Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

อาณาจักรตามพรลิงค์

No description
by

Fern Wongwaiyut

on 18 August 2013

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of อาณาจักรตามพรลิงค์

ขอบเขตและที่ตั้ง
เมืองสำคัญต่างๆในอาณาจักร
สังคมของชาวตามพรลิงค์
ชาวตามพรลิงค์มีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ

ผู้คนขี่ควายเป็นพาหนะ
ไม่สวมรองเท้า ไว้ผมมุ่นมวยไว้ข้างหลัง
ทั้งหญิงและ ชายสวมเสื้อขาวนุ่งโสร่งทำด้วยผ้าฝ้าย
ขุนนางอยู่บ้านไม้ ประชาชนอยู่กระท่อมมุงหลังคาด้วยใบจาก

ผลผลิตท้องถิ่นมีขี้ผึ้ง ไม้กฤษณา ไม้มะเกลือ กำมะถัน งาช้างและนอระมาด
ประวัติการก่อตั้ง
อาณาจักรตามพรลิงค์เป็นแคว้นที่เก่าที่สุดแคว้นหนึ่งบนแหลมมลายู
มีความเจริญตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 7-18
ในพุทธศตวรรษที่ 18ได้เปลี่ยนชื่อเป็น นครศรีธรรมราช มีกษัตริย์พระนามว่า ศรีธรรมโศกราช (พระนามเดิมว่า จันทรภาณุ)
ปกครองอยู่ มีอำนาจ ครอบคลุมไปถึงเมือง 12 เมือง คือเมือง 12 นักษัตร
อาณาจักรตามพรลิงค์
ศูนย์กลางอยู่ที่นครศรีธรรมราช
เป็นอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก
รับพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์เข้ามาเป็นครั้งแรก
อาณาจักรตามพรลิงค์เสื่อมอำนาจลงโดยตกอยู่ภายใต้อำนาจของ อาณาจักรสุโขทัยและต่อมาได้อยู่ภายใต้อาณาจักรอยุธยา
อาณาจักรตามพรลิงค์
อาณาจักรตามพรลิงค์ในยุคแรก ๆ มีอาณาเขตตั้งแต่อำเภอสิชล อำเภอท่าศาลา อำเภอเมืองนครศรีธรรมราชลงไปถึงอำเภอ เชียรใหญ่และลึกเข้าไปภายในแผ่นดินถึง อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอลานสกาและอำเภอ ทุ่งสงทั้งหมด ซึ่ง
อยู่ในท้องที่จังหวัด นครศรีธรรมราชและราวต้นพุทธศตวรรษ ที่19 มีอิทธิพลครอบคลุมบรรดาหัวเมือง และแคว้นอื่นๆ ทั่วแหลมมลายู
(ตำบลท่าเรือ
อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช)
เมืองพระเวียง
(ตำบลศาลามีชัย
อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช)
เมืองนครศรีธรรมราช
(บริเวณที่ตั้งศาลากลางจังหวัดในปัจจุบัน)
จดหมายเหตุของจีนเรียกแคว้นนี้ว่า ต้ำมาลิ่ง หรือ ตันเหมยหลิงหรือโพลิง หรือโฮลิง ตรงกับเอกสารอินเดียว่า ตามพรลิงค์
แคว้นนี้แยกตัวมาจากแคว้นลังกาสุกะและเจริญรุ่งเรืองระหว่าง
พ.ศ. 600 - 1900 จาก
หลักฐานทางด้านโบราณคดี คือร่องรอยคูเมือง
และกำแพงเมืองขนาดใหญ่ที่ปรากฏในจังหวัดนครศรีธรรมราช
ที่ตั้งของเมืองหลวงในยุคต่างๆ
เมืองบ้านท่าเรือ
มีลำน้ำออกสู่ทะเลได้สะดวก
>> เหมาะกับการติดต่อค้าขายทางทะเล
แต่เป็นเมืองขนาดเล็ก
>> พื้นที่ทำนาเพาะปลูกได้น้อย
เมืองมีขนาดใหญ่ขึ้น
>>พื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น
>>เลี้ยงพลเมืองได้จำนวนมากขึ้น
เมืองมีขนาดใหญ่
สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาตอนต้น
เมืองรอง
ที่สำคัญมีอยู่ 2 เมือง
1) เมืองไชยา (จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
>>กำเนิดขึ้นพร้อมๆกับเมืองตามพรลิงค์
>>ยุคหลังกลายเป็นเมืองอุปราชของอาณาจักรจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
2) เมืองสทิง (บริเวณโดยรอบทะเลสาบสงขลา)
>>จังหวัดสงขลาและพัทลุงจะเกี่ยวข้องกับเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยอยุธยา
เมืองบริวาร
เมืองสิบสองนักษัตร (ปรากฎอยู่ในตำนานเมืองนครศรีธรรมราช)
เมืองขึ้น
ได้แก่ หัวเมืองมลายู เช่นเมืองไทรบุรี ปะลิส ปัตตานี
กลันตัน ตรังกานู เป็นต้น
เมืองปะหัง
เมืองสายบุรี
เมืองปัตตานี
เมืองกะลันตัน
เมืองไทรบุรี
เมืองพัทลุง
เมืองตรัง
เมืองชุมพร
เมืองไชยา
เมืองท่าทอง
เมืองตะกั่วป่า-ถลาง
เมืองกระบุรี
อาจกล่าวได้ว่านครศรีธรรมราชในยุครุ่งเรืองสามารถแผ่อาณาจักรครอบครองแหลมมลายูได้เกือบทั้งหมด
พัฒนาการด้านศาสนา
จากหลักฐานต่างๆพบว่า อาณาจักรตามพรลิงค์ มีผู้นับถือศาสนาด้วยกัน 2 ศาสนา
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
ลัทธิไศวนิกาย (นับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด)

พบร่องรอยเทวสถาน แท่งศิวลึงค์ อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 11-13

ได้รับการนับถือในระยะแรกๆ

พบชิ้นส่วนพระนารายณ์(เทพเจ้าสูงสุดในลัทธิไวษณพนิกายด้วย)
พระพุทธศาสนา
นับถือนิกายหินยาน นิกายมหายานและลัทธิลังกาวงศ์ในแต่ละช่วงเวลา

นิกายหินยาน >> นับถือมากในพุทธศตวรรษที่ 12 - 14
นิกายมหายาน >> นับถือมากในพุทธศตวรรษที่ 14 - 18
ลัทธิลังกาวงศ์(เถรวาท) >> เข้ามาจากประเทศลังกา หลังพุทธศตวรรษที่ 18 จนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันมีการสร้างพระพุทธรูปสำคัญ "พระพุทธสิหิงค์"
ประดิษฐานอยู่ที่หอพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

จึงกลายเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนานิกายนี้ขึ้นไปยังสุโขทัยด้วย อันเป็นผลให้พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทฝัง รากลึกลงในสังคมไทย นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ลักษณะการเมืองการปกครอง
มีรูปแบบของจัดการปกครองตามแบบการปกครองของอินเดีย
โดยมีพระมหากษัตริย์ เป็นสมมติเทพ

มีการรวมกลุ่มของชาวเมืองโดยมีหัวหน้าปกครอง เป็นผู้ครอบครองกลองมโหระทึกสำริด

ในเมืองนครศรีธรรมราชพบว่ามีกลองนี้ 3 ใบ แสดงว่านับตั้งแต่พุทธศตวรรษแรกๆ เป็นต้นมา ผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้ น่าจะมีการรวมกลุ่มกันเป็นสังคมที่มีหัวหน้าปกครองอยู่แล้ว
รูปแบบศิลปะ
พบเศียรพระพุทธรูปศิลาขนาดเล็กที่อำเภอสิชล ในราวพุทธศตวรรษที่10-11 มีต้นแบบมาจากศิลปะลุ่มแม่น้ำกฤษณา ประเทศอินเดีย

ศิลปะแบบนี้ได้ส่งอิทธิพลต่อศิลปะรุ่นหลังมาจนถึงพุทธ ศตวรรษที่13
สถาปัตยกรรมและประติมากรรม
โบราณวัตถุในศาสนาพราหมณ์ที่ค้นพบ ณ ชุมชนโบราณสิชล ล้วนทำด้วยศิลา เช่น ศิวลึงค์ โยนิ พระวิษณุ เป็นต้น
โบราณวัตถุเหล่านี้มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 11-14 เป็นส่วนใหญ่


ได้มีการค้นพบ พระวิษณุศิลาอันเป็นเทวรูปกลุ่มที่ เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย จำนวน 3 องค์ในภาคใต้
พระวิษณุในกลุ่มนี้จำนวน 2 องค์ ค้นพบในจังหวัดนครศรีธรรมราช
เทวรูปกลุ่มนี้มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 9 – 10
แสดงให้เห็นถึงอิทธิของศิลปะอินเดียสมัย มถุราและอมราวดีตอนปลาย พุทธศตวรรษที่ 7-8
วัฒนธรรมที่อาณาจักร
ตามพรลิงค์สร้างขึ้น
ค้นพบศิลาจารึกรุ่นแรกของประเทศไทยในนครศรีธรรมราชอีกหลายหลัก

ศิลาจารึกหุบเขาช่องคอย โดยจารึกด้วยอักษรปัลลวะ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 10-11
นักภาษาโบราณ มีความเห็นว่า เมื่อพิจารณาโดยอาศัยวิวัฒนาการ
ของรูปแบบอักษรเป็นเกณฑ์แล้วจะปรากฏว่าศิลาจารึกหลักนี้มีรูปอักษรเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้
ศิลาจารึกหลักนี้ใช้ภาษาสันสกฤต ข้อความที่จารึกบางท่านกล่าวว่าเป็นการบูชาพระศิวะ
ศิลาจารึกวัดมเหยงคณ์ จารึกด้วยอักษรปัลลวะคล้ายกับ ตัวอักษรที่พบในดินแดนเขมรโบราณ
กล่าวถึงเรื่องราวทางศาสนา เรื่องของสงฆ์ พราหมณ์ และจริยวัตรอันเป็นส่วนประกอบทางศาสนา
นครศรีธรรมราชได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอินเดียทั้งในด้านอักษร ภาษา ความเชื่อ ศาสนา ประเพณี กฎหมายและ ระบบการปกครอง อันเป็นรากฐาน ที่สำคัญทางวัฒนธรรมของนครศรีธรรมราชและ ของไทยในปัจจุบัน
ความเสื่อมของ
อาณาจักรตามพรลิงค์
ในพุทธศตวรรษที่ 19 ตกอยู่ในข่ายอิทธิพลของ พ่อขุนรามคำแหงมหราช (สุโขทัย) หลักฐานคือ ศิลาจารึกหลักที่ 1 ได้กล่าวถึงอาณาเขตสุโขทัย
ทางทิศใต้ว่าไปถึงเมืองคนทีพระบาง แพรก สุพรรณภูมิ ราชบุรี เพชรบุรี และนครศรีธรรมราช และ่ต่อมาก็ตกอยู่ใต้อำนาจของอโยธยา
สรุป
อาณาจักรตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรือง ทางด้านการค้า การปกครองและพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระพุทธศาสนาลัทธิ ลังกาวงศ์จากประเทศศรีลังกาได้ ถูกนำเผยแผ่ที่อาณาจักรนี้เป็นแห่งแรกของประเทศไทย จึงทำให้อาณาจักรตามพรลิงค์เป็นศูนย์กลาง เผยแผ่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ อาณาจักรตามพรลิงค์อยู่ทางภาคใต้ของไทย เริ่มปรากฏ หลักฐานตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 7 ซึ่งในระยะแรกอาจอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรฟูนันและอาณาจักรศรีวิชัย ต่อมาอาณาจักร ตามพรลิงค์ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการ ปกครองทางภาคใต้ จนกระทั่งประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-15 อาณาจักรตามพรลิงค์ก็สามารถแผ่ อิทธิพล ครอบคลุมบริเวณภาคใต้ของไทยในปัจจุบันได้เกือบทั้งหมด และราวพุทธศตวรรษที่ 19 จึงเสื่อมอำนาจลง และตกอยู่ภายใต้อำนาจของกรุงศรีอยุธยา
จัดทำโดย

นางสาวมธุพจนา ว่องไวยุทธ์ ม.5/5 เลขที่1
นางสาวธนภรณ์ โลหกุล ม.5/5 เลขที่3
นายพงศธร พรหมบุญทอง ม.5/5 เลขที่12
นางสาวณิชนันทน์ หาญวัฒนกุล ม.5/5 เลขที่17
นางสาวพิมพ์จิตร รุ่งบรรณาพันธ์ ม.5/5 เลขที่20
Full transcript