Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

vinamilk

No description
by

Chockie Chuvy

on 5 May 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of vinamilk

เกี่ยวกับบริษัท
ตรวจสอบสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอก
ข้อเสนอแนะ
บทที่ 1
บทที่ 2
การพัฒนาเชิงกลยุทธ์
$1.25
Wednesday, May 6, 2015
Vol XCIII, No. 311
อุตสาหกรรม
นม
ยักษ์ใหญ่ในเวียดนาม

ข้อมูลทั่วไป
การวิเคราะห์กลยุทธ์ระดับองค์กร
TOWS
vinamilk
Vinamilk คือ ผู้ผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากนมวัวที่ใหญ่ ที่สุดในประเทศเวียดนามซึ่งวัดจากยอด ขายและรายได้ต่อปี
เริ่มก่อตั้งในปี 1976 เป็นรัฐวิสาหกิจ ในชื่อ Southern Coffee-Dairy Company
ปัจจุบัน Vinamilk ผลิตสินค้าที่ทำจาก นมวัวหลากหลายชนิด ภายใต้แบรนด์ Vinamilk มีทั้งนมสด โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ไอศกรีม ชีส และนมผงสำหรับผู้สูงอายุ
ทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารกลยุทธ์ (Theories of organization Adaptation) หรือทฤษฎีการปรับตัว
1.Population ecology(ระบบนิเวศ)
กิจการจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อความอยู่รอดและสามารถปรับตัวให้ พร้อมกับสิ่งที่จะเกิด ได้ในอนาคต
โดยจะเห็นได้จากการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ของ กิจการให้มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อเป็นการตอบสนองต่อกลุ่มผู้บริโภคใน วงกว้างขึ้น
2.Institution theory(ทฤษฎีสถาบัน)
กิจการอาจมีการเลียนแบบบริษัทที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรม ประเภทเดียวกัน
เช่น การใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่เหมือนๆกันหรือการใช้วัตถุดิบที่มี ต้นทุนใกล้เคียงกันแต่ได้คุณภาพไม่ต่างกันมากนัก ซึ่งการเลียนแบบนี้จะช่วยให้ กิจการสามารถลดต้นทุนในการคิดค้นหรือพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมาใช้ได้ และ สามารถลดเวลาในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของกิจการ สามารถออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น
3.Strategic choice perspective(มีทางเลือก)
บางครั้งกิจการอาจไม่จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่เสมอ แต่กิจการมีทางเลือกในการปรับสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับตัวบริษัทเองแทน
เช่นเดิมทีกิจการมีผลิตภัณฑ์หลักคือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมต่อมาเมื่อ ผู้บริโภคให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้นกิจการจึงหันมาเพิ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องดื่มน้ำผลไม้ เพื่อตอบสนองแก่กลุ่มผู้บริโภคเหล่านั้น หรือการขยายตลาดไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น
4.Organizational learning theory (ทฤษฎีการเรียนรู้ขององค์กร)
กิจการจะสามารถปรับตัวได้นั้น ต้องอาศัยการเรียนรู้ คือ มีความสามารถ ที่จะเรียนรู้ก่อนที่จะปรับตัวได้การเรียนรู้ขององค์กรเกิดมาจากการเรียนรู้ของ พนักงานในองค์กรเอง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้กิจการต้องมีการฝึกอบรมทักษะ ความรู้ รวมถึงความสามารถต่างๆให้แก่พนักงานของกิจการเพื่อสร้างการ เรียนรู้ให้แก่พนักงาน ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้ขององค์กร

Steep Analysis

การเมือง (Political)
รัฐบาลของเวียดนามมีการส่งเสริมกิจการโคนมและ พัฒนาผลิตภัณฑ์นมอย่างจริงจังโดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดการนำเข้านมผงซึ่งเป็นผลดีต่อกิจการเป็นอย่างมาก เนื่องจากนมเป็นปัจจัยหลักในการผลิตสินค้าของกิจการ อีกทั้งการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านฟาร์มโคนม จากรัฐบาลอิสราเอลผ่านการร่วมทุนซึ่งอิสราเอลได้ ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการ ฟาร์มโคนมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกสามารถผลิตน้ำนม ดิบได้สูงสุดถึง กว่า 30 กิโลกรัมต่อตัวต่อวันซึ่งสูงกว่า ไทยถึง 3 เท่า นอกจากนี้รัฐบาลอิสราเอลยังให้ การสนับสนุนเงินทุน
เศรษฐกิจ (Economic)

เนื่องจากประเทศเวียดนามได้เข้าร่วมเป็น สมาชิก องค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) ทำให้กิจการได้รับ สิทธิประโยชน์ทางการค้ามากขึ้นทั้งทางด้านภาษี ที่สามารถลดภาษีนำเข้าส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตของกิจการต่ำลงอีกทั้งกิจการยังมีฐานลูกค้ากว้างขวางขึ้นโดยอาศัยรวมกับแบรนด์ของ กิจการที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย
สังคม วัฒนธรรม
(Socioculture)
ในปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาสนใจ สุขภาพมากขึ้นซึ่งเป็นผลดีแก่กิจการที่มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโยเกิร์ต น้ำผลไม้เพื่อตอบสนองความต้อง การของผู้บริโภคในกลุ่มนี้อีกทั้งผลิตภัณฑ์หลัก ของกิจการคือ ผลิตภัณฑ์ที่มาจากนมซึ่งถือเป็น ส่วนประกอบที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกายของคนทุกๆกลุ่ม
เทคโนโลยี (Technology)
กิจการมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ ค่อนข้างเยอะอีกทั้งกิจการยังมีระบบการขนส่งและการจัดจำหน่ายที่เป็นระบบและทั่วถึงซึ่งถือ เป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน
ระบบนิเวศ
(Ecological)
ถึงแม้ว่าประเทศเวียดนามจะได้มีการ เริ่มการพัฒนาการเลี้ยงโคนมแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากประเทศเวียดนามมีภูมิประเทศ ส่วนใหญ่ไม่เหมาะกับการเลี้ยงโคนมทำให้ ต้นทุนการนำเข้านมผงจากต่างประเทศของ เวียดนามยังคงสูงถึงราว 1.2 ล้านตัน ต่อปี
Porter’s Five Forces Analysis
การแข่งขันกันระหว่างคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน
เนื่องจากผู้บริโภคในเวียดนามมีความคิดหลักคือ “สินค้ามีคุณภาพ ราคาย่อมสูง ทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมเป็นการแข่งขันในด้านคุณภาพ แบรนด์ การสร้าง ความสัมพันธ์กับลูกค้าซึ่งวิธีเหล่านี้จะมุ่งเน้นในการเพิ่มมูลค่า ของสินค้าให้แก่ลูกค้าซึ่งการสร้างมูลค่านี้จำเป็นต้องใช้ต้นทุนสูงกว่าการแข่งขัน ในด้านราคา และเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรม ค่อนข้างสูง
อำนาจต่อรองของ Supplier
สำหรับผู้ผลิตในประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกรหรือ ผู้ผลิตในท้องถิ่นซึ่งมักจะเป็นกิจการขนาดเล็กทำให้บริษัทมีอำนาจ ในการ ต่อรองกับผู้ผลิตค่อนข้างสูง กล่าวคือ ผู้ผลิตอุตสาหกรรม นมรายใหญ่ๆ จะสามารถกำหนดราคาของ วัตถุดิบที่ต้องการได้ ค่อนข้างมาก
อำนาจต่อรองของลูกค้า
เนื่องจากผลิตภัณฑ์นมจัดเป็นสินค้าที่จัดอยู่ในหมวดสินค้า อุปโภคบริโภคที่จำเป็นทำให้อำนาจในการต่อรองของลูกค้าอยู่ใน ระดับต่ำ แต่ในอนาคต อำนาจการต่อรองของลูกค้าอาจจะเพิ่มขึ้น เมื่อมีการเปิดการค้าเสรีอาเซียนย่อมจะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือก เพิ่มมากขึ้น ทำให้ลูกค้ามีอำนาจการต่อรองที่สูงขึ้น
ภัยคุกคามจากสินค้าทดแทน
สินค้าของบริษัทผลิตภัณฑ์ที่มาจากนมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ เป็นสิ่งจำเป็นและแทบจะไม่สามารถถูกแทนที่ได้ด้วยผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น
ภัยคุกคามจากผู้แข่งขันหน้าใหม่
การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่อาจทำได้ไม่ยากนักแต่การจะตีตลาดเพื่อ หวังส่วนแบ่งตลาดในระยะสั้นนั้นทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากแบรนด์ Vinamilk เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักและนิยมกันอย่างแพร่หลายทั้งในตลาดภาย ในประเทศและภายนอกประเทศอีกทั้งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของกิจการเพื่อรับมือกับคู่แข่งรายใหม่และรสนิยมที่เปลี่ยนไปของกลุ่มลูกค้าทำให้กิจการ สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
ตาราง
จากการวิเคราะห์ EFAS พบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 3.4 แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยภายนอก องค์กรส่งผลต่อการใช้กลยุทธ์ขององค์กรใน ระดับค่อนข้างสูง ซึ่งถือได้ว่าปัจจัยเหล่านี้เป็น สิ่งสำคัญที่องค์กรต้องตระหนักถึงในการดำเนินกลยุทธ์
EFAS
จากการวิเคราะห์ IFAS พบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 3.15 แสดงให้เห็นว่าปัจจัยภายในองค์กรส่งผลต่อการ ใช้กลยุทธ์ขององค์ในระดับค่อนข้างสูง ถือได้ว่าปัจจัย เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรต้องตระหนักถึงในการดำเนินกลยุทธ์
IFAS
จากการวิเคราะห์ตาราง SFASพบว่าบริษัทมีจุดแข็งมากที่สุดในเรื่อง ของการที่บริษัทมีโรงงานที่จะผลิตสินค้าออกจำหน่ายเองไม่ได้จ้างคนอื่น ผลิตสินค้าให้นอกจากนี้ยังรวมไปถึงระบบการขนส่งและการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถส่งสินค้าได้เร็วขึ้น,ลดต้นทุนในการผลิต และได้เปรียบคู่แข่งขันรายอื่น โดยคิดเป็นคะแนนจาก SWOT ทั้งหมดเท่ากับ 0.8 (จากทั้งหมด 2.95) หรือเท่ากับ 27.12%
sfas
บริษัทไวนามิลค์มียุทธศาสตร์การพัฒนาระยะยาว คือ การ บรรลุเป้าหมายทำรายได้ให้ได้ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐและกลาย เป็น 1 ใน 50 บริษัทด้านผลิตภัณฑ์นมที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2012-2017
ภายในระยะเวลาดังกล่าว เป้าหมายสำคัญ 3 ด้านที่จะผลักดัน ให้บริษัทบรรลุเป้าหมาย คือ
• การพัฒนากลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์
• การรักษาและจัดการกิจกรรมต่างๆโดยยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
• การวางแผนและจัดการด้านความรู้ นวัตกรรมและการจัดการ ความเปลี่ยนแปลง

การจัดลำดับความสำคัญของกลยุทธ์บริษัทไวนามิลค์
แผนการลงทุนสินทรัพย์ :

- เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายในการทำรายได้ให้ได้ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ
- เพื่อรักษาการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น โดยจ่ายเงินปันผลประจำปีอย่างน้อย30%ในมูลค่าที่ตราไว้

ผู้บริโภค :
เพื่อที่จะเป็นองค์กรที่สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภคในด้านคุณภาพ ของสินค้า ราคาที่เป็นที่ยอมรับและมีระบบการจัดจำหน่ายที่ดีที่สุดในเวียดนาม
การกำกับดูแลกิจการ :
เพื่อที่จะเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในเรื่องโครงสร้างและความเป็น มืออาชีพ
การสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานจะช่วยให้พนักงานสามารถแสดง ความ สามารถได้อย่างเต็มที่และบรรลุเป้าหมายร่วมกัน บริษัทจึงต้องการเป็น หนึ่งในที่ทำงานที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน
SO : การประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นกลยุทธ์ในเชิงรุก
S :เป็นผู้นำในตลาดอุตสาหกรรมนม
O :รัฐบาลมีนโยบายและแผนพัฒนาส่งเสริมการเลี้ยงโคนมของประเทศ

Corporate Strategy : ใช้ Growth Strategy
Business Strategy : Lower cost strategy
functional Strategy : Market Penetration strategy
โดยอาศัยชื่อเสียงและความเป็นผู้นำในตลาดเพื่อแสวงหาโอกาสในการขยาย ผลิตภัณฑ์หรือดึงดูดลูกค้าที่ไม่เคยใช้ให้มาใช้สินค้าของกิจการ และเป็นการเพิ่ม market Shareในตลาดและป้องกันการคุกคามจากคู่แข่งขัน นอกจากนี้การส่งเสริม การเลี้ยงโคนมยังเป็นการช่วยให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ได้เป็นจำนวนมาก และ มีการได้รับเงินทุนสนับสนุนจากทางรัฐบาล ซึ่งก็จะสอดคล้องกับกลยุทธ์ การแข่งขันแบบต้นทุนต่ำ (ผลิตเป็นจำนวนมาก ต้นทุนต่อหน่วยจะราคาต่ำลง)
SO
ST : การประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและข้อจำกัดมาพิจารณา ร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นกลยุทธ์ในเชิงป้องกัน
S :เป็นผู้นำในตลาดอุตสาหกรรมนม
T :อุตสาหกรรมนมมีการแข่งขันที่รุนแรง
Corporate Strategy : Growth Strategy
Business Strategy : Lower cost strategy
Functional Strategy : Market Penetration strategy และ กลยุทธ์การส่งเสริมการขาย
จากการใช้กลยุทธ์ทั้ง 2 ระดับนี้ เป็นการเอาจุดแข็งมาลดผลกระทบของภัย คุกคาม โดยการอาศัยชื่อเสียงและความเป็นผู้นำในตลาดอุสาหกรรมนมร่วมด้วย กับการโฆษณาหรือส่งเสริมการขายเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงตัวผลิตภัณฑ์ รักษายอดขายและเพิ่มยอดขายของกิจการได้
ST
WO : การประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นกลยุทธ์ในเชิงแก้ไข
W มีปัญหาด้านสินค้าคงคลังสูง
O ลูกค้าหันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น
Corporate Strategy : Growth Strategy
Business Strategy : Differentiation strategy
Functional Strategy : Product Development strategy และ Diversification strategy
การที่ใช้โอกาสจากการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมของรัฐบาลจะช่วยลดจุดอ่อนด้านสินค้าคงเหลือที่เหลือ เป็นจำนวนมากได้ เนื่องจากการเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมโยเกิร์ตยังคงใช้วัตถุดิบเดิมจากพื้นฐานการทำ ผลิตภัณฑ์นม ซึ่งจะช่วยเป็นการระบายวัตถุดิบออกจากคลังได้และไม่เกิดปัญหาสินค้าคงเหลือมีจำนวนมาก ในคลัง เนื่องจากการเข้าตลาดโยเกิร์ตจะเป็นการแสวงหาตลาดใหม่ๆ กลุ่มลูกค้าใหม่ส่งผลให้สามารถขาย สินค้าได้มากขึ้นเพราะลูกค้าโดยส่วนใหญ่ได้รู้จัก brand ของกิจการอยู่แล้ว นอกจากนี้การเข้าสู่ อุตสาหกรรม โยเกิร์ตโยมีการสร้างความแตกต่างก็จะช่วยให้มีการขายสินค้าได้มากขึ้น
WO
WT : การประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและข้อจำกัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นกลยุทธ์ในเชิงรับ
W :มีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ
T :เศรษฐกิจมีความผันผวน
Corporate Strategy : Growth Strategy
Business Strategy : Lower cost strategy
Functional Strategy : Purchasing strategy Sole suppliers
การที่ซื้อสินค้าจากผู้ขายเพียงรายเดียวก็จะช่วยลดภัยคุกคามจากเศรษฐกิจและ นโยบายมีความผันผวนได้ เพราะไม่ว่าราคาวัตถุดิบจะมีราคาสูงขึ้น หรือลดลง ซึ่งได้ ผันผวนไปตามสถานการณ์ของเศรษฐกิจ กิจการก็ยังคงสามารถซื้อวัตถุดิบ ได้ในราคาที่ตกลงกันไว้เท่านั้น ก็จะถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากผันผวน ของระบบเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง
WT
บริษัทควรมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตนมผงเพื่อลดการ นำเข้านมผงจากต่างประเทศ
บริษัทมีการซื้อสินค้าจาก supplier เพียงเจ้าเดียวทำให้อาจ เกิดปัญหาตามมาหาก supplier รายนั้นไม่มีวัตถุดิบเพียงพอ ทางบริษัทควรมี supplier รายอื่นไว้ในกรณีฉุกเฉิน
Full transcript