Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

การกำเนิดของสปีชีส์

No description
by

Thitirat. Saelim.

on 6 May 2017

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of การกำเนิดของสปีชีส์

การกำเนิดของสปีชีส์
สปีชีส์
(Species)
สปีชีส์ (Species) หมายถึง กลุ่มหรือประชากร ของสิ่งมีชีวิตที่มีกลุ่มยีน (gene pool) ร่วมกัน โดยที่สมาชิกของประชากรนั้นสามารถถ่ายทอด ยีนหรือทำให้เกิดยีนโฟล์วระหว่างกัน และกันได้
หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันในลักษณะทางสัณฐาน
และโครงสร้างทางกายวิภาคของสิ่งมีชีวิต ใช้เป็นแนวคิด
ในการศึกษาอนุกรมวิธาน
สปีชีส์ด้านสัณฐานวิทยา
หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่สามารถผสมพันธ์ได้ในธรรมชาติ
และให้กำเนิดลูกที่ไม่เป็นหมัน
สปีชีส์ด้านชีววิทยา
กลไกลการแยกกันทางการสืบพันธ์
เป็นกลไกลที่ทำหน้าที่ยับยั้งการสืบพันธ์ข้ามสปีชีส์
สามารถแบ่งได้ 2 ระดับ
1.การแยกกันทางการสืบพันธุ์ก่อนระยะไซเกต
สิ่งมีชีวิตต่างสปีชีร์กันอาศัยในถิ่นที่ต่างกันถึงแม้จะมี
ลักษณะใกล้เคียงกันแต่มีการอาศัยและผสมพันธุ์ในถิ่นที่ต่างกันทำให้ไม่สามารถจับคู่ผสมพันธุ์กันได้
กบป่าที่อาศัยในบึงขนาดเล็ก
กบบูลฟรอกที่อาศัยในบึงขนาดใหญ่
กบที่มีลักษณะใกล้เคียงกันแต่ถิ่นอาศัยต่างทำให้ไม่สามารถผสมพันธุ์ได้
2.พฤติกรรมการผสมพันธุ์
1. ถิ่นที่อยู่
เช่น พฤติกรรมการเกี้ยวพาราสีของนกยูงตัวผู้ ลักษณะการสร้างรังที่แตกต่างกันของนกและการใช้
ฟีโรโมนของแมลง เป็นต้น พฤติกรรมต่างๆ หล่าวนี้ จะส่งผลต่อสัตว์เพศตรงข้ามในสปีชีส์เดียวกันเท่านั้นที่
จะจับคู่ผสมพันธุ์กัน
การเกี้ยวพาราสีของนกยูง
(ที่มา https://pantip.com/topic/33511823)
การสร้างรังที่แตกต่างกันของนก 2 สปีชีส์
(ทีมา https://www.gotoknow.org/posts/485817)
3. ช่วงเวลาในการผสมพันธุ์
อาจเป็นวัน ฤดูกาล หรือช่วงเวลาในการ ผสมพันธ์ เช่น แมลงหวี่ Drosophila pseudoobscura มีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผสมพันธุ์ ในตอนบ่ายแต่ Drosophila pseudoobscura จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมในตอนเช้า ทำให้ไมมีโอกาส ที่จะผสมพันธุ์กันได้
4. โครงสร้างของอัวยวะสืบพันธ์
สิ่งมีชีวิตที่ต่างสปีชีส์กันจะมีขนาด และรูปร่างของอวัยวะสืบพันธ์ทีต่างกัน ทำให้ไม่สามารถสืบพันธุ์กันได้
a . กลีบดอกขนาดเล็กเหมาะสมกับผึ้งตัวเล็ก
b . กลีบดอกขนาดใหญ่ และเกสรตัวผู้ยาวเหมาะสมกับผึ้งตัวใหญ่
โครงสร้างของดอกไม้ที่แตกต่างกัน
(ที่มา http://www.sasipin.com/unit5_4.htm)
ปูใน Family Portunidae ในแต่ละสปีชีส์มีลักษณะ คล้ายกันแต่มี โกโนปอด (Gonopod) หรืออวัยวะที่ใช้ถ่าย เชื้อของเพศผู้มีลักษณะแตกต่างกัน
5. สรีรวิทยาของเซลล์สืบพันธุ์
เมื่อเซลล์สืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์มาเจอกัน แต่ไม่สามารถปฏิสนธิกันได้ อาจเป็นเพราะอสุจิไม่ สามารถอยู่ในร่างของตัวเมียได้ หรืออสุจิไม่สามารถ สลายสารเคมีที่ห่อหุ้มไข่เซลล์ไข่ของสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์ได้
(ที่มา http://www.vcharkarn.com/lesson/1259)
รูปแสดงระบบสืบพันธุ์ของผึ้ง
กลไกลการแยกกันทางการสืบพันธุ์
ก่อนระยะไซเกต
2.การแยกกันทางการสืบพันธุ์หลังระยะไซเกต
1. ลูกผสมตายก่อนถึงวัยเจริญพันธุ์
เช่น การผสมพันธุ์กบ (Rana spp.) ต่างสปีชีส์กัน พบว่าจะมีการตายของตัวอ่อนในระยะต่างๆกัน และไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้
2. ลูกผสมเป็นหมัน
เช่น การผสมพันธุ์ม้ากับลาจะให้กำเนิดล่อที่เป็นลูกผสม ซึ่งจะเป็นหมันและไม่สามารให้กำเนิดลูกในรุ่นต่อไปได้
2. กลไกลการแยกกันทางการสืบพันธ์
หลังระยะไซเกต
เมื่อกลไกลระดับแรกไม่สามารถยับยั้งการ ผสมพันธุ์ข้ามสปีชีส์และเกิดลูกผสม แต่ยีนโฟลว์ ระหว่าง 2 สปีชีส์จะไม่เกิด เพราะไซเกต หรือลูกผสมมีองค์ประกอบของยีนไม่สอดคล้องกัน ทำให้ความผิดปกติของลูกผสม กลไกลเหล่านี้ได้แก่
ลูกผสมกันระหว่างลาและม้า
(ที่มา https://writer.dek-d.com/miou/writer/viewlongc.php?i)
3. ลูกผสมล้มเหลว
เช่น การผสมระหว่างดอกทานตะวัน (Layia spp.) 2 สปีชีส์พบว่า ลูกผสมที่เกิดขึ้นสามารถเจริญเติบโต และสามารถให้ลูกผสมได้ในรุ่น F1 แต่ในรุ่น F2 เริ่มอ่อนแอและเป็นหมันประมาณร้อยละ 80 และจะปรากฏเช่นนี้ในรุ่นต่อไป


การเกิดสปีชีส์ใหม่
1. การเกิดสปีชีส์ใหม่จากการแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์
(Geographical Speciation)
การเกิดสปีชีส์แบบนี้เกิดจากการที่ประชากรแยกกันอยู่ตามสภาพภูมิศาสตร์ จนขาดการติดต่อกันเป็นเวลานาน เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทางภูมิศาสตร์ เช่น แม่น้ำ ภูเขา ทะเลทราย หรือประชากรอพยพไปอยู่เกาะที่ห่างไกล ทำให้ประชากรย่อย ไม่มีโอกาสแลกเปลี่ยนยีนซึ่งกันและกัน ประกอบกับประชากรแต่ละแห่งต่าง ก็ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางพันธุกรรม ไปตามทิศทางการคัดเลือกโดยธรรมชาติ จนทำให้เกิดความแตกต่าง ทางพันธุกรรมมากขึ้น จนกระทั่งเกิดเป็นสปีชีส์ใหม่
2. การเกิดสปีชีส์ใหม่ในเขตภูมิศาสตร์เดียวกัน
เป็นการเกิดสปีชีส์ใหม่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง
ของยีนหรือจำนวนโครโมโซมโดยเฉพาะการเพิ่ม
จำนวนชุดของโครโมโซม เรียกว่า
พอลิพลอยดี (Polyploidy)

พอลิพลอยดี
(Polyploidy)
เกิดขึ้นจากความผิดปกติในกระบวนการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส
ขณะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ในแม่หรือพ่อ โดยโครโมโซมไม่แยกจากกัน เป็นผล ให้เซลล์สืบพันธุ์มีจำนวนโครโมโซม 2 ชุด (2 n) เมื่อเซลล์สืบพันธุ์เกิด การปฎิสนธิจะได้ไซโกตที่มีจำนวนโครโมโซม มากกว่า 2 ชุด โดยลูกที่เป็นพอลิพลอยดีมีลักษณะพันธุกรรม ต่างจากพ่อแม่ ไม่สามารถกลับไปผสมกับพ่อแม่ จึงถือได้ว่าเกิดสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่
1. ออโตพอลิพลอยดี (Autopolyploidy)
เป็นการเพิ่มจำนวนชุดของโครโมโซมที่เกิดจากพืชสปีชีส์
เดียวกัน โดยมีการแบ่งเซลล์ผิดปกติทำให้ได้ลูกที่มีโครโมโซม 3 เท่า
( 3 n ) หรือ 4 เท่า (4 n ) ดังรูป
การเกิดพอลิพลอยดีในสิ่งมีชีวิตสปีชีส์เดียวกัน (Autopolyploidy)
(ที่มา : http://www.sasipin.com/unit5_9.htm )
ตัวอย่าง
อัลโลพอลิพลอยดี (Allopolyploidy)
การพัฒนากับวิวัฒนาการ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็วและส่งผล
กระทบต่อสภาพแวดล้อมเป็นอย่างมาก การเปลี่ยนแปลง
สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกับวิวัฒนาการของสิ่งชีวิต
ในด้านต่างๆ ตัวอย่าการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ของมนุษย์ที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ดังนี้
มนุษย์ได้ใช้สารเคมีในการกำจัดแมลงทั้งในบ้านเรือนและทางการเกษตร
แม้ว่าสารเคมีจะกำจัดแมลงได้ผลแต่ความเป็นพิษของสารเคมีไม่ได้
จำเพาะต่อแมลงแต่ยังคงตกค้างอยู่ในสภาพแวดล้อม ทำให้เกิดปัญหาทาง ด้านมลพิษ เมื่อมีการใช้สารฆ่าแมลง ในครั้งแรกอาจกำจัดแมลงได้
เกือบหมด แต่มีแมลงบางตัวที่มียีนต้านทานต่อสารฆ่าแมลงจะอยู่รอดและให้
กำเนิดลูกหลาน ทำให้ยีนต้านทานสารฆ่าแมลงในประชากรมากขึ้น เมื่อใช้สารฆ่าแมลงต่อไปการตอบสนองต่อสารฆ่าแมลงจะลดลงมีการดื้อสาร
ฆ่าแมลงมากขึ้น และเป็นเช่นนี้อีกเมื่อเปลี่ยนชนิดของสารฆ่าแมลงใหม่

การแพทย์ได้พัฒนาก้าวหน้ามากขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการคิดค้นและพัฒนา ยาปฏิชีวนะหลายชนิดเพื่อใช้รักษาโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย การใช้ยาปฏิชีวนะ ทำให้แบคทีเรียบางสายพันธุ์ตายไป ขณะที่บางสายพันธุ์สามารถต้านทาน ต่อยาปฏิชีวนะมีโอกาสอยู่รอดและสืบทอดไปยังรุ่นต่อไป ทำให้มีการดื้อต่อ ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์รุนแรงมากขึ้น และในขณะเดียวกันกับแบคทีเรียได้มีการปรับ เปลี่ยนโครงสร้างทางพันธุกรรมให้ต้านทานต่อยาปฏิชีวนะด้วยเช่นกัน การดื้อยาของแบคทีเรียนอกจากจะเกิดขึ้นในระหว่างที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะรักษา โรคแล้ว ยังอาจเกิดจาการได้รับยาปฏิชีวนะที่ติดมากับอาหาร
การดื้อยาปฏิชีวนะ
การดื้อสารกำจัดแมลง
2. อัลโลพอลิพลอยดี (Allopolyploidy)
เป็นการเพิ่มจำนวนชุดของโครโมโซมที่มี
ต้นกำเนิดจากสปีชีส์ต่างกัน แต่ทั้ง 2 สปีชีส์ต่าง มีความใกล้เคียงกันทางสายวิวัฒนาการ
จัดทำโดย
นางสาว ฐิติรัตน์ แซ่ลิ่ม
ม.6/10 เลขที่ 22

Thank You
ตัวอย่าง
อัลโลพอลิพลอยดี (Allopolyploidy)
(ที่มา :http://www.sasipin.com/unit5_9.htm)
ตัวอย่างผลไม้ที่เกิดอัลโลพอลิพลอยดี
การผสมข้าวสาลี 3 สายพันธุให้ได้พันธุ์ใหม่ที่มีผลผลิตสูงและมีลำต้นคงทนแข็งแรง
(ที่มา : http://www.sasipin.com/unit5_9.htm)
การเกิดพอลิพลอยดีในสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์กัน (Allopolyploidy)
(ที่มา : http://www.sasipin.com/unit5_9.htm)
Liger (ไลเกอร์)
เกิดจากเสือเพศเมีย และสิงโตเพศผู้
(ที่มา http://staytalk.com/entertainment/post/)
Grolar Bear (กลอร่า แบร์)
ลูกผสมระหว่างหมีกรีซลี่และหมีขาวขั้วโลก
(ที่มา http://staytalk.com/entertainment/post/)
ตัวอย่างของลูกผสม
Mule (มูลล์/ล่อ)
ภาพเปรียบเทียบผลของยาปฏิชีวนะต่อแบคทีเรีย โดยพบว่า แบคทีเรียในถาดซ้าย ซึ่งไม่มียีนดื้อยารอบหยดยาปฏิชีวนะหายไปเป็นวงกว้าง ขณะที่แบคทีเรียดื้อยา ในถาดขวาแทบไม่ลดลงเลย

(ที่มา http://www.thairath.co.th/content/630942)
แบคทีเรียสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส(Staphylococcusaureus) กลายพันธุ์ถึงระดับที่เริ่มปล่อยเอนไซม์ทำลาย
ยาปฏิชีวนะที่ได้จากเชื้อรา (เพนนิซิลิน)
(ที่มา http://mretforyou.lnwshop.com/article/13/)
(ที่มา http://chaiwat-chanpitak-dba05-spu.blogspot.com/2016/08/blog-post.html)
กลไกของสารพิษในการฆ่าหนอนแมลง
(ที่มา http://muou.sc.mahidol.ac.thresearch_th_wpbt.html)
นกฟินซ์ดาร์วิน (Darwin' s Finches) ที่หมู่เกาะกาลาปากอส นกฟินซ์บนหมู่เกาะนี้ ประกอบด้วย 13 สปีชีส์ กับ อีก 1 สปีชีส์ บนเกาะโคคอส (Cocos) รวมเป็น 14 สปีชีส์ ซึ่งมีขนาดและสีแตกต่างกันเล็กน้อย
(ที่มา http://everabbittoast.blogspot.com/2016/09/5.html)
กระรอก 2 สปีชีส์ ที่อาศัยอยู่บริเวณหุบเขาแกรนด์แคนยอน รัฐอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกระรอกชนิด Ammospermophilus leucurus. อาศัยอยู่ทางทิศเหนือของหุบเขา ส่วนกระรอกชนิด Ammospermophilus narrisi. อาศัยอยู่ทางใต้ของหุบเขา ซึ่งกระรอกทั้ง 2 สปีชีส์ มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก นักชีววิทยาเชื่อกันว่ากระรอก 2 สปีชีส์นี้เคยอยู่ในสปีชีส์เดียวกันมาก่อนที่จะเกิดการแยกของแผ่นดิน
(ที่มา http://everabbittoast.blogspot.com/2016/09/5.html)
(ที่มา http://www.fwdder.com/topic/75441)
(ที่มา http://www.fwdder.com/topic/75441)
(ที่มา https://www.slideshare.net/)
a.ดอกไม้ที่เหมาะสมกับแมลงที่ช่วยในการผสมพันธุ์
b.ดอกไม้ที่มีขนาดที่เหมาะสมกับนกเพื่อช่วยในการผสมพันธุ์
Full transcript