Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

Law in action

No description

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of Law in action

"ทำแท้ง" คืออะไร ?
การยุติการตั้งครรภ์โดยชอบกฎหมาย ด้วยเหตุหญิงตั้งครรภ์
เพราะถูกกระทำความผิดอาญา กับกฎหมายในทางปฏิบัติ


ปัญหาของมาตรา 305 (2)
การยุติการตั้งครรภ์เนื่องจากการกระทำความ
ผิดกับกฎหมายในทางปฏิบัติ (Law in action)

Law in action
การยุติการตั้งครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิด
กับกฎหมายในทางปฏิบัติ

ข้อถกเถี่ยงต่างๆใน
เรื่องการทำแท้ง
Law in action
แนวปฏิบัติจากแพทย์
ช่องทางแรก
เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงถามคำให้การ ต่อมาพาหญิงไปพบแพทย์
ทางที่สอง
ทางที่สาม
รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ หรือมูลนิธิของเอกชน
ขั้นตอนการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายที่ใช้ปฏิบัติจริง
ฟ้องต่อศาลเป็นคดีอาญาด้วยตนเอง
ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา
นำแนวคิดของต่างประเทศมาเป็น
แนวทางแก้ปัญหา
United Kingdom
France
USA
1. มีคำร้องขอของหญิงว่าตนอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
อันเนื่องมาจากการตั้งครรภ์โดยต้องผ่านการปรึกษาจากแพทย์
และนักสังคมสงเคราะห์มาแล้ว(กรณีที่หญิงเป็นผู้เยาว์ไม่จำเป็น
ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง แต่ต้องพาบุคคลที่บรรลุ
นิติภาวะมาด้วย
2. ต้องกระทำภายในอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์แรกโดยแพทย์ใน
โรงพยาบาลของรัฐ
1. แพทย์อย่างน้อย ๒ คนให้การรับรองอายุครรภ์ไม่เกิน24สัปดาห์

2. ทำเพราะเหตุการณ์ตั้งครรภ์ทำให้หญิงเสียชีวิตได้หรือเพื่อป้องกัน
อันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจของหญิงหรือเด็กที่เกิดมาจะพิการทางกายหรือทางจิต
และ
รัฐ Texas ให้น้ำหนักของรัฐที่จะเข้ามาควบคุมได้ตามอายุครรภ์
หลังจากระยะครรภ์พ้น 6 เดือน
หลังจากระยะครรภ์เดือนที่หก เป็นช่วงที่อาจทำให้แม่ถึงขั้นเสียชีวิต ระยะนี้ รัฐจะเข้ามาควบคุมหรือห้ามก็ได้
ช่วงเดือนที่ 4 ถึงเดือนที่ 6
รัฐสามารถออกกฎหมายควบคุมการทำยุติการตั้งครรภ์ (แต่ไม่ได้ห้ามเด็ดขาด)
ช่วง 3 เดือนแรก
ให้สิทธิหญิงมีครรภ์มากกว่า หากว่าหญิงไม่พร้อมหรือด้วยเหตุผลใดๆ ให้ทำแท้งได้อย่างอิสระ
ช่วงอายุครรภ์ที่กฎหมาย
เข้ามามีบทบาท
แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ยื่นฟ้องคดีอาญาความผิดเกี่ยวกับเพศต่อศาลด้วยตนเอง และนำสำเนาคำฟ้องยื่นเป็นหลักฐานต่อแพทย์
หน่วยงานของรัฐ หรือมูลนิธิของเอกชน ทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานงานให้


1) ตรวจร่องรอยการถูกข่มขืน
แพทย์นิติเวชจะตรวจและเก็บพยานหลักฐาน
ร่องรอยการถูกข่มขืน
2) การยุติการตั้งครรภ์
การป้องกันการตั้งครรภ์ไม่ได้ผล แพทย์อาจยุติการตั้งครรภ์ให้ได้ หรือบางโรงพยาบาลจะต้องมีความยินยอมในการยุติการตั้งครรภ์จาก
แพทย์อย่างน้อย ๒ ท่านก่อน
ตรวจร่างกายพบว่าตั้งครรภ์แล้ว แพทย์จะต้องใช้ “หลักฐานหรือข้อเท็จจริงอันควรเชื่อ” เช่น ใบแจ้งความเรื่องการข่มขืน หรือสำเนาคำฟ้องคดีข่มขืน ผลตรวจร่างกาย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และความยินยอมในการยุติการตั้งครรภ์จากแพทย์อย่างน้อย ๒ ท่าน
หากหญิงยังไม่บรรลุนิติภาวะ แพทย์จะรอความยินยอมจาก
ผู้ปกครองก่อน
เมื่อยุติการตั้งครรภ์แล้วแพทย์จะต้องทำรายงานต่อแพทยสภาด้วย
ต่อมาสูตินรีแพทย์จะตรวจร่างกายให้ยาฆ่าเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์และป้องกันการตั้ง
ครรภ์ให้แก่หญิง

ความเห็นของแพทยสภา
- เสนอให้มีการขยายเงื่อนไขของการทำแท้งจากที่ได้บัญญัติไว้
และบัญญัติวิธีปฏิบัติให้ชัดเจนว่ามีกรณีใดบ้างที่อยู่ในข้อยกเว้นนี้
- เสนอให้กำหนดวิธีปฏิบัติในการดำเนินงานให้ชัดเจน เช่น
ให้หญิงตั้งครรภ์รับทราบและแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์
อักษรว่าตนไม่ต้องการเด็กและยอมให้ทำแท้งได้
ตามความสมัครใจของหญิงโดยจะต้องพาหญิงไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่
ตำรวจก่อนหากหญิงต้องการยุติการตั้งครรภ์ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

พาไปพบแพทย์ แต่หากหญิงต้องการตั้งครรภ์ต่อไปก็จะดูแลหญิงจน
กว่าจะคลอด
แนวทางการแก้ไขกฎหมายทำแท้ง
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากถ้อยคำ
ในตัวบทกฎหมาย
ปัญหาที่เกิดจากความไม่ชัดเจนของคำว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการ
บังคับใช้ปฏิบัติ
ซึ่งหากไม่ได้ไปแจ้งความเอาไว้แพทย์ก็จะมองว่าคำกล่าวอ้างลอยๆของหญิงนั้น
ย่อมไม่มีความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้เกี่ยวข้องและจะไม่ถือว่ามีการล่วงละเมิด
ทางเพศเกิดขึ้น
"หลักฐานหรือข้อเท็จจริงอันควรเชื่อได้ว่าหญิงตั้งครรภ์
เนื่องจากการกระทำความผิดอาญา"
การขาดมาตรฐานในการตีความ “หลักฐานหรือข้อเท็จจริง
อันควรเชื่อ”โดยปราศจากการปรึกษาหารือแนวทางการตีความ
จากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
แพทย์เลือกที่จะใช้ดุลพินิจในการตีความหมายอย่างแคบที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองต้องเสี่ยงกับการถูกดำเนินคดี แต่กลับ
ส่งผลเสียต่อหญิงที่ทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิที่ตนมีได้
หญิงซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศต้องแจ้งความก่อน
การล่วงละเมิดทางเพศนั้นเป็นความผิดที่มีลักษณะความผิดซับซ้อนและมีหลาก
หลายรูปแบบ อาจเป็นผลให้หญิงบางกลุ่มไม่กล้าดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด หรือดำเนินคดีล่าช้า เพราะใช้เวลาทบทวนว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลหรืออำนาจที่เหนือกว่าของผู้กระทำความผิด หรือต้องอับอายหากจะดำเนินคดีตามกฎหมาย
ปฏิสนธิ
อสุจิฝังตัวในผนังมดลูก
คลอด
vs
สิทธิเสรีภาพในเนื้อตัวร่างกายของหญิง

Right of Privacy
สนับสนุนให้หญิงมีสิทธิที่จะเลือก
Pro-Choice
สิทธิในการมีชีวิตอยู่
ของทารกในครรภ์
มารดา
Right of life
สนับสนุนให้เคารพสิทธิ
ของเด็กที่เกิดมา
Pro-life
ความไม่เท่าเทียม
กฎหมายอาญาความผิดฐานทำให้แท้งลูก
ม.301
ม.303
ม.302
ม.304
ม.305
กรณี หญิงทำให้ตนแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก
(ยินยอมโดยสมัครใจ)
บุคคลใดทำให้หญิงแท้งลูก โดยหญิงยินยอม
บุคคลใดทำให้หญิงแท้งลูก โดยหญิงไม่ยินยอม
บัญญัติถึงเหตุยกเว้นโทษ กรณีการพยายามกระทำ
ความผิดตาม มาตรา 301 หรือ 302 วรรคแรก
กำหนดให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ
การทำแท้งโดยชอบด้วยกฎหมาย (เหตุยกเว้นความผิด)
มาตรา 305 (2)
1. ต้องเป็นการกระทำของนายแพทย์
เหตุยกเว้นความผิดของกฎหมายทำแท้ง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 305 บัญญัติถึง การทำแท้งโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยหญิงสามารถทำแท้งได้ 2 กรณี
(อำนาจในการทำแท้ง)
1. จำเป็นต้องกระทำเพื่อสุขภาพของหญิงนั้นตามมาตรา 305(1)
2. หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาตามมาตรา 305(2) โดยการทำแท้งต้องกระทำโดยแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
หรือ
2. โดยหญิงยินยอม
3. หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความ
ผิดอาญา
- ม.276 (ข่มขืนกระทำชำเราหญิง)
- ม.277 (กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี )
- ม.282 (เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่ออนาจาร)
- ม.283 (เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่ออนาจารโดยผู้นั้นไม่ยินยอม)
- ม.284 (พาผู้อื่นไปเพื่ออนาจารโดยผู้นั้นไม่ยินยอม)
“ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยว
กับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์มาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2548”
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 305 อนุ 2
ความเห็นของนักวิชาการ
-ควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติการทำแท้งซึ่ง
ประกอบด้วยบุคลากรหลายด้าน เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อกระบวนการ
ในการอนุมัติการทำแท้งและเป็นการสร้างความมั่นใจให้แพทย์ด้วยว่า
สามารถทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมาย รวมถึงมิให้เกิดกรณีที่มี
การออกคำสั่งอนุมัติล่าช้า
-เสนอว่าก่อนการทำแท้งทุกกรณี หญิงตั้งครรภ์จะต้องได้รับการ
ให้การปรึกษาที่มีคุณภาพและต้องเซ็นยินยอมในการทำแท้งนั้น
- กำหนดข้อบังคับหลักเกณฑ์ในการเซ็นยินยอมเพิ่มเติม
1. การยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อหญิงยินยอม (ข้อบังคับฯข้อที่ 3)





2. แพทย์ผู้กระทำการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ตามข้อบังคับนี้จะต้อง
เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมาย (ข้อบังคับฯข้อที่ 4)
3. การยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ตามมาตรา 305 (2) แห่งประมวล
กฎหมายอาญา ต้องมีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงอันควรเชื่อได้ว่าหญิงตั้งครรภ์เนื่อง
จากการกระทำความผิดอาญาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 305 (2)แห่งประมวล
กฎหมายอาญา (ข้อบังคับฯข้อที่ 6)
4. การยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์จะต้องกระทำในสถานพยาบาลตาม
ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ (ข้อบังคับฯข้อที่ 7)
5. ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทาง
การแพทย์ตามข้อบังคับนี้จะต้องทำรายงานเสนอต่อแพทยสภาตามเงื่อนไข
และระยะเวลาในแบบฟอร์มที่แพทยสภากำหนด (ข้อบังคับฯข้อที่ 8)
เป็นการกระทำของนายแพทย์ และ
(1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพของ หญิงนั้น หรือ
(2) หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดอาญา

ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 276 มาตรา 277
มาตรา 282 มาตรา 283 หรือมาตรา 284

ผู้กระทำไม่มีความผิด
มาตรา 305
- หญิงที่บรรลุนิติภาวะและยังไม่มีสามีตามกฎหมาย
>>ให้หญิงนั้นเซ็นยินยอมผู้เดียว
- หญิงตั้งครรภ์ที่บรรลุนิติภาวะและมีสามีถูกต้องตามกฎหมาย
>>หญิงและสามีต้องเซ็นยินยอมทั้งสองคน
- หญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
>>ต้องได้มีการเซ็นยินยอมจากสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย
(ถ้ามี) หรือบิดาหรือมารดา
แนวทางจากบทความวิชาการ

มีเงื่อนไขของการทำแท้งกว้างกว่าประเทศไทย คือ
-คำนึงถึงการตัดสินใจของหญิงมากกว่า
-มีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการทำแท้งชัดเจน
กว่าซึ่งสามารถนำมาเป็นแนวทางการแก้ไขกฎหมาย
ทำแท้งของไทยได้ เช่น




กฎหมายการทำแท้งของต่างประเทศ
ก่อนการทำแท้งนั้นหญิงควรได้พบจิตแพทย์ ต้องได้รับความเห็นชอบของแพทย์อย่างน้อย 2 คน
ก่อนการทำแท้ง
การประกาศแนวทางนี้ย่อมเป็นเครื่องมือที่จะเป็นหลัก
ประกันให้แพทย์ปฏิบัติได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี
หรือถูกกล่าวหาว่าทำแท้งโดยผิดกฎหมาย รวมถึงทำให้การทำแท้งถูกกฎหมายเปิดกว้างขึ้น


แต่การเสนอร่างเงื่อนไขเพิ่มเติมดังกล่าว
ไม่ได้ถูกพิจารณาจากรัฐสภา
จึงทำให้ปัญหานี้ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
ควรให้ผู้เสียหายได้รับการบำบัดฟื้นฟูจิตใจให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะให้การ
ก่อนที่จะมีการสอบสวนสถานที่ทำการสอบสวนควรจัดให้เหมาะสมโดย
แยกให้เป็นสัดส่วนไม่รวมกับคดีอื่น และควรให้สิทธิตามกฎหมายแก่ผู้เสียหาย
โดยการจัดให้มีพนักงานสอบสวนหญิงเป็นผู้รับผิดชอบคดี

- ในส่วนกระบวนการยุติธรรม
- ยกเลิกกฎหมายอาญาในหมวดของความผิดฐานทำแท้งทั้งหมด
แล้วออกกฎหมายใหม่ในรูปแบบของพระราชบัญญัติ โดยกำหนดสาระสำคัญและแนวทางในทางปฏิบัติให้ชัดเจน
-การมีกฎหมายที่บัญญัติให้สิทธิหญิงสามารถทำแท้งได้มากขึ้น
รวมถึงกำหนดวิธีการในกระบวนการให้ชัดเจน ถือเป็นการเปิดโอกาสให้หญิงมี
สิทธิเลือกแก้ไขปัญหาในเนื้อตัวร่างกายของตนเองและยังจะเป็นการปรับใช้
กฎหมายในรูปแบบของวิศวกรทางสังคมได้เป็นอย่างดี
ความคิดเห็นของกลุ่มผู้จัดทำ
ส่วนกระบวนการยุติธรรมที่เป็นอุปสรรคในการ
ดำเนินคดี
ควรที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานสอบสวนหญิง และกลุ่มสหวิชาชีพ
เช่น นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา ให้เพียงพอต่อจำนวนคดี
ที่มากขึ้น อีกทั้งควรจัดให้มีบุคคลดังกล่าวในต่างจังหวัดด้วย เพราะส่วนใหญ่บุคคลเหล่านี้จะประจำอยู่ในแค่ตัวเมืองเท่านั้น
เรื่องของหลักฐานหรือข้อเท็จจริงอันควรเชื่อ
ควรตีความอย่างกว้างและควรบัญญัติเพิ่มเติมลงในข้อบังคับ
แพทยสภาให้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน เพื่อเป็นหลัก
ในการให้แพทย์ทุกโรงพยาบาลใช้ในการพิจารณา และยัง
สามารถแก้ปัญหาการใช้ดุลพินิจของแพทย์แต่เพียงผู้เดียว
ในการตีความเรื่องนี้ได้อีกด้วย
การสร้างความเข้าใจให้แก่หญิงเพื่อให้เข้าใจกระบวน
การขั้นตอนนี้
โดยหญิงควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจร่างกายและป้องกัน
โรคทางเพศสัมพันธ์
โรงพยาบาลควรจัดทำข้อกำหนดในการจัดตั้ง
คณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยการยุติการตั้งครรภ์
เพื่อทำให้กระบวนการตามที่กฎหมายกำหนดเป็นไปอย่างรวด
เร็วและมีประสิทธิภาพ และยังเพิ่มความมั่นใจให้กับแพทย์
ในการยุติการตั้งครรภ์ด้วย หรือจัดตั้งคณะกรรมการที่เป็น
การร่วมมือกันระหว่างบุคลากรที่เกี่ยวของในกระบวนการ
เช่น ศาลกับแพทย์
ควรมีการให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปถึงแนวทาง
ปฏิบัติเมื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศและทำความเข้าใจ
ในเรื่องค่านิยมทางเพศเสียใหม่เพื่อให้ค่านิยมดัง
กล่าวเป็นไปในทางที่ดีมากขึ้น
บรรยากาศ สถานที่ สภาพแวดล้อมของสถานีตำรวจ
ที่มีผู้คนมาแจ้งความมากมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สอบ
สวนคดีข่มขืนเช่นเดียวกับคดีอาญาอื่นๆ
การเล่ารายละเอียดของการข่มขืนให้พนักงานสอบสวนชายฟังเนื่อง
จาก
ปัญหาขาดแคลนตำรวจหญิง
ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับ
ผู้เสียหายที่เป็นหญิง
คดีเกี่ยวกับเพศตำรวจก็มักจะทำให้เกิดการไกล่เกลี่ยเจรจา
ค่าเสียหายกัน
เพื่อให้คดีจบไปโดยไม่ต้องดำเนินคดีอีกด้วย
ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลสำคัญให้หญิงที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศเลือก
ที่จะไม่แจ้งความเช่นกัน
ทัศนคติของสังคมที่มีต่อหญิงที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
จากปัญหาที่กล่าวมานี้ทำให้ เมื่อผู้หญิงประสบความรุนแรง ถูกล่วงละเมิดทางเพศจึงมีแนวโน้มที่จะไม่กล้าบอกให้คน
อื่นทราบ
ซึ่งการที่หญิงจะสามารถใช้สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายได้
จำเป็นที่จะต้องมีการแจ้งความซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์จะนำมาใช้พิจารณาความ
น่าเชื่อถือ แต่เมื่อหญิงไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการได้เนื่องจากอุปสรรค
ต่างๆอันปรากฏอยู่กระบวนการที่ไม่เอื้อต่อการใช้สิทธิของหญิง
เมื่อหญิงไม่สามารถทำแท้งได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ก็ทำให้ต้องลักลอบทำแท้ง
“ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติ
เกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตาม
มาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2548”
มีหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในการยุติการตั้งครรภ์ตาม
มาตรา 305 (2) ดังนี้
1) หญิงผู้มีครรภ์ยินยอม


2) ต้องกระทำในสถานพยาบาล

3) โดยแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเท่านั้น

4) ต้องมี “หลักฐานหรือข้อเท็จจริงอันควรเชื่อ” ได้ว่าหญิง
นั้นมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดอาญา
มาตรา 305 (2)

5) เมื่อแพทย์ยุติการตั้งครรภ์ให้แล้วจะต้องทำรายงานต่อ
แพทยสภาด้วย

- ต้องการยุติการตั้งครรภ์จะต้องทำอย่างไร

จากกฎหมายอาญามาตรา 305 (2)

ปัญหา
และข้อบังคับแพทยสภา
- ต้องรอกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดก่อนหรือไม่


- ใครจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าหญิงตั้งครรภ์เนื่อง
จากการกระทำความผิดทางเพศ

- หลักฐานหรือข้อเท็จจริงอันควรเชื่อที่แพทย์
พิจารณาคือสิ่งใด
คำตอบ จากการสัมภาษณ์
- ผู้วินิจฉัยว่าหญิงตั้งครรภ์จากการกระทำความผิดทางเพศ
หรือไม่ คือ “
แพทย์

- แพทย์จะพิจารณา
หลักฐานหรือข้อเท็จจริงอันควรเชื่อ

ได้แก่ ใบแจ้งความเรื่องการข่มขืน หรือสำเนาคำฟ้องคดี
เป็นหลัก ประกอบกับผลการตรวจร่างกาย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
และบางกรณีอาจต้องมีความยินยอมให้ยุติการตั้งครรภ์จากแพทย์
อย่างน้อย 2 ท่าน แพทย์จึงจะสามารถตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ให้
แก่หญิงได้ โดยไม่ต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดก่อน
- ส่วนในทางกฎหมาย “
ศาล
” เป็นเพียงผู้วินิจฉัยว่าการยุติการตั้ง
ครรภ์ที่แพทย์กระทำให้แก่หญิง เป็นการใช้ดุลพินิจที่โดยชอบ
ด้วยกฎหมายอาญา มาตรา 305 (2) แล้วหรือไม่ คือ พิจารณา
จากกระทำของแพทย์เป็นไปตามข้อบังคับแพทยสภาหรือไม่
ปัญหาที่พบจากกระบวนการในทางปฎิบัติ
1. หากหญิงชำระล้างร่างกายหรือปล่อยเวลาผ่านไปนานจึงตัด
สินใจมาพบแพทย์ อาจทำให้ร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทาง
เพศลบเลือนหายไปได้
vs
ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรา 301 และมาตรา 302 นั้น
กฎหมายอาญา ม.305(2)
ใครเป็นผู้วินิจฉัยว่าผู้หญิงตั้งครรภ์
จากการกระทำความอาญา
ข้อบังคับแพทยสภาฯ
อะไรคือ ?
แค่ไหนคือ ?
หลักฐาน/ข้อเท็จอันควรเชื่อ

ความไม่ชัดเจนของ กฎหมาย
ส่งผลกระทบต่อ
- แพทย์
- หญิงตั้งครรภ์

ญ.มีสิทธิ
ญ.ใช้สิทธิ
2. การหญิงเลือกที่จะไม่แจ้งความดำเนินคดี ทำให้ไม่มีใบแจ้งความ
หรือสำเนาคำฟ้อง อันเป็นหลักฐานสำคัญในการเข้าสู่กระบวนการ
การขอทำแท้งโดยชอบด้วยกฎหมาย
3. เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมีจำนวนจำกัด จึงไม่สามารถรองรับปริมาณ
ของคดีความผิดเกี่ยวกับเพศที่เกิดขึ้น ซึ่งมีหญิงเป็นผู้เสียหายได้
อย่างครบถ้วน
4. แนวคิดส่วนตัวของเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง อาจส่งผลต่อการให้บริการ หรือการปฏิเสธการทำแท้งให้แก่หญิง
5. หญิงอาจแสดงหลักฐานหรือข้อเท็จจริงที่เป็นเท็จต่อแพทย์จนทำให้
แพทย์เกิดความสำคัญผิดและพิจารณาทำแท้งให้หญิงได้
- หญิงบอบช้ำจากการข่มขืน
- หญิง
บอบช้ำ
จากกระบวนการยุติธรรม

กฎหมายไม่มีผลใน
ทางปฏิบัติเท่าที่ควร

ญ.เลือกทำแท้งเถื่อน
วิธีที่ดีที่สุด
วิธีที่ถูกต้องที่สุด
จุดกำเนิดชีวิต (ความเป็นมนุษย์)
วิธีที่เหมาะสม
สรุป
6. แนวทางปฏิบัติที่แตกต่างกันไปในแต่ละโรงพยาบาล
แสดงให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนของกระบวนการในทางปฏิบัติได้
Full transcript