Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

ทฤษฎีการเรียนรู้ และระบบการสอน

นางสาวภัททิรา วังกาวรรณ์ 554104008 สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์
by

Pattira Wangkawan

on 2 February 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ทฤษฎีการเรียนรู้ และระบบการสอน

ทฤษฎีการเรียนรู้
(Theory learning)
การเรียนรู้ คือการเปลี่ยนแปลงของบุคคลอันมีผลเนื่องมาจาก
การได้รับประสบการณ์โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเหตุทำให้บุคคล
เผชิญสถานการณ์เดิมแตกต่างไปจากเดิม ประสบการณ์ที่ก่อให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หมายถึง ทั้งประสบการณ์ทางตรง และ
ประสบการณ์ทางอ้อม
(ประดินันท์ อุปรมัย,2540:121)
การเรียนรู้
การเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
ทฤษฎีการเรียนรู้ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
1. ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behavioral Learning Theories)
2. ทฤษฎีปัญญานิยม (Cognitive Learning Theories)
3. ทฤษฎีสร้างความรู้นิยม (Constructivisim)
4. ทฤษฎีการเชื่อมโยง (Connectivism)
ซึ่งนักจิตวิทยากลุ่มนี้ได้มองธรรมชาติของมนุษย์ในลักษณะ
ที่เป็นกลาง คือ ไม่ดีไม่เลว (Neutral-active) การกระทาต่างๆ
ของมนุษย์เกิด จากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมภายนอก พฤติกรรม
มนุษย์เกิดจากการ ตอบสนองต่อสิ่งเร้า (Stimulus-response)
การเรียนรู้เกิดจากการ เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง
(ทิศนา แขมณี. 2545: 50)
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม
(Learning Theory : Behaviorism)
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม
(Learning Theory : Behaviorism)
ประกอบด้วยแนวคิดสำคัญ 3 แนวคิด ดังต่อไปนี
1. ทฤษฎีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์ (Thorndike’s Connectionism Theory)
2. ทฤษฎีการวางเงื่อนไข (Conditioning Theory)
3. ทฤษฎีการเรียนรู้ของฮัลล์ (Hull’s Systematic Behavior Theory)

ทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพฤติกรรมนิยม
ทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพฤติกรรมนิยม
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม
ทฤษฎีที่สำคัญในกลุ่มนี้มี 5 ทฤษฎีด้วยกัน คือ
1.ทฤษฏีเกสตัลท์ (Gestalt Theory)
โดยเวอร์ไทม์เมอร์โคห์เลอร์ และคอฟฟ์กา
แนวความคิดหลักของทฤษฎีนี้ก็คือ ส่วนรวมมิใช่เป็นเพียงผลรวม
ของส่วนย่อย ส่วนรวมเป็นสิ่งที่มากกว่าผลรวมของส่วนย่อย

2.ทฤษฎีสนาม (Field Theory)
โดยเคิร์ทเลวิน
พฤติกรรมของคนมีพลังและทิศทางสิ่งใดที่อยู่ในความสนใจ และความต้องการของตน จะมีพลังเป็น + สิ่งที่นอกเหนือจากความสนใจจะมีพลังงานเป็น –



3.ทฤษฎีเครื่องหมาย (Sign Theory) ของทอลแมน
การเรียนรู้เกิดจากการใช้เครื่องหมายเป็นตัวชี้ทางให้แสดง
พฤติกรรมไปสู่จุดหมายปลายทาง
4.ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา ของ เพียเจต์และบรุนเนอร์
ซึ่งเป็นฐานสำคัญของทฤษฎีการเรียนรู้ที่นิยมกันในปัจจุบัน
เน้นความสำคัญของการเข้าใจธรรมชาติและพัฒนาการของเด็ก
มากกว่าการกระตุ้นเด็กให้มีพัฒนาการเร็วขึ้น
5.ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ของออซูเบล
มนุษย์เลือกที่จะรับรู้สิ่งที่ตนเองสนใจ
และการเรียนรู้เกิดจากกระบวนการค้นพบด้วยตัวเอง

เป็นกระบวนการทางสติปัญญาในการสร้างความรู้ความเข้าใจ
ให้กับตนเองด้วยการสร้างเสริมประสบการณ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่ ทำให้เกิดการ
เรียนรู้ได้ 2 ลักษณะ คือ การหยั่งรู้ (insight) และการรับรู้
(perception) ได้ดีขึ้น ผู้เรียนจะเข้าใจและมองเห็นแนวทางการ
แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น
ทฤษฎีสร้างความรู้นิยม
ทฤษฎีการสร้างความรู้มีรากฐานมาจากทฤษฎีการสร้างเชาว์ปัญญา
ของเพียเจต์ ( Piajet) และ ไวก็อทสกี้ (Vygotsky) ซึ่งอธิบายว่า โครงสร้าง
ทาง สติปัญญา (Scheme) ของบุคคลมีการพัฒนาผ่านทางกระบวนการดูด
ซับหรือซึม ซับ (assimilation) และกระบวนการปรับโครงสร้างทางสติปัญญา (accommodation) เพื่อให้บุคคลอยู่ในภาวะสมดุล ( equilibrium) ซึ่ง
เพียเจต์เชื่อ ว่าทุกคลจะมีพัฒนาการตามลำดับขั้นจากการมีปฏิสัมพันธ์ และประสบการณ์กับ สิ่งแวดล้อมและสังคม ส่วนไวก็อทสกี้ให้ความสาคัญ
กับวัฒนธรรม สังคม และ ภาษามากขึ้น
ทฤษฎีการเชื่อมโยง
ทฤษฎีการเชื่อมโยง ทฤษฎีการเชื่อมโยง (Connectivism) หรือบางตำรา
เรียกว่า ทฤษฎี การเชื่อมต่อ ซึ่ง Cynthia M. DeWitte (2010) ทฤษฎี connectivism เป็นสิ่ง สาคัญเพื่อการศึกษาครั้งนี้เพราะมุ่งเน้น ความจำเป็นสาหรับผู้เรียนที่จะใช้ วิธีการต่างๆและเครื่องมือในการเข้าถึง
ในการรับและการเชื่อมต่อ ความรู้ อุปกรณ์มือถือมากขึ้นโดยเฉพาะโทรศัพท์
มือถืออาจจะมีความสามารถในการ อานวยความสะดวกในการเรียนรู้ดังกล่าว Connectivism การเรียนจำเป็นต้องเข้าถึงและให้การเชื่อมต่อระหว่าง
โหนดภายในระบบนิเวศการเรียนรู้ของตนโดยใช้รูปแบบต่างๆของเทคโนโลยี
โทรศัพท์มือถือเป็น เครื่องมือที่สามารถใช้เพื่อนาทางนิเวศวิทยาการเรียนรู้
ระบบการสอน
ระบบการสอน
(Learning System )
เป็นการนำเอาวิธีระบบ หรือการจัดระบบมาใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลที่ป้อน (Input) กระบวนการ (Process) และ
มีผลผลิต (Output) เช่น ระบบการสอน จะมีองค์ประกอบย่อย ๆ
เช่น ระบบครูผู้สอน ระบบนักเรียน ระบบสื่อการสอน ระบบการเลือก
และใช้สื่อการสอน หรือแหล่งการเรียนรู้ ซึ่งหน่วยย่อยเหล่านี้ สามารถ
ทำงานในหน้าที่ของตนอย่างมีอิสระ แต่ถ้าหน่วยย่อยนั้นมีการ
เปลี่ยนแปลงก็จะส่งผลกระทบถึงหน่วยย่อยอื่น ๆ ด้วย
ความหมายของระบบการสอน
ความหมายของระบบการสอน
การออกแบบระบบการสอน ได้มีนักการศึกษาไว้ดังนี้
โพแฟม และเบเกอร์
(James W. Popham, and Baker, 1970)
ได้ออกแบบระบบการสอนโดยแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. กำหนดวัตถุประสงค์
2. พิจารณาพื้นฐานผู้เรียน
3. วางแผนกิจกรรมการเรียนการสอน
4. ประเมินผล
เบราน์และคณะ (Brown and others, 1986)
เป็นระบบการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็น
ศูนย์กลางในการเรียน และมีการวิเคราะห์ผู้เรียน เพื่อที่จะสามารถจัดการเรียนการสอนซึ่งตอบสนอง
ความแตกต่างของผู้เรียน ดังมีรายละเอียดดังนี้
- เป้าหมาย (goals)
ซึ่งแบ่งเป็น 3 ด้านดังนี้
1. ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain)
2. ด้านจิตพิสัย (Affective Domain)
3. ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain)
- สภาพการณ์ (Conditions)
- แหล่งการเรียน (Resources)
รูปแบบการสอนโดยใช้รูปแบบจำลอง ASSURE
A = ANALYZE LEARNER'S CHARACTERISTICS

S = STATE LEARNING OBJECTIVES AND CONTENT

S = SELECT, MODIFY OR DESIGN MOTHODS
AND MATERIALS

U = UTILIZE METHODS AND MATERIALS

R = REQUIRE LEARNER'S RESPONSE

E = EVALUATION กา
mu ic
s
tudio
G o b e
o d y
Full transcript