Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

รูปแบบและเทคนิคการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

No description
by

Autsadawut Tahwilo

on 7 December 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of รูปแบบและเทคนิคการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

รูปแบบและเทคนิคการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

1.วัดให้ตรงกับวัตถุประสงค์ ตรงกับคุณลักษณะที่เราต้องการจะวัดแล้ว
2. ใช้เครื่องมือดีมีคุณภาพ
3. มีความยุติธรรม
4. แปลผลได้ถูกต้อง
5. ใช้ผลการวัดให้คุ้มค่า

หลักการและกระบวนการในการวัดผลและประเมินผลการศึกษา

1. กำหนดความมุ่งหมายหรือวางแผนงานไว้ให้แน่ชัดว่าจะวัดจะสอบเรื่องอะไร ใช้วิธีการอย่างไร เครื่องมือเครื่องใช้ และบุคลากรพร้อมที่จะปฏิบัติการได้เพียงใด
2. ต้องทำการวัดต่อเนื่องกันไปอย่างสม่ำเสมอ วัดทุกครั้งที่มีการสอนวัดซ้ำหลายๆครั้งด้วยวิธีการต่าง ๆ กัน มีเนื้อหาเพียงพอกับความต้องการ และเป็นตัวแทนที่เชื่อถือได้
3. การวัดผลนั้นจะต้องเป็นเครื่องช่วย ให้การปฏิบัติงานดำเนินไปได้ด้วยดี มิใช่ใช้การวัดผลเป็นการสรุปผลการเรียนการสอน และมิใช่วัดว่านักเรียนได้ลืมสิ่งที่เรียนไปแล้วมากน้อยเพียงใด


หลักการดำเนินงานในการวัดผลและประเมินผลการศึกษา
4. ต้องมีแนว หรือมีเกณฑ์เป็นสากล ผู้ให้การทดสอบและผู้เข้ารับการทดสอบ มีความเข้าใจตรงกันถึงสิ่งที่จะทำการทดสอบ โดยแจ้งรายการหรือรายละเอียดให้ผู้คุมสอบและผู้เข้าสอบทราบล่วงหน้า เช่น วิธีทดสอบ ขอบเขต เกณฑ์การพิจารณาตัดสิน
5. ต้องคำนึงถึงบุคคลผู้เข้ารับการทดสอบและผลให้การทดสอบ สถานที่สอบ เวลา แรงงานค่าใช้จ่าย มาตรฐานข้อสอบ ตลอดจนการพิจารณาว่าการสอบนี้จัดขึ้นเพื่ออะไร เช่น เพื่อแบ่งหมู่จัดประเภท การวินิจฉัยเด็กเป็นรายบุคคล สำรวจพื้นฐานความรู้เดิม ค้นหาสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบผลแน่ชัดมาก่อน เปรียบเทียบและพยากรณ์ความสามารถ เก็บคะแนน เลื่อนชั้น รับทุน รับรางวัล ประเมินค่า รายงานผลต่อผู้ปกครอง แก้ไขข้อบกพร่องการเรียนการสอน ฯลฯ การทดสอบเหล่านี้จัดไว้สำหรับใคร เด็กชั้นไหน วัยไหน จัดสอบเป็นรายบุคคล หรือเป็นหมู่ มาตรฐานความรู้เดิมเป็นอย่างไร ใช้วัดในด้านความรู้ ทักษะ ทัศนคติ บุคลิกภาพ หรือวิธีทำงาน
6. ต้องคำนึงถึงความสั้นยาวของข้อสอบ ความยากง่ายของภาษาที่ใช้ กระดาษ คำตอบ แบบเฉลย การให้คะแนน การจัดบันทึกผลการทดสอบไว้เป็นหลักฐาน ทั้งข้อดีและข้อแก้ไขมาตรฐานการวัด และการเปรียบเทียบ ได้ระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษร สามารถอ้างอิงได้ตรวจค้นได้ง่ายและสะดวก

หลักการดำเนินงานในการวัดผลและประเมินผลการศึกษา
องค์ประกอบ 2 ประการ คือ
เนื้อหาวิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
พฤติกรรมที่ต้องการให้เกิดขึ้นในแต่ละเนื้อหา

การสร้างตารางวิเคราะห์หลักสูตร
ขั้นที่ 1 ตั้งกรรมการดำเนินงานวิเคราะห์หลักสูตร อาจได้มาจากคณะบุคคลที่สอนวิชาเดียวกันหรือกลุ่มวิชาเดียวกัน หากเป็นไปได้คณะกรรมการควรจะมีประมาณ 5-8 คน ซึ่งจำเป็นจะต้องประกอบด้วย นักวัดผล 1คน ผู้รู้เรื่องในการวิเคราะห์หลักสูตร 1 คน ส่วนสมาชิกที่เหลือคือครูอาจารย์ที่สอนวิชานั้น ๆ
ขั้นที่ 2 คณะกรรมการนำเนื้อหาของหลักสูตรที่จะวิเคราะห์ มาแบ่งหมวดหมู่ ตามหัวข้อย่อย ๆแล้วเรียงลำดับเนื้อหาที่ควรมาก่อนหลัง ปกติมักเรียงไปตามบทที่ปรากฏในคู่มือการสอน แต่ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมอาจนำมาเรียงลำดับใหม่ได้


ขั้นตอนการสร้างตารางวิเคราะห์
หลักสูตร
ขั้นที่ 3 วิเคราะห์พฤติกรรมที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องการให้เกิด ซึ่งในแต่ละวิชาอาจแตกต่างกันไปตามธรรมชาติของแต่ละรายวิชา พฤติกรรมดังกล่าวนี้อาจวิเคราะห์ มาจากจุดมุ่งหมายทั่วไปที่ระบุไว้ในหลักสูตร หรือจุดมุ่งหมายเฉพาะที่กลุ่มโรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำขึ้น ภายหลังจากที่ได้ทำการพิจารณาจุดมุ่งหมายทุกข้อแล้ว จึงรวบรวมคุณลักษณะหรือพฤติกรรมที่ต้องการให้เกิดทั้งหมด เพื่อไว้ใช้ในการสร้างตารางวิเคราะห์หลักสูตรต่อไป
ขั้นที่ 4 สร้างตารางวิเคราะห์หลักสูตร โดยให้แนวตั้งเป็นพฤติกรรมต่างๆ ส่วนแถวนอนเป็นเนื้อหาวิชาที่รวมกลุ่มไว้เป็นบท ๆ หรือเป็นหมู่ ๆ ผู้ดำเนินการวิเคราะห์หลักสูตร ต้องจัดทำหลายๆ แผ่นเพื่อแจกให้คณะกรรมการต่อไป


ขั้นตอนการสร้างตารางวิเคราะห์
หลักสูตร
ขั้นที่ 5 กำหนดน้ำหนักในเนื้อหาและพฤติกรรมแต่ละช่อง ปกติ มักกำหนดให้แต่ละช่องมีน้ำหนัก
10 คะแนน แล้วให้กรรมการแต่ละคนพิจารณาให้ค่าน้ำหนัก ว่าเนื้อหาและพฤติกรรมนั้น ๆ สำคัญ มากน้อยเพียงใดจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ทั้งนี้กรรมการแต่ละคนจะต้องกรอกคะแนนลงไปในตารางที่เตรียมไว้ให้ จนครบทุกช่อง
ในการพิจารณาน้ำหนักคะแนนอาจกำหนดค่าน้ำหนัก ดังต่อไปนี้
9-10 คะแนน เมื่อเนื้อหาและพฤติกรรมนั้นสำคัญมาก
7-8 คะแนน เมื่อเนื้อหาและพฤติกรรมนั้นสำคัญค่อนข้างมาก
4-6 คะแนน เมื่อเนื้อหาและพฤติกรรมนั้นสำคัญปานกลาง
2-3 คะแนน เมื่อเนื้อหาและพฤติกรรมนั้นสำคัญน้อย
0-1 คะแนน เมื่อเนื้อหาและพฤติกรรมนั้นสำคัญน้อยมากหรือไม่สำคัญเลย


ขั้นตอนการสร้างตารางวิเคราะห์
หลักสูตร
ขั้นที่ 6 นำตารางวิเคราะห์หลักสูตรของกรรมการแต่ละคนมารวมกัน แล้วสร้างเป็นตารางมาตรฐาน 100 หน่วย นั่นคือ ในตารางวิเคราะห์ของแต่ละบุคคลจะมีคะแนนน้ำหนักของพฤติกรรมกำหนดไว้ไม่เท่ากัน เช่น มีสมาชิก 6 คน ก็จะต้องมีคะแนนในแต่ละช่องรวม 6 ค่า ก็รวมคะแนนของทั้ง 6 คนนั้น ใส่ตารางรวมแล้วนำตัวเลขรวมทั้ง 6 คน มาเทียบบัญญัติไตรยางค์ โดยให้ในช่องรวมสุดท้ายนั้นมีค่าเป็น 100 หน่วย การคิดน้ำหนักอาจไม่ลงตัวพอดี คณะกรรมการทั้งหมด จะต้องช่วยกันปรับค่าในแต่ละช่องให้พอดีกับที่เมื่อรวมตัวเลข ในช่องพฤติกรรมหรือเนื้อหาแล้วจะต้องครบลงตัว 100 หน่วย พอดี ดังตัวอย่าง



ขั้นตอนการสร้างตารางวิเคราะห์
หลักสูตร
รูปแบบและเทคนิคการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ประเภทของจุดมุ่งหมายทางการศึกษา
จุดมุ่งหมายทั่วไป (General Objectives) เป็นการกำหนดความต้องการที่จะให้ ผู้เรียนได้รับผลจากการศึกษาไว้กว้าง ๆ โดยไม่ระบุพฤติกรรมไว้ชัดเจน จุดมุ่งหมายระดับนี้จึงวัดได้ยาก สังเกตได้ยาก เช่น หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 ได้กำหนดจุดมุ่งหมายประการหนึ่งว่า(กรมวิชาการ 2534 : 10)
“เพื่อให้รู้จักดำรงชีวิตบนพื้นฐานแห่งคุณธรรม ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีความซื่อสัตย์สุจริต และ
ยุติธรรมมีระเบียบวินัย มีน้ำใจเป็นนักกีฬา มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ท้องถิ่นและประเทศชาติ”


จุดมุ่งหมายเฉพาะ (Specific Objectives) เป็นจุดมุ่งหมายที่ผู้จัดทำหลักสูตรได้นำมาใช้เฉพาะในแต่ละกลุ่มวิชา หรือรายวิชา เช่น
จุดมุ่งหมายของกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น2521 กำหนดไว้ดังนี้
1. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะในการคำนวณเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน
2. เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาวิชาอื่น ๆ ที่อาศัยวิชาคณิตศาสตร์
3. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะในการคำนวณและรู้จักวิเคราะห์เพื่อเป็นพื้นฐาน
ในการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ในระดับสูงขึ้น
4. เพื่อให้นักเรียนเข้าใจในลักษณะและประโยชน์ของวิชาคณิตศาสตร์อันจะนำไปสู่
ความสนใจในการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ต่อไป
5. เพื่อฝึกให้นักเรียนรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล และสามารถใช้เหตุผลในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นระเบียบ ชัดเจนและรัดกุม


จุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม(Behavioral Objectives)
เป็นจุดมุ่งหมายการเรียนการสอนในแต่ละรายวิชา ที่เขียนขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยเน้นถึงพฤติกรรมและเนื้อหาย่อยๆ เป็นการเฉพาะ ในลักษณะของการบ่งบอกถึงพฤติกรรมของนักเรียนที่ควรจะเกิดขึ้น และสามารถสังเกตหรือวัดได้ เมื่อเขาได้เรียนรู้เนื้อหานั้นแล้ว ซึ่งจะเขียนเป็นวัตถุประสงค์ย่อย ๆ ในแต่ละเนื้อหา เช่น จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมของรายวิชา พลานามัย “ห่วงข้ามตาข่าย”
1. สามารถรับและส่งห่วงแบบต่าง ๆ ได้
2. สามารถเล่นห่วงประเภทเดี่ยวได้
3. สามารถอธิบายข้อบังคับและกติกาการเล่นห่วงได้
ฯลฯ

การจำแนกจุดมุ่งหมายทางการศึกษา
แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ
ขอบเขตด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain)
ด้านความรู้สึก (Affective Domain)
ด้านทักษะกลไก (Psychomotor Domain)

Full transcript