Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ชนิดของคำประพันธ์

No description
by

Lee'z Thawat

on 24 April 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ชนิดของคำประพันธ์

ไปกันเล้ยยยยยยยยย
ตัวอย่างกลอนชนิดต่างๆ.......
ไปกันโลดดดดด
มาเรียนรู้ ฉันทลักษณ์กลอน
สักวา ดอกสร้อย กลอนสุภาพ
กันเถอะ....
โคลงสี่สุภาพ
โคลงสี่สุภาพ คือ

เป็นคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองชนิดหนึ่ง ซึ่งมีปรากฏในวรรณคดีไทยมานานแล้ว วรรณคดีไทยฉบับที่เก่าและมีชื่อเสียงมากฉบับหนึ่ง คือ"ลิลิตพระลอ"มีโคลงสี่สุภาพบทหนึ่งถูกยกมา เป็นบทต้นแบบที่แต่งได้ถูกต้องตามลักษณะบังคับของ โคลงสี่สุภาพ คือนอกจากจะมีบังคับสัมผัสตามที่ต่าง ๆ แล้วยังบังคับให้มีวรรณยุกต์เอกโทในบางตำแหน่งการ ประพันธ์โคลงสี่สุภาพ
แผนผังโคลงสี่สุภาพ
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย

เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า

สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤๅพี่

สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ
ตัวอย่าง กาพย์ยานีที่ชนะเลิศ
การประกวด
มือน้อยพนมไหว้ บังคมไท้กลางเปลวเทียน
ฉายธรรมนานจำเนียร ภาพสว่างขึ้นกลางใจ
จารึกพระเกียรติราช เป็นบุญชาติสว่างชัย
มืดมิดวิกฤติภัย กระจ่างได้ด้วยบุญญา
ตาสองเพ่งมองไท้ "ทรงเหนื่อยไหม" ในแววตา
ร่มฉัตรคือศรัทธา แห่งมหาประชาชน
เทียนทิพย์ระยิบแสง ฉายแสดงมิติดล
ใช่มองเพียงสองคน แต่แทนไทยในแสงเทียน
กาพย์ คือ
กาพย์ เป็นคำประพันธ์ชนิดหนึ่งที่บังคับจำนวนคำและสัมผัส จัดวรรคต่างจากกลอนและไม่บังคับเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรค ไม่มี บังคับเอก-โท เหมือนโคลง และไม่มีบังคับครุและลหุเหมือนฉันท์ กาพย์เป็นคำประพันธ์ที่ปรากฏมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีทั้งที่แต่งเป็นหนังสืออ่านเล่น แต่งเป็น หนังสือสวด หรือเป็นนิทาน กระทั่งเป็นตำราสอนก็มี กาพย์มีด้วยกันหลายชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกัน

ในที่นี้ขออธิบายรูปแบบ ฉันทลักษณ์ในการแต่งคำประพันธ์ ประเภท กาพย์ 3 ชนิดด้วยกัน ดังนี้


คำประพันธ์ มี 4 ชนิด ดังนี้
2. โคลง
3. กาพย์
ชนิดของคำประพันธ์
1. กลอน
กลอน คือ ลักษณะคำประพันธ์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะ บังคับคณะและสัมผัส แต่ไม่บังคับ เอกโท และ ครุ-ลหุ กลอนสองวรรคเท่ากับหนึ่งบาท กลอนสี่บาทเท่ากับหนึ่งบท วรรคทั้งสี่ของ กลอนยังมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันอีก
2. วรรครับ
วรรคสอง หรือ วรรครับ คือ

คำสุดท้ายของวรรคนิยมเสียงจัตวา จะใช้เสียงเอก เสียงโทบ้างก็ได้ แต่ไม่ควรใช้เสียงสามัญ หรือเสียงตรี ถ้าจะใช้เสียงเอกคำสุดท้าย ของวรรครองควรเป็นเสียงตรี
3. วรรคส่ง
วรรคสาม หรือ วรรครอง คือ

คำสุดท้ายของวรรคนิยมใช้เสียงสามัญ ไม่ควรใช้ คำตายและคำที่มีรูปวรรณยุกต์
4. วรรคส่ง
วรรคสี่ หรือ วรรคส่ง คือ

คำสุดท้ายของวรรคนิยมใช้เสียงสามัญ ห้ามใช้คำตายและคำที่มีรูปวรรณยุกต์ จะใช้คำตายเสียงตรีบ้างก็ได้
1. วรรคสดับ
วรรคแรก หรือ วรรคสดับ คือ

คำสุดท้ายของวรรคนิยมใช้เสียงเต้น (คือนอกจากเสียงสามัญ) จะทำให้เกิด
ความไพเราะ แต่ถ้าจะใช้เสียงสามัญก็ไม่ห้าม
แผนผังกลอนสุภาพ






กลอนสุภาพพึงจำมีกำหนด กลอนหนึ่งบทสี่วรรคกรองอักษร

วรรคละแปดพยางค์นับศัพท์สุนทร อาจยิ่งหย่อนเจ็ดหรือเก้าเข้าหลักการ

ห้าแห่งคำคล้องจองต้องสัมผัส สลับจัดรับรองส่งประสงค์สมาน

เสียงสูงต่ำต้องเรียงเยี่ยงโบราณ เป็นกลอนกานท์ครบครันฉันท์นี้เอย


แผนผังกลอนดอกสร้อย

แผนผังกลอนสักวา

สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม

กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพยอม อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม

แม้นล้อลามหยามหยาบไม่ปลาบปลื้ม ดังดูดดื่มบอระเพ็ดต้องเข็ดขม

ผู้ดีไพร่ไม่ประกอบชอบอารมณ์ ใครฟังลมเมินหน้าระอาเอย

(พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ)
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา
เมื่อเติบใหญ่เจ้าจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน
ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล
ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย

(กระทรวงศึกษาธิการ)

กลอนสุภาพ
ชัยชนะผู้แพ้
หากวันนี้เราเป็นเช่นผู้แพ ยังอาจแก้ตัวได้ในภานหน้า
ความผิดหวังคือแรงใจให้พัฒนา มีปัญญาสติตรองย่อมครองชัย
ล้มแล้วลุกทุกครั้งที่พลั้งล้ม จะมิจมทุกผอฝจนหมองไหม้
แพ้การอื่นมิเห็นจะเป็นไร ชนะใจจะมิเช่นผู้แพ้
กลอนสักวา
สักวาดาวจระเข้ก็เหหก ศีรษะตกหันหางขึ้นกลางหาว
เป็นวันแรมแจ่มแจ้งด้วยแสงดาว นำค้างพราวปรายโปรยโรยละออง
ลมเรื่อยเรื่อยเฉื่อยฉิวต้องผิวเนื้อ ความหนาวเหลือทานทนกระมลหมอง
สกุณากาดุเหว่าก็เร่าร้อง ดูแสงทองจับฟ้าขอลาเอย
กลอนดอกสร้อย
หมดเอ๋ยหมดห่วง หมดดวงวิญญาณลาญสลาย
ถึงลมเช้าชวยชื่นรื่นสบาย เตือนนกแอ่นลมผายแผดสำเนียง
อยู่ตามโรงมุงฟางข้างข้างนั้น ทั้งไก่ขันแข่งดุเหว่าระเร้าเสียง
โอ้เหมือนปลุกร่างกายนอนรายเรียง พ้นสำเนียงที่จะปลุกให้ลุก เอย.
(วิษณุ พุ่มสว่าง)
(พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ)
พระยาอุปกิตศิลปสาร(นิ่ม กาญจนาชีวะ)
ลักษณะโคลงสี่สุภาพ
คณะของโคลงสี่สุภาพ คือ บทหนึ่ง มี 4 บาท (เขียนเป็น 4 บรรทัด) 1 บาทแบ่งออกเป็น 2 วรรค โดยวรรคแรกกำหนดจำนวนคำไว้ 5 คำ ส่วนวรรคหลัง ในบาทที่ 1,2 และ 3 จะมี 2 คำ (ในบาทที่ 1 และ 3 อาจเพิ่มสร้อยได้อีกแห่งละ 2 คำ) ส่วนบาทที่ 4 วรรคที่ 2 จะมี 4 คำ รวมทั้งบท มี 30 คำ และเมื่อรวมสร้อยทั้งหมดอาจเพิ่มเป็น 34 คำ
ส่วนที่บังคับ เอก โท (เอก 7 โท 4) ดังนี้
บาทที่ 1 (บาทเอก) วรรคแรก คำที่ 4 เอก และคำที่ 5 โท
บาทที่ 2 (บาทโท) วรรคแรก คำที่ 2 เอก วรรคหลัง คำแรก เอก คำที่ 2 โท
บาทที่ 3 (บาทตรี) วรรคแรก คำที่ 3 เอก วรรคหลัง คำที่ 2 เอก
บาทที่ 4 (บาทจัตวา) วรรคแรก คำที่ 2 เอก คำที่ 5 โท วรรคหลัง คำแรก เอก คำที่ 2 โท
ไปศึกษากันเลยยยย.......
ลิลิตพระลอ
กาพย์ มีอะไรบ้างนะ
แผนผังกาพย์ยานี 11
สิบเอ็ดบอกความนัย หนึ่งบาทไซร้ของพยางค์

วรรคหน้าอย่าเลือนราง จำนวนห้าพาจดจำ

หกพยางค์ในวรรคหลัง ตามแบบตั้งเจ้าลองทำ

สัมผัสตามชี้นำ โยงเส้นหมายให้เจ้าดู

สุดท้ายของวรรคหนึ่ง สัมผัสตรึงสามนะหนู

หกห้าโยงเป็นคู่ เร่งเรียนรู้สร้างผลงาน
แผนผังกาพย์ฉบัง 16
ฉบังสิบหกความหมาย หนึ่งบทเรียงราย
นับได้สิบหกพยางค์

สัมผัสชัดเจนขออ้าง เพื่อเป็นแนวทาง
ให้หนูได้คิดคำนึง

พยางค์สุดท้ายวรรคหนึ่ง สัมผัสรัดตรึง
สุดท้ายวรรคสองต้องจำ

สุดท้ายวรรคสามงามขำ ร้อยรัดจัดทำ
สัมผัสรัดบทต่อไป

บทหนึ่งกับสองว่องไว จงจำนำไป
เรียงถ้อยร้อยกาพย์ฉบัง
แผนผังกาพย์สุรางคนางค์ 28
สุรางคนางค์ เจ็ดวรรคจัดวาง วรรคหนึ่งสี่คำ

สัมผัสชัดเจน เป็นบทลำนำ กำหนดจดจำ รู้ร่ำรู้เรียน

รู้คิดรู้อ่าน รู้ประสบการณ์ รู้งานอ่านเขียน

รู้ทุกข์รู้ยาก รู้พากรู้เพียร ประดุจดวงเทียน ประดับปัญญาฯ
อ.ภาทิพ ศรีสุทธิ์
อ.ภาทิพ ศรีสุทธิ์

ธวัชชัย หอมจันทร์
4. ฉันท์
ฉันท์ คือลักษณะถ้อยคำที่กวีได้ร้อยกรองขึ้น เพื่อให้เกิดความไพเราะ โดยกำหนดครุ ลหุและสัมผัส เป็นมาตรฐาน ฉันท์เป็นคำประพันธ์ที่ได้แบบอย่างมาจากอินเดีย เดิมแต่งเป็นภาษาบาลีและสันสกฤตไทยนำเปลี่ยนแปลง ลักษณะบางอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับความนิยมในคำประพันธ์ไทย
แผนผังอินทรวิเชียรฉันท์
ตัวอย่างฉันทลักษณ์
โขดเขินศิรขรเขา ณ ลำเนาพนาลัย

สูงลิ่วละลานนั - ยนพ้นประมาณหมาย

ยอดมัวสลัวเมฆ รุจิเรขเรียงราย

เลื่อมเลื่อมศิลาลาย ก็สลับระยับสี
อิลราชคำฉันท์ พระยาศรีสุนทรโวหาร ( ผัน )
จัดทำโดย
นายธวัชชัย หอมจันทร์
รหัสนักศึกษา 57003155056
รหัสกลุ่ม 5700315502
คณะครุศาสตร์ สาขาการสอนภาษาไทย
ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชฎัชราชนครินทร์
Full transcript