Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

กระบวนการหล่อโลหะ

No description

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of กระบวนการหล่อโลหะ

การหล่อโลหะ (Casting)
-โลหะที่ได้จากการถลุง เช่น Pig iron และ HBI
-เศษโลหะที่ได้จากการซื้อมาภายในประเทศมีการแบ่งเกรด
-เศษโลหะที่เหลือจากกระบวนการผลิต เช่น ส่วนของรูเท หรือ รูล้น
-โลหะผสมสำหรับเตรียม
-ฟลักซ์เพื่อกำจัดสิ่งเจือปน
-วัสดุกำจัดก๊าซ
-อื่นๆ

ขั้นตอนทั่วไปของการหล่อโลหะ
ส่วนประกอบของแบบหล่อทราย (Mold)
แบบหล่อทรายสามารถทำได้รวดเร็ว สามารถใช้หล่อชิ้นงานที่มีความซับซ้อนได้ ส่วนมากจะใช้
ทรายที่มีดินเหนียวเป็นตัวประสาน การหล่อโดยใช้แบบหล่อทรายต้องใช้ประสบการณ์และความ
ชำนาญในการทำงาน เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ

กระบวนการหล่อโลหะ
เป็นการขึ้นรูปโลหะโดยนำโลหะมาหลอมเหลว แล้วเทหรือฉีดเข้าสู่
แบบหล่อ(Mould) หรือแม่พิมพ์ (Die) เมื่อโลหะแข็งตัวก็จะได้ชิ้นงาน
ที่มีรูปร่างตามต้องการ ประกอบด้วยการเทน้ำโลหะลงในแบบที่ทำไว้
เป็นรูปร่างต่างๆแล้วปล่อยให้น้ำโลหะแข็งตัว จากนั้นจึงเอาชิ้นงานมา
ตกแต่งหรือนำไปผ่านขบวนการทางความร้อนจึงจะได้ชิ้นงานสำเร็จที่
จะนำไปใช้งานต่อไป
ปัจจัยพิจารณาในการเลือกวิธีหล่อโลหะ
- ขนาดหรือความหนา
- รูปร่างและความซับซ้อนของงาน
- ราคา
- จำนวนที่ต้องการผลิต
- ความเรียบผิว และชนิดของโลหะ
-กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับกรรมวิธีการหล่อโลหะ เช่นการอบชุบโลหะ
(Heat Treatment),การชุบเคลือบผิว(SURFACE Treatment),การเชื่อม(Welding & Joining)


1.หล่อโดยแบบหล่อทราย (Sand casting)
2.หล่อโดยแบบหล่อขี้ผึ้ง (Investment casting or lost wax casting)
3.หล่อโดยแบบหล่อถาวร (Permanent mold casting)
4.หล่อโดยแบบหล่อถาวรร่วมกับการอัดน้ำโลหะ (Pressure die casting)
5.หล่อโดยแบบหล่อปูนพลาสเตอร์ (Plaster mold casting)
6.หล่อโดยวิธีการแกว่งชิ้นงานหนีศูนย์กลาง (Centrifugal casting)
7.หล่อโดยแบบหล่อเปลือก (Shell mold casting)
8.การหล่ออื่นๆ

ประเภทของกระบวนการหล่อโลหะ
วัตถุดิบที่ใช้ในงานหล่อ (Raw materials)
หล่อโดยแบบหล่อทราย (Sand casting)
ขั้นตอนการหล่อโลหะโดยใช้แบบหล่อทราย
1.นำชิ้นงานจริงมาทำแบบจำลอง ซึ่งแบบ
จำลองอาจจะทำมาจากไม้ โลหะ
ปูนพลาสเตอร์ เครื่องปั้นดินเผา หรือวัสดุ
อย่างอื่นก็ได้ เช่น โฟม โดยต้องมีการเผื่อ
ขนาดกันการหดตัวด้วย
แบบจำลองนี้เราจะเรียกว่า
“กระสวน (Pattern)"




ชิ้นส่วนงานหล่อที่ผลิตจากแบบหล่อทราย
ชิ้นส่วนรถยนต์
ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตร
ชิ้นส่วนเครื่องจักร
ข้อดีของการหล่อแบบทราย
ข้อเสียของการหล่อแบบทราย
1. สามารถหล่อโลหะได้เกือบทุกชนิด
2. น้ำหนักงานหล่อได้ไม่จำกัด
3. ทรายสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้(อาจต้องผสมทรายใหม่ด้วย)
4. ผลิตในปริมาณมากๆ
1. ผิวงานมีลักษณะหยาบ
2. การเผื่อขนาดชิ้นงานมาก
3. แม่พิมพ์มีการสึกกร่อนมาก(ขึ้นอยู่กับชนิดของแม่พิมพ์)
4. โอกาสเกิด Defect ชนิด Pin Hole สูง

หล่อโดยแบบหล่อไล่ขี้ผึ้ง (Investment casting or lost wax casting)
การนำขี้ผึ้งเหลวฉีดอัดเข้าในแม่พิมพ์ และแกะออกมา หลังจากนั้นจึงนำขี้ผึ้ง
ที่ขึ้นรูปแล้วมาเคลือบหุ้มด้วยผงซิลิคอน มอลเล็ตแซน ซึ่งต้องรอให้แห้งก่อนที่จะ
เคลือบหุ้ม ผิวนอกที่เคลือบหุ้มเรียกว่า เซรามิก หลังจากที่เคลือบหุ้มเซรามิกเรียบร้อยและพักไว้
ตามเวลาที่กำหนด ขี้ผึ้งที่ขึ้นรูปอยู่ใน เซรามิก ก็จะถูกถอดออกจากเซรามิกด้วยวิธีการอบไอน้ำ
ต่อไป
ขั้นตอนการหล่อไล่ขี้ผึ้ง
ข้อเสียของการหล่อแบบไล่ขี้ผึ้ง
1.สามารถหล่อชิ้นงานที่เป็นร่องหรือรูปร่างซับซ้อนได้ดี
2.ผิวชิ้นงานที่ได้เรียบมาก
3.มีความละเอียดทางขนาดสูง
4.ชิ้นงานที่ได้ไม่ต้องปรับแต่งผิวหรือแปรรูปอีก

1.เป็นกรรมวิธีที่ค่อนข้างแพง
2.ใช้กับงานขนาดเล็ก ไม่เหมาะกับการขึ้นรูปใช้งานใหญ่
3.ต้องใช้คนงานที่มีความชำนาญในการทำแม่พิมพ์หล่อ
หล่อโดยแบบหล่อถาวร (Permanent mould casting)
ข้อดีของการหล่อแบบถาวร
ข้อเสียของการหล่อแบบถาวร

1.ได้ผิวชิ้นงานเรียบกว่าการหล่อแบบ
หล่อทราย
2. เหมาะกับการหล่อโลหะนอกกลุ่มเหล็ก
3.แบบหล่อที่ใช้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
1.เป็นกรรมวิธีที่ค่อนข้างแพง
2.ใช้กับงานขนาดเล็กไม่เหมาะกับการขึ้น
รูปใช้งานขนาดใหญ่
หล่อโดยแบบหล่อถาวรร่วมกับแรงอัดน้ำโลหะ (Pressure die casting)

1.สามารถผลิตชิ้นงานได้เร็ว เหมาะกับการผลิตใน
ปริมาณมาก
2.ผลิตภัณฑ์ที่ได้ผิวเรียบไม่ต้องการการตกแต่ง
3.ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีสมบัติเชิงกลดีกว่าการหล่อโดยแบบ
หล่อทราย
4.ประหยัดวัสดุที่ใช้หลอมละลายมากกว่าแบบหล่อ
ทราย
5. สามารถผลิตชิ้นงานที่บางได้
ข้อดี
ข้อด้อย
1.ราคาของแบบหล่อโลหะแพง
2.แบบหล่อจะมีอายุสั้นลงมากถ้าน้ำโลหะที่ใส่เข้าไปมี
อุณหภูมิสูงเกินไป

หล่อโดยแบบหล่อปูนพลาสเตอร์ (Plaster mold casting)
หล่อโดยวิธีการแกว่งชิ้นงานหนีศูนย์กลาง (Centrifugal casting)
เครื่องหล่อแบบเหวี่ยงที่มีใช้อยู่ทั่วไป มีอยู่ 3 แบบ ดังนี้
1. Horizontal Centrifugal Casting Machine
2.Vertical Centrifugal Casting Machine
3. Semicentrifugal Casting Machine

หล่อโดยแบบหล่อเปลือก (Shell mold casting)
การแบบหล่อเปลือกเป็นขบวนการผลิตงานที่ไม่ต้องตกแต่งมากมีขนาด
เที่ยงตรงผิวงานมีความเรียบกว่า ใช้ผลิตงานเป็นจำนวนมากซึ่งนํ้าหนักของ
ชิ้นงานหล่อน้อยกว่า 1 กิโลกรัมจนถึง200กิโลกรัม ใช้ได้ทั้งเหล็กและโลหะเบา

แบบหล่อที่ใช้เป็นโลหะและอาศัยแรงดันจากน้ำโลหะดันให้น้ำโลหะไหลเต็มแบบหล่อ
การหล่อด้วยกรรมวิธีอื่นๆ
การหล่อแบบบีบอัด (Squeeze casting)
การหล่อแบบโพรง (Slush casting)
เป็นการหล่อโดยเทน้ำโลหะเหลวลงในแบบแล้วรีบพลิกแบบหล่อเพื่อเทน้ำโลหะออกโดยเร็ว เหมาะ
กับงานหล่อกลวงที่มีผนังบางๆ
การหล่อโดยใช้แบบหล่อโพลีเอทีรีน (Expanded Polystyrene Casting Process)
วิธีนี้จะใช้โฟมเป็นกระสวน (Pattern)โดยต้องออกแบบให้มีแอ่งเทและทางวิ่งอยู่ในชิ้นเดียวกัน
กับกระสวนเมื่อเทน้ำโลหะเหลวลงไปจะทำให้โฟมระเหยเป็นไอไปแล้วน้ำโลหะก็จะเข้าไปแทนที่
กระสวนโฟมนั้น

สมาชิกกลุ่ม
เป็นวิธีการหล่อโดยเทน้ำโลหะเข้าไปในแบบหล่อที่กำลังหมุน เป็นการผลิตงานหล่อที่ไม่มี
จุดเสียและเนื้อแน่นเป็นจำนวนมากๆ ด้วยวิธีใช้แรงเหวี่ยงนี้ตามนัยนี้วิธีนี้จึงเหมาะสมกับ
การหล่อรูปทรงกระบอก
ตัวอย่างการหล่อวงล้ออลูมิเนียม (Metal Casting an aluminum wheel) โดยใช้แบบหล่อทราย (Sand casting)
1.นางสาวจิราภรณ์ อินไผ่ รหัสนักศึกษา 5712239004
2.นางสาวณิชากร ท้วมจันทร์ รหัสนักศึกษา 5712239006
3.นางสาววันนิภา สว่างเพ็ง รหัสนักศึกษา 5712239012
นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์
เป็นการหล่อปูนพลาสเตอร์ โดยใช้ยิปซัมและแป้งซิลิกา
เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและควบคุมเวลาที่ต้องการสำหรับการฉาบปูน ส่วนประกอบเหล่านี้จะผสมกับน้ำ จากนั้นจะนำมา
เทลงบน Pattern หลังจากถอดรูปแบบแล้วแม่พิมพ์
จะได้รับการบ่มในเตาอบและพร้อมที่จะรับโลหะหลอมเหลวต่อไป
ข้อดีของการหล่อแบบไล่ขี้ผึ้ง
2.ทำแบบหล่อ (Mold) นำกระสวนที่ได้มาทำแบบหล่อด้วยทราย (ทรายผสมดินเหนียว)
ดึงกระสวนออกจากตัวแบบหล่อที่ปั้นด้วยทราย จะทำให้เกิดเป็นช่องว่าง (Cavity) ขึ้น จากนั้น
เราก็วางตำแหน่งรูสำหรับใช้ในการเทน้ำโลหะเข้าไปได้สะดวก
3.นำน้ำเหล็กมาเทลงรูเท เมื่อโลหะแข็งตัวภายในแบบแล้ว ให้รื้อเอาทรายออกก็จะได้ชิ้นงานหล่อ
ที่มีขนาดใกล้เคียงกับความต้องการของเรา
4.ตกแต่งชิ้นงานตามต้องการ
Full transcript