Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

การบัญชีต้นทุนรวม

No description
by

katdee katdy

on 19 April 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of การบัญชีต้นทุนรวม

การบัญชีต้นทุนรวม
และ
การบัญชีต้นทุนผันแปร

การจำแนกประเภทของการคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์
1. วิธีการต้นทุนรวม
(Full Costing or Absorption Costing)

หมายถึง การคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์
ทั้งส่วนที่เป็นต้นทุนคงที่ และต้นทุนผันแปรที่เกิดจากการผลิต ประกอบด้วย ต้นทุนของวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต ทั้งส่วนที่ผันแปรและคงที่ ซึ่งเป็นต้นทุนทางอ้อมจะใช้วิธีการปันส่วนต้นทุน

2. วิธีการต้นทุนผันแปร
(Variable Costing or Direct Costing) หรือ วิธีการต้นทุนทางตรง (Direct Costing)

หมายถึง การคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์เฉพาะ
ส่วนที่เป็นต้นทุนการผลิตผันแปร ต้นทุนคงที่ที่เกิดขึ้น
จะถือเป็นต้นทุนประจำงวด โดยถือเป็นต้นทุนตามงวดเวลา (Period Cost) ประกอบด้วย ต้นทุนของวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปร

ความแตกต่าง
ระหว่างการบัญชีต้นทุนรวมละการบัญชีต้นทุนผันแปร
วิธีการคำนวณต้นทุนการผลิต
1. การบัญชีต้นทุนจ่ายจริง
(Actual Cost Accounting)
ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดมารวมกันเป็น
ต้นทุนการผลิตของสินค้า

ต้นทุนการผลิต
= วัตถุทางตรงเกิดจริง + ค่าแรงทางตรงเกิดจริง + ค่าใช้จ่ายการผลิตเกิดจริง

2. การบัญชีต้นทุนปกติ
(Normal Cost Accounting)
การคิดต้นทุนการผลิตสินค้าต้นทุนวัตถุทางตรง และแรงงานทางตรงสามารถคำนวณได้ค่อนข้างแน่นอน
ว่าเป็นของสินค้าแต่ละหน่วยเท่าใด แต่ต้นทุนค่าใช้จ่ายการผลิตไม่อาจคำนวณคิดเข้าเป็น
ต้นทุนของสินค้าได้ทันทีเมื่อผลิตสินค้าต้องอาศัย
การปันส่วนต้นทุนให้กับสินค้าแต่ละหน่วย

ต้นทุนการผลิต =
วัตถุทางตรงเกิดจริง + ค่าแรงงานทางตรงเกิดจริง + ค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างาน

การกำหนดอัตรา
ค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างาน
ก. หน่วยของกิจกรรม หมายความว่า จะเลือกกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างานต่อหน่วย
ของกิจกรรมชนิดใด เช่น ต่อหน่วยสินค้า
ต่อชั่วโทงแรงงานทางตรง ต่อหน่วยเครื่องจักรต้น
ข. ระดับของกิจกรรมหรือระดับกำลังการผลิต หมายความว่า จะเลือกกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายการผลิต ณ ระดับกิจกรรมใด ทั้งนี้เพราะค่าใช้จ่ายการผลิตมีลักษณะเป็นต้นทุนผสม คือ มีทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร
ค. อัตราที่กำหนดขึ้นจะใช้อัตราเดียวทั้งโรงงาน
หรือใช้อัตราแยกสำหรับแต่ละแผนก การที่จะตัดสินใจใช้อัตราค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างาน
เป็นอัตราเดียวทั้งโรงงาน
3. การบัญชีต้นทุนมาตรฐาน
(Standard Cost Accounting)
หมายถึง ต้นทุนการผลิตที่กิจการได้กำหนดไว้
ล่วงหน้าอย่างมีหลักเกณฑ์ ณ ระดับการผลิตหนึ่ง
และภายใต้สภาวการณ์ที่กำหนด

ต้นทุนการผลิต
= วัตถุทางตรงมาตรฐาน + ค่าแรงงานทางตรงมาตรฐาน + ค่าใช้จ่ายการผลิตมาตรฐาน

โครงสร้างงบกำไรขาดทุน
วิธีการบัญชีต้นทุนรวม
โครงสร้างงบกำไรขาดทุน
วิธีการต้นทุนบัญชีผันแปร
ข้อดีและข้อเสียของการบัญชีต้นทุนผันแปร
ข้อดีของวิธีต้นทุนผันแปร มีดังนี้

1. ทำให้สามารถวิเคราะห์กำไรส่วนเกินได้ง่ายและสะดวก และ
ใช้ในการวางแผนในการวิเคราะห์ต้นทุน-ปริมาณ–กำไรได้
2. ช่วยให้ผู้บริหารทราบถึงผลกระทบของต้นทุนคงที่ที่มีต่อ
กำไรจากการดำเนินงานโดยตรง
3. จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร
เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจ
4. ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลกำหนดราคาขายของสินค้า
เพราะต้นทุนผันแปรให้ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายโดยตรง
ของสินค้า
5. ช่วยให้ผู้บริหารเลือกใช้ทรัพยากรและจัดสรรทรัพยากร
ที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อเกิดประโยชน์แก่กิจการสูงสุด โดยใช้กำไร ส่วนเกินมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ
ข้อเสียของวิธีต้นทุนผันแปร มีดังนี้

1. วิธีนี้จะพิจารณาเฉพาะต้นทุนผันแปรเป็นต้นทุนของสินค้า
เท่านั้น มีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าคงเหลือต่ำกว่าที่ควร
2. วิธีนี้ไม่เป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป จึงไม่เหมาะกับเสนอต่อบุคคลภายนอก
3. การใช้ข้อมูลจากงบกำ ไรขาดทุนตามวิธีนี้เหมาะสำหรับ
การตัดสินใจในระยะสั้นเท่านั้น

ข้อดีและข้อเสียของการบัญชีต้นทุนรวม
ข้อดีวิธีต้นทุนรวม มีดังนี้

1. เหมาะสำ หรับเสนอรายงานการดำเนินงาน
ต่อบุคคลภายนอก และเป็นไปตามหลักการบัญชี
ที่รับรองโดยทั่วไป
2. ให้ประโยชน์ต่อผู้บริหารในการนำ ข้อมูล
เพื่อใช้ในการตัดสินใจระยะยาว
3. วิธีนี้ถือว่าค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่เป็นส่วนหนึ่ง
ของต้นทุนสินค้าคงเหลือ ดังนั้นสินค้าคงเหลือ
ปลายปีจะมีต้นทุนที่เหมาะสมกว่าวิธีต้นทุนผันแปร
4. สามารถจัดทำ ได้ง่ายเนื่องจากไม่ต้องแยกต้นทุนว่าเป็น
ต้นทุนคงที่หรือต้นทุนผันแปร

ข้อเสียของวิธีต้นทุนรวม มีดังนี้

1. วิธีนี้ไม่เหมาะในการนำมาใช้ประเมินผลการปฏิบัติงาน
ของหน่วยงาน หรือสายผลิตภัณฑ์ เนื่องจากวิธีต้นทุนเต็ม
ทำให้พิจารณาความสามารถในการทำ กำไรของหน่วยงาน หรือสายผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจน
2. วิธีนี้ต้องมีการปันส่วนต้นทุนคงที่ให้กับสินค้าแต่ละหน่วย
และค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนการผลิต
3. วิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับเสนอรายงานผลการดำเนินงานภายใน เพราะข้อมูลต่อผู้บริหารน้อย

งานวิจัย
พฤติกรรมต้นทุนของการปลูกปาล์มน้ำมัน
ด้วยระบบต้นทุนฐานกิจกรรม
กรณีศึกษา อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
Cost Behavior of Oil Palm Plantations Using Activity-Based Cistubg
System: A Case Study of Lamae, Chumporn Province

กัญจนา บุญแก้ว
Kanjana Boonkaew
ธนาคารออมสิน สาขาหัวไทร อำเภอหัวไทร
จังหวัดนครศรีธรรมราช
Government Savings Bank HuaSai Branch, HuaSai District, Nakhon Si Thammarat Province,
E-mail: KanjanaB1@gsb.or.th



1. ศึกษาพฤติกรรมต้นทุนของการปลูกปาล์มน้ำมันโดยใช้ระบบต้นทุน
ฐานกิจกรรม

2. คำนวณหาต้นทุนที่แท้จริงของการปลูกปาล์มน้ำมันโดยใช้ระบบต้นทุน
ฐานกิจกรรม


สำหรับประเทศไทยพื้นที่ที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากที่สุดอยู่ใน
ภาคใต้ของประเทศไทย อำเภอละแม จังหวัดชุมพร เป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่เกือบทั้งหมดปลูกปาล์มน้ำมัน เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศ
ที่เหมาะสม ดังนั้น อำเภอละแมจึงมีความเหมาะสมที่จะนำมาเป็นพื้นที่ ที่ใช้สำหรับการวิจัยครั้งนี้ ซึ่งมีพื้นที่ในการปลูกทั้งสิ้น 63,584 ไร่แบ่งเป็น 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลละแม ตำบลทุ่งคาวัด ตำบลสวนแตง และตำบลทุ่งหลวง

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
กลุ่มตัวอย่าง
การวิเคราะห์พฤติกรรมต้นทุน
ของการปลูกปาล์มน้ำมัน
การวิจัยต้นทุนการปลูกปาล์มน้ำมันใช้ระบบต้นทุนฐานกิจกรรม
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรที่มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันอยู่
ในเขตอำเภอละแมจังหวัดชุมพร แบ่งการวิเคราะห์ไว้เป็น 3 ช่วงอายุ ของต้นปาล์มน้ำมันเนื่องจากแต่ละช่วงอายุของต้นปาล์มน้ำมันมีผลต่อ
ค่าใช้จ่ายโดยตรง ได้แก่ ช่วงอายุ 1-3 ปีช่วงอายุ4-10 ปี และช่วงอายุ 11-20 ปี
1. การวิเคราะห์และระดับของกิจกรรม
2, การวิเคราะห์และกำหนดตัวผลักดันต้นทุน
จากข้อมูลในตาราง 1 เห็นได้ว่าค่าใช้จ่าย
การผลิตมีสัดส่วนที่สูงที่สุดถึงร้อยละ 58.75
รองลงมาเป็นค่าจ้างแรงงานมีสัดส่วน
ร้อยละ 40.42 การนำระบบบัญชีต้นทุน
ฐานกิจกรรมมาใช้เพื่อปันส่วนค่าใช้จ่าย การผลิตเข้าเป็นต้นทุนผลิตภัณฑ์ให้มีความถูกต้องมากที่สุดแต่เนื่องจากเกษตรกรแต่ละรายอาศัยการใช้วิธีการจ้างแรงงานในการทำงานหลายขั้นตอนกล่าวคือลูกจ้างหนึ่งคนต้องทำงานหลายหน้าที่ หรือเป็นการจ้างเหมารวมไปกับค่าวัสดุทำให้ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นค่าจ้างแรงงานทางตรงจริง
เท่าไรหากมีการปันส่วนค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่เหมาะสมทำให้ต้นทุนที่ได้มีความคลาดเคลื่อนไปจาก
ความเป็นจริง ดังนั้นการนำวิธีระบบบัญชีต้นทุนฐานกิจกรรมมาใช้ในการปันส่วนค่าใช้จ่าย
ในส่วนนี้เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ถูกต้องมากที่สุดจำเป็นต้องนำค่าจ้างแรงงานมาใช้ในการคำนวณรวมกับค่าใช้จ่ายการผลิตด้วยรวมเป็นต้นทุนทั้งสิ้น
186,699,593.52 บาท โดยในการศึกษาครั้งนี้จำเป็น
ต้องนำค่าจ้างแรงงานมาใช้ในการคำนวณด้วยเนื่องจาก
ต้นทุนที่เกิดขึ้นเป็นการจ้างเหมาทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ และ
ค่าจ้างแรงงานไว้ด้วยกันแต่ไม่รวมต้นทุนค่าวัตถุดิบ
ทางตรง เนื่องจากสามารถจัดสรรเข้าสู่ผลิตภัณฑ์
ได้โดยตรง ดังนี้
ต้นทุนผลิตภัณฑ์ = ค่าจ้างแรงงาน + ค่าใช้จ่ายการผลิต
= 76,097,221.92 + 110,602,371.60
= 186,699,593.52 บาท

หลังจากวิเคราะห์ศูนย์กิจกรรมระบุกิจกรรมตามระดับกิจกรรมแล้วก็ต้องสรุปค่าใช้จ่ายจัดสรรเข้าแต่ละกิจกรรม
หมายเหตุ: *การเก็บเกี่ยวมีในช่วงที่ต้นปาล์มมีอายุ 1-3 ปี ต้นทุนการเก็บเกี่ยวมีค่าเป็น 0.00 บาท เนื่องจาก ไม่มีการเก็บเกี่ยว เพราะเกษตรกรต้องการให้ต้นปาล์มได้รับสารอาหารเพียงพอและโตเต็มที่จึงตัดทะลายปาล์ม และเริ่มได้รับผลผลิตจริงเมื่อ ต้นปาล์มน้ำมันมีอายุครบ 3 ปี แล้วหรือการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะเกิดขึ้นเมื่อ ต้นปาล์มน้ำมันอายุได้ 4 ปี
หมายเหตุ:*ต้นทุนในการเตรียมวัตถุดิบไม่เกิดต้นทุน เนื่องจากเป็นขั้นตอนกิจกรรมที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว คือในตอนปลูกในช่วงอายุปาล์มน้ำมัน 1-3 ปีเท่านั้น
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
การวิจัยครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้สนใจดังนี้

1. เกษตรกรสามารถนำเอาพฤติกรรมต้นทุนที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ ไปใช้ในการควบคุมและบริหารจัดการต้นทุนในการปลูกปาล์มน้ำมัน ได้อย่างคุ้มค่าตลอดจนสามารถนำระบบบัญชีต้นทุนฐานกิจกรรมไปใช้ ในการคำนวณหาต้นทุนที่แท้จริงในการปลูกปาล์มน้ำมันได้

2. ผู้สนใจสามารถนำระบบบัญชีต้นทุนฐานกิจกรรมไปเป็นแนวทาง
การบริหารจัดการต้นทุนและพัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวข้องต่อไป

การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตอ้อยโรงงาน ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ปีการเพาะปลูก 2550/2551

สารนิพนธ์
ของ
อุกฤษฎ์ พงษ์วานิชอนันต์


เสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญา เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาเศรษฐศาสตร์การจัดการ
พฤษภาคม 2552

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
วิธีดำเนินการค้นคว้า และข้อตกลงเบื้องต้นความมุ่งหมายของ การวิจัยในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ตั้งความมุ่งหมายไว้ดังนี้

1. เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปของการผลิต และการตลาดของอ้อย ของเกษตรกรที่ลงทุนในการเพาะปลูกอ้อยโรงงานในจังหวัด
กาญจนบุรี

2. เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนตอการลงทุนในการผลิต อ้อยของเกษตรกร

กลุ่มตัวอย่าง
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาและกลุ่มตัวอย่างคือเกษตรกรผู้จดทะเบียน ชาวไร่อ้อยกับ สมาคมชาวไร่อ้อยเขต 7 ในเขตพื้นที่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรีจำนวน 47 รายในปีการเพาะปลูก 2550/51
การเลือกกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาผู้วิจัยใช้วิธีการเก็บข้อมูลจาก เกษตรกรผู้จดทะเบียนชาวไร่อ้อย กับสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 7 ในเขตพื้นที่ ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 47 รายเก็บข้อมูลทุกราย เป็นเกษตรกรรายใหญ่จำนวน5 รายและเกษตรกรรายย่อยจำนวน 42 ราย
การแบ่งกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 กลุ่มเกษตรกรรายใหญ่ และกลุ่มที่2 กลุ่มเกษตรกรรายย่อย


การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) เป็นการวิเคราะห์ โดยรวบรวมข้อมูลจากข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ได้รวบรวมจากแบบสอบถาม ที่ได้จากกลุ่มตัวอย่าง โดยการบรรยายสรุปหรือ ใช้อัตราส่วน
ค่าเฉลี่ยร้อยละ ในการอธิบาย

การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) เป็นการวิเคราะห์ โดยนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาคำนวณหา รายได้และต้นทุน
เฉลี่ยต่อไร่ต่อปี และนำต้นทุนเฉลี่ยต่อไร่ที่ได้มาคำนวณต้นทุน สำหรับการ ลงทุนปลูกอ้อย ในพื้นที่เพาะปลูกแต่ละขนาดตามจำนวนไร่ที่กำหนด รวมทั้งการนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ด้านความเป็นไปได้ทางโครงการ
ลงทุน ซึ่งจะประกอบด้วยการศึกษาด้านต้นทุน รายได้และผลตอบแทน
ของโครงการ ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์การเปรียบเทียบการตัดสินใจลงทุน เพื่อให้ทราบว่าโครงการคุ้มค่าควรแก่การลงทุนหรือไม่

1. ทำให้ทราบต้นทุนการผลิต และผลตอบแทน ในการลงทุน
ผลิตอ้อยของเกษตรกร

2. เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และเป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับเกษตรกร
Full transcript