาษาที่ใช้ในละคร

เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายและมีส่วนสำคัญที่ช่วยเปิดเผย
พฤติกรรมและลักษณะนิสัยตัวละครให้ชัดเจน ดังเหตุการณ์ที่ยายมากับตาสังกำลังทะเลาะกัน
เรื่องพฤติกรรมที่แสดงถึงความขี้เกียจของตาสัง โดยไม่ยอมหาเงินทองเข้าบ้านและไม่ยอมเลี้ยงลูก ซึ่งตาสังก็เถียงอย่างไม่มีเหตุผล ส่วนในบทละครสุขนาฏกรรมภาษาฝรั่งเศสนั้น เป็นบทสนทนาในเหตุการณ์เดียวกัน

อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบบทสนทนาที่ปรากฏ
ในบทละครทั้งสองเรื่องพบว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างสรรค์
ด้านภาษาที่ใช้ด้วยการขยายความให้เกิดอารมณ์ขัน
มากขึ้นกว่าในบทละครสุขนาฏกรรมภาษาฝรั่งเศส
พระราชนิพนธ์ละครพูดแต่ละเรื่องที่พระองค์
พระราชนิพนธ์นั้นต่างก็สร้างอรรถรสที่แตกต่างกัน โดยมีทั้งบทละครที่เป็นโศกนาฏกรรมที่
สร้างความรู้สึกเศร้าโศก และมีทั้งสุขนาฏกรรมที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นบทละครประเภทใด
ต่างก็สร้างความประทับใจแก่ผู้อ่าน
และผู้ที่ได้มีโอกาสชมการแสดงละครพูด
จากพระราชนิพนธ์ของพระองค์แทบทั้งสิ้น

๑. พระราชประวัติของรัชกาลที่ ๖ ที่เกี่ยวข้องกับละครพูด


๒. พระราชประวัติด้านการละครพูดในช่วงที่ทรงศึกษาที่ประเทศอังกฤษ


๓. พระราชประวัติด้านการละครพูดในช่วงที่เสด็จนิวัติพระนคร


๔. พระราชประวัติด้านการละครพูดในช่วงที่ทรงครองราชย์

บทสรุป
๒. ปรัชญาการละคร

ละครไทยในอดีตเป็นละครที่แสดงเพื่อความรื่นรมย์
ดังนั้น ละครไทยเดิมจึงมักเน้นที่ท่ารำที่งดงาม ฉากวิจิตรตระการตาและเครื่องแต่งกายที่วูบวาบแวววาว ในเนื้อเรื่องก็มักจะประกอบไปด้วยบทชมโฉมตัวละคร บทชมความงามของสถานที่ปราสาทราชวัง และจะเพลิดเพลินไปด้วยฉากระบำรำฟ้อนงาม ๆ และฉากตลกขบขัน

ละครและนาฏศิลป์สมัยใหม่จากตะวันตก มีจุดมุ่งหมายฝนการแสดงปัญหาสังคม สะท้อนภาพความเป็นจริงแห่งชีวิตที่สัมพันธ์
กับวิถีชีวิตของคนร่วมสมัย ละครตะวันตกจึงเป็นภาพจำลองของชีวิตและสังคม จะเน้นสาระ ข้อคิด อันเกิดจากการวิเคราะห์
เนื้อเรื่องและตัวละครซึ่งจำลองมาจากชีวิตและเหตุการณ์
Full transcript