Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม

No description
by

visa kim

on 17 March 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม

ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม
(Essentialism)
สารัตถนิยม (Essentialism) มาจากภาษาละตินว่า Essentia หมายถึง สาระ หรือ เนื้อหาที่เป็นหลัก เป็นแก่น เป็นสิ่งสำคัญปรัชญาสารัตถนิยม ในทางการศึกษา คือ ปรัชญาที่ยึดเนื้อหา (Subject Matter) เป็นหลักสำคัญของ การศึกษา และเนื้อหาที่สำคัญนั้นก็ต้องเน้นเนื้อหาที่ได้มาจาก มรดกทางวัฒนธรรม ที่ควรได้รับการถ่ายทอดต่อไป
ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม
(Essentialism)

ปรัชญาสารนิยมหรือ
สารัตถนิยมตามแนว
เชื่อว่าโลกแห่งความเป็นจริงคือโลกแห่งวัตถุ คือ สิ่งทั้งหลาย ที่เห็นตามธรรมชาตินั้นเป็นจริงในตัว ของมันเองไม่ขึ้นอยู่กับจิตและโลกแห่งวัตถุนี้จะเป็น โลกที่เปิดเผยความจริงและความรู้ให้แก่เรา ด้วย เหตุนี้การค้นหาความรู้ของวัตถุนิยม จึงอาศัย การเฝ้าสังเกตอย่างมีระเบียบAristotle ศิษย์เอก ของ Plato เป็นบิดาของ ลัทธิสัจนิยม
หลักการสำคัญตามแนวคิดของ
ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม
แนวคิดทางการศึกษาของสารัตถนิยม
สาขาคณิตศาสตร์ศึกษา
1. นางสาวเยาวลักษณ์ ชาญรบ 575050047-1
2. นางสาวลักษณา ต้นจันทน์575050048-9
3. นางสาวสาวิตรี ภูกองชนะ 575050051-0
4. นางสาวรัชนีกร โคกสีอำนวย 575050056-0
5. นางสาวรัฏฐาธิป นิรานนท์ 575050057-8
6. นายอาทิตย์ ขวัญเขียน 575050061-7
7. Ms.Chanthida Ly 575050333-0
8. Mr.Solun Say 575050334-8
9. Mr.Visa Kim 575050335-6
คำว่า Essentialism เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า “Essentia” หมายถึง สาระหรือที่เป็นแก่นสารที่จำเป็นหรือสารัตถะ (Essence) หากอธิบายความหมายโดยรากศัพท์แล้วปรัชญา Essentialism หมายถึงลัทธิที่มีความสนใจและความเชื่อในสิ่งที่เป็น สาระสำคัญทั้งหลาย อันเป็นแกนกลางของแต่ละสังคมที่จะ ขาดเสียมิได้ เช่นความรู้ ทักษะ ทัศนคติ ค่านิยม วัฒนธรรม และอื่นๆ การต่อต้านความคิดประสบการณ์นิยมตั้งแต่ ค.ศ.๑๙๒๐
การก่อตั้งลัทธิปรัชญาสารัตถนิยมอย่างเป็นระบบนั้นเพิ่งเริ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อ ประมาณ ๔๐ ปีเศษ กล่าวคือก่อตั้งเมื่อ ปี ค.ศ.๑๙๓๐ โดยมีนักการศึกษาและ นักปรัชญาทั้งฝ่ายจิตนิยม และฝ่ายวัตถุนิยมของอเมริกันที่มีทรรศนะทางอนุรักษ์นิยม ได้รวมกลุ่มกันขึ้นเพื่อรณรงค์ในการที่จะต่อต้านแนวคิดฝ่ายพิพัฒนาการนิยม และขณะเดียวกันก็เผยแพร่แนวคิดฝ่ายสารัตถนิยม โดยนักการศึกษาที่เป็นผู้นำ ในการจัดตั้งกลุ่มสารัตถนิยมขึ้นมานั้นก็ได้แก่ William C. Bagley และมี นักการศึกษาที่มีชื่ออื่นๆ ร่วมด้วยหลายท่าน เช่น Thomas. Briggs, Isaac L. Kandel และ Herman H. Horne เป็นต้น
โดยผู้นำทางการศึกษาเหล่านี้ได้ตั้งเป็น “คณะกรรมการฝ่ายสารัตถวาทเพื่อ ความก้าวหน้าทางการศึกษาของอเมริกา” ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๓๘ คณะกรรมการนี้ได้รณรงค์อย่างแข็งขันมาจนถึงปี ค.ศ. ๑๙๔๖ ภายหลังที่ Bagley ถึงแก่กรรมไปแล้ว กิจกรรมของคณะกรรมการนี้ซบเซาไป แต่อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของแนวคิดทางการจัดการศึกษาตามลัทธิปรัชญานี้ดูยิ่งจะแพร่ขยายออกไป มาก รวมถึงอิทธิพลที่มีต่อการศึกษาในประเทศต่างๆ ซึ่งเราจะพบว่าแนวคิดของ ฝ่ายสารัตถนิยมนั้น มิได้มาจากปรัชญาบริสุทธิ์ลัทธิใดลัทธิหนึ่งโดยเฉพาะ ในบางลักษณะนั้นก็จะเห็นว่าเป็นแนวคิดมาจากลัทธิจิตนิยม และฝ่ายเทวนิยมหรือ ฝ่ายศาสนา และมีส่วนหนึ่งของสารัตถนิยมที่เป็นแนวผสมระหว่าง idealism กับ Realism อยู่ดัวย
ลัทธิสัจนิยม หรือวัตถุนิยม (Realism)
ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม เกิดขึ้นจากปัญญาชนรวมตัวกันอย่างเป็นทาง การภายใต้ชื่อ “คณะกรรมการสารัตถนิยมเพื่อความก้าวหน้าของการศึกษา อเมริกัน” ในประเทศสหรัฐอเมริกาในปีค.ศ.1930 สารัตถนิยม มีพื้นฐาน ความคิดเป็นแบบอนุรักษ์นิยม (Conservativism) ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ J.R. White กล่าวคือ เป็นความพยายามศึกษา ทำความเข้าใจและรักษาระเบียบ กฎเกณฑ์ของสรรพสิ่ง ในธรรมชาติมากกว่าที่จะคิดเปลี่ยนแปลง สารัตถนิยม คัดค้านความเชื่อของปรัชญา การศึกษาประสบการณ์นิยม ซึ่งเสนอแนะให้ กำจัดการเรียนการสอนแบบเก่า ที่ เน้นการท่องจำและอำนาจของครู ซึ่งไม่ เป็นประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ นักการศึกษา และประชาชนมาสนใจวิธีคิด แบบวิทยาศาสตร์ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
ประวัติความเป็นมาของลัทธิสารัตถนิยม
(Essentialism)
แนวคิดของลัทธิสารัตถนิยม(Essentialism) เน้นความสำคัญเกี่ยวกับ การอนุรักษ์ รักษาวัฒนธรรมแบบเดิมๆ ที่มาจากอดีตซึ่งได้รับอิทธิพลจาก แนวคิดของ เพลโตและอริสโตเติลเป็นแนวคิดผสมระหว่างอุดมคตินิยม กับสัจนิยม ผู้ที่ยึดถือตามหลักอุดมคตินิยมเน้นหนักเกี่ยวกับการเรียน วิชาประวัติศาสตร์ และวรรณคดีฝึกให้นักเรียนเกิดทัศนคติซาบซึ้งใน คุณงาม ความดี เป็นผลจากการเรียน วรรณคดี หรือประวัติศาสตร์เป็นต้น ส่วนผู้นิยมสัจนิยมก็ยึดมั่นและเชื่อในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งนักปราชญ์ได้วางหลักเกณฑ์ไว้แล้ว แต่เป็นไปในรูปของการถ่ายทอด หลักเกณฑ์เก่าๆ ไว้
1
การเรียนรู้ เกิดขึ้นได้จากการทำงานหนัก และนำไปประยุกต์ใช้ได้ ความมีระเบียบ วินัยเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญ ปลูกฝั่งให้ เด็กเกิดความมานะ พยายาม ต้องอุทิศตน เพื่อจุดหมายปลายทางในอนาคต
2
การริเริ่มทางการศึกษา ควรเริ่มต้นที่ครู ครูเป็นผู้นำในการเรียน และสร้าง พัฒนาการให้กับเด็ก ทำหน้าที่เชื่อมโยง โลกของผู้ใหญ่กับโลกของเด็กเข้าด้วยกัน
3
หัวใจสำคัญของการศึกษา คือ การเรียนรู้ เนื้อหาวิชามาเชื่อมโยงกัน การศึกษาช่วย ให้เอกัตบุคคลตระหนักในศักยภาพของตน ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นมรดกตกทอดเป็นสิ่งที่ดีงามและถูกต้อง เน้นความ สำคัญของ “ประสบการณ์ของเชื้อชาติ”
4
โรงเรียนควรรักษาวิธีการดั้งเดิมที่ใช้ ระเบียบวินัยและการอบรมจิตใจเป็น สิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การสอนเด็กให้ เกิดการเรียนรู้ ควรสอนให้เข้าใจใน สาระสำคัญ แม้ว่าจะต้องมีการปรับให้ สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก
จุดมุ่งหมายทางการศึกษา
ให้การศึกษาในสิ่งที่เป็นเนื้อหา สาระ (Essential subject – matter) อันได้ จากมรดกทางวัฒนธรรม โดยการรักษา และถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง
1
ให้การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ในเรื่องของความเชื่อ ทัศนคติ และค่านิยม ของสังคมในอดีต
2
ธำรงรักษาสิ่งที่ดีงามต่าง ๆ ในอดีตเอาไว้
3
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีปัญญา และรักษาอุดมคติอันดีงาม ของสังคมไว้
4
หลักสูตร
เป็นหลักสูตรที่เน้นเนื้อหา (Subject – matter Oriented) เป็นหลักสำคัญ โดยยึดประสบการณ์ของเชื้อชาติ หรือมรดก ทางวัฒนธรรมเป็นหลัก ได้รับการจัดไว้อย่างเป็นระบบต่อ เนื่องตามขั้นตอนความยากง่าย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน การเรียน การสอน วิชาพื้นฐาน เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ตรรกวิทยา ศิลปะ ดนตรี ภาษาและวรรณคดี โดยมีการผสมผสานกันเพื่อช่วยเพิ่ม ทักษะในการอ่าน การเขียน การคิดและจินตนาการให้ตัวผู้เรียน
หลักสูตรจะต้องสอดคล้องกับ
วุฒิภาวะของผู้เรียน
กระบวนการเรียนการสอน
1. การเรียนการสอนจะเน้นการบรรยายเป็นหลัก โดยมีศิลปะของการถ่ายทอดความรู้เป็นสำคัญ
2. มีหลักการอบรมจิตใจ และถ่ายทอดค่านิยม
เพื่อสร้างนิสัยที่ดีงามให้เกิดแก่ผู้เรียน
3. กระบวนการเรียนการสอนจะมี “ครู”
เป็นผู้มีบทบาทสำคัญเป็นศูนย์กลาง
4. การเรียนการสอนคำนึงถึงความสามารถ ความสนใจ และจุดหมายของผู้เรียนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้
ผู้สอน
1. ผู้สอนหรือครู ต้องเป็น ผู้ที่มีความรู้ดี มีความประพฤติดี มีศีลธรรม เป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นศูนย์กลางของห้องเรียน
2. ผู้สอนควรต้องเป็นผู้มีทักษะ เทคนิควิธี ที่จะโน้มน้าวให้นักเรียนเห็นคุณค่าของการเรียนรู้
3. ผู้สอนต้องเสริมสร้างความสนใจและ เป้าหมายในการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน
4. ผู้สอนมีบทบาทสำคัญในอันที่จะกำหนด หรือตัดสินใจในกิจกรรมทางการเรียนรู้
ผู้เรียน
1. ผู้เรียนเป็นผู้รับ ผู้ฟัง และทำความเข้าใจ
ในเนื้อหาต่าง ๆ ที่ครูกำหนด
2. ผู้เรียนเป็นผู้เรียนรู้ เป็นผู้สืบทอดค่านิยม
และมรดกทางวัฒนธรรมไว้
และถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังต่อไป
3. ผู้เรียนต้องเป็นผู้ที่มีความพยายาม
อดทน และเป็นผู้มีระเบียบวินัย
1. มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสงวน รักษา และ
ประเมินคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม
2. ทำหน้าที่ฝึกฝน อบรมทางปัญญาให้แก่เยาวชน
เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ เข้าใจเรื่องราวหรือมรดกทางสังคม
3. เป็นสถาบันเพื่อความมั่นคง ความเป็นระเบียบของสังคมแต่ไม่เป็นผู้นำของสังคม
4. ช่วยสงวนรักษาความดีงาม คุณค่า และวัฒนธรรมของสังคมให้ประณีต สมบูรณ์ขึ้นและถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่รับช่วงต่อไป
5. ให้ผู้เรียนรู้กฎเกณฑ์ ระเบียบ ประเพณีและวัฒนธรรมของสังคม
โรงเรียน
ผู้บริหาร
1. มีลักษณะแบบรวมอำนาจ คือ
ผู้บริหารตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว
2. มีลักษณะยึดกฎระเบียบ
ยึดกฎหมายเป็นสำคัญ
3. มีลักษณะยึดแบบอย่าง ยึดมาตรฐาน ยึดระเบียบวินัย
4. มีการบริหารจัดการเรื่องการเรียนรู้
ไปในทางเดียวกัน คือระบบบริหาร
เป็นแบบสั่งงาน (Bureaucratic Model)
การวัดผลประเมินผล
1. เชื่อว่าความรู้ที่แท้จริงอยู่ภายนอกตัวผู้เรียน
สามารถรับรู้ด้วยจิต
2. การได้มาซึ่งความรู้นั้นเป็นการรับมา
โดยกระบวนการถ่ายทอด จดจำ
3. ใช้วิธีการทดสอบความจำ
ในเนื้อหาวิชาที่ได้เรียนมา
4. ประเมินผู้เรียนทางด้านทฤษฎี
(วิชาการ)เป็นสำคัญ
วิเคราะห์ข้อดี – ข้อเสีย ของ
“ สารัตถนิยม ”

ข้อดี
1. เป็นการถ่ายทอดให้แก่ผู้ที่สืบทอดมรดก
ทางวัฒนธรรมและค่านิยมให้คงไว้สืบต่อไป
2. พัฒนาให้คนมีระเบียบวินัย
เคารพกฎ กติกาของสังคม
ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น
3. ขยันขันแข็งในการทำงาน
รู้จักใช้สติปัญญาให้มาก
4. มีอุดมการณ์ รักษาอุดมคติ
อันดีงามของสังคม
5. ยึดเหตุผล และความถูกต้อง
เหมาะสมเป็นหลัก
6. ใช้สติปัญญาในการพัฒนา
ตนเองและแก้ปัญหา
7. ครูเป็นต้นแบบที่ดีมีคุณธรรม มีความรู้
และมีทักษะดีเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ
8. มีการวางแผน และจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า
จัดลำดับความสำคัญของงาน
9. มีความจำดี และมีความรู้
ในทางทฤษฎีมาก
10. ทำความเข้าใจในเนื้อหาสาระมากกว่า
ที่จะขัดแย้งและโต้ตอบ
ข้อเสีย
1. บุคคลที่จะถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม
และค่านิยมไม่มีคุณภาพ
ทำให้การสืบทอดเป็นไปไม่สมบูรณ์แบบ
2. เป็นการยึดอำนาจแบบเผด็จการ
มีการสั่งการจากคนคนเดียว
มีบทลงโทษรุนแรง
3. กฎระเบียบที่เคร่งครัดเกินไป
ทำให้ต้องทนฝืนใจในการทำงาน หรือการเรียน
ก่อให้เกิดความขัดแย้งและปัญหาสังคม
4. ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ขาดแนวคิดที่แปลกใหม่ เพราะถูกสอนให้
รับฟังมากกว่าที่จะแสดง ความคิดเห็น
5. ทำงานไม่เป็น หรือมีความรู้ทางทฤษฎี
แต่การปฏิบัติล้มเหลว
6. คำนึงถึงมาตรฐานของวิชาชีพ ผลการทดสอบ
มากกว่าความแตกต่างระหว่างบุคคล
7. ในด้านผู้เรียนเป็นเพียงผู้รับฟังและ
ทำความเข้าใจเท่านั้นไม่กล้าแสดงออก
สรุปแนวคิดปรัชญาการศึกษา
สารัตถนิยม

1. มุ่งเพื่ออนุรักษ์ และสืบทอดมรดกทาง
วัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมไทยให้แก่คนรุ่นหลัง
2. หลักสูตรประกอบด้วยเนื้อหาสาระ
การฝึกฝนทักษะ ค่านิยม ความเชื่อ
และความรู้พื้นฐานของสังคม
3. ผู้สอนเป็นผู้กำหนดตัดสิน คัดเลือกสิ่งที่เห็นว่า
ผู้เรียนควรจะเรียน ผู้เรียนจะเป็นผู้รับ ผู้ฟัง ฝึกฝนตนเอง
ให้เกิดความเข้าใจ และเชี่ยวชาญในสิ่งที่เรียน
4. การเรียนการสอนใช้วิธีการเรียนรู้
จากครูและตำรา
5. เน้นการบรรยาย ซักถามเพื่อให้เกิดความเข้าใจ
เนื้อหามากกว่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน
Thanks You!
Full transcript