Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม สุโขทัย

No description
by

swanpischa :)

on 12 January 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม สุโขทัย

ลัทธิความเชื่อและศาสนา
1.1 ความเชื่อเรื่องผีและไสยศาสตร์
ความเชื่อเรื่องผี คือ
เชื่อว่าผีจะทำหน้าที่รักษาระเบียบให้สังคม แบ่งออกได้
หลายระดับ เช่น :
-ผีบ้านผีเรือน -ผีบรรพบุรุษ -ผีเมือง -ผีพระขะพุง

ความเชื่อด้านไสยศาสตร์ คือ เรื่องเคราะห์ โชคลาง และฤกษ์ยาม หลักฐาน เช่น :
-ตุ๊กตาเสียกบาล:สันนิษฐานว่าเป็นเครื่องเซ่นพลีแก่สิ่งศักดิ์สิทธิยามเกิด
ภัยธรรมชาติ ร้ายแรงหรือไม่ก็เป็นเครื่องสะเดาะห์เคราะห์สำหรับผู้ที่เจ็บป่วย
-ตุ๊กตาดินเผารูปแม่อุ้มลูก: เป็นเครื่องบัตรพลีสำหรับแม่ลูกอ่อน
ลัทธิความเชื่อทางศาสนา
1.2 ศาสนาพราห์มฮินดู
สุโขทัยเคยอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรเขมรจึงได้รับอิทธิพลจาก ศาสนาฮินดูและพุทธมหายาน แต่เมื่อสถาปนาเป็นอาณาจักรอิสระแล้ว
พระมหากษัตริย์สุโขทัยได้ทำนุบำรุงพุทธศาสนาเถรวาทขึ้นมาแทนที่

1.3 ศาสนาพุทธ
พุทธศาสนานิกายเถรวาทอยู่ในดินแดนของไทยตามเขตอิทธิพลของวัฒนธรรม ทวารวดี และเขมรโดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ของรัฐสุโขทัยตั้งแต่ก่อนการ
สถาปนาเป็นอาณาจักรอิสระต่อมาพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิลังกาวงศ์เริ่ม เข้ามามีบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยมีนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลาง
ศิลปกรรม
ลัทธิความเชื่อทางศาสนา
แผ่นดินพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไทย) พุทธศาสนา ลัทธิลังกาวงศ์แผ่ขยายเข้าสู่สุโขทัยโดยมีเส้นทางใหม่ คือ เมืองนครพันของมอญ ซึ่งรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางที่
สำคัญของพระพุทธศาสนา พุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ในอาณาจักรสุโขทัยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ:
-ฝ่ายคามวาสี: พระสงฆ์จำพรรษาที่วัดในเมือง มีหน้าที่ทำนุบำรุงพระศาสนา และ
ประกอบศาสนพิธีต่าง ๆ
-ฝ่ายอารัญวาสี: พระสงฆ์จำพรรษาที่วัดในป่า มุ่งปฏิบัติธรรมด้านวิปัสนา
ภูมิปัญญา และ วัฒนธรรม
ภูมิปัญญา คือ กระบวนการในการเรียนรู้ มีการสั่งสมและสืบทอด มีทั้งประสบการณ์ภายในและรับจากภายนอก

วัฒนธรรม คือ วิถีชีวิตของสังคมทั้งด้านความคิด วัตถุ ที่เกิดการใช้ภูมิปัญญาต่างๆ และมีการสืบทอด มีการแก้ไขปรับปรุงให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และความจำเป็น

วัฒนธรรมในสมัยสุโขทัย มีรากฐานจากการเป็นสังคมเกษตรกรรม ผสมกับแนวคิด ปฏิบัติของความเชื่อเดิม กับพุทธศาสนา
ขอบคุณที่รับชมค่ะ/ครับ
ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม สุโขทัย
โดย
ด.ญ.วรรณพิสชา สถิรชวาล (ใบบัว) เลขที่ 7
ด.ช. ณภัทร พรถาวรวิทยา (คิิิน) เลขที่ 10
ด.ญ.พรรณภัทร์ ปฐมกสิกุล (ปริม) เลขที่ 11
ด.ช.โชติณัฐ ซึ่งเจริญยิ่ง (นิว) เลขที่ 15

ศิลปกรรม
2.2 ด้านสถาปัตยกรรม แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม
2.2.1 สถูปหรือเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แบ่งเป็น ๓ แบบ ได้แก่
-แบบสุโขทัย: เจดีย์ทรงพุ่งข้าวบิณฑ์ หรือ ทรงดอกบัวตูม
-แบบลังกา: เป็นเจดีย์ทรงกลม
-แบบลังกาผสมศรีวิชัย: เป็นทรงปราสาท

2.2.2 โบสถ์ และ วิหาร นิยมสร้างโบสถ์มีขนาดเล็กอยู่ด้านหลัง ด้านหน้าองค์สถูปเป็นวิหารใหญ่ มีลักษณะสำคัญ คือ
-อาคารโถงก่ออิฐถือปูน: ผนังเจาะเป็นช่องลม
-อาคารก่อด้วยศิลาแลง: เป็นอาคารไม่มีหน้าต่าง
-อาคารทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส: มีหลังคาหลังซ้อน เหลื่อมลดหลั่นกันไปถึงยอด(มณฑป)
ศิลปกรรม
2.3 ด้านด้านจิตกรรม
เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน : เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องไม้
เครื่องนุ่มห่ม : การทอผ้าฝ้าย และ ผ้าไหม
ผลงานสำคัญที่ตกทอดมาปัจจุบัน คือ เครื่องสังคโลก
ภาษาและวรรณกรรม
3.1 อักษรไทย เดิมคนไทยต้องใช้อักษรขอมในการบันทึกเรื่องราว แต่พอสุโขทัยเป็นอิสระพ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้
ทรงประดิษฐ์อักษรลายสือไทยโดยดัดแปลงตัวอักษรมาจาก
อักษรขอมบรรจง ต่อมาในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ได้ดัดแปลงอีกครั้ง ซึ่งคนไทยนำมาใช้จนถึงปัจจุบันนี้
ภาษาและวรรณกรรม
3.2 วรรณกรรม แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม
3.2.1 วรรณกรรมประวัติศาสตร์ ใช้เป็นหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ เช่น
-ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช:เกี่ยวกับเรื่องเรื่องราว
ในสมัยนั้น
-ศิลาจารึกวัดสรีชุม: ผู้แต่ง คือ พระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามณี เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวก่อนการสถาปนากรุงสุโขทัย
-ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงและจารึกนครชุม: ผู้แต่ง คือ พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย)
-ศิลาจารึกปู่ขุนจิดขุนจอด: หรือจารึกสบถปู่หลาน ฝ่ายหลาน
คือ พระมหาธรรมราชาที่ ๓ (ไสยลือไทย)
ภาษาและวรรณกรรม
ดนตรีและนาฏกรรม
4.1 ดนตรี ใช้แสดงประกอบขบวนพิธีต่างๆด้านศาสนา
-เครื่องดนตรี มีทั้ง เครื่องดีด/สี/ตี/เป่า และ เครื่องที่ประกอบด้วยหนัง เช่น กระจับปี่ ซอ เครื่องไม้/โลหะ ฆ้อง ฉิ่ง กลอง กรับ ขลุ่ย ปี่ ไฉน
-การประสมดนตรี นำเครื่องดนตรีต่างๆ มาเล่นรวมกัน ประสานเสียงเข้าด้วยกัน คล้ายการบรรเลงพิณ วงขับไม้ วงปี่พาทย์ เป็นต้น
-บทเพลง เพลงพื้นบ้าน คือ เพลงเทพทอง คล้ายเพลงฉ่อย ต่อมากลายเป็น เพลงละครเรียกว่า เพลงสุโขทัย
ดนตรีและนาฏกรรม
4.2 นาฏศิลป์มหรสพ
เป็นการละเล่นพื้นบ้าน นำสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวมาดัดแปลงให้เกิด
ความสนุก เช่น เพลงฉ่อย เพลงเทพทอง เพลงเกี่ยวข้าว
ส่วนการละเล่นที่ปรากฏในจารึก คือ การเผาเทียนเล่นไฟ สันนิษฐานว่าการเผาเทียน คือ การจุดประทีปโคมไฟ เพื่อบูชาทั้งพระพุทธเจ้าและเทวดา การเล่นไฟ เป็นการฉลอง
การฟ้องรำ สันนิษฐานว่า คนไทยรับการถ่ายทอดมาจากรัฐโบราณ ในภูมิภาคนี้ ดัดแปลงมาจากท่าฟ้อนรำของอินเดีย
สังคมไทยถือว่า การร่ายรำเป็นการแสดงออกถึง
ศรัทธา ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผสมกับความสนุก
ขนบธรรมเนียมประเพณี
ประเพณีไทยมีรากฐานมาจากการแสวงหาสิริมงคลกับความเชื่อ
ของสังคมไทย กับลัทธิธรรมเนียมของศาสนาพุทธและพราหมณ์ โดยมีข้อปฏิบัติอยู่ ๓ ลักษณะ :
-จารีตประเพณี: เน้นเกี่ยวกับศีลธรรมจรรยาที่ห้ามล่วงละเมิด
-ขนบประเพณี:การสร้างแบบแผนของพฤติกรรมที่รับสืบทอดต่อเนื่อง
-ธรรมเนียมประเพณี: นิยมปฏิบัติโดยไม่กำหนดความถูกผิด

มีการสืบทอดกันมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตามหลักฐานจากจารึกต่างๆดังนี้
5.1ประเพณีพื้นบ้านขนบธรรมเนียมที่มีพื้นฐานมาจากการดำรงชีพของท้องถิ่นต่างๆ
5.1.1 ประเพณีเกี่ยวกับชีวิต เป็นการปฏิบัติเพื่อความเป็นมงคล รวมทั้งป้องกันสิ่งชั่วร้าย ประเพณีนี้มีตั้งแต่เกิดจนถึงยามตาย
5.1.2 ประเพณีเกี่ยวกับอาชีพเป็นการประกอบพิธีเพื่อสิริมงคลแก่อาชีพ บูชาเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องและแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ
หรือผู้มีพระคุณ
5.1.3 ประเพณีตามเทศกาลปฏิบัติสืบต่อกันมาและมีการปรับปรุงให้
สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ขนบธรรมเนียมประเพณี
ขนบธรรมเนียมประเพณี
5.2 ประเพณีเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา จารึกสุโขทัยกล่าวถึงข้อประพฤติที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาจนกลายเป็นประเพณี
5.2.1 การยึดมั่นในหลักธรรม ชาวสุโขทัยในทุกระดับชั้นจะนิยมการถือศีล ฟังเทศน์ฟังธรรม และทำบุญทำทาน
5.2.2 การปฏิบัติในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จารึกได้ระบุถึงการทำบุญถือศีล ฟังเทศน์ฟังธรรมในช่วงเทศกาล เช่น วันเข้าพรรษาและวันออกพรรษา
5.2.3 ประเพณีการทำนุบำรุงพระอาราม กษัตริย์เจ้านายและชนชั้นสูงนิยมสร้างถาวรวัตถุสถานไว้ตามพระอารามไว้เป็น
พุทธบูชา เช่น พระพุทธรูป วิหาร พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอยพระพุทธบาท และการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์
5.2.4 ประเพณีการบวชและการศึกษาพระธรรมวินัย ชาวสุโขทัยและรัฐใกล้เคียงนิยมให้บุตรหลานออกบวชเพื่อสืบทอดพระศาสนา
2.1 ด้านประติมากรรม
นิยมสร้างพระพุทธรูปและเทวรูปนอกจากนี้ยังมีภาพปูนปั้นนูนสูง
ประดับผนังหรือหน้าบันทำเป็นลวดลายพรรณพฤกษาและภาพบุคคล
ลักษณะต่างๆ:
-พระรัศมีทรงเปลวเพลิง
-พระศกเป็นก้นหอยขนาดเล็ก -พระขนงโก่ง
-พระเนตรเหลือมต่ำ -พระนาสิกงุ้ม
-พระโอษฐ์เป็นคันสร -พระหนุแหลม -พระอุระนูน
3.2.2 วรรณกรรมศาสนาและปรัชญา มีจุดมุ่งหมายเพื่อการเผยแพร่ศาสนา เช่น
-ศิลาจารึกต่างๆ: จารึกส่วนใหญ่ระบุถึงการสร้างวัตถุสถาน ตลอดจนการบริจาคทรัพสิทร์ไพร่พลให้แก่วัด มีทั้งของเจ้านาย ขุนนาง และ
สามัญชน
-ไตรภูมิพระร่วงหรือเตภูมิกถา: วรรณกรรมปรัชญาและศาสนามีอิทธิพลอย่างมาก
ต่อวิถีชีวิตในเรื่องของจริยธรรม หน้าที่ บุญบารมี สวรรค์นรกภูมิ จักรพรรดิราช และโลกยุคพระศรีอาริย์
-สุภาษิตพระร่วง: จุดมุ่งหมายเพื่อสั่งสอนจริยธรรมและคติธรรมแก่ประชาชน
-ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์: เนื้อหาเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมการปฏิบัติตนของนางในราชสำนัก นิทานโอวาท และพิธีพราหมณ์
Full transcript