Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

การเกิดปฏิกิริยาเคมี

No description
by

Pakkarada jongpasert

on 14 March 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of การเกิดปฏิกิริยาเคมี

4. ต้องมีจำนวนโมเลกุลมากพอ
3.ต้องมีพลังงานสูงพอโดยอย่างน้อยต้องเท่ากับ
"พลังงานก่อกัมมันต์"
1. ต้องมีการชนกันระหว่างโมเลกุล
1.ปฏิกิริยาดูดความร้อน ( Endothermic reaction)
2.ปฏิกิริยาคายความร้อน ( Exothermic reaction)
1. ชนิดของสารตั้งต้น
2. ความเข้มข้นของสารตั้งต้น
3. อุณหภูมิ
4. ตัวเร่ง-ตัวหน่วงปฏิกิริยา
5. พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น
6. ความดัน
1. ชนิดของสารตั้งต้น
การเกิดปฏิกิริยาเคมี
พลังงานกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี
การเกิดปฏิกิริยาเคมี
ปฏิกิริยาเคมี
คือ กระบวนการเปลี่ยนของสารตั้งต้นไป
เป็นสารใหม่ โดยปริมาณสารตั้งต้นจะลดลง
และปริมาณสารใหม่จะเกิดขึ้นและเพิ่มปริมาณ
ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
แบบ ข. มีโอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยาเคมีได้มากกว่าแบบ ก. เนื่องจากทิศทางในการชนกันของโมเลกุลทั้งสองมีความเหมาะสม
2. ต้องมีทิศทางที่เหมาะสม
เป็นปฏิกิริยาที่ดูดพลังงานเข้าไปสลาย พันธะมากกว่าที่คายออกมาเพื่อสร้างพันธะ
สารตั้งต้นจะมีพลังงานต่ำกว่าผลิตภัณฑ์
สิ่งแวดล้อมเย็นลง อุณหภูมิลดลง เมื่อเอามือสัมผัสภาชนะจะรู้สึกเย็น
เป็นปฏิกิริยาที่ดูดพลังงานเข้าไปสลายพันธะน้อยกว่าที่คายออกมาเพื่อสร้างพันธะ
สารตั้งต้นจะมีพลังงานสูงกว่าผลิตภัณฑ์
ให้พลังงานความร้อนออกมาสู่สิ่งแวดล้อมทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเมื่อเอามือสัมผัสภาชนะจะรู้สึกร้อน
ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี ขึ้นอยู่กับ 6 ปัจจัย ดังนี้
สารตั้งต้นแต่ละชนิดจะมีความสามารถเกิดปฏิกิริยาเคมีที่
แตกต่างกัน โดยสารตั้งต้นชนิดหนึ่งอาจจะสามารถเกิด
ปฏิกิริยาได้เร็วกับสารชนิดหนึ่ง แต่อาจเกิดปฏิกิริยาได้ช้า
กับสารอีกชนิดหนึ่งก็ได้
ตัวอย่างเช่น
โลหะแมกนีเซียมจะสามารถทำปฏิกิริยาได้ดีกับสารละลายกรดเกิดเป็นแก๊สไฮโดรเจน แต่แมกนีเซียมจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้ช้ามาก
โลหะโซเดียมที่สามารถทำปฏิกิริยากับน้ำได้อย่างรวดเร็วมาก ขณะที่โลหะแมกนีเซียมจะทำปฏิกิริยากับน้ำได้ช้า เป็นต้น
2. ความเข้มข้นของสารตั้งต้น
ปฏิกิริยาโดยส่วนมากจะเกิดได้เร็วมากขึ้น
ถ้าหากเราใช้สารตั้งต้นมีความเข้มข้นมากขึ้น
การเพิ่มความเข้มข้นของสารจะทำให้มีอนุภาคของสารอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นมากขึ้น อนุภาคของสารจึงมีโอกาสชนกันแล้ว เกิดปฏิกิริยาได้มากขึ้น
แปรผันตรงกัน
3. อุณหภูมิ
การเพิ่มอุณหภูมิจะเป็นการเพิ่มพลังงานจลน์ให้แก่ อนุภาคของสารทำให้อนุภาคของสารเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น
ช่วยเพิ่มโอกาสในการชนกันของอนุภาคมากขึ้น ทำให้เกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้นได้
เช่น การเก็บอาหารในตู้เย็นเพื่อป้องการการเน่าเสีย เป็นต้น
4. ตัวเร่ง-ตัวหน่วงปฏิกิริยา
แปรผันตรงกัน
เป็นสารที่เติมลงไปในปฏิกิริยาแล้วจะไม่มีผลต่อการเกิดผลิตภัณฑ์
จะมีผลไปลด/เพิ่มค่าพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา ทำให้ปฏิกิริยานั้นเกิดได้ง่ายมากขึ้น
หลังจากการเกิดปฏิกิริยา แล้วตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใส่ลงไป จะยังคงมีสมบัติและปริมาณเหมือนเดิม
ตัวเร่ง - เพิ่มค่าพลังงานก่อกัมมันต์
ตัวหน่วง - ลดค่าพลังงานก่อกัมมันต์
5. พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น
พื้นที่ผิวที่เพิ่มขึ้นจะทำให้สารมีพื้นที่สำหรับการเข้าทำปฏิกิริยากันได้มากขึ้น
ช่วยให้เกิดปฏิกิริยาเคมีเร็วขึ้น
แปรผันตรงกัน
7. ความดัน
มีผลทำให้สารที่เป็น"แก๊ส"สามารถทำปฏิกิริยากันได้ดีขึ้น
เนื่องจากการเพิ่มความดันจะช่วยทำให้โมเลกุลของแก๊สเข้าอยู่ มาอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น มีจำนวนโมเลกุลของแก๊สต่อหน่วยพื้น ที่เพิ่มขึ้น จึงมีโอกาสชนกันและเกิดปฏิกิริยาเคมีมากขึ้น
ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
Full transcript