Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

ทุนนิยม

No description
by

Sireetorn Boonyamarn

on 20 February 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ทุนนิยม

วิวัฒนาการทุนนิยมไทย
1. กำเนิดของทุนในสมัยศักดินา (ปลายอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น)
2. ทุนนิยมภายหลังสนธิสัญญาเบาว์ริงถึงสงครามโลกครั้งที่ 1
(พ.ศ. 2398-2457)
3. ทุนนิยมตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 ถึงการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย
(พ.ศ. 2457-2475)
4. คณะราษฎรกับการสร้างทุนนิยมโดยรัฐในแนวทางเศรษฐกิจแบบชาตินิยม
(พ.ศ.2475-2490)
5. ทุนนิยมขุนนางกับเศรษฐกิจภายใต้การเมืองแบบอำนาจนิยม
(พ.ศ.2490-2500)
6. การพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้แผนพัฒนา (พ.ศ. 2500-2516)
ทุนนิยมกับประชาธิปไตย
ทุนนิยมคืออะไร
ระบบทุนนิยม คือ ระบบเศรษฐกิจที่เป็นเสรีในทาง
การค้าและในทางประกอบวิสาหกิจ ไม่มีรัฐบาลหรือผู้ใดอื่น
เข้ามากีดขวาง หรือคอยบังคับให้ทำ นอกจากนี้แล้ว ระบบทุนนิยม ยังถือว่า ผลกำไรอันเกิดจากวิสาหกิจนั้น
บุคคลผู้เป็นเจ้าของยังมีสิทธิ์ที่จะใช้ทำอะไรก็ได้ทั้งสิ้น ในทางเศรษฐกิจนั้นรัฐหรือรัฐบาลจะต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องน้อยที่สุด หน้าที่ของรัฐเพียงรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง
คุณคิดว่าทุนนิยมมีความสำคัญต่อ
การพัฒนาของประเทศไทยอย่างไร?
ทุนนิยมระดับโลก (Elobal capitalism)
คำว่าทุนนิยมระดับโลก (Elobal capitalism) กลายเป็นคำพูดที่ใช้กันมากมาย และยังมีข้อมูลสนับสนุนบ่งชี้ว่า ทุนนิยมในปัจจุบันถูกจัดการในระดับโลก เงินมากมายมหาศาลเคลื่อนย้ายข้ามโลกในแต่ละวันเป็นปกติทั่วไป หลายบริษัทไม่ได้ผลิตในประเทศหนึ่งเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นต่อไป แต่หากดำเนินการผลิตแบบกระจายไปยังหลากหลายประเทศที่อยู่ห่างไกลกันทั่วโลก ตลาดสำหรับสินค้าและบริการ รวมทั้งทุนและแรงาน กลายเป็นตลาดระดับโลกในแง่มุม ความเป็นจริงของทุนนิยมระดับโลกส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา
ทุนนิยม
(CAPITALISM)

อะไรคือจุดแข็งของระบบทุนนิยม
ทำให้คนจนมีโอกาสที่จะเป็นคนร่ำรวยได้ ในระบบศักดินานั้น ไพร่ไม่มีโอกาสจะได้เป็นเศรษฐี และในระบบวาณิชนิยม ผู้ที่ร่ำรวยได้ก็มีแต่พ่อค้าเท่านั้น
ระบบนี้เป็นระบบที่มีประโยชน์ตอบแทนเป็นเครื่องล่อใจคนให้ทำงาน เพราะเหตุนี้ ระบบนี้จึงทำให้เกิดการทำงานที่ดีที่สุด
ระบบนี้มีผลทำให้มีการผลิตสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการหรือพูดอีก
อย่างหนึ่งได้ว่า เป็นระบบที่หันหน้าหาผู้บริโภคความจริงข้อนี้ทำให้
กล่าวได้อีกว่า ระบบนี้มุ่งการผลิตเป็นสำคัญ
ความเชื่อที่ว่าระบบทุนนิยมจะทำให้เกิดประชาธิปไตยทางการเมืองไป
ด้วยนั้นเป็นความจริงเฉพาะในประเทศที่เป็นทุนนิยมศูนย์กลาง เช่น สหรัฐอเมริกา แต่ไม่เป็นความจริงสำหรับประเทศที่นำระบอบทุนนิยม
เข้าไปพัฒนาทีหลัง เพราะเศรษฐกิจแบบทุนนิยมต้องการสะสมทุน ดังนั้นจึงต้องการค่าจ้างต่ำ และอัตราการออมสูง
ซึ่งรัฐบาลประเทศที่ใช้ระบอบเผด็จการน่าจะทำได้ดีกว่า เช่น ประเทศในแถบเอเชีย รัฐบาลส่วนใหญ่จะเข้าข้างนักธุรกิจและช่วยพวกเขาสะสมทุน
จุดเริ่มต้นของระบบทุนนิยมโลก
ระบบทุนนิยมโลก เกิดจาก "ลัทธิทุนนิยม" เติบโตและขยายตัวแพร่กระจายไปทั่วทั้งโลก จนกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบ
เศรษฐกิจโลกในทุกวันนี้ว่ากันว่าเกิดขึ้นมาจาก
องค์ประกอบสำคัญ 3 ประการใหญ่ ๆ นั่นก็คือ
1. การถูกรองรับด้วยระบบศูยน์รวมอำนาจ
2. การครอบครองแหล่งวัตถุดิบและพื้นที่การตลาด
3. ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคในโลยี
ระบบทุนนิยมโลก
ที่ส่งผลต่อด้านต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น
การผลิตระดับโลก
การทำงานทางไกลระดับโลก
การท่องเที่ยวระดับโลก
มายาคติว่าด้วยทุนนิยมระดับโลก
มายาคติแรก คือ ทุนนิยมระดับโลกเพิ่งเกิดขึ้น
มายาคติที่สอง คือ เงินทุนไหลเวียนระดับโลก
มายาคติที่สาม คือ ทุนนิยมในตอนนี้จัดการในระดับโลก
มากกว่าในระดับชาติ
มายาคติที่สี่ คือ ทุนนิยมระดับโลกบูรณาโลกเข้าด้วยกัน
ข้อบกพร่องของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมโลก
1. ความไม่เสมอภาค, ไม่เป็นธรรม
2. ความไม่เป็นประชาธิปไตยและความไม่โปร่งใส
3. ความไม่มั่นคงไร้เสถียรภาพของชีวิต/ระบบเศรษฐกิจ
4. ความไม่ยั่งยืน
ทุนนิยมเป็นระบบที่เปิดให้มีการแข่งขันกันทุกวิถีทางบริษัทห้างร้านใด
ที่ไม่สามารถจะทำสมรรถภาพของตนให้อยู่ระดับเดียวกับคู่แข่งได้ ก็จะต้องเลิกล้มไปและด้วยเหตุที่ระบบนี้มีตลาดแรงงานอันเป็นเสรี นายจ้างคนใดคนหนึ่งจึงต้องแข่งขันกับนายจ้างคนอื่นๆ ที่จะให้ผลตอบแทนการทำงานตลอดจนสวัสดิการต่างๆที่จะถูกใจ
คนงานมากกว่าของนายจ้างคนอื่น เช่นเดียวกัน
คนงานนั้นเองก็จะมีกำลังใจที่จะทำงานให้ได้ผลดีที่สุด
จุดอ่อนของระบบทุนนิยมคืออะไร
จุดอ่อนที่สุดจุดหนึ่งของระบบทุนนิยม ก็คือภายใต้ระบบนี้คนรวย
มักจะมีทางที่จะรวยยิ่งขึ้นไปได้มากทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวย กับ คนจน
นั้นยิ่งกว้างขึ้นไปอีก
ในหลายๆกรณี ราคาหรือกลไกตลาดยังไม่ใช่เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
สำหรับการจัดสรรทรัพยากรของระบบเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่นสินค้าและบริการที่มี
ลักษณะของการผูกขาดโดยธรรมชาติหรือสินค้าและบริการสาธารณะ ซึ่งได้แก่ บริการด้านสาธารณูปโภคจะเห็นได้ว่าสินค้าและบริการดังกล่าวส่วนใหญ่จะต้อง
ใช้เงินลงทุนมาก ส่งผลให้รัฐบาลต้องเข้ามาดำเนินการแทนอันเนื่องจากสินค้า
และบริการเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ประชาชนต้องการ จะเห็นได้ว่า
กรณีดังกล่าวราคาไม่สามารถเข้ามาทำหน้าที่ในการจัดสรรทรัพยากรได้
จุดอ่อนของระบบทุนนิยมคืออะไร(ต่อ)
การใช้ระบบการแข่งขันหรือกลไกราคาอาจทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจอย่าง สิ้นเปลือง เช่นในบางช่วงที่มีการแข่งขันกันสร้าง
ศูนย์การค้าเพราะคิดว่าเป็นกิจการที่ให้ผลตอบแทนหรือกำไรดี ศูนย์การค้าเหล่านี้เมื่อสร้างขึ้นมามากเกินไปก็อาจไม่มีผู้ซื้อมากพอ ทำให้ประสบกับการขาดทุน
หลุมดำของระบบทุนนิยม และระบบเศรษฐกิจพอเพียง
ในตอนนี้มีการตั้งข้อสังเกตจากต่างชาติเป็นนัยๆว่าระบบเศรษฐกิจของไทย
ไม่ได้ตอบสนองระบบทุนนิยมแบบการค้าเสรีอย่างจริงจังและในขณะเดียวกัน
ก็ถูกมองว่าการใช้ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงนั้น อาจจะไม่สอดคล้องกับ
ทิศทางของโลกการค้าแบบระบบเสรี ซึ่งเท่ากับว่าไทยกำลังชะลอตัวในการเปิดรับ
การลงทุนจากต่างประเทศ
พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทีมีต่อแนวคิดของ
ระบบเศรษฐกิจพอเพียงนั้นความจริงแล้วต้องถือว่าเป็นการดำเนินกิจการ
ระบบเศรษฐกิจหรือธุรกิจแบบทุนนิยมอย่างมีประสิทธิภาพเพราะถือว่าเป็น
การดำเนินธุรกิจที่เข้าใจต่อการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการใช้กำลังของทุนที่มีอยู่ตามสภาพความจริงโดยทุนที่เรามีนั้นมี
กำลังพอที่จะตอบรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้
หลุมดำของระบบทุนนิยม และระบบเศรษฐกิจพอเพียง(ต่อ)
ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ที่ยังคงถือแบบระบบทุนนิยม ตามกำลังของเรา โดยไม่ต้องทิ้งคุณค่าทางวัฒนธรรม ทางสังคมของเราเพื่อการบริโภคอย่างเดียวถือเป็นระบบและ
ปรัชญาที่ตอบรับหลุมดำของระบบทุนนิยมได้ดีที่สุด
อะไรคือจุดแข็งของระบบทุนนิยม(ต่อ)
1. กำเนิดของทุนในสมัยศักดินา (ปลายอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น)
• ระบบเจ้าภาษีนายอากรเกิดขึ้นเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ มีการเก็บภาษีเป็นตัวเงินเพิ่มขึ้น แต่การเก็บภาษีเป็นตัวเงินมีความยุ่งยาก จึงต้องการผลักภาระการเก็บให้กับผู้อื่นระบบเจ้าภาษีนายอากรและกลุ่มทุน
เจ้าภาษีนายอากร กลายเป็นระบบที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทย
• ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีทูตเข้ามาเจรจากับไทยหลายครั้งอีกทั้ง
สนธิสัญญาเบอร์นีในปี พ.ศ. 2369 ก็ให้ยกเลิกการค้าผูกขาดโดย
พระคลังสินค้าด้วย นอกจากนี้พัฒนาการทางการคมนาคม เช่น การเดินเรือแบบใหม่ยังช่วยทำให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้
เรือทำการขนส่งสะดวกมากขึ้น
2. ทุนนิยมภายหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง
ถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2398-2457)
• ทุนนิยมที่เกิดขึ้นระยะนี้เป็นทุนนิยมการค้ามีลักษณะเป็นทุนนิยมแบบ
อาณานิคมเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรเพื่อตอบสนองความต้องการของ
ประเทศมหาอำนาจหรือทุนนิยมศูนย์กลาง
• วัตถุประสงค์ในการผลิตของสังคมเพื่อตอบสนองตลาดและความต้องการ
ของตลาดภายนอกไม่ใช่ตลาดภายใน
3. ทุนนิยมตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 ถึงการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย
(พ.ศ. 2457-2475)
• ในยุคนี้ระบบเศรษฐกิจและทุนนิยมทุนนิยมขยายกว้างขวางขึ้นในสังคมไทย
• ในยุคนี้มีลักษณะที่เหมือนกับยุคปัจจุบัน คือเกิดการขยายตัวทางการผลิต
อย่างรวดเร็ว
• การขยายตัวนี้เป็นอิทธิจากตลาดภายนอกทั้งสิ้นและการขยายตัวที่เพิ่มขึ้น
เรื่อยๆ แต่ก็ซ่อนภาวะวิกฤตและสังคมไทยก็ต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์
ครั้งใหญ่ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ทั่วโลก
4. คณะราษฎรกับการสร้างทุนนิยมโดยรัฐใน
แนวทางเศรษฐกิจแบบชาตินิยม(พ.ศ.2475-2490)

• ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้ประกาศหลัก 6ประการ
ในการเข้าบริหารประเทศในหลัก6ประการนั้นได้กล่าวถึงด้านเศรษฐกิจ
ไว้ว่า “จะรักษาความเป็นเอกราชทางเศรษฐกิจจะบำรุงความสุขสมบูรณ์
ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก”

5. ทุนนิยมขุนนางกับเศรษฐกิจภายใต้
การเมืองแบบอำนาจนิยม(พ.ศ.2490-2500)
• ในยุคนี้ปกครองโดยคณะรัฐประหาร แต่ไม่สามารถกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ
แบบชาตินิยมได้
• ในยุคนี้ “อำนาจนิยม” ของผู้นำทางการเมืองถูกใช้เพื่อผลประโยชน์
ของกลุ่มมากกว่าเพื่อชาติ
• การพัฒนาทุนนิยมในยุคนี้ผูกพันกับการเมืองภายในอย่างมาก ทุนนิยมภายในพัฒนาไปท่ามกลางความขัดแย้งของกลุ่มการเมือง
6. การพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้แผนพัฒนา (พ.ศ. 2500-2516)
• คำขวัญ “งานคือเงินเงินคืองานบันดาลสุข”กลายเป็นเป้าหมาย
สำคัญของการพัฒนาในยุคสมัยนี้ ซึ่งมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา
• ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เข้ามามีบทบาททั้งในการจัดตั้งรัฐบาล และกำหนดแผนพัฒนาประเทศของไทย
• สหรัฐอเมริกาเข้าไปมีบทบาทและใช้ต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเอเชีย อำนาจนิยมเมื่อใช้กับการพัฒนาทุนนิยม ลักษณะของการพัฒนา
จะเป็นลักษณะไม่อิสระทุนจะต้องพึ่งพิงกับรัฐเป็นทุนนิยมแบบบังคับ
หรือที่เรียกว่าแบบสั่งการ
• หลังการทำสนธิสัญญาเบอร์นี ในปี พ.ศ. 2369 สัญญานี้ระบุ
ให้ยกเลิกการผูกขาดโดยพระคลังสินค้า รัฐจึงหันมาหารายได้
จากการเก็บภาษีภายในทดแทนระบบนี้จึงกลายเป็นระบบที่เฟื่องฟู
อย่างมาก พร้อมกับการเพิ่มบทบาทมากขึ้นของเจ้าภาษีนายอากร
• ระบบเจ้าภาษีนายอากรเป็นระบบชั่วคราวที่รัฐศักดินานำมาใช้เพื่อ
แก้ปัญหาการคลังของรัฐโดยได้นำระบบนี้แทรกเข้าไปกับระบบความสัมพันธ์ในการหารายได้ของรัฐแบบเดิม
• ผลของสนธิสัญญาเบาว์ริงและการผลักดันการเปลี่ยนแปลงของ
ประเทศมหาอำนาจกับสังคมไทย
1) ยอมรับระบบการค้าเสรี
2) เกิดการเปลี่ยนแปลงการผลิตขึ้นในสังคมไทย อุตสาหกรรมพื้นบ้านสลายตัว
3) เกิดการปฏิรูปรัฐใหม่ และมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โดยมีความเจริญแบบตะวันตกเป็นเป้าหมายสำคัญของการปฏิรูป
4) เกิดชนชั้นในสังคมไทย
5) เกิดเมืองแบบใหม่ ซึ่งอำนวยความสะดวกในการลงทุน ทุนนิยมที่เกิดขึ้นเป็นทุนการค้า ทุนนี้ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางระหว่างสังคมไทยกับทุนนิยมโลก
สภาพและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจในยุคนี้ มีดังนี้
1. เกิดการขยายตัวทางการผลิตสินค้าส่งออกและสินค้าเข้า
อย่างต่อเนื่อง
2. ญี่ปุ่นเป็นมหาอำนาจใหม่ที่เข้ามามีบทบาทในเศรษฐกิจของไทย
3. เกิดทุนในชนบทนายทุนกลุ่มนี้เป็นพ่อค้าคนกลางและเป็นนายทุน
เงินกู้ คนกลุ่มนี้ทำให้ชนบทไทยถูกเชื่อมเข้ากับทุนนิยมโลก
4. วิกฤติการณ์การค้าในระยะหลังสงครามโลกครั้งที่1
• คณะราษฎรไม่ว่าจะเป็น ปรีดี พนมยงค์ หรือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม มองเห็นเหมือนกันว่า รัฐจะต้องมีบทบาทในการจัดการกับเศรษฐกิจ การเปิดประเทศและพัฒนาทุนโดยเอกชนต่างชาติที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น ประชาชนอดอยากยากจน ไม่มีงานทำ ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในระบบเศรษฐกิจเปิดคือ ชาวต่างชาติ
• กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองไม่ได้ปฏิเสธทุนนิยมโดย
รัฐในเรื่องของการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ ขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธ
ทุกเอกชนด้วยซึ่งทุนเอกชนเติบโตโดยอาศัยการอุปถัมภ์ของ
กลุ่มการเมือง
• นายทุนเอกชนในยุคนี้ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานการผลิตที่พัฒนา
ก้าวหน้าขึ้น และไม่ได้มีบทบาทในการพัฒนาทางการผลิต
• หลักแนวคิดของการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติคือการ
เปิดประเทศเพื่อรองรับการเข้ามาลงทุนของต่างประเทศ ลดบทบาท
ของรัฐในการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่งเสริมบทบาทของเอกชน
ให้ลงทุนของเอกชนให้ลงทุนที่รัฐจะให้กับเอกชนผู้ลงทุน
• ในระยะแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติจะส่งเสริม
สินค้าเกษตรและรายได้จากสินค้าภาคเกษตรจะถูกนำมาใช้
เพื่อสร้างโครงสร้าง พื้นฐาน เพื่อใช้ในการลงทุนอุตสาหกรรม
* ทุนนิยม
- เน้นความมั่งคั่ง
- หน่วยวัดในระบบทุนนิยมคือ เงิน
* ประชาธิปไตย
- รับใช้ประโยชน์ส่วนตัว
- เน้นอำนาจทางการเมือง
- หน่วยวัดในประชาธิปไตยคือสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง
- รับใช้ประโยชน์ส่วนรวม
ความแตกต่างระหว่างระบบทุนนิยม
และระบอบประชาธิปไตย
วิพากษ์ทุนนิยมกระแสหลัก
การพัฒนากระแสหลัก :การพัฒนากระแสหลักจะเน้นการสร้าง
ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยการเพิ่มผลิตภัณฑมวลรวม
ประชาชาติ (GNP)การสร้างความเจริญเฉพาะในเขตเมือง
และเมืองหลวง ส่งเสริมการลงทุนจากตางประเทศ หน่วยงานของรัฐมีบทบาทสําคัญในการวางแผนการพัฒนา และมีการยอมรับความช่วยเหลือจากตางประเทศทั้งในรูปของ
การให้เปล่า และการมีเงื่อนไขผูกพัน
ระบบทุนนิยม
ระบบทุนนิยมคือระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง
แห่งการสะสมทุน ปัจเจกบุคคลมีความสำคัญ คนมีเสรีภาพในการเลือก
และการตัดสินใจความสัมพันธ์ทางการผลิตหลักในระบบทุนนิยมคือความสัมพันธ์แบบขายแรงงานแลกเงิน (wage-labor relationship) นายทุนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตขณะที่แรงงานขายพลังแรงงาน
ของตัวเอง ในอัตราค่าจ้างคงที่ ในกระบวนการผลิตสินค้า มีมูลค่าส่วนเกินเกิดขึ้น และตกเป็นของนายทุน นายทุนใช้มูลค่าส่วนเกินในการสะสมทุนต่อเพื่อการผลิตรอบต่อไป
วิพากษ์ทุนนิยมกระแสหลัก
แนวคิดระบบทุนนิยมตามแนวคิดกระแสหลัก มีความเชื่อใน ระบบตลาด มีเงื่อนไขที่สำคัญคือ ระบบตลาดมีการแข่งขันเสรีมีผู้เล่นทั่วไปคือ
ผู้ประกอบการรายย่อย และลูกจ้าง ไม่ใช่นายทุนของบริษัทยักษ์ใหญ่ นอกจากนี้ระบบตลาดเสรีสามารถสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการ จัดสรรทรัพยากรและผลลัพธ์สูงสุดเกิดจากการตัดสินใจของผู้เล่น
หลายคนที่คิดแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก หรือ "มือที่มองไม่เห็น"
แนวคิดกระแสหลักดังกล่าวทำให้เชื่อว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศ ( GDP) วัด "สุขภาพสังคมได้" ประโยชน์จากทุนนิยมเสรีจะไหลลงสู่คนทุกระดับชั้น
โดยที่รัฐไม่ต้องแทรกแซงตลาด และทุกภาคส่วนควรมุ่งเน้นการสร้างประสิทธิภาพสูงสุดอย่างเดียว เนื่องจากระบบตลาดเป็นระบบที่ดีที่สุด ในการสร้างประสิทธิภาพ รัฐจึงควรปล่อยให้ระบบตลาด ทำงานด้วยตัวกลไกของตลาด
วิพากษ์ทุนนิยมกระแสหลัก(ต่อ)
วิพากษ์ทุนนิยมกระแสหลัก(ต่อ)
ความเชื่อตามแนวคิดดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นเพียง "มายาคติ" ที่ไม่เป็นจริง เพราะข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คือ เงินซื้อความสุขไม่ได้ ซื้อความ ปลอดภัยไม่ได้ GDP วัดความสุขของประชาชนไม่ได้ ความมั่งคั่งของ คนจำนวนมาก มาจากมรดกหรือการเก็งกำไร ไม่ใช่การทำงานหนัก ประสิทธิภาพอย่างเดียวไม่อาจทำให้เกิด
ความยุติธรรมในสังคม มายาคติของทุนนิยมกระแสหลัก ทำให้เห็นถึงความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนสะท้อนได้จากปัญหาความ
เหลื่อมล้ำของรายได้ที่ไม่เท่ากันของโลกและปัญหาโลกร้อนที่
สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
สมาชิกในกลุ่ม
1. นางสาวนวรัตน์ ไชยสวัสดิ์ 5505610344

2. นางสาวประภาสพร แสงชีวิน 5505680354

3. นางสาวสิรีธร บุณยะมาน 5505680388

4. นางสาวศุภนิดา อิศราพรไพฑูรย์ 5505680404
คุณเห็นด้วยกับระบบทุนนิยมหรือไม่? อย่างไร?
Full transcript