Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

สื่อการสอน เรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น

การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
by

jukkit onsod

on 18 April 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of สื่อการสอน เรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น

การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
1. การแจกแจงความถี่ของข้อมูล
เป็นวิธีการทางสถิติอย่างหนึ่งที่ใช้ในการจัดข้อมูลที่มีอยู่ หรือที่เก็บรวบรวมมาได้ให้อยู่เป็นกลุ่มๆ เพื่อสะดวกใน
การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น
การแจกแจงความถี่ จัดเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
- การแจกแจงความถี่แบบไม่จัดเป็นอันตรภาคชั้น
- การแจกแจงความถี่แบบจัดเป็นอันตรภาคชั้น
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ
แหล่งที่มาของข้อมูลทุติยภูมิที่สำคัญมีอยู่ 2 แหล่ง คือ
1. รายงานต่างๆของหน่วยราชการและองค์การของรัฐบาล เช่น ทะเบียนประวัติบุคลากร ประวัติคนไข้ ทะเบียนนักเรียนนักศึกษา เป็นต้น
2. รายงานและบทความจากหนังสือ หรือรายงานจากหน่วยงานเอกชน ซึ่งจะมีการพิมพ์เผยแพร่เฉพาะในส่วนของข้อมูลที่เผยแพร่ได้ในรูปของรายงานต่างๆ


การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น

ข้อมูลสถิติหรือข้อมูล
หมายถึง ข้อเท็จจริงของเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราสนใจจะศึกษา ซึ่งอาจจะเป็นตัวเลขหรือข้อความก็ได้ เช่น
– จำนวนคนที่เป็นโรคหัวใจในแต่ละเดือน
– ปริมาณการส่งออกข้าวของประเทศไทยในปีนี้เพิ่มขึ้น
จากปีที่แล้ว

ความหมายของข้อมูลสถิติ
ในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะทำการสำมะโนหรือการสำรวจ นิยมปฏิบัติอยู่ 5 วิธี คือ
1. การสัมภาษณ์ นิยมใช้กันมาก เพราะจะได้คำตอบทันที นอกจากนี้หากผู้ตอบไม่เข้าใจ
ก็สามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ แต่ผู้สัมภาษณ์ต้องซื่อสัตย์และเข้าใจจุดมุ่งหมาย
ของการเก็บข้อมูลอย่างแท้จริง
2. การแจกแบบสอบถาม วิธีนี้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายมาก สะดวกและสบายใจ
ต่อการตอบแบบสอบถาม แต่ก็มีข้อเสียหลายประการ เช่น
ต้องใช้ในเฉพาะผู้ที่มีการศึกษา มีไปรษณีย์ไปถึงคำถามต้องชัดเจนอาจจะไม่ได้รับคืน
ตามเวลาหรือจำนวนที่ต้องการ จึงต้องส่งแบบสอบถามออกไปเป็นจำนวนมากๆ
หรือไปแจกและเก็บด้วยตนเอง
3. การสอบถามทางโทรศัพท์ เป็นวิธีที่ง่าย เสียค่าใช้จ่ายน้อยต้องเป็นการสัมภาษณ์
อย่างสั้นๆ ตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาหลักฐาน ใช้ได้เฉพาะส่วนที่มีโทรศัพท์
เท่านั้น

ข้อมูลจำแนกตามวิธีการเก็บรวบรวม
1.ข้อมูลปฐมภูมิ คือ ข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมจากผู้ที่ให้ข้อมูลหรือแหล่งที่มาโดยตรง
- การสำมะโน คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยของประชากรที่ต้องการศึกษา
- การสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลที่ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกลักษณะของประชากร
ที่ต้องการศึกษา

การจำแนกข้อมูล
ข้อมูลที่จำแนกตามลักษณะของข้อมูล แบ่งเป็น 2 ประเภท
1.ข้อมูลเชิงปริมาณ คืือ ข้อมูลที่ใช้แทนขนาดหรือปริมาณวัดออกมาเป็นค่าตัวเลขที่สามารถ
นำมาใช้เปรียบเทียบขนาดได้โดยตรง
2.ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ ข้อมูลที่ไม่สามารถวัดออกมาเป็นค่าตัวเลขโดยตรงได้ แต่วัดออกมาในเชิงคุณภาพได้ เช่น เพศของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งการวิเคราะห์
ข้อมูลประเภทนี้ ส่วนใหญ่ทำโดยการนับจำนวนจำแนกตามลักษณะเชิงคุณภาพ

4. การสังเกต เป็นข้อมูลที่ได้จากการสังเกตแล้วบันทึกสิ่งที่เราสนใจเอาไว้ ต้องใช้การสังเกต
เป็นช่วงๆของเวลาอย่างต่อเนื่องกัน ข้อมูลจะน่าเชื่อถือได้มากน้อยขึ้นอยู่กับความเข้าใจ
และความชำนาญของผู้สังเกต เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการต่างๆ เช่น
บริการรถโดยสารการบริการสหกรณ์ ความหนาแน่นของการใช้ถนนสายต่างๆ เป็นต้น
วิธีนี้นิยมใช้ประกอบกับการเก็บข้อมูลวิธีอื่นๆ
5. การทดลอง เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีการทดลอง ซึ่งมักจะใช้เวลาในการทดลองนานๆ
ทำซ้ำๆ


2. ข้อมูลทุติยภูมิ คือ ข้อมูลที่ต้องเก็บรวบรวมจากผู้ที่ให้ข้อมูล หรคือแหล่งที่มาโดยตรง แต่ได้จากข้อมูลที่มีผู้อื่นเก็บรวบรวมไว้แล้ว

ตัวอย่างโจทย์
จากเด็กที่เข้าอบรมทักษะกีฬาฟุตบอลจำนวน 20 คน ซึ่งมีอายุดังนี้
12 14 15 16 13
15 14 15 12 13
16 15 14 15 11
13 14 14 12 13
จงสร้างตารางแจกแจงความถี่

แหล่งที่มาของข้อมูล

สามารถแบ่งที่มาของข้อมูลจากแหล่งข้อมูลดังนี้
ข้อมูลปฐมภูมิเป็นข้อมูลที่ผู้ใช้จะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลจาก
ผู้ให้ข้อมูล หรือแหล่งที่มา ของข้อมูลโดยตรง ข้อมูลทุติยภูมิเป็นข้อมูล
ที่ผู้ใช้ไม่ต้องเก็บข้อมูลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลโดยตรง แต่ได้จากข้อมูล
ที่มีผู้อื่นเก็บรวบรวมไว้แล้ว

การนำเสนอข้อมูล
การนำเสนอข้อมูลเป็นการเตรียมความพร้อมเบื้องต้นสำหรับการวิเคราะห์และ
การแปลความหมาย เพื่อจะนำไปใช้งานต่อไป การนำเสนอข้อมูลที่ได้เคยเรียนมาแล้ว ได้แก่ การนำเสนอข้อมูลในรูปข้อความ ข้อความกึ่งตาราง ตาราง แผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง แผนภูมิรูปวงกลม และกราฟเส้น
การนำเสนอข้อมูลโดยตารางแจกแจงความถี่
การนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาจัดใหม่เป็นพวก ๆ หรือเรียงข้อมูลใหม่ให้เป็นระบบ
โดยเรียงจากน้อยไปหามากหรือจากมากไปหาน้อยแล้วจัดข้อมูลนั้นลงในตารางและเขียนบันทึก
ด้วยรอยขีดที่แสดงจำนวนครั้งของข้อมูลที่เกิดขึ้นซ้ำกันจำนวนรอยขีดที่นับได้ในแต่ละข้อมูลเรียกว่า ความถี่ของข้อมูลนั้น ๆ และเรียกว่าตารางแจกแจงความถี่ เรียกวิธีการจัดข้อมูลที่มีการหาค่า
ความถี่ว่า การแจกแจงความถี่
การแจกแจงความถี่ในรูปตารางแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
1. ตารางแจกแจงความถี่แบบแต่ละค่า
การแจกแจงความถี่แบบนี้เหมาะสำหรับข้อมูลที่มีไม่มากนัก และมีข้อมูลซ้ำๆ
กันหลายจำนวน

วิธีการสร้างตารางแจกแจงความถี่แบบแต่ละค่า ทำได้ดังนี้
1) หาข้อมูลค่าต่ำสุด และข้อมูลค่าสูงสุด
2) เขียนข้อมูลจากต่ำสุดไปหาข้อมูลสูงสุดในช่องแรกของตารางในแนวดิ่ง
3) หาว่าข้อมูลแต่ละค่าปรากฏกี่ครั้ง โดยการใช้รอยขีดในช่องที่สองของตาราง
4) นับรอยขีดจำนวนของรอยขีด เรียกว่า ความถี่ของข้อมูลนั้น

ส่วนประกอบของตารางแจกแจงความถี่แบบอันตรภาคชั้นที่ควรทราบ
1) อันตรภาคชั้น หมายถึง ช่วงหรือกลุ่มของข้อมูลที่แบ่งออกเป็นชั้น ๆ
ของตารางแจกแจงความถี่
2) ความกว้างของอันตรภาคชั้น หมายถึง จำนวนค่าของข้อมูลที่นับได้จากแต่ละชั้น
3) ความถี่ หมายถึง จำนวนที่นับได้ว่ามีข้อมูลดิบกี่ค่าที่ปรากฏอยู่ในข้อมูลหรือมีกี่
ค่าที่ตกอยู่ในแต่ละชั้น
4) ขอบล่างของอันตรภาคชั้น หมายถึง ค่ากึ่งกลางระหว่างค่าน้อยที่สุดของอันตรภาค
ชั้นนั้นกับค่ามากที่สุดของอันตรภาคชั้นที่ต่ำกว่าหนึ่งชั้น
5) ขอบบนของอันตรภาคชั้น หมายถึง ค่ากึ่งกลางระหว่างค่ามากที่สุดของอันตรภาค
ชั้นนั้นกับค่าน้อยที่สุดของอันตรภาคชั้นที่สูงกว่าหนึ่งชั้น
6) จุดกึ่งกลางของอันตรภาคชั้น หมายถึง ค่าที่เป็นตัวแทนของแต่ละอันตรภาคชั้น
หาได้จากค่ากึ่งกลางระหว่างค่าที่น้อยที่สุดกับค่าที่มากที่สุดในอันตรภาคชั้นนั้น

การสร้างตารางแจกแจงความถี่แบบเป็นอันตรภาคชั้น สรุปเป็นขั้นตอนได้ดังนี้
1) หาคะแนนต่ำสุดและคะแนนสูงสุดของข้อมูล
2) หาพิสัยของข้อมูล คือ ค่าสูงสุดของข้อมูล – ค่าต่ำสุดของข้อมูล
3) ถ้ากำหนดจำนวนอันตรภาคชั้น ต้องคำนวณหาความกว้างของแต่ละอันตรภาคชั้น

โดยใช้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
ความกว้างของอันตรภาคชั้น=พิสัย/จำนวนชั้นของอันตรภาคชั้น

ถ้ากำหนดความกว้างของอันตรภาคชั้น ก็จะสามารถหาจำนวนอันตรภาคชั้น จาก
พิสัย/ความกว้างของอันตรภาคชั้น
4) เขียนอันตรภาคชั้นเรียงตามลำดับแล้วดูว่าค่าจากการสังเกตแต่ละค่าของข้อมูล
อยู่ในอันตรภาคชั้นใดก็ให้ขีด “ | ” ลงในอันตรภาคชั้นนั้นไปเรื่อยๆ จนครบทุกค่า
จากการสังเกตของข้อมูลทั้งหมด
5) นับจำนวนขีดในแต่ละอันตรภาคชั้น และสรุปออกมาเป็นจำนวน ซึ่งจำนวนดังกล่าวคือ
ความถี่นั่นเอง

วิธีการหาขอบบน – ขอบล่าง
ขอบล่าง
ขอบล่างของอันตรภาคชั้นใด คือ ค่ากึ่งกลางระหว่างค่าที่น้อยที่สุดของอันตรภาคชั้นนั้น
กับค่าที่สูงที่สุดของ อันตรภาคชั้นที่ติดกันและเป็นช่วงที่ต่ำกว่า

ขอบบน
ขอบบนของอันตรภาคชั้นใด คือ ค่ากึ่งกลางระหว่างคะแนนที่มากที่สุดในอันตรภาคชั้นนั้น
กับคะแนนที่น้อยที่สุดของอันตรภาคชั้นที่ติดกัน และเป็นช่วงคะแนนที่สูงกว่า

แผนภาพฮิสโทแกรม

เป็นแผนภาพที่เกิดจากการการนำข้อมูลในตารางแจกแจงความถี่ที่นำขอบล่างและ
ขอบบนของแต่ละชั้นมาเขียนเป็นกราฟแท่ง
ข้อสังเกต สิ่งต่าง ๆ ในแผนภาพฮิสโทแกรม มีดังนี้
1. ฮิสโทแกรมประกอบด้วยแกนนอนและแกนตั้งซึ่ง
แกนนอน แสดงความกว้างของแต่ละอันตรภาคชั้น
แกนตั้งแสดงความถี่ของข้อมูลในแต่ละอันตรภาคชั้น
2.ลักษณะของฮิสโทแกรมเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเรียงต่อติดกันโดยมีความ
กว้างของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเท่ากับความกว้างของอันตรภาคชั้นและ
ความยาวของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเท่ากับความถี่ของชั้น

3. จุดปลายของด้านกว้างของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ละรูป คือ ขอบล่างและ
ขอบบนของอันตรภาคชั้นที่เรียงต่อกัน
4. ความกว้างของอันตรภาคชั้นแต่ละชั้นจะเท่ากัน
5. จุดกึ่งกลางชั้นของอันตรภาคชั้นที่ติดกันจะมีค่าต่างกันเท่ากับความกว้างของ
อันตรภาคชั้น

ตัวอย่างโจทย์
จากคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเต็ม 100 คะแนน
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 40 คน มีดังนี้
จงสร้างตารางแจกแจงความถี่ให้มี 5 อันตรภาคชั้น พร้อมทั้งหา
จุดกึ่งกลางชั้น ความถี่ และเขียนแผนภาพ ฮิสโทแกรม
ตารางแจกแจงความถี่ อายุของเด็กที่เข้าอบรมทักษะกีฬาฟุตบอลจำนวน 20 คน
เฉลย

วิธีทำ จากคะแนนสูงสุด คือ 90 และคะแนนต่ำสุด 57
ดังนั้น ถ้าจะสร้างตารางแจกแจงความถี่ให้มี 5 อันตรภาคชั้น

เฉลย
แต่เพื่อให้ง่ายจะสร้างให้มีความกว้างของอันตรภาคชั้นเป็น 7 ซึ่งจะได้ตาราง
แจกแจงความถี่ แบบอันตรภาคชั้นแสดงคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเต็ม 100 คะแนน ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 25 คนดังนี้
เขียนแผนภาพ ฮิสโทแกรม ได้ดังนี้
แต่ละชั้นมีจุดกึ่งกลางชั้นซึ่งหาได้จาก ของผลบวกของขอบล่างและขอบบนของอันตรภาค
ชั้นนั้น ซึ่งคือ 60, 67, 74, 81, 88 ตามลำดับ และสามารถนำมาเขียนกราฟรูปหลายเหลี่ยม
ของความถี่ได้ดังนี้
Full transcript