Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

การสื่อสาร และการสื่อสารด้วยอวัจนภาษา ว่าด้วย "มือ" และ "พื้

No description
by

วิ บู

on 25 September 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of การสื่อสาร และการสื่อสารด้วยอวัจนภาษา ว่าด้วย "มือ" และ "พื้

การสื่อสาร และการสื่อสารด้วยอวัจนภาษา ว่าด้วย "มือ" และ "พื้นที่"
- กระบวนการสื่อสาร
- องค์ประกอบของการสื่อสาร
- ประเภทของการสื่อสาร
- ทักษะในการสื่อสาร

Communication skills learned at an early age will provide you with the skills that you need to interact successfully with a wide variety of people and situations, while a lack of communication skills will make it more difficult for you to get what you want out of life.

Here are the four major communication skills and how they impact your ability to communicate effectively.

Communication Skills
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสาร
การสื่อสารภายในบุคคล

"บุคคลผู้นั้นเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับในขณะเดียวกัน" ได้แก่

1) การตระหนักรู้ตนเอง (self-concept หรือ self-awareness) สิ่งอื่นๆที่อาจส่งผลต่อการตระหนักรู้ตนเอง ได้แก่ คุณลักษณะ (attributes) ความสามารถพิเศษ
(talents) บทบาททางสังคม (social role)

2) การรับรู้(perception) ในขณะที่การตระหนักรู้
ตนเองเป็นการมุ่งเน้นเรื่องภายใน การรับรู้เป็นการมุ่งเน้น
เรื่องภายนอกการที่คนเราจะรับรู้โลกภายนอกอย่างไรนั้น
ย่อมมีรากมาจากความเชื่อ ค่านิยม และทัศนคติ

3) ความคาดหวัง (expectation) เป็นการมองไป
ข้างหน้าเกี่ยวกับบทบาทในอนาคต บางครั้งเป็นการคาด
การณ์ความสัมพันธ์ที่เรียนรู้กันภายในครอบครัวหรือสังคม


ประเภทของการสื่อสาร
1. การสื่อสารในตนเอง
(Intrapersonal or Self-Communication)
เริ่มต้นจากผู้ส่งข่าวสาร (Sender) ทำหน้าที่เก็บรวบรวม แนวความคิดหรือข้อมูล จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ

เมื่อต้องการส่งข่าวไปยังผู้รับข่าวสาร ก็จะแปลงแนวความคิด
หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกมาเป็น ตัวอักษร น้ำเสียง สี การเคลื่อนไหว ฯลฯ ซึ่งเรียกว่าข่าวสาร (Message) จะได้รับการใส่รหัส (Encoding) แล้วส่งไปยังผู้รับข่าวสาร (Receivers) ผ่านสื่อกลาง (Media) ในช่องทางการสื่อสาร (Communication Channels)ประเภทต่าง ๆ หรืออาจจะถูกส่งจากผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสารโดยตรงก็ได้

ผู้รับข่าวสาร เมื่อได้รับข่าวสารแล้วจะถอดรหัส (Decoding) ตามความเข้าใจและประสบการณ์ในอดีต หรือสภาพแวดล้อมในขณะนั้น และมีปฏิกิริยาตอบสนอง
กลับไปยังผู้ส่งข่าวสารซึ่งอยู่ในรูปขอความรู้ ความเข้าใจ
การตอบรับ การปฏิเสธหรือการนิ่งเงียบก็เป็นได้

ทั้งนี้ข่าวสารที่ถูกส่งจากผู้ส่งข่าวสารอาจจะไม่ถึงผู้รับข่าวสารทั้งหมดก็เป็นได้หรือข่าวสารอาจถูกบิดเบือนไปเพราะในกระบวน
การสื่อสาร ย่อมมีโอกาสเกิดสิ่งรบกวน หรือตัวแทรกแซง(Noise or Interferes) ได้ ทุกขั้นตอนของการสื่อสาร
กระบวนการสื่อสาร

1. ผู้ส่งข่าวสาร (Sender)
2. ข้อมูลข่าวสาร (Message)
3. สื่อในช่องทางการสื่อสาร (Media)
4. ผู้รับข่าวสาร (Receivers)
5. ความเข้าใจและการตอบสนอง

องค์ประกอบของการสื่อสาร
2. การสื่อสารระหว่างบุคคล
(Interpersonal Communication)
3. การสื่อสารมวลชน (Mass Communication)
กิจกรรมแสดงถึงการสื่อสารภายในบุคคล
1) การสนทนาภายใน (Internal Discourse) เช่น การคิด การตั้งอกตั้งใจ และการวิเคราะห์ นักจิตวิทยาบางคน
รวมเอาการฝัน การสวดมนต์ การไตร่ตรอง และการทำสมาธิ ด้วย

2) การพูดหรือร้องเพลงคนเดียว (Solo Vocal Communication)
เป็นการออกเสียงดังๆเพื่อสื่อสารกับตนเองเพื่อทำให้ความคิด
ชัดเจนขึ้น หรือเป็นการปลดปล่อย เช่น บ่นกับตนเองในเรื่องใด เรื่องหนึ่ง

3) การเขียนคนเดียว (Solo Written Communication) เป็นการเขียนที่ไม่มีความตั้งใจจะให้ผู้อื่นได้รับทราบ เช่น การเขียนสมุดบันทึกส่วนตัว เป็นต้น

การสื่อสารมวลชน
เป็นการสื่อสารที่บุคคลส่งข้อมูลโดยอาศัยสื่อมวลชนไปยัง
ผู้รับสารจำนวนมากพร้อมๆกัน

เมื่อเรากล่าวถึงสื่อมวลชน (mass media) เดิมมักจะหมาย
ถึงหนังสือพิมพ์ วารสาร วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และภาพยนตร์ เมื่อกล่าวถึงสื่อมวลชน
สมัยใหม่อาจรวมถึงอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สามารถส่งข่าวสารไปยังผู้รับจำนวนมากได้ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

การสื่อสารระหว่างบุคคล
1) การสื่อสารระหว่างบุคคลสองคน (Dyadic Communication) เช่น แดงคุยกับดำ

2) การสื่อสารแบบกลุ่ม (Group Communication) เกี่ยวข้องกับการสื่อสารระหว่างบุคคลจำนวนสามคนขึ้นไป แต่ถ้าจำนวนคนผู้มีส่วนร่วมยิ่งน้อยการสื่อสารก็จะใกล้เคียง
กับการสื่อสาร ระหว่างบุคคลมากขึ้น

3) การสื่อสารสาธารณะ (Public Communication) เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มใหญ่ๆ โดยมีรูปแบบหลัก เป็นวิธีการ
พูดฝ่ายเดียว (monologue) ซึ่งทำให้มีปฏิกิริยาโต้ตอบน้อย ส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารเพื่อความบันเทิงและเพื่อการจูงใจ เช่น การบรรยายในชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย

4) การสื่อสารองค์กร (Organizational Communication) เป็นการสื่อสารที่กระทำในองค์กรขนาดใหญ่

5) การสื่อสารครอบครัว (Family Communication) เป็นรูปแบบการสื่อสารที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว


You may not recognize thinking as being a communication skill, but having a clear idea of symbolic internal reality you want to convey to another person or group of people is the beginning of effective communication.

If you don’t have the idea straight in your own mind, don’t be surprised if others get a different idea from your communication than what you thought you intended to say.
THINKING
SPEAKING
The third communication skill that leads to effective communication is your selection of words and the voice tones that you use when you speak them.

While this may the part that most people concentrate on, research has revealed that nonverbal communication has more impact than the actual words that you use.

In fact, the nonverbal portion of the communication can actually change the meaning of the words that you say
Nonverbal communication
Nonverbal communication is the communication skill that usually receives little thought because it happens automatically.

We actually learn to communicate nonverbally at a very young age ( a baby crying) and are able to communicate quite effectively using only nonverbal communication.
Listening
Effective listening allows you to enter the reality of the other person and understand what their internal symbolic reality is.

Only when you do this are you able to communicate effectively by understanding what they are sharing with you, even if it is very different from your personal perspective.

You can’t truly communicate with someone else of you don’t understand their internal reality.
ธรรมะ ธรรมชาติ เข้าใจธรรมชาติ เข้าใจตัวเอง
วัตถุภาษา ??? การสื่อสาร???
การสื่อสารด้วย "มือ"
จีบหงาย

ผู้พูดต้องการแรงสนับสนุน เพื่อความถูกต้อง
แม่นยำ
นิ้วโป้งแตะนิ้วชี้

ผู้พูดต้องการเข้าสู่ประเด็นที่เป็นรายละเอียด
ผู้พูดมีความไม่แน่ใจในบางประเด็น
หรือมีคำถามที่ต้องการจะถาม
นิ้วโป้งเกือบแตะนิ้วชี้
สื่อถึงความมั่นใจ
ความแน่นอน
การตัดสินใจอย่างแน่วแน่
กำหมัดชูมือ
ผู้พูดวางตัวว่ามีอำนาจเหนือผู้ฟัง
นิ้วมืองอเข้ามาหาตัวผู้พูด
ใช้นิ้วชี้พุ่งไปที่หน้าผู้ฟัง
พบว่าใช้ประกอบการต่อสู้ด้วยวาจากับคู่สนทนา
สื่อถึงความเข้มงวด
ชี้นิ้วแทยงเฉียงขึ้น ขยับขึ้นลงไปมา
เน้นย้ำการตัดสินใจ ไม่หวั่นต่ออุปสรรคต่าง ๆ
ท่าสะับ หรือ ตัด
ใช้เมื่อผู้พูดไม่ยอมรับ หรือ ต้องการปฏิเสธสิ่งที่ได้ฟังแสดงความไม่เห็นด้วยต่อความเชื่อ นโยบาย หรือ อื่น ๆ ที่ได้ฟังโดยสิ้นเชิง
ท่ากรรไกร
ปฏิเสธความคิดที่ได้ฟัง
กางมือ หันฝ่ามือทั้งสองไปยังผู้พูด
ผู้พูดต้องการให้สิ่งที่ตัวเองคิดอยู่ในใจของผู้ฟัง
ท่าวัดขนาดปลา
ผู้พูดปรารถนาจะเข้าถึงผู้ฟังทุกคน
แบมือนิ้วกางออก
ต้องการให้เห็นด้วย หรือ สนับสนุน
ท่าขอ หงายมือทั้งสองยื่นทางผู้ฟัง
ใช้เพื่อให้สถานการณ์อันคับขันสงบลง เช่น ผู้ฟังพูดเสีียงดัง ใช้เพื่อให้ผู้ฟังเงียบเสียงลง
แบมือคว่ำเฉียงขึ้นเล็กน้อย
ท่าชิงช้าสวรรค์
บ่งบอกว่าผู้พูดพยายามที่จะให้ผู้ฟังเข้าใกล้สิ่งที่เขากำลังคิด หรือเข้าสู่สมมติฐานที่เขาคิดไว้
1. close intimate zone
2. intimate zone
3. personal zone
4. social zone
5. public zone
ระยะห่าง...
Full transcript