Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

งานวิจัยเชิงสหสัมพันธ์

No description
by

Fulim Fulim FILM

on 21 November 2013

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of งานวิจัยเชิงสหสัมพันธ์

งานวิจัยเชิง
สหสัมพันธ์คืออะไร?
งานวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ คือ การวิจัยประเภทหนึ่งของการวิจัยเชิงบรรยาย
ที่ศึกษาความสัมพันธ์ของตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป
และมุ่งอธิบายความสัมพันธ์ของตัวแปรนั้น ๆ
โดยใช้สถิติ อีกทั้งทำนายความสัมพันธ์
ระหว่างตัวแปร
แต่ไม่จัดกระทำหรือควบคุมตัวแปร
1. รูปแบบการวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ 2แบบ
1.1 การศึกษาความสัมพันธ์เชิงบรรยาย explanatory approach คือ บรรยายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร X
และ Y เกี่ยวกับขนาดของความสัมพันธ์ มากหรือน้อย และทิศทางของความสัมพันธ์ บวก หรือ ลบ
1.2 การศึกษาความสัมพันธ์เชิงทำนาย predictive approach คือ การทำนายสิ่งที่จะเกิดบนพื้นฐาน
ของข้อมูลที่ศึกษาจากตัวแปร XและY

Image by Tom Mooring
ขั้นตอน/กระบวนการการทำวิจัย
เชิงสหสัมพันธ์
งานวิจัยเชิงสหสัมพันธ์
(Correlation Research)

2.ทบทวนวรรณกรรม
การศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและกำหนดกรอบ
แนวคิดในการวิจัย นำข้อมูลที่ได้ศึกษาโยงสู้กรอบความคิด
ในการวิจัยว่า ปัญหาวิจัยที่จะศึกษาและหาคำตอบนั้น
มีตัวแปรใดน่าจะเกี่ยวข้องกันบ้าง รูปแบบความสัมพันธ์เป็นแบบใด จากนั้นต้องคัดสรรตัวแปรที่จะศึกษา
และสร้างความสัมพันธ์ต่อไปโดยเขียนเป็นรูปภาพความสัมพันธ์
ระหว่างตัวแปร ซึ่งเรียกว่า กรอบความคิดการวิจัย
3. การสร้างสมมุติฐานการวิจัย
สมมุติฐานคือการคาดคะเนคำตอบของการวิจัยล่วงหน้า
อย่างมีเหตุ มีผล มีหลักการ
ทฤษฏี และ ผลงานวิจัยรองรับ
4. การออกแบบงานวิจัยเชิงสหสัมพันธ์
เพื่อหาคำตอบการวิจัย
- การกำหนดประชากรเป้าหมาย และกลุ่มตัวอย่าง
- การสร้างและพัฒนาเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล
- การกำหนดวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัย
- การออกแบบวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
- การจัดทำโครงการวิจัย
โดยเขียนเป็นโครงการวิจัยซึ่งอาจจะเขียนเป็น
โครงการวิจัยแบบย่อยหรือแบบสมบูรณ์
จุดประสงค์ของ
งานวิจัยเชิงสหสัมพันธ์
เพื่อบอกระดับความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่
2 ตัวขึ้นไปทั้งขนาดและทิศทาง
ความสัมพันธ์ทั้งสองตัวแปรแต่ไม่สามารถ
อธิบายได้ว่าตัวแปรไหนเป็นเหตุตัวแปรไหนเป็นผล
เพื่อพยากรณ์ตัวแปรที่สนใจโดย
พิจารณาจากค่าความสัมพันธ์ต่างๆ
ที่หาได้
ชื่องานวิจัย : ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรที่มีอิทธิพล
ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสถิติเบื้องต้นของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ผู้จัดทำ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์อภิญญา อิงอาจ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย :การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
1. ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสถิติ
เบื้องต้นของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ
2. ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรอิสระที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนวิชาสถิติเบื้องต้นของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ขอบเขตของการวิจัย : ประชากร คือ นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในระดับปริญญาตรีที่เรียนวิชาสถิติเบื้องต้น ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2546 จำนวน1,132 คน และใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เพื่อสุ่มตัวอย่างนักศึกษาจำนวน 295 คนจากกลุ่มประชากร
1.การกำหนดปัญหาการวิจัยและตั้งชื่อเรื่องชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์
ระหว่างตัวแปรที่จะศึกษาตั้งแต่ความสัมพันธ์อย่างง่ายถึงความสัมพันธ์
หลายตัวแปร การกำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัยอยู่ในกรอบหลัก 3 ประการ
• เพื่อศึกษาว่ามีตัวแปรอะไรบ้างที่สัมพันธ์กัน
• เพื่อค้นหารูปแบบของความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร
• เพื่อศึกษาระดับความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆว่ามีมากน้อยเพียงใด2
ตัวอย่างงานวิจัย
คำศัพท์ที่สำคัญใน
งานวิจัยแบบสหสัมพันธ์
คำถาม
งานวิจัยเชิงสหสัมพันธ์

ต่างจากงานวิจัยประเภทอื่นๆ

อย่างไร ?
2. Scatter plot เป็นการนำค่าคะแนนสองชุดมา
plot ลงในกราฟเพื่อดูการกระจายของค่าคะแนน
และรูปแบบของความสัมพันธ์ของตัวแปร
อีกทั้งยังดูค่าที่สุดโต่ง (extreme) อีกด้วย
3. ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
correlation coefficient เป็นค่าตัวเลขที่บอกขนาด
และมีเครื่องหมายบอกทิศทาง
ของความสัมพันธ์ของตัวแปร
4. การวิเคราะห์การถดถอย
(Regression Analysis)
คือการทำนายตัวแปรหนึ่ง
โดยใช้ความสัมพันธ์กับอีกตัวแปร
หนึ่งเพื่อใช้ในการคาดคะเนอนาคต
โดยจะมี 2ตัวแปร คือ ตัวแปรเกณฑ์
คือตัวแปรตาม ที่ผู้วิจัยต้องการทำนาย
ตัวทำนาย คือ ตัวแปรต้น
ซึ่งผู้วิจัยต้องการใช้ทำนายค่า
5.ดำเนินการวิจัยเชิงสหสัมพันธ์
6. วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติ
7.ดำเนินการสรุปและเขียนรายงาน
วิจัยเชิงสหสัมพันธ์ฉบับสมบูรณ์
ตัวแปร : ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสถิติเบื้องต้น
ของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ (ACHI) 2)
ตัวแปรอิสระ มี 9 ตัวแปร ได้แก่ ผลการเรียนเดิมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย (GPA) ทัศนคติต่อการเรียนวิชา
สถิติเบื้องต้น (ATTI) แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์(MOTI) นิสัยการเรียน (ACTI) คุณภาพการสอนของอาจารย์
(TEAC) บรรยากาศทางวิชาการภายในสถาบัน (UNIV) ลักษณะของเพื่อน (FRIE)
บรรยากาศในครอบครัว (FAMI) และเวลาที่ใช้ในการศึกษาเพิ่มเติม (TIME)
สมมติฐานการวิจัย : 1.
ผลการเรียนเดิมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์

ลักษณะของเพื่อน

บรรยากาศในครอบครัว

บรรยากาศทางวิชาการภายในสถาบัน
และ
คุณภาพการสอนของอาจารย์
มีอิทธิพลทางตรงต่อ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนว
ิชาสถิติเบื้องต้นของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ
2.
ผลการเรียนเดิมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ

ลักษณะของเพื่อน

บรรยากาศในครอบครัว

บรรยากาศทางวิชาการภายในสถาบัน
และ
คุณภาพการสอนของอาจารย์
มีอิทธิพลทางอ้อม
ต่อ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิชาสถิติเบื้องต้นของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ
โดยอ้อมผ่านทัศนคติ
ต่อการเรียนวิชาสถิติเบื้องต้น ผ่านนิสัยในการเรียนวิชาสถิติเบื้องต้น และผ่านเวลาที่ใช้ในการศึกษาเพิ่มเติม
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย : 1) ข้อมูลทั่วไปของนักศึกษา
2) แบบสอบถามแบบประเมินค่า 5 ระดับ จำนวน 7 ด้าน
3) โปรแกรม SPSS for Windows
สถิติที่ใช้ :
ใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (X)

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD.)

ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
วิเคราะห
์การถดถอยสำหรับการหาสัมประสิทธิ์เส้นทาง
ทดสอบความสอดคล้องของตัวแบบความสัมพันธ์
เชิงสาเหตุตามสมมติฐานกับข้อมูลเชิงประจักษ์
สรุปผล : ผลการวิจัยครั้งนี้ได้เห็นว่าตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสถิติเบื้องต้น ของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ เรียงตามลำดับค่าความสัมพันธ์มากไปหาน้อย ได้แก่ 1) นิสัยในการเรียน 2) ทัศนคติที่มีต่อวิชาสถิติเบื้องต้น 3) แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ 4) เวลาที่ใช้ศึกษาทบทวนเพิ่มเติม 5) ลักษณะของเพื่อน 6) บรรยากาศในครอบครัว และ7) คุณภาพการสอนของอาจารย์
ส่วนความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสถิติเบื้องต้น
ของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพนั้น พบว่า เวลาที่ใช้ศึกษาเพิ่มเติมเป็น ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา ในขณะที่นิสัยในการเรียน และทัศนคติที่มีต่อวิชาสถิติของนักศึกษามีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดังกล่าว โดยส่งผ่านตัวแปรเวลาที่ใช้ศึกษาทบทวนเพิ่มเติมของนักศึกษา ตัวแปรแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
ลักษณะของเพื่อนนักศึกษาก็เป็นตัวแปรที่มีทั้งอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์วิชาสถิติเบื้องต้นเช่นกัน ซึ่งอ้อมผ่านนิสัยในการเรียน ทัศนคติ และเวลาที่ใช้ศึกษาทบทวนเพิ่มเติม ส่วนตัวแปรคุณภาพการสอนของอาจารย์ เกรดเฉลี่ยเดิม และบรรยากาศในครอบครัวมีเฉพาะ อิทธิพลทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา
โดยอ้อมผ่านนิสัยในการเรียน ทัศนคติ และเวลาที่ใช้ศึกษาทบทวนเพิ่มเติม
ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์มีค่าระหว่าง -1.00 ถึง +1.00
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร X และ Y
1. มีสัมพันธ์กัน มีทั้งอย่างสมบูรณ์ กับ ไม่สมบูรณ์ อย่างสมบูรณ์ มี 2 ลักษณะ คือ
สมบูรณ์ทางบวก (+1.00) และสมบูรณ์ทางลบ (-1.00) และมีความสัมพันธ์กันอย่างไม่สมบูรณ์
มี 2 ลักษณะ คือ ไม่สมบูรณ์ทางบวก (0 ถึง 1)และไม่สมบูรณ์ทางลบ (-1 ถึง 0)
2. ไม่มีความสัมพันธ์กัน
ก่อน
หลัง
ประเภทของงานวิจัยเชิง
สหสัมพันธ์
1. การหาค่าสหสัมพันธ์และการถดถอย
2. การทดสอบทางจิตวิทยา (Reliability และ Validity)
3. การวิเคราะห์พหุตัวแปร (Multiple Analysis)
4. การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression)
5. การวิเคราะห์โมเดลเชิงสาเหตุ
(Causal/Structural Modeling)
6. การวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor Analysis)
Full transcript