Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

ห้องเรียนกลับด้าน (The Flipped Classroom)

No description
by

Jureerat Thomthong

on 3 December 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ห้องเรียนกลับด้าน (The Flipped Classroom)

ความหมายของห้องเรียนกลับด้าน
ห้องเรียนกลับด้าน
(The Flipped Classroom)

ความเป็นมา
แนวคิดหลักของห้องเรียนกลับด้าน
ประเภทของห้องเรียนกลับด้าน
ส่วนประกอบของห้องเรียนกลับด้าน
ห้องเรียนกลับด้าน The Flipped Classroom คือ วิธีการเรียนแนวใหม่ที่ฉีกตำราการสอนแบบเดิมๆ Flipped Classroom เป็นการเรียนแบบ "กลับหัวกลับหาง" หรือ "พลิกกลับ" โดยเปลี่ยนรูปแบบวิธีการสอนจากแบบเดิมที่เริ่มจากครูผู้สอนในห้องเรียน นักเรียนกลับไปทำการบ้านส่งเปลี่ยนเป็นนักเรียนเป็นผู้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ผ่าน "เทคโนโลยี" ที่ครูจัดหาให้ก่อนเข้าชั้นเรียน และมาทำกิจกรรม โดยมีครูคอยแนะนำในชั้นเรียนแทน โดยสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของ Flipped Classroom นี้ก็คือ การใช้เทคโนโลยี การเรียนการสอนที่ทันสมัย และการให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านกิจกรรม ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะกระตุ้นให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างเต็มที่


ความหมาย
ของห้องเรียน
กลับด้าน
ความเป็นมา

จุดเริ่มต้นของการพัฒนานวัตกรรมประเภทนี้เกิดจากการจัดการเรียนการสอนนักเรียนระดับมัธยมปลายที่โรงเรียน Woodland Park High School เมือง Woodland Park รัฐ Colorado สหรัฐอเมริกา
โดยครูผู้สอนวิทยาศาสตร์สองคนชื่อ Jonathan Bergmann และ Aaron Sams ราวปี ค.ศ. 2007 ที่เขาได้เริ่มทำการบันทึกเทปวิดีโอซึ่งเป็นเนื้อหาสาระการ
สอนเพื่อให้นักเรียนนำไปศึกษาด้วยตนเองที่บ้าน แล้วให้ผู้เรียนนำเอาผลการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองนำกลับ
มาสู่กระบวนการอภิปราย
แนวคิดหลัก
ของห้องเรียนกลับด้าน
คือ "เรียนที่บ้าน-ทำการบ้านที่โรงเรียน" เป็นการนำสิ่งที่เดิมที่เคยทำในชั้นเรียนไปทำที่บ้าน และนำสิ่งที่เคยถูกมอบหมายให้ทำที่บ้านมาทำใน
ชั้นเรียนแทน โดยยึดหลักที่ว่า
เวลาที่นักเรียนต้องการพบครูจริงๆ คือ เวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลือ เขาไม่ได้ต้องการให้ครูอยู่ในชั้นเรียนเพื่อสอนเนื้อหาต่างๆ เพราะเขาสามารถศึกษาเนื้อหานั้นๆ ด้วยตนเอง
ประเภทของห้องเรียน
กลับด้าน
Peer Instruction Flipped Classroom
Problem based Learning Flipped Classroom
Inquiry based Learning Flipped Classroom

จุดร่วมของประเภท Flipped ต่างๆ เหล่านี้ คือ การผสมผสานการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการ
สอนกับวิธีที่ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้โดยมี
นักเรียนเป็นศูนย์กลาง
มีองค์ประกอบสำคัญที่เกิดขึ้น 4 องค์ประกอบที่เป็นวัฏจักร (Cycle) หมุนเวียนกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งองค์ประกอบทั้ง 4 ที่เกิดขึ้นได้แก่
1. การกำหนดยุทธวิธีเพิ่มพูนประสบการณ์ ( Experiential Engagement)
2. การสืบค้นเพื่อให้เกิดมโนทัศน์รวบยอด ( Concept Exploration )
3. การสร้างองค์ความรู้อย่างมีความหมาย ( Meaning Making)
4. การสาธิตและประยุกต์ใช้ ( Demonstration & Application )
ส่วนประกอบ
ของห้องเรียน
กลับด้าน
ห้องเรียนกลับด้านกับการเรียนแบบรอบรู

การเรียนแบบรอบรู้หรือการเรียนให้รู้จริง ( Mastery Learning )”ซึ่งเป็นการเรียนที่ช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียนของเด็ก เพิ่มความร่วมมือระหว่างนักเรียน เพิ่มความมั่นใจในตนเองของผู้เรียนและช่วยให้โอกาส
แก่นักเรียนได้ปรับปรุงแก้ไขตนเองในการเรียนรู้ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ลักษณะสำคัญของการเรียนแบบรู้จริง ( Mastery Learning ) คือ
1.ผู้สอนกำหนดวัตถุประสงค์อย่างละเอียดในการ
เรียนรู้เนื้อหาสาระ มีการจัดกลุ่มวัตถุประสงค์และ
ต้องบ่งบอกสิ่งสำคัญที่ผู้เรียนจะต้องกระทำให้ได้
เพื่อแสดงว่าตนได้เกิดการเรียนรู้จริงในสาระนั้นๆ
2.ผู้สอนมีการวางแผนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนแต่ละ
คนให้สามารถตอบสนองความถนัดที่แตกต่างกันของผู้
เรียน ซึ่งอาจใช้สื่อการเรียนรู้ วิธีสอน หรือเวลาที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเรียนที่กำหนด
3. ผู้สอนแจ้งให้ผู้เรียนเข้าใจในจุดมุ่งหมาย วิธีการเรียน ระเบียบกติกา ข้อตกลงต่างๆในการทำงานให้ชัดเจน
6.หากผู้เรียนไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่
กำหนดไว้ผู้สอนต้องมีการวินิจฉัยปัญหาและ
ความต้องการของผู้เรียน
7.ผู้เรียนดำเนินการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดจนบรรจุครบ
ทุกวัตถุประสงค์
4.ผู้เรียนมีการดำเนินการเรียนรู้ตามแผน
การเรียนที่ผู้สอนจัดให้มีการประเมินการ
เรียนตามวัตถุประสงค์แต่ละข้อ โดยผู้สอนคอยดูแลและให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล
5.หากผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์หนึ่งที่กำหนด
ไว้แล้วจึงจะมีการดำเนินการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ต่อไป
8.ผู้สอนมีการติดตามความก้าวหน้าในการเรียนรู้ตาม
วัตถุประสงค์ของผู้เรียนและเก็บข้อมูลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นรายบุคคลและมีการใช้ข้อมูลในการวางแผน
การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนต่อไป
ข้อดีของห้องเรียนกลับ
ด้าน
ข้อดีของห้องเรียนกลับด้าน
1. เพื่อเปลี่ยนวิธีการสอนของครูจากการบรรยายหน้าชั้นเรียนหรือจากครูสอนไป
เป็นครูฝึกทำกิจกรรมอื่นในชั้นเรียนให้แก่ศิษย์เป็นรายบุคคล
2. เพื่อใช้เทคโนโลยีการเรียนที่เด็กสมัยใหม่ชอบ โดยใช้สื่อ ICT
3. ช่วยเหลือเด็กที่มีงานยุ่ง ดังนั้นจึงต้องเข้าไปช่วยเหลือในการจัดการ
เรียนรู้โดยใช้บทสอนที่สอนด้วยวีดิทัศน์อยู่บนอินเทอร์เน็ต ( Internet )
4. ช่วยเหลือเด็กเรียนอ่อนให้ขวนขวายหาความรู้ในชั้นเรียนปกติเด็กเหล่านี้จะ
ถูกทอดทิ้งแต่ในห้องเรียนกลับด้านเด็กจะได้รับการเอาใจใส่จากครูมากที่สุดโดย
อัตโนมัติ
5.ช่วยเหลือเด็กที่มีความสามารถแตกต่างกันให้ก้าวหน้าในการเรียนตามความ
สามารถของตนเอง
6. ช่วยให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครูเพิ่มขึ้น


ข้อจำกัด
ข้อจำกัดที่สำคัญอย่างหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนห้อง
เรียนกลับด้านคือ ตัวครูผู้สอน ครูผู้สอนส่วนใหญ่กังวลว่าถ้า
ตัวเองไม่ได้พูด ไม่ได้ยืนสอนอยู่หน้าชั้นแล้ว เด็กจะไม่ได้รับความรู้ เด็กจะไม่เรียน หรือเรียนรู้ไม่ได้
และที่สำคัญคือครูไม่เข้าใจหัวใจสำคัญ 2 อย่างของการจัดการ
เรียนการสอนแบบนี้ คือ
1. ไม่เข้าใจหัวใจของการเรียนการสอนที่ว่า เรียนที่บ้าน ทำการบ้านที่โรงเรียน
2. ไม่เข้าใจเรื่องการ “เรียนที่บ้าน ทำการบ้านที่โรงเรียน

ข้อเปรียบเทียบของการเรียนแบบเดิม
กับการเรียนแบบกลับด้าน
รูปแบบของการจัดการเรียนการสอนแบบกลับด้าน ( Flipped Learning) กับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบเดิม ( Traditional Learning)คือการจัดการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับทางนั้นจะมุ่ง
เน้นการสร้างสรรค์องค์ความรู้ด้วยตัวผู้เรียนเองตามทักษะความรู้ความสามารถและสติปัญญาของบุคคลตามอัตราความสามารถทางการ
เรียนแต่ละคน และเป็นลักษณะการเรียนรู้จากแหล่ง
เรียนรู้นอกชั้นเรียนอย่างอิสระซึ่งแตกต่างจากการเรียนแบบเดิมที่ครู
จะเป็นผู้ป้อนความรู้ประสบการณ์ให้ผู้เรียนในลักษณะของครูเป็นศูนย์
กลาง ( Teacher Center )

ข้อจำกัด
ข้อเปรียบเทียบ
ของการเรียนแบบเดิมกับการเรียน
แบบกลับด้าน
ห้องเรียนกลับ
ด้านกับการ
เรียนแบบรอบรู้
สรุปห้องเรียนกลับด้าน
ห้องเรียนกลับด้าน The Flipped Classroom คือ วิธีการเรียนแนวใหม่ที่ฉีกตำราการสอนแบบเดิมๆโดยเป็น
การเรียนแบบ "กลับหัวกลับหาง" หรือ "พลิกกลับ"
การจัดการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านนั้นจะมีองค์
ประกอบสำคัญที่เกิดขึ้น 4 องค์ประกอบได้แก่1.การกำหนดยุทธวิธี
เพิ่มพูนประสบการณ์ 2.การสืบค้นเพื่อให้เกิดมโนทัศน์รวบยอด
3. การสร้างองค์ความรู้อย่างมีความหมาย 4. การสาธิตและประยุกต์ใช้ ข้อดีของห้องเรียนกลับด้านเพื่อเปลี่ยนวิธีการสอนของครูเพื่อใช้เทคโนโลยี
การเรียนที่เด็กสมัยใหม่ชอบ ช่วยเหลือเด็กเรียนอ่อนให้ขวนขวายหา
ความรู้ ช่วยให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครูเพิ่มขึ้น ช่วยให้ครูรู้จัก
นักเรียนดีขึ้น ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกันเอง ข้อจำกัดของการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนกลับด้านคือ ตัวครูผู้สอน
ไม่เข้าใจหัวใจสำคัญ 2 อย่างของการจัดการเรียนการสอนแบบนี้
สรุป
Full transcript