Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ขัตติยพันธกรณี

No description
by

Nuttakul Sisen

on 19 December 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ขัตติยพันธกรณี

สมาชิก
เนื้อเรื่องย่อ
คุณค่าด้านวรรณศิลป์

มีการสรรคำเพื่อแสดงถึงความห่วงใยที่มีต่อ พระองค์ท่าน เช่น


“เลือดเนื้อผิเจือยา ให้หายได้จะชิงถวาย”
สื่อถึงว่าเขาพร้อมที่จะสละเลือดเนื้อและ ชีวิตเพื่อให้ท่านหายประชวร


“อันพระประชวรครั้ง นี้แท้ทั้งไผทสยาม”
และไม่ใช่เพียงแต่พระองค์เท่านั้นที่เป็นห่วงพระทัยของ
พระมหากษัตริย์แต่ประชาชทุกคนเป็นห่วงพระองค์เช่นกัน



ขัตติยพันธกรณี เป็นบทพระนิพนธ์และพระนิพนธ์ที่ถูกแต่งขึ้นเป็น
คำฉันท์ ทั้งสองพระองค์ทรงเลือกใช้ อินทรวิเชียรฉันท์โดยมิได้ทรงเคร่งครัด
ในการใช้คำครุ-ลหุตามแบบที่คณะฉันท์ใช้ แต่ทรงใช้ตามการออกเสียงตาม ธรรมชาติของการพูดภาษาไทยและเน้นการใช้คำที่สร้างจินตภาพและอารมณ์สะเทือนใจเป็นหลัก


“ประสาแต่อยู่ใกล้ ทั้งรู้ใช่ว่าหนักหนา
เลือดเนื้อผิเจือยา ให้หายได้จะชิงถวาย”

ข้อเรียกร้องของฝรั่งเศส
1. ฝรั่งเศสในฐานะเป็นมหาอำนาจผู้คุ้มครองเวียดนามและกัมพูชา
จะต้องได้ดินแดนทั้งหมดทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง
2. ไทยจะต้องลงโทษนายทหารทุกคนที่ก่อการรุกรานที่ชายแดน
3. ไทยจะต้องเสียค่าปรับแก่ฝรั่งเศสเป็นจำนวน 3 ล้านฟรังค์เหรียญทอง
(เท่ากับ 1,560 ,000 บาท สมัยนั้น)

คุณค่าด้านสังคม
1.แสดงให้เห็นถึงความเชื่อของคนไทยในอดีต



“ชีวิตมนุษย์นี้ เปลี่ยนแปลง จริงนอ
ทุกข์และสุขพลิกแพลง มากครั้ง
โบราณท่านจึงแสดง เป็นเยี่ยง อย่างนา
ชั่วนับเจ็ดทีทั้ง เจ็ดข้างฝ่ายดี”

ซึ่งหมายถึง ชีวิตคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เดี๋ยวทุกข์เดี๋ยวสุขสลับกันไป อย่างที่คนโบราณ
กล่าวกันมาว่า
ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน
แสดงให้เห็นถึง
ความเชื่อของคนไทยในอดีต



อุปมาโวหาร
เช่น


“เปรียบตัวเหมือนอย่างม้า ที่เป็นพาหนยาน
ผูกเครื่องบังเหียนอาน ประจำหน้าพลับพลาชัย”

ซึ่งหมายถึง เปรียบตัวข้าพระพุทธเจ้าเหมือนอย่างม้าที่เป็น
พาหนะผูกเครื่องบังเหียนอานประจำพร้อมหน้าพลับพลา

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขวา)
สมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุกภาพ
(ซ้าย)
ผู้ประพันธ์
๑.นางสาวณัฏฐา ริมฝาย เลขที่ ๑๗
๒.นางสาวณัฐกุล สีเสน เลขที่ ๑๘
๓.นางสาวดลพร ปัทมวัฒน์ เลขท่ ๑๙
๔.นางสาวนทีธาร ศิริพร เลขที่ ๒๐

ขัตติยพันธกรณี
และ
ขัตติยพันธกรณี (เหตุอันเป็นข้อผูกพันของกษัตริย์)
มีที่มาจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ
ที่เกี่ยวกับความอยู่รอดของประเทศของเรา เหตุการณ์นี้คือเหตุการณ์
ร.ศ. 112 ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2436 ไทยขัดแย้งกับฝรั่งเศสเรื่องเขตแดน
ทางด้านเขมร ฝรั่งเศสส่งเรือปืนแล่นผ่านป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ เข้ามาจอด
ทอดสมอหน้าสถานทูตฝรั่งเศส ถืออำนาจเชิญธงชาติฝรั่งเศสขึ้นเหนือ
แผ่นดินไทย ตรงกันวันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันชาติฝรั่งเศสและยื่น
คำขาดเรียกร้องดินแดนทั้งหมดทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง ซึ่งขณะนั้น
อยู่ใต้อำนาจปกครองของไทยเนื่องจากไทยให้คำตอบล่าช้าทูตปาวีของ
ฝรั่งเศสจึงให้เรือปืนปิดล้อมอ่าวไทยเป็นการประกาศสงครามกับไทย
ซึ่งข้อเรียกร้องของฝรั่งเศส ได้แก่
การสรรคำ
การเรียบเรียงคำ
การใช้โวหาร
อุปลักษณ์
เช่น


ดุจเหว่าพละนา วะเหว่ว้ากะปิตัน
นายท้ายฉงนงัน ทิศทางก็คลางแคลง

ซึ่งหมายถึง เหมือนพวกชาวเรือที่ขาดกัปตัน
นายท้ายก็ฉงนงงงวย ไม่รู้จะไปทางไหนดี


บุคคลวัต

คือการกล่าวถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีชีวิต
โดยให้สิ่งต่างๆเหล่านี้แสดงกิริยาอาการและความรู้สึก
ได้เหมือนมนุษย์ เช่น


ผิวพอกำลังเรือ ก็แล่นรอดได้ไม่ร้าวราน
หากกรรมจะบันดาล ก็คงล่มทุกลำไป


ซึ่งหมายถึง ถ้าเรือพอมีกำลังก็จะต้านลมได้ทำให้แล่น
ไปได้รอดปลอดภัย แต่ถ้ามีกรรมก็จะบันดาลให้ล่มจมทุกลำไป

อธิพจน์
โวหารที่กล่าวเกินความจริง เช่น

ประสาแต่อยู่ใกล้ ทั้งรู้ใช่ว่าหนักหนา
เลือดเนื้อผิเจือยา ให้หายได้ชิงถวาย


ซึ่่งหมายถึง ตามประสาของผู้ที่อยู่ชิดใกล้รู้ว่าคง
ไม่หนักหนาอะไร ถ้าจะเอาเลือดเนื้อเจือยาให้หายได้
ก็จะยอมถวาย

2.ปลุกจิตสำนึกให้คนรักชาติและตระหนักถึงคุณค่าของ
ความเหนื่อยยากของบรรพบุรุษที่ยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้อง
พื้นแผ่นดินนี้ไว้ ดังที่จะเห็นได้จากบทประพันธ์นี้
การเข้ามาของฝรั่งเศสได้สร้างความกังวลพระหฤทัยเป็นอย่างมากประกอบ
กับอาการพระชวรจึงทำให้บทพระราชนิพนธ์นี้เปรียบเสมือนการบรรยายความทุกข์ ความสิ้นหวังและความกังวลของพระองค์ หลังจากจบบทพระราชนิพนธ์ก็ต่อด้วย
บทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรม วงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ซึ่งมีรูปแบบลักษณะของการถวายกำลังพระทัย และได้ทรงอาสาจะถวายชีวิตรับใช้
และต่อสู้กับปัญหาที่เผชิญ สุดท้ายพระนิพนธ์จบลงด้วยการถวายพระพรและ
คำยืนยันถึงความจงรักพัก ดีที่ประชาชนไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว
ที่มา
คุณค่าด้านเนื้อหา
ส่วนแรก โคลงสี่สุภาพ จำนวน ๗ บท
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ จำนวน ๔ บท
(พระราชนิพนธ์ใน ร.๕)
ส่วนที่สอง อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ จำนวน ๒๖ บท



สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
: ทรงรักและเป็นห่วงประชาอนึ่งทรงกังวลและวิตกในสถาณการณ์
บ้านเมืองและยังทรงประปรีชาสามารถในการแต่งบทประพันธ์ เพื่อบอกลาแก่ญาติพี่น้องและคนสนิท
ของพระองค์ แต่สุดท้ายก็ทรงเข้มแข็งและกล้าเผชิญกับปัญหา

สมเด็จกรมยาดำรงราชานุภาพ
: แสดงให้เห็นถึงความเคารพรัก ภักดิ์ดีต่อกษัริตย์อีกทั้งยังมี
ความสามารถในการแต่งบทประพันธ์ตอบกลับสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และแสดงถึง
ความเฉลียวฉลาดในการเปรียบเทียบให้กำลังใจแต่สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

: ในวิธีการเปรียบเทียบและยกตัวอย่างให้เห็นถึงข้อคิด
และได้คิดตาม


ตัวละคร
คำประพันธ์
กลวิธีการแต่ง
http://tharinsaelow.weebly.com/uploads/4/5/9/
8/45985331/%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%
95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5.pdf
https://sites.google.com/site/sweetit742/home/wohar-phaphphcn
http://darawadee34.blogspot.com/2012/08/blog-post.html
http://darawadee34.blogspot.com/2012/08/blog-post.html
Full transcript