Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

แร่รัตนชาติ

No description
by

Priraya Suttichon

on 11 April 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of แร่รัตนชาติ

แร่รัตนชาติ
การกำเนิดของแร่รัตนชาติ

ในภาษาสันสกฤต เรียกขนานนามว่า “เนาวรัตน”
รวมถึงภาษาฮินดี,พม่า อินโดนีเซีย และเนปาล ส่วนในภาษาสิงหลเรียก “นวรัตเน” และในภาษาไทยเรียก “นพรัตน์”เป็นธรรมเนียมของรัตนโบราณที่อยู่คู่ดินแดน สุวรรณภูมิ แต่ดั้งเดิมจึงไม่ปรากฏที่มา
เกือบทุกประเทศในแถบเอเชียนับถือว่าเป็นรัตนสูงส่ง
ของเทพ ซึ่งตกทอดสืบต่อกันมา ทั้งในประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา สิงคโปร์ พม่า กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย (โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมและศาสนา)
ความหมายของรัตนชาติ
เป็นกลุ่มประเภทของแร่ประเภทหนึ่งโดยหมายถึงแร่หรือ
หินบาง ชนิด หรืออินทรียวัตถุธรรมชาติที่นำมาเจียระไน ตกแต่ง หรือแกะสลัก เพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ มีความงาม ทนทาน และหายาก โดยปกติแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
เพชร และพลอย
ซึ่งหมายถึง อัญมณีทุกชนิดยกเว้นเพชร หากผ่านการตกแต่งหรือเจียระไนแล้ว เรียกว่า อัญมณี นอกจากนี้ สารประกอบที่ได้จากสิ่งมีชีวิตที่อาจจัดเป็นรัตนชาติได้แก่ ไข่มุก และปะการังและอำพัน

รัตนชาติหรืออัญมณี เป็นผลึกที่มีมลทินอยู่ภายใน ทำให้มีสี
ต่างๆกันไปมีความแข็ง สามารถเจียระไนให้เกิดมุม เพื่อให้เกิดการกระจายแสงเห็นความแวววาว มลทินในแร่ ทำให้แร่มีสี
ต่าง ๆ กัน แร่คอรันดัมบริสุทธิ์ เป็นสารพวกอะลูมิเนียมออกไซด์
มีสีขาว ถ้ามีมลทินจำพวกโครเมียมผสม ทำให้มีสีแดง เช่น ทับทิม
ส่วน เหล็ก ไทเทเนียม ทำให้มีสีน้ำเงิน (ทับทิมกับไพลิน เป็นแร่คอรันดัมเหมือนกัน แต่มีมลทินต่างชนิดกัน)
เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินอัญมณีได้แก่ ความแข็ง (ตาม Moh’s scale), ความถ่วงจำเพาะ และค่าดัชนีหักเหของแสง
ดัชนีหักเหของแสง เป็นค่าคงที่ของอัญมณีแต่ละชนิด จึงใช้ตัดสินว่าเป็นของปลอมหรือไม่ ความแข็งของแร่ก็มีผลต่อราคาของอัญมณีด้วย จึงนำมาทดสอบ โดยการขูดขีดกัน (อาจใช้ตะไบ มือ เหรียญทองแดง มีดพับ, กระจก ทดสอบ) แร่ที่มีรอยขูดขีดจะอ่อนกว่า ซึ่งทดสอบได้
ประเภทของรัตนชาติ

พลอยในตระกูลคอรันดัม ซึ่งประกอบด้วย Al2O3 โดยมี Al : O = 52.9 : 47.1 โดยมวล การที่พลอยแต่ละชนิดมีสีต่างกันเป็นเพราะมีธาตุเจือปนที่ต่างกัน เช่นทับทิม มีสีแดง เพราะมี โครเมียม เจือปนอยู่ 0.1 – 1.25 โดยมวล บุษราคัม (แซฟไฟร์สีเหลือง) มี เหล็ก และไทเทเนียม เจือปน ไพลิน (แซฟไฟร์สีน้ำเงิน) มีสีน้ำเงินเพราะมี เหล็ก และ ไทเทเนียม เจือปน พลอยสาแหรก หรือสตาร์ มีรูไทป์ปนอยู่ในเนื้อพลอย
พลอยในตระกูลควอทซ์ เช่น อเมทิสต์ ซิทริน อาเกต เป็นต้น

เป็นธาตุคาร์บอนที่บริสุทธิ์ มีความแข็งแรงมากที่สุด เพชรที่ดีจะต้องไม่มีสี (ถ้ามีสีสวยงามในกลุ่ม เหลือง ชมพู ส้ม แดง น้ำเงิน จะมีราคาสูงกว่าเพชรสีขาวมากๆเรียกว่า
Fancy Diamond)

รัตนชาติไทย
หากจะแปลตามตัว รัตนชาติ ที่เดิมเขียนกันว่า รัตนชาต ก็จะแปลไว้ว่า สิ่งที่ถือกำเนิดมาเป็นแก้ว (รัตน=แก้ว ชาต=เกิด) ซึ่งในประเทศไทยเอง ก็พบว่ามีรัตนชาติ 9 อย่างอันเป็นมิ่งมงคล แต่บางชนิดหายากหรือหาไม่พบในประเทศไทยปัจจุบันแล้ว
รัตนชาต ทั้ง 9 หรือเรียกว่า นพรัตน์ นั้น โบราณท่านผูกเป็นบทกลอนไว้ว่า
เพชรดีมณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพฑูรย์
ซึ่งตามคำกลอนดังกล่าว ไม่ได้เรียงตามระดับราคาหรือค่าความแข็งแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้พบว่าชื่อเรียกในโบราณนั้น ปัจจุบันสามารถหมายถึงรัตนชาตชนิดอื่นได้เช่นกัน ถ้าอ้างอิงตามกลอนบทนี้ สามารถถอดความเป็นรัตนชาต 9 อย่างได้ดังนี้
เป็นอัญมณีรูปแบบหนึ่งของคาร์บอน จัดเรียงตัวเป็นทรงแปดหน้า เป็นแร่ที่แข็งที่สุดตามสเกลของโมส์ (Moh's scale)
มีค่าความแข็งเท่ากับ 10

เพชรมีหลายสี สีที่นิยมที่สุดคือสีขาวบริสุทธิ์ สีที่หายากคือสีแดง ฟ้า เขียว ส้ม ชมพู เรียก "แฟนซีไดมอนด์" มีราคาสูงมาก การเจียระไนเป็น 52 เหลี่ยมนับว่าสวยที่สุด เพชรเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความแข็งแกร่ง แหล่งของเพชรมีอยู่ทั่วโลก ส่วนมากพบที่บราซิลและแอฟริกาใต้
มรกต (อังกฤษ: Emerald, สูตรเคมี: Be3Al2(SiO3)6) เป็นแร่รัตนชาติหรืออัญมณี ที่มีสีเขียว โดยเกิดจากการผสมกันระหว่างโครเมี่ยมกับเบริล เป็นแร่เบริลที่มีสีเขียวซึ่งแร่นี้มีได้หลายสี ถ้าฟ้าเรียกอความารีน(aquarmarine)สีเหลืองเรียกโกลเด้นเบริล สีแดงเรียก โรสเบริล และอื่นๆคุณภาพของมรกตอยู่ที่สีหากมีสีเขียวทั่วทั้งเม็ดก็จัดว่าคุณภาพสูง ส่วนตำหนินั้นมรกตธรรมชาติทุกชิ้นจะต้องมีทั้งสิ้น ลักษณะเป็นเส้น ริ้วสีขาว จุดสีดำ สีสนิม ฝ้าขาวขุ่นตามธรรมชาติ รอยริ้วที่ดุคล้ายรากผักชีเรียกว่า Jardin หรือสวนแห่งมรกต
เพทาย
โกเมน หรือชื่อทางวิชาการว่า การ์เนต (อังกฤษ: Garnet) มาจากภาษาละตินว่า granatus แปลว่า เมล็ดพืช
โกเมนจะอยู่ในระบบผลึกแบบ Cubic
มีรูปผลึกเป็นรูปเหลี่ยม 12 หน้า (rhombic-dodecahedral)
มีความแข็งประมาณ 6.5 - 7.5
มีหลายสีแต่ที่เด่นที่สุดคือสีแดง
ความวาวที่พบจะมีความวาวคล้ายแก้ว
มีรอยแตกแบบก้นหอย
ความคงทนค่อนข้างดีนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ
แซฟไฟร์ (อังกฤษ: Sapphire) เป็นพลอยตระกูลคอรันดัม มีหลายสี แต่โดยทั่วไปมักหมายถึงเฉพาะที่มีสีน้ำเงิน ในประเทศไทย เดิมเรียกว่า นิลกาฬ (นิลก็ยังหมายถึงพลอยอีกชนิดหนึ่ง) แต่ปัจจุบันนิยมเรียกว่า ไพลิน ตามชื่อของแหล่งกำเนิดจากเหมืองพลอย ในจังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา ที่ในช่วงหนึ่งมีการนำเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

แซฟไฟร์จัดเป็นแร่ในประเภท (Species) คอรันดัม (Corundum) เช่นเดียวกับทับทิม (Ruby) ซึ่งพลอยคอรันดัมนี้เป็นพลอยที่มีความแข็งรองลงมาจากเพชร จึงทำให้แซฟไฟร์ เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำไปทำเครื่องประดับ

ชาวเปอร์เซียโบราณเชื่อกันว่าแซฟไฟร์ คือ "หินที่มาจากฟ้า" เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าโลก ตั้งอยู่บน แซฟไฟร์ ขนาดมหึมา จึงทำให้สะท้อนแสงแดด ออกไปสู่ท้องฟ้ามีสีน้ำเงิน ตามตำนานกล่าวว่า แซฟไฟร์เป็นพลอยของกษัตริย์ที่ใช้สวมใส่เพื่อป้องกันภัยอันตราย ทำให้เชื่อกันว่าผู้ที่สวมใสแซฟไฟร์จะมีชีวิตที่สดใส มีพลังในการดำรงชีวิต และแซฟไฟร์นี้สามารถปกป้องอันตรายแก่ผู้ที่สวมใส่ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังถือเอาแซฟไฟร์นี้เป็นสัญลักษณ์ของความจริงใจ และมั่นคงอีกด้วย

ปัจจุบันหากพูดถึงแซฟไฟร์ คำเดียวจะหมายถึง Blue Sapphire หรือ ไพลิน มาจากภาษาเปอร์เชีย "Saffir" หรือจากภาษากรีก "Sappheiros" แปลว่า สีน้ำเงิน หรือจากภาษาสันสกฤต "ศนิปฺริย" (ศนิ = พระเสาร์, ปฺริย = ผู้เป็นที่รัก) แปลว่าของมีค่าของเทพแซทเทิร์น (ในเทพปกรณัมโรมัน) [3] [4] อย่างไรก็ตาม ในภาษาสันสกฤตยังมีคำเรียกแซฟไฟร์สีน้ำเงินว่า "อินฺทฺรนีล" หมายถึง "สีน้ำเงินเหมือนพระอินทร์"
ไข่มุก เป็นอัญมณี มีสีขาว เงินยวง ชมพูและสีทอง โดยนำมาจากสัตว์จำพวกหอยนางรม อาจจะนับได้ว่าเป็นอัญมณีชนิดเดียวในโลกที่เกิดมาจากสัตว์ ไข่มุกสามารถนำมาทำเป็นเครื่องประดับ หรือนำมาบดในการใช้เป็นเครื่องสำอาง

ความเชื่อของไข่มุก เป็นอัญมณีแห่งสายน้ำ เสริมสง่าราศีให้กับเพศหญิงก่อให้เกิดความนุ่มนวล อ่อนหวาน แก้ปัญหาทางด้านอารมณ์
เพทาย(Zircon) ZrSiO4 เป็นแร่รัตนชาติที่อยู่ในกลุ่มซิลิเกต
สี น้ำตาล แดง เหลือง เขียว ดำและไร้สี
รูปแบบผลึก มีลักษณะเป็นแท่งยาวมียอดแหลมปิดหัวและท้าย
โครงสร้างผลึก รูบผลึกระบบเททราโกนาล
ค่าความแข็ง 7.5 สีผงละเอียด สีขาว
ความถ่วงจำเพาะ 4.6–4.7
ไพฑูรย์หรือตาแมวนี้ เป็นแร่คริสโซเบริล แร่เดียวกับเจ้าสามสีนั่นเอง มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า CAT’S EYE ไพฑูรย์ หรือตาแมวนี้ มีเอกลักษณ์พิเศษตรงที่มีปรากฎการณ์ตาแมว คือจะมีเส้นตรงพาดกลางหน้าพลอย และเส้นตรงนี้สามารถเหลือบไปมาและเปิดปิดตาได้เมื่อหมุนพลอย สาเหตุของการเกิดตาแมวในพลอยคริสโซเบอริล เกิดจากลักษณะรอยตำหนิภายในที่เป็นเส้นไหมหรือเส้นใยไฟบรัส ที่เรียงตัวขนานกันอย่างเป็นระเบียบภายในเม็ด ทำมุมสะท้อนกับแสงที่มาตกกระทบ จนเกิดเป็นเส้นแสงสีขาวเป็นเงาตั้งฉากกับแนวขนานของเส้นใยนั้น ทำให้เกิดปรากฏการณ์ตาแมวขึ้นมา แหล่งของ Cat’s Eye จะพบมากในอินเดีย บราซิล และชนิดที่มีคุณภาพดีที่สุด จะมาจากศรีลังกา สีที่ดีที่สุดคือ สีน้ำผึ้ง หรือสีเหลืองอมเขียวเล็กน้อย และที่สำคัญต้องแสดงตาแมวคมชัด
แร่รัตนชาติ หรือ รัตนชาติ

กำเนิดของรัตน ๙ ประการ
1. พลอย หรือหินสี ที่สำคัญได้แก่
2. เพชร
เพชรดี หมายถึง เพชร แร่รัตนชาติสีขาว (Diamond)
มณีแดง หมายถึง ทับทิม แร่รัตนชาติสีแดง (Ruby)
เขียวใสแสงมรกต หมายถึง มรกต แร่รัตนชาติสีเขียว (Emerald)
เหลืองใสสดบุษราคัม หมายถึง บุษราคัม
แร่รัตนชาติสีเหลือง (แซฟไฟร์สีเหลือง)
แดงแก่ก่ำโกเมนเอก หมายถึง โกเมน
แร่รัตนชาติสีเลือดหมู (Garnet)
สีหมอกเมฆนิลกาฬ หมายถึง แซฟไฟร์ แร่รัตนชาติสีน้ำเงิน(ไพลิน) (แซฟไฟร์สีน้ำเงิน)
มุกดาหารหมอกมัว หมายถึง มุกดา หรือ จันทรกานต์ แร่รัตนชาติสีขาวขุ่นคล้ายสีหมอก มีลักษณะพิเศษมีเหลือบรุ้งสีออกฟ้าสีนวล (Moonstone)
แดงสลัวเพทาย หมายถึง เพทาย แร่รัตนชาติสีแดงเข้ม (Hyacinth) เขียนอีกอย่างหนึ่งว่า (Yellow Zircon) (ซึ่งเป็นรัตนชาตชนิดเดียวกัน)
สังวาลสายไพฑูรย์ หมายถึง ไพฑูรย์ เป็นอัญมณีหรือหินสีชนิดหนึ่งหรือแร่รัตนชาติ มีหลายสีเช่น สีเหลืองนวล สีเหลืองทอง สีน้ำผึ้ง สีเขียวแอปเปิล สีน้ำตาล ฯลฯ (Chrysoberyl-cat eye)
ทับทิม หรือ มณี ,รัตนราช,ปัทมราช (อังกฤษ: Ruby) เป็นรัตนชาติชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในตระกูลคอรันดัม(Corundum)เช่นเดียวกับบุษราคัม ไพลิน เขียวส่องและ Fancy shappire มีความแข็งรองจากเพชร เป็นที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับมาก เพราะมีสีสวยและมีความแข็งแกร่งเปล่งประกายจับตา ทับทิมในภาษาสันสกฤตโบราณคือ "ratanraj" หมายถึงเจ้าแห่งอัญมณีทั้งปวง จนทับทิมถูกขนานนามว่าอัญมณีแห่งราชา
บุษราคัม (Yellow sapphire) เป็นอัญมณีประเภทคอรันดัมที่มีสีเหลือง พบได้ในธรรมชาติเป็นแร่เดียวกับทับทิม ไพลิน เขียวส่อง พัดพารัดช่า และพวก Fancy sapphire แต่ส่วนใหญ่ที่ขายในท้องตลาดจะได้จากการเผาพลอยคอรันดัมที่มีสีเหลืองจาง มีตำหนิสีอื่นปนบ้าง(เหลือง,เขียว,นำเงินมาปนกัน) และสีเขียว(เขียวส่อง) ทำให้มีสีสวยงาม เข้มขึ้นขายได้ราคาสูง แหล่งบุษราคัมที่สำคัญคือ จันทบุรี ศรีลังกา ทวีปแอฟริกา ออสเตรเลียและอื่นๆ
รายละเอียดของแร่รัตนชาติ
ประโยชน์ของแร่รัตนชาติ
การบำบัดโรค
รัตนชาติเป็นแร่ที่คนทั่วไปอาจนึกถึงประโยชน์ในแง่ของกรนำมาเจียรนัย เพื่อทำเป็นเครื่องประดับ หรือใช้แทนหลักประกันเงินตรา ด้วยสมบัติของแร่รัตนชาติที่มีระบบผลึกสวยงาม มีลักษณะทางกายภาพที่ดีโดยเฉพาะการสะท้อนคลื่นแสง และความแข็งแกร่ง จนถูกจัดลำดับความแข็งในสเกลของโมห์ในระดับสูง แต่ยังมีคุณประโยชน์ของรัตนชาติในแง่ของการรักษาสุขภาพ ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของปัจจัยสี่ของมนุษย์อยู่ด้วย ซึ่งบทความนี้จะกล่าวถึงประโยชน์ของรัตนชาติในแง่ของการใช้ในการบำรุงรักษาสุขภาพ
ได้มีการศึกษาโดย มล.อัคนี นวรัตน พบว่า รัตนชาติหลายชนิดช่วยบำบัดอาการปวดได้ เช่น ควอตซ์ใส ควอตซ์ควันบุหรี่ อำพัน ลาปิสลาซูลี โทปาส อาเมทิสต์ และพลอยแดง เป็นต้น นอกนี้ยังมีรัตนชาติบางชนิดที่มีฤทธิ์ช่วยต้านมะเร็ง เช่น ทับทิม แจสเปอร์สีแดง โรโดโครไซต์คริสโซโคเลีย และเซเลไนต์ มีหลักฐานบ่งชี้ว่า ชาวอียิปต์โบราณใช้ ลาปิส ในการก่อให้เกิดพลังเพื่อกระตุ้นต่อไร้ท่อโน้มนำให้เกิดฮอร์โมน เอนไซม์ต่าง ๆ ช่วยในระบบเลือดและระบบย่อย โดยการนำลาปิสที่มีสีสำน้ำเงินกระจ่าง แฝงด้วยเกล็ดสีทอง มีการเรืองแสงสีส้มภายใต้ black light ซึ่งการนำมาใช้จะต้องล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 นาที และอาบแสงแดดอ่อน หรือแช่ในอ่างแก้วที่บรรจุน้ำเกลือทิ้งไว้นานหลายชั่วโมง
การใช้เพื่อบำบัดโรคมีวิธีการดังนี้
1. นอนหงายจับลาปิสไว้ในอุ้งมือขวา กำหนดจิตให้อยู่ในบริเวณก้นกบ ไล่กระแสจิตไปตามแนวสันหลัง ถึงกระหม่อมพร้อมกับการหายใจเข้าและไล่กระแสจิตกลับไปตำแหน่งเดิมพร้อมทั้ง หายใจออก ปฏิบัติเช่นนี้ 3 – 5 ครั้ง
2. วางลาปิสบริเวณสะดือ โดยใช้มือขวากุมไว้พร้อมทั้งหายใจเข้า กำหนดจิตไว้ที่สะดือ หายใจออกจะ รู้สึกถึงคลื่นพลังจากลาปิสแผ่ไปในร่างกาย ทำเช่นนี้ 3 รอบ
3. นำลาปิสมาวางบริเวณหัวใจ กำหนดจิตและลมหายใจเหมือนข้อ 2
4. นำลาปิสมาวางบริเวณหน้าฝาก กำหนดจิตและลมหายใจเหมือนข้อ 2
5. ย้ายลาปิสไปไว้ยังตำแหน่งที่ปวดในร่างกาย หายใจเพื่อนำพลังเข้า และปล่อยลมหายใจพร้อมพลัง เสียออกไป
6. กลับมานอนหงายตามข้อ 1 กำหนดลมหายใจเข้าออกพร้อมทั้งทำจิตให้ว่างเปล่า 10 – 20 นาที วันละ 3 – 4 ครั้ง
วิธีการนี้ พบว่า ผู้ป่วยลดอาการเจ็บปวดในร่างกายลงได้ และรัตนชาติจะมีการสะสมคลื่นความร้อนที่เป็นพลังเสียไว้ในระบบผลึก เมื่อจะนำมาใช้ให้ล้างด้วยน้ำเกลือภายใต้แดดอ่อนอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังพบว่า คาร์เนเลียน (Carnelian) ซึ่งเป็นอัญรูปหนึ่งของแร่ควอตซ์ มีสีส้มแดงโปร่งใสหรือโปร่งแสง มีสมบัติในการบำบัดอาการไอ ลดอาการปวดเจ็บของรอบเดือน ไอ กระดูก กระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อและลดอาการปวดหลังผ่าตัด และให้พลังทางเพศ
จากการศึกษาสมบัติในการลดอาการไอ โดยคาร์เนเลียน สามารถกระตุ้นให้มีการฟื้นฟูของร่างกายและดึงเอาพลังเสียออกมาสะสมไว้ในระบบผลึกแร่ ในบางกรณีคนไข้ที่ต้องทำงานใช้เสียงเป็นประจำจะมีอาการปวดอักเสบและไอเป็นประจำ เมื่อสวมสร้อยคอที่ทำจากคาร์เนเลียน พบว่า อาการไอลดลงได้มาก
การซื้อขาย
การซื้อขายรัตนชาติเป็นงานที่ยากยิ่งอย่างหนึ่ง เพราะการบอกชนิด การวัดคุณภาพซึ่งใช้สี ความใส และมลทินเป็นหลัก เพื่อตีราคานั้น ไม่มีเครื่องมืออะไรที่จะใช้วัดคุณภาพได้ สีที่เห็นเป็นสัมผัสของตา ตาส่งสัมผัสไปสู่สมอง สมองจะเปรียบเทียบสีที่เห็นนั้น กับสีที่ บันทึกไว้ในสมอง และตัดสินออกมาในที่สุด ผู้ที่มีความสามารถในการกำหนดและตีราคานั้น จะต้องเป็นคนที่มีสายตา และสมองที่มี ความสามารถใน การบอกความแตกต่างที่ละเอียดอ่อนได้ดีเป็นพิเศษ ซึ่งแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกันไป โดยต้องอาศัยพื้นฐาน ความรู้ทางแร่วิทยา คุณสมบัติทางกายภาพ คุณสมบัติทางแสง และความคุ้นเคยกับประสบการณ์เป็นตัวช่วย แน่นอนที่สุดการตรวจ รัตนชาตินั้น จะต้องใช้ ประสาทสัมผัสทั้งห้า มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกต มีนัยน์ตาที่แหลมคม และมีใจรัก ปัจจุบันเทคโนโลยี และเครื่องมือมีมากมาย ดังนั้นการใช้เครื่องมือ (gem instrument) จึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้การตรวจ ถูกต้องแม่นยำขึ้น นอกจากนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีมากขึ้น ก็มีการผลิตรัตนชาติสังเคราะห์ (Synthetic Gem) รัตนชาติเลียนแบบ (Imitation and Simulate) เข้ามาใช้ในวงการ รัตนชาติมากมาย จึงทำให้การตรวจรัตนชาติยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นผู้ตรวจจะมีประสิทธิภาพ ในการตรวจได้ดีต้องมีความชำนาญ ประสบการณ์ผ่านพบรัตนชาติจำนวนมากๆ ทำให้เกิดความคุ้นเคย มีผลให้การตรวจแม่นยำขึ้น

ขั้นตอนการตรวจรัตนชาติเป็นขบวนการกำหนด สืบทราบชนิดของรัตนชาติโดยทำการตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆ ที่ได้จากการตรวจ สอบ คุณสมบัติต่างๆ อย่างเป็นขั้นตอน แล้วประเมินข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการตรวจสอบ และสรุปว่าควรจะเป็นรัตนชาติชนิดใด โดย กำหนดออก มาเป็น Species และ Varieties ของรัตนชาติที่ทำการตรวจสอบ ซึ่งขบวนการนี้คล้ายคลึงกับการขจัดความสงสัย ของนักสืบ โดยการ ประมวลจากข้อมูลที่สอบสวนมาได้เช่นกัน

ขั้นตอนการตรวจมี 4 ขั้นตอน คือ

การตรวจโดยอาศัยตาเปล่า (Unaided Eye)
การตรวจรายละเอียดภายใน โดยอาศัยแว่นขยาย 10X หรือกล้องจุลทรรศน์ (Binocular Microscope)
การตรวจค่าดัชนีหักเห (Refractive Index) ซึ่งสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อรัตนชาตินั้นมีหน้าขัดมันที่เรียบพอที่จะใช้กับ เครื่องมือวัดดัชนีหักเห (Refractometer) ได้
การตรวจโดยใช้เครื่องมือทางรัตนชาติอื่นๆ เช่นโพราไลสโคป (Polariscope) ไดโครสโคป (Dichroscope) สเปกโตรสโคป (Spectoscope) เป็นต้น

เมื่อตรวจสอบตัวอย่างตามขบวนการที่กล่าวมาแล้วก็จะสามารถสรุปผลออกมาได้ว่ารัตนชาติที่ทำการตรวจสอบนั้นอยู่ใน Species หรือ Varieties ใดโดยพยายามรวบรวมข้อมูลจากการทดสอบทั้งหมด และพิจารณาว่ารัตนชาตินั้นมีคุณสมบัติต่างๆ ตรงกับ Species และ Varieties ของรัตนชาติใด และจะต้องพยายามใช้ Key Separationg เป็นตัวช่วยตัดสินในกรณีที่คุณสมบัติ ที่ตรวจสอบได้นั้นเข้ากัน ได้กับรัตนชาติถึง 2 Species ตัวอย่างเช่น ทับทิมธรรมชาติและทับทิมสังเคราะห์มีค่าดัชนีหักเห และค่าความถ่วงจำเพาะเท่ากัน ลักษณะ จาก Polariscope เหมือนกัน ดังนั้นกุญแจสำคัญที่ใช้แยก (Key Separation) คือการ ตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์และการเรืองแสง ขั้นตอนการตรวจสอบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้อง เรียงลำดับขั้นตอนการตรวจตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เสมอไป
อุตสาหกรรม
แร่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (Industrial mineral)
แร่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม หมายถึง แร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ หรือทางอุตสาหกรรมได้ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1. แร่โลหะ (Metallic mineral) เช่น แร่เงิน ทองแดง สังกะสี เหล็ก ตะกั่ว ดีบุก ทังสเตน และอลูมิเนียม
2. แร่อโลหะ (Nonmetallic mineral) เช่น แร่เฟลด์สปาร์ แกรไฟต์ ดินขาว ใยหิน ฟอสเฟต ยิบซัม รัตนชาติ ทราย และแร่เชื้อเพลิง
การทำเครื่องประดับ
การทำเครื่องประดับมงกุฎของพระราชวงศ์อังกฤษนั้นแบ่งได้เป็น 3 แบบใหญ่ๆ
ใช้สำหรับพระราชพิธีบรมราชภิเษกของพระมหากษัตริย์ ตามประวัติศาสตร์อังกฤษแล้ว มีมงกุฎประเภทนี้ทั้งหมด 2 องค์ ได้แก่
– St. Edward Crown เป็นมงกุฎสำคัญอันดับ 1 หรือ Coronation Crown
– Imperial State Crown
มงกุฎสำหรับประมุข (พระมหากษัตริย์)
มงกุฎพระอัครมเหสี (พระราชินี)
มงกุฎประเภทนี้ สมเด็จพระราชินีจะทรงในระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นหลัก และหลังจากนั้น แล้วแต่จะทรงโปรดฯ ในสมัยตั้งแต่ปีค.ศ. 1690 เป็นต้นมา พระอัครมเหสีเมื่อจะต้องเข้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่นั้นจะต้องทรงมงกุฎพระราชินีแมรีแห่งโมดีนา (Crown of Mary of Modena) ซึ่งพระองค์ก็ทรงเป็นพระอัครมเหสีเหมือนกัน ซึ่งธรรมเนียมนี้ก็ใช้มาเรื่อยจนกระทั่งรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีอเดลเลด ซึ่งก่อนจะเข้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น มีเสียงวิพากษ์กันว่ามงกุฎองค์เก่านั้นไม่สมพระเกียรติเนื่องจากสภาพอันทรุดโทรมเกินซ่อมแซม น้ำหนักมาก และความเหมาะสม จึงมีมติให้สร้างถวายขึ้นใหม่สำหรับพระองค์ จึงตั้งชื่อให้ว่าเป็น มงกุฎพระราชินีอเดลเลด ซึ่งรายละเอียดนั้นจะกล่าวต่อไปภายหลัง จากนั้นแล้วก็จึงเป็นธรรมเนียมต่อมาของราชสำนักอังกฤษ ที่จะต้องสร้างมงกุฎพระอัครมเหสีองค์ใหม่ในทุกรัชกาล ซึ่งธรรมเนียมนี้เว้นไปในรัชสมัยถัดมา เนื่องจากเป็นรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และในรัชสมัยปัจจุบัน คือ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ซึ่งถือเป็นพระประมุขแห่งพระราชวงศ์ มิใช่พระอัครมเหสี จึงจะต้องทรงมงกุฎประเภทที่ 1 เท่านั้น
จุลมงกุฎ หรือ Coronet
เป็นมงกุฎที่แสดงตำแหน่งของผู้เป็นเจ้าของว่ารองจาก
พระมหากษัตริย์ ตามธรรมเนียมแล้วเช่นในภาษาเยอรมันของคำว่า “Adelskrone” (มงกุฎของขุนนาง) ใช้สำหรับขุนนางและเจ้าชายหรือเจ้าหญิงในตราอาร์ม แทนที่จะเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ที่จะใช้คำว่า “มงกุฎ” (Crown) ซึ่งเป็นคำที่ตามปกติจะใช้กับพระมหากษัตริย์ นอกจากจะเป็นมงกุฎเล็กแล้วก็ยังบอกฐานะหรือตำแหน่งของผู้สวมด้วย
จัดทำโดย
นางสาวไปรยา สุทธิชน
รหัสนิสิต 561031458
เพชร
ทับทิม
มรกต
บุษราคัม
โกเมน
ไพลิน
ไข่มุก
ไพฑูรย์
ขั้นตอนการตรวจรัตนชาติ (Procedure in Gem Identification)
คณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกสังคมศึกษา
Full transcript