Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

บทบาททหารพม่ากับการเมือง

No description
by

parng chaipakdee

on 14 March 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of บทบาททหารพม่ากับการเมือง

บทบาทของทหารกับการเมืองพม่า : บทบาททหารพม่าท่ามกลางกระแสประชาธิปไตยในปัจจุบัน
ปัจจัยภายในที่มีผลต่อบทบาททหารพม่า
การเมืองพม่าภายใต้การปกครองรูปแบบประชาธิปไตย
ค.ศ.1948-1962
การเมืองพม่าภายใต้รูปแบบเผด็จการทหารยุคเน วิน ค.ศ.1962-1988
รัฐประหาร ค.ศ.1962 โดยนายพลเน วิน

การปกครองภายใต้ระบบพรรคการเมืองเดียว คือ พรรคโครงการสังคมนิยมพม่า (BSPP)

รัฐธรรมนูญให้อำนาจปกครองกับทหาร

ประกาศนโยบายสังคมนิยม
- เศรษฐกิจตกต่ำ
- เกิดชนชั้นที่ทหารเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์

การเมืองพม่าภายใต้เผด็จการทหาร SLORC/SPDC
ค.ศ.1988-2011
นายพลซอ หม่อง ทำการรัฐประหารในเดือนกันยายน ค.ศ.1988 และได้ปราบปรามขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย

การเลือกตั้งปี ค.ศ.1990 พรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ชนะ แต่ SLORC ไม่ยอมถ่ายโอนอำนาจให้และปกครองพม่าต่อ

รัฐบาลเผด็จการ SLORC/SPDC ได้หมุนเวียนกันขึ้นสู่อำนาจ
- รัฐบาลซอ หม่อง (ค.ศ.1988-1992)
- รัฐบาลตาน ฉ่วย (ค.ศ.1992-2003)
- รัฐบาลขิ่น ยุ้นต์ (ค.ศ.2003-2004)
- รัฐบาลโซ วิน (ค.ศ.2004-2007)

กระบวนการสร้างประชาธิปไตย
- การยกร่างรัฐธรรมนูญ, ลงประชามติรับร่างรธน., ปล่อยตัวนักโทษการเมือง,
การมาเยือนของผู้นำต่างชาติ, ยุโรปยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ฯลฯ

เป็นประชาธิปไตยเพียงฉากหน้า ทหารยังคงกุมอำนาจหลักเหมือนเดิม

Roadmap to Democracy กลายเป็น Roadmap to Burmese Democracy สู่ประชาธิปไตยแบบพม่าเท่านั้น

การสร้างและพัฒนาประชาธิปไตยจากผู้นำคนประเทศคนใหม่ (เต็ง เส่ง) กับเหล่าชนชั้น (ทหาร)

ปัจจัยภายนอกที่ไม่มีผลต่อการเมืองภายใน และการเมืองภายในที่ยังต้องแก้ไขอีกมากมาย
ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อบทบาทหารพม่า
ท่าทีของนานาชาติต่อเผด็จการทหารพม่า/ การสร้างประชาธิปไตยในปัจจุบัน
ท่าทีของสหรัฐอเมริกา
สหรัฐดำเนินมาตรการในการกดดันรัฐบาลทหารพม่ามาโดยตลอดมานจนถึงที่เริ่มมีการผ่อนคลายลงในยุคหลังที่ พม่าเริ่มมีกระบวนการสร้างประชาธิปไตยมากขึ้น

สหรัฐ มีมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่ามาตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 8888 จนถึงเมื่อเริ่มมีการผ่อนคลายหลังจากรัฐบาลทหารพม่ามีท่าทีผ่อนปรนลงและเริ่มมีกระบวนการสร้างประชาธิปไตยมากขึ้นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามมาตรการกดดันที่สหรัฐฯดำเนิน(ร่วมถึงผลักดันให้ประเทศอื่นๆดำเนินตาม)ต่อพม่าก็ยัง ไม่ได้ทำให้พม่ากระเทือนต่อพม่าอย่างรุนแรงในระดับที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากนัก ทั้งนี้ก็เป็นเพราะการที่ยังได้รับความช่วยเหลือจากประเทศอื่นๆ อย่าง จีน อินเดีย ไทย ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆที่เข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์จากพม่าเพื่อผลประโยชน์แห่งขาติตนเป็นหลัก

ท่าทีของจีน
เป็นประเทศแรกที่รับรองความชอบธรรมของรัฐบาลทหารพม่า และเป็นพันธมิตร ที่เข้มแข็งของพม่าจนถึงทุกวันนี้

ให้การช่วยเหลือในด้านปัจจัยและอาวุธแต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาพม่า

จีนได้ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจเป็นเส้นทางสินค้าเขตเอเชียใต้และแถบมหาสมุทรอินเดีย

ประโยชน์ทางยุทธศาสตร์เป็นการกันอิทธิพลของสหรัฐด้วย

บทบาททางประชาคมโลกถึงแม้จีนจะลดความช่วยเหลือลงแต่ก็ยังให้การสนับสนุนพม่าในหลายๆทางทั้เศรษฐกิจ การทหาร การลงทุน
ท่าทีของอินเดีย
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพม่าทั้งทางทหาร เศรษฐกิจและการทูต

เขตชายแดนมีผลประโยชน์ด้านพลังงานและเป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคง

แต่เพื่อลดกระแสกดดันจากประชาคมโลกและในฐานะที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐจึงต่อต้านการใช้ความรุนแรงของทหารพม่าและสนับสนุนประชาธิปไตย

ทั้งนี้อินเดียยังมีความสัมพันธ์อันดีกับพม่าในการที่จะต่อกรกับจีนในการขยายอิทธิพลมายังพม่าด้วย
ท่าทีของญี่ปุ่น
ประกาศเอกราช 4 มกราคม ค.ศ.1948

พรรคสันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสม์ (AFPFL) นำโดยอู นุได้เข้าปกครองพม่า

สงครามกลางเมือง
- ปัญหาเอกภาพภายในพรรค AFPFL
- ปัญหาชนกลุ่มน้อย

พรรค AFPFL อ่อนแอ แต่ฝ่ายทหารเข้มแข็งและมีเอกภาพ

อู นุขอความช่วยเหลือจากทหารภายใต้การนำของนายพลเน วินให้มาปกครองชั่วคราว

การเรียกร้องประชาธิปไตยใน ค.ศ.1988
นักศึกษาปลุกระดมความคิดต่อต้านคณาธิปไตยทหารของเน วิน

การประท้วงใหญ่ “8888” บีบให้รัฐบาลรับความผิดพลาดในการบริหารประเทศ

นายพลเน วินลาออกจากตำแหน่งประธานพรรคโครงการสังคมนิยม

การโอนอำนาจการปกครองในลักษณะ “เหล้าเก่าในขวดใหม่”
- รัฐบาลเส่ง ลวิน
- รัฐบาลหม่อง หม่อง
- รัฐบาลทุน ทิน

การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
การประชุมสมัชชาแห่งชาติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ เริ่มขึ้นเมื่อ 9 มกราคม ค.ศ.1993
- มีหัวข้อการประชุมที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของทหารในบทบาทนำทางการเมือง
ของรัฐในอนาคต
- การร่างนั้นจะต้องได้รับคำรับรองจากคณะทหารก่อน
- การประชุมหยุดชะงักในปี ค.ศ.1994

เริ่มมีการประชุมใหม่ในปี ค.ศ.2005

การร่างรัฐธรรมแล้วเสร็จในปี ค.ศ.2007

มีการลงประชามติรับร่าง ในปี 2008 เพียง2 วันหลังจากโดนพายุไซโคลนนากีสถล่ม
- ตัวเลขที่ทางการพม่าอ้างคือ มีคนมาใช้สิทธิ 98% และรับร่าง 92%

เนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ค.ศ.2008)
เปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สหภาพพม่า” มาเป็น “สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า”

มาตรา 5 ได้กำหนดคุณสมบัติของประธานาธิบดีว่าจะต้องมีความรู้
เกี่ยวกับกิจการทหาร ห้ามมีพ่อแม่, คู่สมรส, ลูกที่ถือสัญชาติอื่น
(ถูกมองว่าเพื่อกีดกัน ซูจีโดยเฉพาะ)

มาตรา 109 ระบุว่าทุกสภาทั้งสภาประชาชน(บน) สภาแห่งชาติ(ล่าง)
สภาท้องถิ่นจะต้องมีสมาชิกร้อยละ 25 มาจากการแต่งตั้งจากผู้บัญชาการ
ทหารสูงสุด

บทที่ 12 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 433,434.435 และ 436 ได้กำหนดว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกร้อยละ 75 และต้องทำประชามติ


ภาพรวมของรัฐธรรมนูญพม่า ค.ศ.2008
รัฐธรรมนูญได้ให้อำนาจทหารที่ยังคงมีอำนาจในการปกครองในรูป
แบบของระบบรัฐสภา
- รัฐบาลที่เกิดขึ้นจะยังคงเป็นรัฐบาลทหาร

รัฐธรรมนูญนี้จึงถูกมองว่าไม่ได้สร้างภาพลักษณ์ประชาธิปไตยและ
ไม่ได้นำไปสู่ความปรองดองแห่งชาติตามแนวทาง Road Map ที่วางเอาไว้

รัฐธรรมนูญนี้จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่หวงอำนาจของกลุ่มอำนาจทหาร
ภายใต้การนำของนายพลตาน ฉ่วย กับคณะ

เป็นมิตรที่ดีมาแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

นโยบายในลักษณะอะลุ้มอล่วย ต่างจากสหรัฐ
- ให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน แยกออกจากการเมือง
- แต่ไม่เห็นด้วยที่จะคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ เพราะมีผลประโยชน์อยู่

นโยบายดำเนินการไปตามสถานการณ์ เข้าๆออกๆ

มีเงื่อนไขในการสร้างความเป็นประชาธิปไตย
- ยินดีช่วยเหลือหากปล่อยตัวออง ซาน ซู จี (1995) แต่ก็จะงดความช่วยเหลือลงในช่วงที่พม่าทำตัวไม่น่ารัก
ท่าทีของไทย
ไทยกับพม่ามีความสัมพันธ์กันมานานทั้งดีและไม่ดี

นโยบายไม่เข้มงวดอย่างตะวันตกเพราะไทยมีผลประโยชน์ด้านพลังงานอยู่มาก

ในภาพรวมจึงเรียกร้องให้ยุติปัญหาทางการเมือง เป็นประชาธิปไตยและ
เคารพในสิทธิมนุษยชน เพื่อลดการครหาจากต่างชาติและลดปัญหา ข้ามชาติต่างๆ เช่น ปัญหาการปะทะตามแนวชายแดน ชนกลุ่มน้อย ยาเสพติด และแรงงานอพยพ

บทบาทของไทยสนับสนุนตัวกลางอย่างสหประชาชาติและอาเซียนใน
การแก้ไขปัญหาพม่า


ท่าทีของอาเซียน
อาเซียนมีท่าทีแบบกดดันแต่ไม่จริงจัง
- ให้ลดการกดขี่ทารุณกรรมประชาชนพม่า และก็ชี้แนะให้มีการปฏิรูปเศรษฐกิจให้ดีขึ้น
- การดึงพม่าเข้าสู่อาเซียนในช่วง1997 แต่กลับถูกมองว่าไม่ได้ผลที่จะทำให้พม่ากลาย
เป็นประชาธิปไตยได้เพราะพม่ายังคงเกิดความรุนแรงอยู่เรื่อยๆ

หลักการไม่แทรกแซงกันของอาเซียนและกลไกของอาเซียนที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ
ในการแก้ปัญหา

อาเซียนจึงถูกมองว่าเป็นเพียงเสือกระดาษในการแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชน/ปัญหาประชาธิปไตยในพม่า

นโยบายความสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์ (Constructive Engagement, 1995)
การเลือกตั้ง ปีี 2010
การปฏิรูปประชาธิปไตยในพม่า
- พรรค USDP (ทหาร) ได้รับที่นั่งมากที่สุด
(สภาบน 129/สภาล่าง 259 ที่นั่ง)

- พรรค NDL ของนางอองซานซูจี ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง

- พรรค NDL คว่ำบาการเลือกตั้ง เนื่องจากการเลือกตั้งไม่เป็นธรรม

- นิรโทษกรรมให้กับนักโทษทางการเมือง

- ออกกฎหมายแรงงานใหม่

- ลดการเซนเซอร์สื่อ

- ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี

- มีการแก้กฎหมายการเลือกตั้ง ให้นางอองซาน ซูจี
และสมาชิกพรรค NLD สามารถลงเลือกตั้งได้

การปฏิรูปทางการเมือง 2011-2012
พม่าหลังหารปฏิรูป/ผ่อนคลายการทหาร
เลือกตั้งซ่อม ปี2012

- พรรค NLD ชนะการเลือกตั้ง 43 เขต
จากที่ส่งลงสมัคร 44 เขต

-.พรรค USDP ได้ 1 เขต

อนาคตพม่า
Full transcript