Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

โครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุข

No description
by

Touchpong Phetkhum

on 23 January 2017

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of โครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุข

ทันตกรรมพระราชทาน
แนวทาง
วิธีการดำเนินงาน
การสาธารณสุขในประเทศไทย
การดำเนินโครงการ
หลักการทรงงาน
การส่งเสริมและปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ความเป็นมาโครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุข
โครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุข
การสาธารณสุขคืออะไร
เป็นวิทยาการ และศิลปะแห่งการป้องกันโรค
การทำให้อายุยืนยาว การส่งเสริมอนามัย และประสิทธิภาพของบุคคล
องค์ประกอบ
สาธารณสุขมูลฐาน
เป็นกลวิธีทางสาธารณสุขที่พัฒนาขึ้น

เพื่อสนับสนุนการบริการสาธารณสุขของรัฐที่มีอยู่เดิม

โดยให้ความสำคัญในการดำเนินงานระดับ ตำบล และหมู่บ้าน

ด้วยการผสมผสานการให้บริการทั้งทางด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ

การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพที่ประชาชนดำเนินการเอง
ซึ่งประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการวางแผนการดำเนินงาน
และการประเมินผล โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
ความสำคัญ
ของการสาธารณสุขมูลฐาน
การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
การพัฒนาต้องเป็นไปตามขั้นตอน
การพึ่งตนเอง
ภูมิสังคม
เรียบง่าย ประหยัด
การส่งเสริมความรู้ และเทคนิควิชาการสมัยใหม่ที่เหมาะสม
การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
การดำเนินงาน
โครงการด้านสาธารณสุข
แบ่งประเภทงานด้านสาธารณสุข
ตามลักษณะของงานได้ 4 ประการ
ประเภทของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
1. ด้านแหล่งน้ำ (3,102)
2. ด้านการเกษตร (166)
3. ด้านสิ่งแวดล้อม (168)
4. ด้านการส่งเสริมอาชีพ (327)
5. ด้านสาธารณสุข (55)
6. ด้านคมนาคม/สื่อสาร (79)
7. ด้านสวัสดิการ/การศึกษา (395)
8. พัฒนาแบบบูรณาการ /พัฒนาด้านอื่น ๆ (244)
ที่มา
สำนักงาน กปร.
2557
รวม 4,536 โครงการ
“… การรักษาความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย

เป็นปัจจัยของเศรษฐกิจที่ดี และสังคมที่มั่นคง

เพราะร่างกายที่แข็งแรงนั้น โดยปกติจะอำนวยผลให้สุขภาพจิตใจสมบูรณ์ด้วย

และเมื่อมีสุขภาพสมบูรณ์ดี พร้อมทั้งร่ายกายและจิตใจแล้ว

ย่อมมีกำลังทำประโยชน์สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมของบ้านเมืองได้เต็มที่

ทั้งไม่เป็นภาระแก่สังคมด้วย คือเป็นแต่ผู้สร้างมิใช่ผู้ถ่วงความเจริญ…”
ประกอบด้วยการบริการแบบผสมผสาน 4 ด้าน
3. การรักษาพยาบาล
4. การฟื้นฟูสภาพ
1. การป้องกันโรค
2. การส่งเสริมสุขภาพอนามัย
แนวความคิดสากลของ
การสาธารณสุขมูลฐาน เกิดจากความพยายามของรัฐบาล
ทุกประเทศ ทั่วโลกที่จะให้บริการสาธารณสุขที่จำเป็น
ให้ ครอบคลุมประชาชนทุกคน
ทั้งระดับบุคคล ระดับ ครอบครัว และระดับชุมชน
การป้องกันและรักษาโรค ทำนุบำรุงให้ประชาชนมีสุขภาพและพลานามัยดี
มีความสมบูรณ์ทั้งทางรา่างกายและจิตใจ
1. การให้การบำบัดรักษาราษฎรในตำบลที่เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียน
2. การฝึกอบรมประชาชนให้มีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และชุมชนในด้านสุขภาพ
3. การจัดหาแหล่งน้ำชลประทานตามพระราชดำริ เพื่องานเกษตรกรรม สอดคล้องกับงานสาธารณสุขมูลฐานเกี่ยวกับน้ำสะอาด เพื่อการใช้ และการบริโภค
4. การจัดโครงการเพาะปลูกพืชทดแทน ส่งเสริมโคนม และเกษตรกรรมตามพระราชดำริ เป็นอีกงานหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการโภชนาการของประชาชน ซึ่งเกี่ยวกับการสาธารณสุขมูลฐาน
1.1 หน่วยแพทย์พระราชทาน และ โครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทาน
1.6 การพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์แก่ราษฎรผู้ป่วยไข้ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
1.5 หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน
1.4 โครงการแพทย์ หู คอ จมูก และ โรคภูมิแพ้พระราชทาน
1.3 โครงการศัลยแพทย์อาสา ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย
1.2 โครงการแพทย์พิเศษตามพระราชประสงค์
ได้เริ่มดำเนินกิจกรรมการตรวจรักษา ให้บริการทางทันตกรรมตามพระราชดำริมาตั้งแต่ พ.ศ. 2513
“โรคฟันเป็นโรคของทุกคน การที่จะให้ราษฎรผู้ยากไร้ และอยู่ห่างไกลความเจริญ ต้องทิ้งท้องไร่ท้องนาเข้ามารับการรักษาในเมืองคงเป็นไปไม่ได้ น่าจะเป็นทันตแพทย์ควรจะเดินทางไปดูแลเป็นครั้งคราว”
จุดเริ่มต้นของงานทันตกรรมเคลื่อนที่ หรืองานทันตกรรมชนบทเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้ออกบริการประชาชนที่อำเภอทับสะแก ใกล้เขตแดนพม่าเป็นครั้งแรก
ความเป็นมา
รถทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทานจะจอดให้บริการรักษาและดูแลสุขภาพช่องปากให้กับราษฎรที่ยากจนตามตำบลและอำเภอต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง
แห่งละ 1 วัน โดยมีทันตแพทย์อาสาสมัครจากคณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย คอยผลัดเปลี่ยนกันทุกสัปดาห์ จำนวน 2 คน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในท้องถิ่นนั้น ๆ เป็นผู้ให้บริการรักษาและให้ความรู้ด้านทันตสุขภาพแก่ประชาชน
การออกให้บริการทันตกรรมแก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล
หน่วยทันตกรรมพระราชทานจะออกพื้นที่วันละ 1 แห่ง
อาจใช้พื้นที่ของโรงเรียนหรือสถานที่ราชการที่สามารถรองรับ
ผู้ป่วยจำนวนมาก และสะดวกต่อการเดินทางของผู้ที่จะมาขอรับบริการ ภายในหน่วยบริการจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อความสะดวกในการคัดแยกผู้ป่วย และการให้บริการได้อย่างเป็นระบบ
ปัจจุบันหน่วยทันตกรรมพระราชทานได้ให้บริการแก่ราษฎรผู้ยากไร้และ
ด้อยโอกาสในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ
อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 สัปดาห์ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการด้านทันตกรรมมาอย่างต่อเนื่องจนนำมาสู่การขนานนามว่าเป็น
“หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุด”
ใน พ.ศ. ๒๕๒๐ องค์การอนามัยโลก ได้มีการประชุมคณะกรรมการใหญ่ และกำหนดนโยบายที่แน่ชัดว่า ภายใน ๒๐ ปี ข้างหน้า ประชาชนทุกคนในโลก โดยเฉพาะในประเทศด้อยพัฒนา ควรมีสิทธิเท่าเทียมกันในเรื่องสุขภาพอนามัยที่ดีของตนเอง
กลวิธีที่เชื่อว่าจะบันดาลให้เกิดผลดังกล่าว ได้ คือ การสาธารณสุขมูลฐาน
กระทรวงสาธารณสุขจึงได้
กำหนดไว้ในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้มีการกำหนดให้มีการปฏิรูปด้านสาธารณสุขไว้ในมาตรา 27 เพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย ทำให้กลไกของรัฐสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงสะดวกรวดเร็ว
สรุป
ภาพรวมของโครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุข
โครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชประทานให้กับราษฎรในระยะแรกๆ ล้วนเป็นโครงการด้านการสาธารณสุข
เนื่องจากพระองค์ทรงพบว่า ราษฎรได้รับบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขไม่ทั่วถึง
โดยเฉพาะราษฎรในพื้นที่ชนบท ทำให้ประสบปัญหาด้านสุขภาพอนามัย อันเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตที่เป็นปกติสุข
พระองค์ทรงเห็นความสำคัญของการมีสุขภาพอนามัยที่ดี ทรงเห็นว่า หากประชาชนมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง จะนำไปสู่สุขภาพจิตที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดีขึ้นตามไป
ภาพรวมของโครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุข
งานทันตสาธารณสุข
เป็นอีกหนึ่งพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญ ด้วยทรงเห็นว่าสุขภาพช่องปากเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพร่างกายโดยรวมที่ดี
ประโยชน์ที่ได้รับ
ลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในเรื่องการรักษาสุขภาพฟันและช่องปาก
สรุป
ทรงห่วงใยสุขภาพช่องปากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกล จึงได้ทรงริเริ่มจัดตั้ง “หน่วยทันตกรรมพระราชทาน”
ทรงวางแผนและติดตามผลการดำเนินงานด้วยพระองค์เอง และพระราชทานพระราชดำริแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
ในปี พ.ศ.2513 หรือเมื่อ 45 ปีที่แล้ว จึงได้พระราชทานหน่วย ทันตกรรมเคลื่อนที่ เพื่อออกบริการรักษาฟันประชาชนผู้ยากไร้ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลความเจริญนับเป็นหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที
่หน่วยแรกของประเทศไทย
นับเป็นหน่วยทันตกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งยังให้การรักษาตั้งแต่ถอนฟัน รักษารากฟัน รวมถึงการใส่ฟัน เทียบเท่ากับโรงพยาบาลขนาดใหญ่
ประชาชน
ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลรักษาตนเองอย่างถูกต้อง
ประชาชนและผู้สูงอายุเห็นความสำคัญของฟันและสนใจสุขภาพช่องปากของตนเองและครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น
ลดปัญหาการเจ็บปวดทุกข์ทรมานของผู้ป่วยจากโรคในช่องปาก
สังคม
ส่วนใหญ่เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญในกลุ่มผู้สูงอายุ และนำมาสู่ “โครงการฟันเทียมพระราชทาน ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ในปี 2558 นับเป็นความร่วมมือภายใต้โครงการฟันเทียมพระราชทาน
ที่มีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ

ส่งผลต่อสุขภาพที่ดี เพราะเป็นที่ยอมรับกันในวงการแพทย์แล้วว่า

ฟันและสุขภาพช่องปากเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากมีผลต่อการรับประทานอาหารแล้ว ยังสัมพันธ์กับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นด้วย
การศึกษา
ทรงพระราชทานบรมราชานุเคราะห์สนับสนุนกิจการ
ด้านทันตสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

ทรงพระราชทานคำแนะนำอันทรงคุณประโยชน์ยิ่งต่อวิชาชีพทันตแพทย์ว่า

“การศึกษาและการวิจัยเป็นเรื่องสำคัญ ทันตแพทย์ควรมีหลากหลาย ไม่ใช่สนใจรักษาแต่อย่างเดียว แต่ต้องสนใจงานวิจัย รวมทั้งงานประดิษฐ์คิดค้นวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ” เน้นย้ำเรื่องการพึ่งพาตนเองลดการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ ขึ้นใช้เอง
ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยการสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานสาธารณสุขในระดับพื้นที่ เสริมสร้างทักษะ
ความรู้เบื้องต้นให้กับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ได้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมูลฐาน เป็นต้น
เกิดประโยชน์ต่อทันตแพทย์อาสาสมัคร ให้สามารถนำความรู้ทางวิชาการไปปรับใช้ให้เหมาะสม
กับสภาพปัญหาและสถานที่ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมชนบท
เศรษฐกิจ
การที่ราษฎรเกิดความเจ็บป่วย จะเป็นปัญหาในการประกอบอาชีพของราษฎร

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่จะต้องใช้กำลังกาย
ในการทำงาน ดังนั้น

เมื่อได้รับการบำบัดรักษาให้มีสุขภาพพลานามัยที่ดีแล้ว เขาเหล่านั้นก็จะมีพลังร่างกาย
ที่จะสามารถต่อสู้กับงานหนักในการประกอบอาชีพได้ ซึ่งจะยังผลให้เศรษฐกิจส่วนรวมของสังคมดีขึ้นอย่างแน่นอน
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
Full transcript