Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

เส้นทางการค้ามนุษย์

No description
by

pichaya siripanishpong

on 5 December 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of เส้นทางการค้ามนุษย์

การค้ามนุษย์ในไทย
การค้ามนุษย์ในประเทศไทยนั้นเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้ว จากภาวะสงครามและจากที่เกิดการขาดแคลนทางเสบียง ทหาร ชาวเกษตรกรรม ผู้นำเราจึงต้องจัดหาซื้อจากเมืองประเทศราช หรือจากหัวเมืองต่างๆ จนกลายเป็นเส้นทางการค้าในไทยลามไปถึงต่างประเทศขึ้น


จอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ถือรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี2014 ซึ่งประเทศไทยตกอยู่เป็นกลุ่มที่ สาม (Tier3) จากการประชุมเมื่อเดือนมิถุนายน 2557ที่ผ่านมา

ส่วนกลุ่มที่สาม ซึ่งไทยเพิ่งถูกลดระดับลงมาอยู่ในกลุ่มปีนี้ หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายด้านการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ และไม่ได้ความพยายามอย่างมีนัยสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งการตกลงสู่กลุ่มที่สามอาจทำให้ไทยเผชิญหน้ากับการถูกสหรัฐฯคัดค้านความช่วยเหลือจากสถาบันระหว่างประเทศ อาทิ กองทุนเงินระหว่างประเทศ(IMF) ,World Bank ,NGO
การค้ามนุษย์ในกัมพูชา
ภูมิหลังเหตุการณ์เเละปัญหาการค้ามนุษย์

-ภายหลังสงครามวียดนามครั้งที่ 3
-ปี 2533 สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนเริ่มลดลง แต่ยังมีการสู้รบประปราย -รัฐบาลไทย โดย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น มีนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า19 ก.ค.2533 เพื่อพิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนตามแนวชายแดน กองกำลังบูรพาจึงเสนอขอเปิดจุดผ่อนปรนชายแดนไทย
-กัมพูชาครั้งแรก ที่บ้านหนองเสม็ด อ.ตาพระยา (ปัจจุบันอยู่ในเขตอ.โคกสูง)
ต่อมามีการเปิดจุดผ่อนปรนอีกแห่ง ที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.ปราจีนบุรี (ปัจจุบันขึ้นกับจ.สระแก้ว) และ เปิดค้าขายที่ตลาดโรงเกลือเมื่อวันที่ 15มิ.ย.2534
-ต่อมาปี 2541เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย เห็นพ้องกันว่า การค้าที่ตลาดโรงเกลือไม่คึกคักเท่าที่ควร นักท่องเที่ยวจะข้ามไปเที่ยวที่ตลาดปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามตลาดโรงเกลือมากกว่า ส่วนราชการระดับท้องถิ่น จึงมีนโยบายให้ชาวกัมพูชาเข้ามาค้าขายที่ตลาดโรงเกลือได้
การค้ามนุษย์ในประเทศลาว
เริ่มต้นที่...ตลาดโรงเกลือ
ขณะที่รัฐบาลไทยและกัมพูชาเปิดจุดผ่อนปรน เพื่อให้คนทั้งสองประเทศ ได้ค้าขาย และไปมาหาสู่กัน ขณะเดียวกันมีกลุ่มอาชีพหลากหลายเข้ามาหากินในตลาดโรงเกลือ อาทิ กลุ่มหญิงขายบริการทางเพศ ค้าหญิงข้ามชาติ ค้ายาบ้า การหลบหนีเข้าเมือง ขอทาน กรรมกรรับจ้างทั่วไป และรับจ้างขนสินค้าหนีภาษีแบบกองทัพมด ปัญหาเหล่านี้เจ้าหน้าที่ของรัฐพยายามแก้ แต่ทำไม่ได้ทั้งหมด

ค้าประเวณีเพื่อเลี้ยงปากท้อง
ชาวกัมพูชาที่เข้ามาพักพิงชั่วคราวตามชายแดน หรือในศูนย์อพยพ ส่วนใหญ่เป็นเด็ก เพศหญิง และผู้สูงอายุ ส่วนชายวัยหนุ่มจะมีน้อย เพศหญิงที่เคยแต่งงานส่วนใหญ่จะเป็นม่าย เพราะสามีที่เป็นทหารมักจะเสียชีวิตในสนามรบ
ส่วนหนึ่งจึงต้องการมีสามีเป็นคนไทย และส่วนหนึ่งสมัครใจค้าประเวณี เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว และผู้ใช้บริการมักจะเป็นชายไทย ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน และชายไทยไม่น้อยที่ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ที่เป็นโรคเอดส์ในระยะแรกๆ

ภูมิประเทศเอื้อหนีเข้าไทย
เส้นทางค้าหญิงข้ามชาติ อีกทางหนึ่งมาจาก การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากชายแดนไทย-กัมพูชาด้าน จ.สระแก้ว มีสภาพทางภูมิศาสตร์ เป็นที่ราบ ไม่มีสิ่งกีดขวางตามธรรมชาติ การลักลอบเข้าเมืองทำได้ง่าย ประกอบกับระยะทางติดเขตแดนยาวถึง 165 ก.ม. เจ้าหน้าที่ดูแลได้ไม่ทั่วถึง
รายชื่อสมาชิก
การค้ามนุษย์
การค้ามนุษย์ หมายถึง การจัดหา การขนส่ง การส่งต่อ
การจัดให้อยู่อาศัยหรือการรับไว้ซึ่งบุคคลด้วยวิธีการขู่เข็ญหรือ ด้วยการใช้กำลัง หรือด้วยการบีบบังคับในรูปแบบอื่นใด
ด้วยการลักพาตัว ด้วยการฉ้อโกงด้วยการหลอกลวงหลอกลวง ด้วยการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือด้วยการใช้สถานะความเสี่ยงภัย จากการค้ามนุษย์โดยมิชอบ หรือมีการให้ หรือรับเงิน
หรือผลประโยชน์เพื่อให้ได้มาซึ่งความยินยอมของบุคคลผู้มีอำนาจ
ควบคุมบุคคลอื่น
กรอบความร่วมมือและมาตรการของอาเซียนในการต่อต้านการค้ามนุษย์ของภูมิภาคอาเซียน


ข้อบังคับทางกฎหมายของประเทศสมาคมชาวอาเซียนยังไม่มีกฎหมายที่จะเป็นแม่บทถึง ขั้นระดับอนุสัญญาของประชาคมชาวอาเซียนโดยเฉพาะที่จะให้ทุกประเทศทั้งสิบประเทศในอาเซียน ได้ลงนามในอนุสัญญา และรวมถึงการให้สัตยาบันหรือภาคยานุวัติเพื่อให้อนุสัญญานั้นมีผลบังคับใช้ได้ จริงโดยผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

1)ปฏิญญาณอาเซียนเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ในภูมิภาค อาเซียนยัง ไม่มีความร่วมมือถึงขั้น ระดับอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ
เรื่องการค้ามนุษย์ที่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนทั้งสิบประเทศจะได้ใช้ระดับมาตรฐานทางกฎหมาย ในระดับเดียวกัน ในปีค.ศ. 2015 เป้าหมายของประเทศอาเซียนเมื่อ รวมตัวกันเป็นประชาคมชาวอาเซียนคือ ต้องการที่จะมีอนุสัญญาซึ่งเปรียบเสมือนเป็นธรรมนูญ กฎหมายแม่บทที่ใช้ระดับมาตรฐานทางกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการค้ามนุษย์ในระดับเดียวกันทั้งสิบ ประเทศ อาทิ เรื่องมาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อ มาตรการในการ สอบสวนเหยื่อในการค้ามนุษย์ที่เป็นผู้หญิง ต่างจากภูมิภาคยุโรปที่มีการจัดตั้งเป็นสหภาพยุโรปและมี กฎหมายเกี่ยวข้องในเรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งได้ระบุไว้ในมาตราที่ 5 ของสหภาพยุโรปว่าการค้ามนุษย์ และการค้าทาสในรูปแบบต่างๆเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนชาวยุโรป และประชาคมชาวยุโรปก็มีอนุสัญญาการค้ามนุษย์ที่เปรียบเสมือนธรรมนูญการค้ามนุษย์ที่สมบูรณ์
เส้นทางการค้ามนุษย์
การค้ามนุษย์ประเทศเวียดนาม
เวียดนาม เป็นทั้งแหล่งนำเข้าและส่งออกแรงงานผิดกฎหมาย ชาย หญิง และเด็ก ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้

จากตัวเลขในปี 2553 ระบุว่า แรงงานเวียดนามที่ออกไปทำงานต่างประเทศมีมากถึง 5 แสนคน ส่วนใหญ่ส่งผ่านบริษัทเอกชนที่ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยทำสัญญาจ้างในภาษาที่เหยื่อไม่เข้าใจ พร้อมคิดค่าบริการเกินกว่ากฎหมายกำหนด บางรายถูกเรียกเงินถึง 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ทำให้แรงงาน ชาวเวียดนามเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีหนี้สินสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน

มีผู้หญิงและเด็กเวียดนามถูกบังคับขายบริการทางเพศ โดยการล่อลวงจากแก๊งค้ากาม ตามแนวชายแดนกัมพูชา จีน และลาว ก่อนถูกส่งต่อไปยังประเทศที่สามทั้ง ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และ ในแถบยุโรป สำหรับเด็กชาวเวียดนามยังถูกล่อลวงมาขายบริการทางเพศในเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงฮานอย โฮจิมินห์ ซิตี้ และพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจใหม่ เช่น บินห์ เดือง อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กส่วนหนึ่งสมัครใจทำงานเพื่อช่วยทางบ้าน โดยมีความต้องการจากผู้ใช้บริการที่ชอบเปิดบริสุทธิ์เด็กๆ เพิ่มมากขึ้น และยังมีการใช้ช่องว่างทางกฏหมายจากการแต่งงานแบบปลอมๆในจีน เพื่อให้ได้สัญชาติประเทศดังกล่าว รัฐบาลเวียดนามคาดการณ์ว่าประมาณร้อยละ 10 ขอการกระทำดังกล่าวกับคนจีนอาจจะกลายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ผู้หญิงหลายคนถูกข่มขืนและทำร้ายโดยสามีทางกฎหมายของพวกเขาในบางกรณีพวกเขาจะขายออกไป
ให้คนอื่น ๆ
ปัญหาการค้ามนุษย์
อาเซียนเป็นภูมิภาคที่ประสบปัญหาการค้ามนุษย์ข้ามแดนมาก ที่สุดภูมิภาคหนึ่ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นการค้ามนุษย์ภายใน ภูมิภาคการเปิดพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ทำให้การเดินทางข้ามแดนเป็นไปได้ง่ายขึ้นในปัจจุบัน
หลายประเทศในอาเซียนเป็นทั้งต้นทางทางผ่านและปลายทางสำหรับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีและเด็ก
กัมพูชา
– เป็นประเทศต้นทางมายังไทยและเวียดนาม รวมทั้งเป็นประเทศทางผ่านมาไทย และเป็น ประเทศปลายทางจาก เวียดนาม

ลาว
– เป็นประเทศต้นทางไปประเทศอาเซียนอื่นๆ และ เป็นประเทศทางผ่านไปเวียดนามและไทย
พม่า
- เป็นประเทศต้นทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะไปยังประเทศไทย

ไทย
– เป็นประเทศต้นทาง ทางผ่านและปลายทาง

เวียดนาม
– เป็นประเทศต้นทางไปจีน กัมพูชา และประเทศ อาเซียนอื่นๆ
ประเทศไทยเป็นประเทศต้นทาง ปลายทาง และทางผ่านสำหรับการค้าผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กเพื่อการบังคับใช้แรงงานและการบังคับค้าประเวณี เหยื่อจากประเทศเพื่อนบ้านรวมทั้งจากประเทศจีน เวียดนาม รัสเซีย อุซเบกิสถานและฟิจิ อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยอย่างเต็มใจด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ปัญหาความยากจน คนจากประเทศพม่าซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในกลุ่มผู้ย้ายถิ่นในไทยเข้ามาแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ เหยื่อค้ามนุษย์ที่พบในไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ย้ายถิ่นจากประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกบังคับ ขู่เข็ญหรือล่อลวงมาเพื่อการแสวงประโยชน์บังคับใช้แรงงานหรือในธุรกิจทางเพศ หรือเป็นเด็กที่ทำงานในวงการค้าประเวณี มีการประมาณการอย่างต่ำว่า จำนวนประชากรกลุ่มนี้น่าจะมีหลายหมื่นคน เหยื่อการค้ามนุษย์เพื่อการบังคับใช้แรงงานในไทยจำนวนมากมักถูกแสวงประโยชน์ในอุตสาหกรรมประมง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการประมง การผลิตเสื้อผ้าราคาถูก โรงงานต่างๆ และงานรับใช้ตามบ้าน และบางคนถูกบังคับให้ขอทานตามถนน


ด้านการปกป้องเหยื่อค้ามนุษย์ ความพยายามของรัฐบาลไทยในการพิสูจน์ตัวตนและปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ยังคงไม่
เพียงพอ จากรายงานของหน่วยงานเอ็นจีโอ ระบุว่ารัฐบาลไทยไม่ให้บริการด้านการแปลภาษา หรือความเป็นส่วนตัวอย่างเพียงพอเพื่อการคัดกรองเหยื่อค้ามนุษย์ โดนในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลฝึกฝนล่ามรุ่นใหม่ 95 คน ขณะที่ต้องรับมือกับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาและผู้อพยพชาวบังกลาเทศถึง 2,985 คน นอกจากนี้ กฎหมายของไทยยังไม่ให้ทางเลือกที่ถูกกฎหมายในการโยกย้ายออกนอกประเทศสำหรับเหยื่อค้ามนุษย์ชาวต่างชาติ ซึ่งอาจต้องเผชิญบทลงโทษรุนแรงหรือความยากลำบากในประเทศบ้านเกิด

ขณะเดียวกัน แม้จะพบว่ากว่า 3 ใน 4 ของเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ได้รับการพิสูจน์ตัวตนแล้วเป็นเด็ก แต่ไทยก็ไม่มีการให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษกับเด็กเหล่านี้ การดำเนินคดีในบางกรณีซึ่งมีเด็กเหยื่อค้ามนุษย์ชาวต่างชาติยังต้องใช้เวลาพิจารณาคดีถึง 2 ปีหรือนานกว่านั้น และเจ้าหน้าที่ศาลก็ไม่ได้ดำเนินตามขั้นตอนเพื่อรับประกันความปลอดภัยของพยาน, เหยื่อ และเด็กเสมอไป พวกเขาต้องขึ้นให้การต่อศาลต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหา และบางครั้งก็ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวต่อสาธารณะ เช่นที่อยู่ ทำให้พวกเขาตกอยู้ในความเสียงต่อการแก้แค้น



รายงานทีไอพียังมีคำแนะนำถึงรัฐบาลไทยด้วยหลายประกาศ อาทิ ไทยควรสืบสวนรายงานเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมกระทำผิดอย่างทั่วถึงและทันท่วงที, เพิ่มความพยายามโดยเฉพาะในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ในการดำเนินคดีและลงโทษเจ้าหน้าที่กระทำการทุจริตอันเกี่ยวเนื่องกับการค้ามนุษย์ และ เพิ่มความพยายามในการดำเนินคดีและตัดสินความผิดของผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์รวมถึงผู้ที่บังคับใช้แรงงานเหยื่อในไทย เป็นต้น
เวลาแห่งสงครามผ่านมาแล้วกว่า 20ปี การสู้รบตามแนวชายแดนมีบ้างประปราย การค้าระหว่างไทย-กัมพูชา เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินค้าทั่วไป รวมไปถึงการทำธุรกิจขนาดใหญ่ที่สัมพันธ์กัน ประกอบกับความเจริญทางด้านเศรษฐกิจที่สวนทางกับศีลธรรมจริยธรรมที ่ใช้เงินเป็นตัวตั้ง ทำให้การค้าประเวณีถูกมองเป็นเสมือนอาชีพที่ถูกกฎหมาย
และศีลธรรม โดยลืมถึงผลกระทบที่ตามมามากมาย ทั้งในระดับครอบครัวไปจนถึงระดับโลก อย่างน้อยเป็นจุดเริ่มต้นให้การค้ามนุษย์ได้รับการแก้ไขยากขึ้นไปอีกขั้น
รูปแบบการค้ามนุษย์ ก็จะมีการค้าประเวณี(หญิงสาวอายุราว 14 ปีขึ้นไป หรืออาจน้อยกว่า) และการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย(หญิงชายอายุราวๆ 18-40 ปี) ซึ่งมีทั้งแบบถูกบังคับและถูกชักชวนมาอย่างสมัครใจ บ้างก็ถูกหลอกลวงมา โดยมีนายหน้าทั้งชาวไทยและชาวลาวเอง
ประเทศไทยเป็นปลายทางของขบวนการค้ามนุษย์ในลาว โดยเหยื่อมากถึง 90% ที่ถูกพาตัวออกมาจากลาวนั้นถูกส่งตัวมายังประเทศไทย แถมเหยื่อส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กสาวอายุระหว่าง 12-18 ปีเท่านั้น เป็นโสเภณีประมาณร้อยละ 35 ส่วนอีกร้อยละ 32 นั้นถูกบังคับให้ขายแรงงาน ร้อยละ 17 ถูกนำตัวไปทำงานในโรงงาน และร้อยละ 4 ถูกพาตัวไปขายเป็นคนงานบนเรือหาปลา

ความสนใจการค้ามนุษย์ในลาว

องค์กรพิทักษ์สตรียังได้จัดให้มีทีมกฎหมายสำหรับเด็กผู้หญิงหรือสตรีที่ต้องการเอาผิดกับผู้ค้ามนุษย์เหล่านั้นนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2549 เป็นต้นมา ทางกระทรวงยุติธรรมลาวได้ทำงานร่วมกับยูเอ็นโอดีซีเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานยุติธรรมต่างๆ อาทิ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล และกระทรวงยุติธรรม เพื่อป้องกันและต่อต้านการลักลอบค้ามนุษย์ในลาว ตลอดจนอาชญากรรมในรูปแบบอื่นที่เกี่ยวข้องกัน

รัฐบาลไทยและสปป.ลาวได้ลงนามความร่วมมือในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๘
ทั้งสองฝ่ายได้แต่งตั้งคระทำงานร่วมด้านความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยและลาว ว่าด้วยความร่วมมือต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ (ระยะที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๔๙ – ๒๕๕๑ และระยะที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๓ – ๒๕๕๕) และได้ดำเนินกิจกรรมเร่งด่วนตามแผน อาทิ การประชุมปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ชายแดนไทย – ลาว เพื่อรณรงค์ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจปัญหาการค้ามนุษย์ การผลิตสื่อและประชาสัมพันธ์ร่วมกัน โครงการให้ความรู้ในการส่งกลับและคืนสู่สังคม โครงการความร่วมมือในการติดตามผู้สูญหายชาวลาวที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (THALACC) และการประชุมร่วม Case Management Meeting ซึ่งทั้งสองฝ่ายผลัดกันเป็นเจ้าภาพอย่างต่อเนื่อง
ขบวนการค้ามนุษย์ในเวียดนามมีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงขึ้น โดยมีรายงานของรัฐบาลเวียดนามแสดงให้เห็นว่า ขบวนการค้ามนุษย์ในเวียดนามนับวันมีความสลับซับซ้อนอีกทั้งมีแนวโน้มจะทวีความ
รุนแรงยิ่งขึ้น คดีการค้ามนุษย์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณเขตชายแดน นอกจากค้าสตรีและเด็ก ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 80 ของคดีการค้ามนุษย์ทั้งหมดแล้ว ผู้ชาย และทารกแรกเกิดก็ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์เช่นกัน รวมทั้งการลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์ด้วย

ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงจากสภาพสังคมชนบทเป็นสังคมเมืองในเวียดนามเนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้ลักษณะการลักลอบค้ามนุษย์ในเวียดนามปรับเปลี่ยนไปด้วยจากที่เคยเป็นการบังคับค้าประเวณีในหญิงและเด็ก ตอนนี้ปัญหานี้ขยายวงเป็นเรื่องการลักลอบค้าแรงงานมนุษย์ด้วย

คนในชนบทเวียดนามตกเป็นเหยื่อขบวนการลักลอบค้าแรงงานมนุษย์เพราะต้องการย้าย
ถิ่นเพื่อหางานทำที่ดีกว่าแต่ขาดการศึกษาและรู้เท่าไม่ถึงการณ์
คุณฝาน แวน หง๊อก อดีตหัวหน้าองค์การ Actionaid ประจำเวียดนาม กล่าวว่าสภาพเศรษฐกิจของเวียดนามในปัจจุบันทำให้คนตกเป็นเป้า
การลักลอบค้ามนุษย์ง่ายขึ้น คนเวียดนามในเขตชนบทที่อัตราการจ้างงานต่ำอยากย้ายไปที่อื่นเพื่อ
เสาะหางานที่ให้ค่าแรงดีกว่าเขาบอกว่านี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศในเอเชีย อาทิ จีน เมืองไทยและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เพราะคนจนต้องการเสาะหาชีวิตที่ดีกว่า

คนต้องการชีวิตที่ดีกว่าแต่ปัญหาคือพวกเขารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสถานที่ที่ตัวเองจะไปหางานทำ ทำให้ตกเป็นเหยื่อการบังคับค้าแรงงาน
การค้ามนุษย์ในพม่า
จุดเริ่มต้นของการค้ามนุษย์ในพม่าเริ่มมาจากปัญหาภายในประเทศพม่า ทั้งด้านทางการเมืองและความมั่นคงของประเทศที่เริ่มไม่แน่นอนจากการ
ที่ประชาชนในพม่าเริ่มเรียกร้องเพื่อจะแยกตัวเป็นอิสระ รวมถึงต้องการการปกครองรูปแบบใหม่ อีกทั้งยังมีปัญหาในเรื่องของชนกลุ่มน้อยตามเขตชายแดนที่ไม่ได้รับ
ความช่วยเหลือที่ดีจากรัฐบาลพม่าทำให้ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้เกิด ความรู้สึกต่่อต้านรัฐบาลเช่นเดียวกัน เมื่อความมั่นคงเกิดความสั่นคลอนก็ทำให้ส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจไปด้วย ซึ่งเศรษฐกิจนี้เองที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดปัญหาการค้ามนุษย์ขึ้น

กล่าวคือ ปัญหาเศรษฐกิจทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนพม่าอยู่ในสภาพที่ไม่ดีนัก รวมถึงในเรื่องอัตราค่าจ้างในการทำงานก็อยู่ในเกณฑ์ต่ำทำให้ประชาชนในพม่าประสบกับปัญหาปากท้อง ไม่สามารถหารายได้ที่เพียงพอในการยังชีพได้ ตรงกันข้ามกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทยที่มีอัตราค่าจ้างในการทำงานอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่า ทำให้ชาวพม่าเริ่มเล็งเห็นช่องทางใหม่ในการเพิ่มรายได้ของตนเอง จึงเริ่มเกิดการอพยพเพื่อเข้ามาหางานทำในประเทศไทย โดยที่งานส่วนใหญ่เป็นงานที่ต้องใช้แรงงาน เช่น กรรมกร ยาม ภารโรง เป็นต้น
แต่การอพยพเข้ามาของชาวพม่านั้นอาจกล่าวได้ว่าบางส่วนไม่ได้เข้ามาในไทยอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งการอพยพที่ผิดกฎหมายเหล่านี้มักเป็นการลักลอบเข้าเมืองเพราะชาวพม่าเหล่านี้เห็นว่าการใช้วิธีแบบนี้รวดเร็วและมีขั้นตอนน้อยกว่าโดยการลักลอบเข้าประเทศไทยนี้มักจะมีนายหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือในการดำเนินการลักลอบเข้าเมืองให้ โดยที่นายหน้าเหล่านี้มุ่งหวังจะแสวงหาผลประโยชน์ ใช้โอกาสนี้แสวงหารายได้จากการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในรูปแบบของการค้ามนุษย์เพื่อนำไปใช้แรงงาน โดยที่เหยื่อของการค้ามนุษย์เหล่านี้มีทั้งกลุ่มคนที่สมัครใจมาเนื่องจากต้องการหนีจากปัญหาภายในประเทศและ แสวงหาความเป็นอยู่ที่ดีกว่าในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้กลุ่มที่ไม่ได้สมัครใจแต่ถูกผู้มีอิทธิผลในพม่า หรือนายหน้าบีบบังคับให้ยอมทำตาม ทำให้เกิดเป็นปัญหาแรงงานต่างด้าวในทุกๆวันนี้ โดยประเทศเพื่อนบ้านของพม่าที่ได้รับผลจากปัญหาแรงงานต่างด้าวมากที่สุดก็คือ ประเทศไทย ที่มีสภาพทางภูมิประเทศในทางภาคเหนือติดกับพม่าและมีเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อนทำให้การหลบหนีจากการตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปได้ง่ายขึ้น รวมถึงประเทศไทยมีสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ดีกว่าพม่ามาก และประเทศไทยยังขาดแคลนแรงงานเป็นจำนวนมากอีกด้วย ทำให้การค้าแรงงานชาวพม่ากับประเทศไทยเป็นการค้าขายที่มีรายได้ดี ปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้นายหน้าจำนวนมากเลือกไทยเป็นเส้นทางที่สำคัญในการค้ามนุษย์เพื่อนำไปใช้แรงงาน
1) ช่องทางลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ด้านอำเภอท่าสองยาง
โดยที่ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงซึ่งรัฐบาลพม่ายังไม่สามารถควบคุมพื้นทีได้อย่าง
เด็ดขาด ทำให้พื้นทีอำเภอท่าสองยางกลายเป็นที่พักพิงของชาวกะเหรื่ยง และสามารถกลายเป็นเส้นทางในการค้ามนุษย์ได้อีกด้วย เนื่องจากมักมีผู้ลี้ภัยหลบหนีจากการสู้รบในประเทศมาอยู่เรื่อยๆ ทำให้สามารถหาเหยื่อในการนำไปค้าแรงงานได้เรื่อยๆ

2) ช่องทางลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ด้านอำเภอแม่ระมาด
พื้นที่ตรงข้ามอำเภอแม่ระมาดในเขตประเทศพม่าเป็นพื้นที่รัฐกะเหรียงซึ่งอย่ภูายใต้
อิทธิพลของกองกำลังกะเหรียงพุทธ ที่ช่วยทำให้คนพม่าลักลอบเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างผิดกฎหมาย ไปตามเส้นทางชันต่างๆซึ่งง่ายต่อการหลบหนี

3) ช่องทางลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ด้านอำเภอแม่สอด
พื้นที่ตรงข้ามกับเมืองเมียวดีของพม่าโดยที่มีแม่น้ำเมยเป็นเส้นกั้น เป็นช่องทางผ่าน เข้า –ออกของสินค้าและประชาชนในทั้ง2ประเทศ รวมถึงตามท่าเรือตามริมแม่น้ำเมยและเส้นทางตามริมฝั่งแม่น้ำเมยที่บางส่วนถูกใช้เป็นเส้น ทางในการใช้ลักลอบเข้าเมืองและการค้ามนุษย์อย่างผิดกฎหมาย

4) ช่องทางลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ด้านอำเภออุ้มผาง
จากการเป็นที่ทุรกันดารและมีสภาพภูมิประเทศเป็นป่า จึงถูกใช้เป็นที่ลี้ภัยของชาวพม่าในการหลบซ่อน
รวมถึงยังมีบุคคลต่างด้าวสัญชาติพม่าเชื้อชาติกะเหรี่ยงบ้านนุโพเดินทางเข้าออกตามแนวชายแดนเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเพื่อติดต่อญาติพี่น้องในพื้นที่ อีกส่วนหนึ่งเพื่อลักลอบเข้าประเทศไทนผ่านทางพื้นที่ชัน ทำให้การค้ามนุษย์ผ่านเส้นทางนี้ยังมีอยู่เรื่อยๆ
ที่มาการค้ามนุษย์

ในสังคมปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติยังเป็นส่ิงท่ีหลาย
ประเทศยังจะต้อง เผชิญและ บ่ันทอนความม่ันคงเสถียรภาพของประเทศต่างๆ อยู่หน่ึงในรูปแบบของอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบการค้ามนุษย์สืบ
เน่ืองมาจากรูปแบบการค้ามนุษย์โยงใยสู่รูปแบบอาชญากรรมด้านต่างมากมายไม่ว่า จะเป็นรูปแบบการค้ายาเสพติดรูปแบบการฟอกเงินซ่ึงอาชญากรรม
รูปแบบการค้ามนุษย์น้ียังเป็นการยากในวิธีการปฏิบัติท่ีจะขจัดปัญหานี้
ออกไปจากภูมิภาคและในระดับระหว่างประเทศ เพราะต้องการ ความร่วมมือจากหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ สนธิสัญญา อนุสัญญา พิธีสารต่างๆ ความร่วมมือ ในทางกฎหมายในระดับภูมิภาคในเร่ืองการค้ามนุษย์ เพราะการค้ามนุษย์ถือได้ว่าเป็นการเหยียบ หยามศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศตามปฏิญญาสากลในการอยู่ ร่วมกันในสังคมได้โดยปกติสุขไม่มีการกดข่ีข่มเหงแต่อย่างใด เพราะตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนถือว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในทางความคิด ทางการแสดงออกในเร่ืองต่างโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้กระท่ัง องค์การสหประชาชาติเองก็ได้มีการบัญญัติไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการค้า มนุษย์ไว้


2) MOU ในภูมิภาคอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการต่อต้านการค้ามนุษย์
(1) บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลราชอาณาจักรไทย กับ รัฐบาลแห่ง ราชอาณาจักรกัมพูชาเรื่องความร่วมมือทวิภาคีว่าด้วยการขจัดการค้าเด็กและหญิงและการช่วยเหลือเหยื่อของการค้ามนุษย์

(2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านการค้ามนุษย์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง มีการสนับสนุนให้รัฐต่างๆในภูมิภาคได้ลงนามและภาคยานุวัติให้ สนธิสัญญามีผลสมบูรณ์แบบมีผลบังคับใช้ซึ่งในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ต้องการที่จะให้ประเทศใน ภูมิภาคลลุ่มน้าโขงได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของการค้ามนุษย์ที่สามารถแผ่ขยายวงกว้างไปสู่นอก ภูมิภาคลุ่มน้าโขงและภูมิภาคอื่นที่สาคัญ

ดังต่อไปนี้
ข้อผูกพันในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ต้องกระทาเพื่อบรรลุ เป้าหมายมี

ในด้านที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและความร่วมมือในระดับชาติและ ในทางระหว่างประเทศ
2) ในด้านที่เกี่ยวกับกรอบทางกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม

3) ในด้านที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง การฟื้นฟู และการกลับคืนสู่ สังคม

4) ในด้านที่เกี่ยวกับมาตรการป้องกัน

5) ในด้านที่เกี่ยวกับกลไกสาหรับการอนุวัติการ การตรวจสอบ การ

6) บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยความร่วมมือในการ ต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก

7) สนธิสัญญาว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา ของภูมิภาคอาเซียน
วิรินดา ลุปต์ซ่า 5503614306
ชนกพร เตชะสุกิจ 5503612441
ปราค์ทิพย์ พงษ์ประเสริฐ 5503612482
ศุภพัฒน์ ภู่ไพบูลย์ 5503684218
พิชญา สิริพาณิชพงศ์ 5503684101
ลาวเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยากจนที่สุด สปป.ลาวไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ จากที่เคยเป็นประเทศสังคมนิยมก็เกิดการเปิดประเทศรับ ทุนนิยมและการลงทุนจากต่างชาติเข้าไป ประชาชนส่วนใหญ่ปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างชุมชนเมืองและชุมชนชนบท ในประเทศที่ยังมีความเป็นทุนนิยมล้าหลังเช่นนี้ ทำให้ค่าของคนถูก ลดเหลือแค่ค่าแรงต่ำๆหรือแม้กระทั่งการผันตัวเองมาเป็นสินค้า การค้ามนุษย์จึงเป็นปัญหาที่เพิ่มสูงขึ้นในลาว เนื่องจากการว่างงาน ความยากจน และขาดโอกาสทางการศึกษา (โดยประชากรส่วนใหญ่อาศัยในชนบทประกอบอาชีพเกษตรกรและ
เลี้ยงสัตว์)และว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่มาจากภาคกลางและภาคใต้
ของประเทศ เช่น นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงสะหวันนะเขต แขวงสาระวัน และแขวงจำปาสัก ซึ่งมีการติดต่อสื่อสารกับไทย ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าที่อื่นๆ
ข้อเสนอเเนะ
1) ควรมีการผลักดันนโยบายในภาพกว้าง และสร้างข้อท้าทายให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อให้เกิด
การพัฒนากระบวนดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ เช่น การคัดแยกผู้เสียหายที่เป็นภารกิจของตำรวจ
ต้องทำให้เจ้าพนักงานสอบสวนมีความรู้มีความเข้าใจและมีเจตคติที่เอื้อต่อการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิ
ผู้เสียหาย เป็นต้น

2) ควรมีการพัฒนากระบวนการยุติธรรม และกระบวนการคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ให้
เป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น

3) ควรมีนโยบายส่งเสริมเรื่องของการศึกษาให้คนมีความรู้(Life Long Education) จะเป็นปัจจัยสำคัญ
ที่จะคุ้มครองไม่ให้คนตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ เช่น มีกระบวนการให้ความรู้แก่แรงงานข้ามชาติที่
จะเข้ามาประเทศไทย

4) ควรมีการปรับเปลี่ยนนโยบายให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานเด็ก

5) สถาบันการศึกษาต่างๆ ควรเพิ่มหลักสูตรด้านการค้ามนุษย์ลงในหลักสูตรการเรียนการสอน
Full transcript