Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Untitled Prezi

No description

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of Untitled Prezi

design by Dóri Sirály for Prezi
การศึกษาพฤติกรรมการใช้ยานพาหนะของนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น

A study of using vehicle’s behavior of Khonkaen university students.

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
เพื่อทราบถึงพฤติกรรมการใช้ยานพานะของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เพื่อทราบถึงความเข้าใจและการรับรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เพื่อทราบทัศนคติของความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ

เพื่อให้ผู้ที่ได้อ่านวิจัยเล่มนี้ มีความรู้เกี่ยวกับอุบัติภัยจราจรและกฎจราจร
การรับรู้ความรุนแรง การรับรู้โอกาสเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากอุบัติภัยจราจร และมีตอบสนองต่อพฤติกรรมการป้องกันอุบัติภัยจราจรจากยานพาหนะ

เพื่อให้ผู้ที่ได้อ่านวิจัยเล่มนี้
มีความตั้งใจในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันอุบัติภัยจราจรจากยานพาหนะ

ผลการดำเนินงาน

ประชากรที่อยู่ในช่วงอายุ 18 – 24 ปี อยู่ในช่วงศึกษาในมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ขับยานพาหนะประเภทรถจักรยานยนต์และรถยนต์ โดยมีการใช้รถจักรยานยนต์มากกว่ารถยนต์ โดยส่วนใหญ่ไม่มีใบขับขี่ และนักศึกษาต้องขับยานพาหนะไปเรียนทุกวัน ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อ การเกิดอุบัติเหตุทางจราจร ยิ่งไปกว่านั้นนักศึกษามีการสวมหมวกนิรภัย และคาดเข็มขัดนิรภัยนานๆครั้ง ทำให้มีโอกาสเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ดังสถิติผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในปี 2539 แสดงให้เห็นว่าเขตมหาวิทยาลัยเป็นเขตที่มีความเสี่ยงในการเดินทาง เพราะจำนวนตัวเลขเกือบร้อยละ 90 เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดจากรถจักรยานยนต์ (ผศ.วิชัย ณีรัตนพันธุ์ และคณะ, 2547)โดยสถานที่ที่ประสบอุบัติเหตุบ่อยสุดคือวงเวียนหลังมอ ซึ่งอยู่ในบริเวณสถานบันเทิง ทำให้มีการดื่มแอลกอฮอล์และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุในที่สุด
นอกจากนั้นนักศึกษามีพฤติกรรมในการขับขี่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง
คือการแซงที่ผิดกฎจราจร เช่น การแซงซ้าย การแซงแบบขับเบียดรถคันอื่น ไม่เปิดไฟเลี้ยวขณะแซง หากมีคนแซงจะเร่งรถขึ้น ซึ่งวัยรุ่นเป็นช่วงที่มีอารมณ์และความรู้สึกแปรปรวน ใช้อารมณ์ในการขับรถ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเช่นกัน
Goal
หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์ของโครงงาน



เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้ยานพานะของนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เพื่อศึกษาความเข้าใจและการรับรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เพื่อศึกษาทัศนคติของความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ขอบเขตและข้อจำกัดการวิจัย


การกำหนดประชากร
และการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น
ในระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก
จำนวน 36,974 คน
(ระบบบูรณาการฐานข้อมูล
มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2556)
ตัวแปรที่ศึกษา


ตัวแปรอิสระ ได้แก่ พฤติกรรมที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจราจรทางบก

ตัวแปรตาม ได้แก่ อุบัติเหตุจราจรทางบกที่เกิดขึ้น
สถานที่ทำการวิจัย
ศูนย์อาหารและบริการ 1
(คอมเพล็กซ์)

ยูเซ็นเตอร์

โรงอาหารหอแปดหลัง
,
โรงอาหารกังสดาล

โรงอาหารหอชาย
นิยามคำศัพท์
อุบัติเหตุ (Accident)
“อุบัติเหตุ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิด โดยไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น ไม่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า และไม่สามารถควบคุมได้” (เฉลิมชัยกิตติภรณ์และชัยยะพงษ์พานิช, 2533)

“อุบัติเหตุ คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน แล้วมีผลกระทบกระเทินต่อการทำงานโดยให้งานหยุดชะงัก เครื่องมือเครื่องจักรชำรุดเสียหาย ผลผลิตตกต่ำ ราคาต้นทุนสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ผู้ประสบอุบัติเหตุอาจจะรอดชีวิต บาดเจ็บ หรือพิการ หรือเสียชีวิตได้” (ณรงค์ ณ เชียงใหม่, 2525)

สาเหตุของอุบัติเหตุจราจร
และอุบัติภัยจราจรทางบก
ปัจจัยด้านบุคคล
ปัจจัยด้านพาหนะ
ปัจจัยด้านถนน
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม

กลุ่มตัวอย่าง
ในการศึกษาครั้งนี้ได้มาจาก
การคำนวณขนาดตัวอย่าง
ของประชากรนักศึกษาจำนวน 36,974 คน
ประมาณ 100 คน
เครื่องมือ
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป
เพศ อายุ สังกัดคณะ สาขา ระดับการศึกษา ชนิดยานพาหนะ ระยะเวลาขับขี่ การมีใบอนุญาตขับขี่ การใช้หมวกนิรภัยและเข็มขัดนิรภัย การประสบอุบัติเหตุ การดูแลรักษายานพาหนะ
ส่วนที่ 2 ความเข้าใจและการรับรู้
เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน
เกณฑ์การให้คะแนนมีค่าคะแนนอยู่ระหว่าง 0-8 คะแนน
แบ่งออกเป็น 3 ระดับ
ระดับความรู้น้อย
ระดับความรู้ปานกลาง
ระดับความรู้มาก

ส่วนที่ 3 บุคลิกภาพ/
พฤติกรรมการใช้ยานพาหนะ
เกณฑ์การให้คะแนนมีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1-5 คะแนน
แบ่งออกเป็น 5 ระดับ
ระดับการปฏิบัติน้อยที่สุด
ระดับการปฏิบัติน้อย
ระดับการปฏิบัติปานกลาง
ระดับการปฏิบัติสูง
ระดับการปฏิบัติสูงที่สุด

ส่วนที่ 4 ทัศนคติของความเสี่ยง
ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
เกณฑ์การให้คะแนนมีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1-5 คะแนน
แบ่งออกเป็น 5 ระดับ
ระดับการปฏิบัติน้อยที่สุด
ระดับการปฏิบัติน้อย
ระดับการปฏิบัติปานกลาง
ระดับการปฏิบัติสูง
ระดับการปฏิบัติสูงที่สุด
1. สมาชิกไม่ให้ความรวมมือในการทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้การทำงานล่าช้า
2. การรณรงค์ร่วมกันนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ทำได้ยาก เนื่องจากเวลาไม่ตรงกัน ทำให้หาเวลาไปร่วมรณรงค์ได้ยาก
3. ผู้ตอบแบบสอบถามตอบปฏิเสธที่จะทำแบบสอบถาม เนื่องจากแบบสอบถามมีเนื้อหามาก ทำให้หาผู้ตอบแบบสอบถามได้ยาก
4. ช่วงแจกแบบสอบถามตรงกับวันหยุดช่วงปีใหม่ ทำให้ดำเนินการแจกแบบสอบถามได้ยาก และไดผลล่าช้า

ปัญหาและอุปสรรค
ข้อเสนอแนะ และแนวทางการพัฒนา
1. ควรวางแผนการแจกแบบสอบถามอย่างรอบคอบ โดยดูไม่ให้ตรงกับวันหยุดหรือวันที่กลุ่มตัวอย่างไม่อยู่บริเวณพื้นที่
2. ควรออกแบบแบบสอบถามให้กระชับ ครอบคลุม ไม่ให้มีเนื้อหามากเกินไปจนผู้ตอบแบบสอบถามไม่อยากทำ
3. ควรเริ่มทำการรณรงค์ให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้เหลือเวลาเลื่อนวันรณรงค์ได้ หากช่วงแรกไม่สามารถรณรงค์ได้
4. ควรพูดคุยกับสมาชิก แจกแจงงานให้เป็น มีการกระตุ้น จนทำให้สมาชิกเกิดแรงกระตุ้นและทำงานในที่สุด


แนวคิด ทฤษฎีและกระบวนการ
ที่นำมาใช้ในการวิจัย
ทฤษฎีโดมิโน (Domino Theory)
เปรียบได้เหมือนตัวโดมิโนที่เรียงกันอยู่ 5 ตัวใกล้กัน เมื่อตัวที่ 1 ล้ม ย่อมทำให้ตัวโดมิโนตัวต่อไปล้มตามไปด้วย ได้แก่

โดมิโนตัวที่ 1 สภาพแวดล้อมหรือภูมิหลังของบุคคล (Social Environment of Background)
โดมิโนตัวที่ 2 ความบกพร่องหรือความผิดปกติของบุคคล
(Direct of Person)
โดมิโนตัวที่ 3 การกระทำหรือสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย
(Unsafe Acts / Unsafe condition)
โดมิโนตัวที่ 4 อุบัติภัย (Accident)
โดมิโนตัวที่ 5 การบาดเจ็บหรือเสียหาย (Injuries or Damage)
ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรค
(Protection Motivation Theory)
การนำการกระตุ้นด้วยความกลัวมาใช้
ตัวแปรที่ทำให้บุคคลเกิดความกลัว 3 ตัวแปร
คือ ความรุนแรงของโรค (Noxiousness) การรับรู้ต่อโอกาสเสี่ยงของการเป็นโรค (Perceived Probability) ความคาดหวังในผลของการตอบสนอง (Response Efficacy)

ผลการดำเนินงาน
ส่วนที่ 2
ส่วนที่ 3
ส่วนที่ 4
ในปัจจุบัน สังคมมีวิถีที่เร่งรีบในการดำรงชีวิตประจำวันตามหน้าที่ตนเอง เช่น ทำงาน เรียนหนังสือ เป็นต้น ทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวน้อยลง
และลืมเลือนค่านิยมที่ดีงามอันได้แก่ ความเอาใจใส่คนในครอบครัว ความกตัญญูต่อบิดา มารดา และประเพณีที่ถูกละเลย เป็นการลืมรากฐานความเป็นอยู่เดิม ทำให้คนในปัจจุบันมีความคิดที่ไม่หนักแน่น ไร้ที่ยึดเหนียวจิตใจ
ดังนั้นทางคณะผู้จัดทำ จึงได้ศึกษาวรรณกรรมพื้นถิ่นเรื่อง ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ โดยเป็นวรรณกรรมพื้นถิ่นที่เป็นที่รู้จักในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง
คณะผู้จัดทำได้จัดทำโครงงานเรื่อง “ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่” เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึก ของคนในยุคปัจจุบันและ ศึกษาวิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสำรวจอิทธิพลของข้อคิด ค่านิยม วัฒนธรรม ประเพณี ว่าวรรณกรรมเรื่องนี้ ส่งผลต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นมากน้อยเพียงใด
Full transcript