Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

วิจารณ์งานทัศนศิลป์

No description
by

Pearwa Nirawan

on 19 August 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of วิจารณ์งานทัศนศิลป์

ความหมายของการวิจารณ์งานทัศนศิลป์
ตัวอย่างการวิจารณ์งานศิลปะ
การแสดงออกทางด้านความคิดเห็นต่อผลงานทางศิลปะ ให้ความคิดเห็นตามหลักเกณฑ์และหลักการของศิลปะด้านสุนทรียศาสตร์และสาระอื่นๆ (ติ/ชม) เพื่อให้ได้ข้อคิดนำไปปรับปรุงพัฒนาผลงานศิลปะ หรือใช้เป็นข้อมูลในการประเมินตัดสินผลงาน และเป็นการฝึกวิธีดู วิธีวิเคราะห์ คิดเปรียบเทียบให้เห็นคุณค่าในผลงานศิลปะชิ้นนั้น ๆ
4.3 วิจารณ์งานทัศนศิลป์
ลักษณะ
ทฤษฏี
การวิจารณ์ตามความรู้สึก
การวิจารณ์ตามความรู้สึกจากประสบการณ์สัมผัสบนพื้นฐาน
ตามเจตคติ ประสบการณ์ ความรู้สึกประทับใจหรือสะเทือนใจ
ข้อดี ง่ายและสะดวก รู้สึกอย่างไรก็วิจารณ์ไปอย่างนั้น ซึ่งใครๆก็สามารถวิจารณ์ได้
ข้อเสีย ขาดหลักการที่น่าเชื่อถือได้ มีโอกาสพลาดได้มาก ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล
การวิจารณ์ตามเนื้อหา
การวิจารณ์ที่มีหลักการ เช่น การตีความหมายหาวิธีการแสดงออก องค์ประกอบศิลปะ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และประสบการณ์
ทางศิลปะเป็นข้อมูลในการพิจารณา
ข้อดี ยุติธรรมแก่ทุกคน มีการเสนอแนะและชี้แนวทาง
ข้อเสีย วิจารณ์ยากเพราะยึดถือเนื้อหา กฎเกณฑ์ และข้อมูลอื่นๆ ประกอบถ้าขาดการเรียนรู้และประสบการณ์จะวิจารณ์ได้ไม่ถูกต้อง
การวิจารณ์ตามความรู้สึกและตามหลักทฤษฏี
การวิจารณ์ตามเนื้อหา+ตามความรู้สึก
เป้าหมาย
เพื่อให้ผู้วิจารณ์ได้แสดงออกทางความคิดเห็น และติชม ต่อผลงาน
เพื่อให้ผู้วิจารณ์มีข้อมูลและความพร้อมในการวิจารณ์ผลงานทาง
ทัศนศิลป์ทุกสาขา
เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ของผู้วิจารณ์ให้กับผู้ที่สนใจได้อย่างถูกต้อง
เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ความรู้เกี่ยวกับวงการทัศนศิลป์ต่อผู้ที่สนใจ ให้นำไปใช้ประโยชน์หรือเป็นแนวทางในการพัฒนางานทัศนศิลป์ได้
เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ความรู้เกี่ยวกับผลงานทัศนศิลป์ สามารถชื่นชมผลงานทางทัศนศิลป์ได้
เพื่อให้เห็นคุณค่าของงานทัศนศิลป์และได้สัมผัสในรสของศิลปะ
คุณสมบัติของผู้วิจารณ์
มีความรู้เกี่ยวกับศิลปะ ทั้งศิลปะประจำชาติและศิลปะสากล
สามารถวิเคราะห์ ตีความ ประเมินค่า
บูรณาการเชื่อมโยงได้
พรรณนา สื่อสาร ทัั้งพูด/เขียน
ต้องมีวิสัยทัศน์กว้างขวาง และไม่คล้อยตามคนอื่น
สนใจ ทันโลก มีข้อมูลและข้อเสนอแนะในการวิจารณ์
การวิจารณ์
ทฤษฎีเลียนแบบนิยม
เป็นการเห็นความงามในธรรมชาติแล้วเลียนแบบไว้ให้เหมือนทั้งรูปร่าง รูปทรง สีสัน ฯลฯ มีเนื้อหา
เป็นการสร้างสรรค์รูปทรงใหม่ให้สวยงามด้วยทัศนธาตุ (เส้น รูปร่าง รูปทรง สี น้ำหนัก พื้นผิว บริเวณว่าง) และเทคนิควิธีการต่างๆ
ทฤษฏีรูปทรงนิยม
ทฤษฏีอารมณ์นิยม
เป็นการสร้างงานให้ดูมีความรู้สึกต่างๆ ทั้งที่เป็นอารมณ์อันเนื่องมาจากเรื่องราวและอารมณ์ของศิลปินที่ถ่ายทอดลงไป ในชิ้นงาน
ทฤษฎีเครื่องมือนิยม
ผลงานต้องการสนองผลอย่างอื่นมากกว่าสนองตัวมันเอง อาจเสริมสร้างจริยธรรม ศาสนา การเมือง ีชีวิตชีวา น่าเชื่อถือ
ขั้นตอนการวิจารณ์
1. ขั้นระบุข้อมูลของผลงาน =เป็นข้อมูลรายละเอียดสังเขปเกี่ยวกับประเภทของงาน ชื่อผลงาน ชื่อศิลปิน ขนาด วัสดุ เทคนิค วิธีการ สร้างเมื่อ พ.ศ.ใด ปัจจุบันติดตั้งอยู่ที่ไหน รูปแบบการสร้างสรรค์เป็นแบบใด

2. ขั้นตอนการพรรณนาผลงาน = เป็นการบันทึกข้อมูลขั้นต้นว่าเป็นภาพอะไร เช่น ภาพคน ภาพสัตว์ ภาพทิวทัศน์ ภาพหุ่นนิ่ง เป็นต้น มีเทคนิคในการสร้างสรรค์แบบใด

3. ขั้นวิเคราะห์ = เป็นการดูลักษณะภาพรวมของผลงานว่าจัดอยู่ในประเภทใดพิจารณารูปแบบ
การถ่ายทอดเป็นแบบใดจำแนกทัศนธาตุและองค์ประกอบศิลป์ออกจากภาพรวมเป็นส่วนย่อยให้เห็นว้มีหลักการจัดภาพที่กลมกลืนหรือขัดแย้งอย่างไร

4. ขั้นตีความ = เป็นการค้นหาความหมายของผลงานว่าศิลปินหรือผู้สร้างสรค์ต้องการสื่อ ให้ผู้ชมผลงานได้รับรู้เกี่ยวกับอะไร

5. ขั้นประเมินผล เป็นการประเมินคุณค่าของผลงานศิลปะชิ้นนั้นจากการพิจารณาทุกข้อในเบื้องต้นสรุปให้เห็นข้อดีและข้อด้อย ในด้านเนื้อหาและเรื่องราว หลักทัศนธาตุและหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ ทักษะ ฝีมือ และการถ่ายทอดความงาม เพื่อการพัฒนาหรือตัดสินผลงานชิ้นนั้น

ประเภทงาน : จิตรกรรม
ชื่อผลงาน : <โมนาลิซา ( Mona Lisa )
ชื่อศิลปิน : เลโอนาร์โด ดา วินชี ( Leonado da Vinci ) ศิลปินชาวอิตาเลียน
ขนาดผลงาน : >77 x 53 ซม.
เทคนิค วัสดุ : สีน้ำมันบนแผ่นไม้
ผลงานสร้างเมื่อปี : พ.ศ.2046 - 2049 ( ค.ศ.1503 - 1506 )
ปัจจุบันอยู่ที่ : พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
รูปแบบการสร้างสรรค์ : เป็นงานศิลปะตะวันตก การถ่ายทอดรูปแบบเหมือนจริงตามลักษณะแบบอย่าง
ของศิลปะสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ( Renaissance )

1. ขั้นระบุข้อมูลของผลงาน
2. ขั้นพรรณนาในผลงาน
เป็นภาพเขียนครึ่งตัว ( Portrait )สุภาพสตรีผมยาวมีผ้าคลุมหวีผมแสกกลางเสื้อคลุมด้วยสีดำเรียบ
เห็นใบหน้าเกือบตรงลำตัวบิดเบี้ยวเล็กน้อยมือขวาวางคว่ำสัมผัสข้อมือซ้ายที่วงาราบอยู่บนที่วางแขนของเก้าอี้ เบื้องหลังเป็นภาพของทิวทัศน์สงบเงียบ บรรยากาศเร้นลับ ชวนฝัน นัยน์ตาและรอยยิ้ม ของโมนาลิซา ที่แสดงออกถึงความรู้สึกที่ต้องการค้นหาบางสิ่ง ซ่อนเลศนัยและปริศนาให้ผู้ดู
บังเกิดความรู้สึกและตั้งคำถามว่า โมนาลิซากำลังคิดอะไรอยู่

3. ขั้นวิเคราะห์
ด้านความงาม
ด้านสาระ
ด้านอารมณ์ความรู้สึก
การวิเคราะห์ทัศนธาตุ
เส้น รูปร่าง รูปทรง สี แสงเงา บริเวณว่าง ลักษณะผิว
การวิเคราะห์หลักองค์ประกอบศิลป์
เอกภาพ ดุลยภาพ จุดเด่น ความกลมกลืน ความขัดแย้ง
4. ขั้นตีความ
5. ขั้นประเมินผล
เป็นงานจิตรกรรมภาพเหมือน (Portrait) ที่มีชื่อเสียงมาก เป็นภาพของหญิงสาวในท่านั่ง แต่งกายตามสมัยนิยมในแฟชั่นแบบฟลอเรนไทน์ในอิตาลี เบื้องหลังเป็นภาพทิวทัศน์ภูเขาที่ดูนุ่มเบา.......
หลักทัศนธาตุและหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์
ศิลปินนำหลักทัศนธาตุและการจัดองค์ประกอบศิลป์มาใช้ให้เกิดความสัมพันธ์กันทั้งในส่วนประธานและส่วนรองของภาพ ทำให้ผลงานมีเอกภาพ ดุลยภาพ จุดเด่น ความกลมกลืนและความขัดแย้งได้งดงามตามกรรมวิธีการจัดองค์ประกอบศิลป์แบบศิลปะสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance)

ทักษะฝีมือและการถ่ายทอดความงาม
จิตรกรมีทักษะและความสามารถในการเขียนภ่าพเหมือนจริง และพัฒนากรรมวิธีการแก้ปัญหาระยะตื้นลึกของภาพโดยใช้เทคนิคภาพสีหม่น (Sfumato) ทำให้ฉากหลังดูนุ่มเบา และใช้โทนสีหนักกับตัวนางแบบ นอกจากนี้จิตรกรยังนำหลัก ทัศนมิติเชิงอากาศ (Aerial Perspective) มาใช้ในการแก้ปัญหาระยะตื้นลึก

คุณค่าของการวิจารณ์
ศิลปินได้นำข้อคิดไปปรับปรุง พัฒนาการสร้างสรรค์ผลงานให้ดีขึ้น
ผู้วิจารณ์มีความรู้ ความเข้าใจ และได้ชื่นชมศิลปะมากขึ้น
ศิลปิน ผู้ชม ผู้วิจารณ์ นักวิชาการได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทำให้เกิดประสบการณ์ในการวิเคราะห์วิจารณ์มากขึ้น
ผลงานศิลปะ ศิลปิน และผู้วิจารณ์ เป็นที่รู้จักในวงการศิลปะและสังคมมากขึ้น
ช่วยจรรโลงจิตใจของคนในสังคมให้มีความสุข มีสุนทรียภาพ และมีรสนิยมทางความงาม

การทำแฟ้มสะสมงานทัศนศิลป์
แฟ้มสะสมงาน คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลที่จัดทำขึ้นอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐานส่วนตัวและผลงานที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นกระบวนการ
วัตถุประสงค์
-เป็นสื่อการเรียนการสอน
-เป็นที่รวบรวมผลงานของนักเรียน
-ช่วยกำกับพัฒนาการทางการเรียนของนักเรียน
-ฝึกนิสัยการเขียนแบบสร้างสรรค์
-เป็นเครื่องมือประเมินตนเองของนักเรียน
ใช้ประกอบการสัมภาษณ์ในการพิจารณาเลื่อนชั้นหรือการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ

ประเภทของแฟ้มสะสมผลงาน
ประเภทกระบวนการ

ประเภทผลผลิต

แฟ้มที่รวบรวมผลงานทั้งหมด เพื่อแสดงพัฒนาการของผลงาน

แฟ้มที่ครูและนักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุดเพื่อแสดงผลสัมฤทธิ์ความสามารถของนักเรียน
ประโยชน์
- เพื่อเป็นเครื่องมือแสดงทักษะและความเข้าใจของนักเรียน
- เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานของนักเรียน
- เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความก้าวหน้าของนักเรียนในด้านความสามารถ
- เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบร่องรอยของพัฒนาการการเรียนรู้ของนักเรียน
- เพื่อป็นการเชื่อมต่อความรู้เดิมกับความรู้ใหม่

องค์ประกอบ
1.หน้าปก ควรออกแบบให้สะดุดตา น่าสนใจ

2.ประวัติส่วนตัว


3.ประวัติการศึกษา
ควรเขียนประวัติการศึกษาจากแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน

4. รางวัลที่ได้รับ

5.รางวัลหรือผลงานที่ประทับใจ

6. กิจกรรมที่ทำระหว่างเรียน

7. ผลงานตัวอย่าง

8. ความสามารถในด้านต่างๆ

ขั้นตอนการสร้าง
กำหนดรูปแบบของแฟ้มสะสมผลงาน

ออกแบบโดยแยกเป็นส่วนต่างๆตกแต่งให้สวยงาม

รวบรวมผลงานทัศนศิลป์ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยถ่ายภาพผลงานไว้

คัดเลือกรูปภาพที่ถ่ายไว้แล้วนำมาติดในส่วนที่ได้ออกแบบไว้

รวบรวมผลงานเข้าแฟ้ม ตรวจเช็กความสมบูรณ์ในส่วนต่างๆ
สมาชิก ม.6/2
1. น.ส. พัชรินทร์ เขียวลำพูน เลขที่ 26
2.น.ส. นิตยา ทองทรัพย์ เลขที่ 35
3.น.ส. นิราวรรณ หมันทอง เลขที่ 36
Full transcript