Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

แผนการตลาด

No description
by

Natchanon Wongsumitr

on 5 March 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of แผนการตลาด

แผนการตลาด
ประวัติิความเป็นมา
“Coca-Cola” ถูกคิดค้นโดย ดร.จอห์น เพ็มเบอร์ตัน ที่เมืองแอตแลนต้า แห่งรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
เภสัชกรท้องถิ่นท่านนี้เป็นผู้ผลิตหัวเชื้อน้ำหวาน
มีเรื่องเล่ากันต่อมาว่าเมื่อ ดร.เพ็มเบอร์ตัน ปรุง
หัวเชื้อน้ำหวานขึ้นมาได้สำเร็จ ชายผู้นี้รีบถือเหยือกที่
บรรจุน้ำหวานรสชาติใหม่ มุ่งตรงไปยังร้านขายยา
จาค็อปส์ หลายคนได้ลิ้มลองน้ำหวาน ต่างก็ชื่นชม
เป็นเสียงเดียวกันว่า “รสชาติเยี่ยม” หลังจากนั้น
ไม่นาน ดร.เพ็มเบอร์ตัน ก็เริ่มปรุงเครื่องดื่มชนิดนี้
ขายที่ร้านจาค็อปส์
ต่อมาพนักงานประจำบาร์จ่ายโซดาคนนึง ชื่อ วิลลิส อี เวเนสเบิล ได้นำ
น้ำอัดก๊าซ คาร์บอนมาผสมกับน้ำหวานที่ ดร.เพ็มเบอร์ตัน ปรุงขึ้น จนกลายเป็นเครื่องดื่มที่ “สดชื่น ดับกระหาย ได้รสชาติ”

หุ้นส่วนสำคัญและสมุหบัญชีของ ดร.เพ็มเบอร์ตัน ออกความคิดเห็นว่า “ถ้าใช้ตัวอักษร C สองตัว ในโฆษณาเครื่องดื่มชนิดนี้ก็น่าจะเข้าท่าดี”
ดังนั้น เขาจึงแนะนำให้ตั้งชื่อเครื่องดื่มนี้ว่า “Coca-Cola”
นอกจากนั้น ยังแขวนป้ายโฆษณาที่ทำจากผ้าอาบน้ำมันไว้ที่กันสาดหน้าร้านจาค็อปส์ โดยมีการระบุคำว่า “Coca-Cola” และเหนือคำว่า “Coca-Cola” ก็เติมคำว่า “Drink” เพื่อให้คนอ่านทราบว่ามีเครื่องดื่มชนิดใหม่วางขายอยู่
หลังจากดำเนินกิจการมาได้ไม่นาน
และก่อนหน้าที่ ดร.เพ็มเบอร์ตัน จะถึง
แก่กรรมเพียงไม่กี่ปี เขาก็ขายหุ้นที่
เหลืออยู่ทั้งหมดให้กับ
อาซา จี. แคนเลอร์ นักธุรกิจชาวเมืองแอตแลนต้า ต่อมา มร.แคนเลอร์ ก็กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดจนกลายเป็นเจ้าของกิจการ “Coca-Cala” เพียงผู้เดียว และทำให้มีรายได้มากขึ้น ก่อตั้งบริษัท Coca-Cola ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1893 พร้อมจดทะเบียนลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าอย่างเป็นทางการอดขายของ
“Coca-Cola” มากกว่าเดิมถึง 10 เท่า
จนกระทั่งปี ค.ศ. 1981 “Coca-Cola” ประสบความสำเร็จจากกลุ่มผู้บริหารภายใต้การนำ
ของ โรแบร์โต กอยซูเอตา และ ดั๊ก ไอเวสเตอร์ ที่มีวิสัยทัศน์ในการวางรากฐานกลยุทธ์ ได้พลิกตัวเองขึ้นมาใหม่ โดยมุ่งทำงานเพื่อผลประโยชน์ของนักลงทุน ซึ่งทำให้มีอำนาจ
ผูกขาดในธุรกิจการบรรจุภัณฑ์และจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว
“Coca-Cola” ถือได้ว่าเป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่อยู่ในใจผู้บริโภค
มาตลอดกว่า 100 ปี จนกระทั่งก้าวมาเป็นแบรนด์ดับ 1
ของโลกได้จนถึงปัจจุบัน

วิเคราะห์ 4P’s
ด้านผลิตภัณฑ์ (Product)

ผลิตภัณฑ์ Coca-Cola เป็นเครื่องดื่มน้ำอัดลมประเภทน้ำดำ ที่มีความซ่าและรสชาติหวาน เพื่อช่วยดับกระหาย และให้ความสดชื่น โดยจะมีบรรจุภัณฑ์อยู่หลากหลายแบบและหลายขนาดด้วยกัน อาทิเช่น ขวดแก้ว ขวด PET และกระป๋อง ซึ่งจะมีขนาดแตกต่างกันไป เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกสรรตามความต้องการ
นอกเหนือจากนั้น Coca-Cola ยังมีการพัฒนาสินค้าของตัวเองมาโดยตลอด Product Line ทำให้เกิด Coca-Cola รสชาติใหม่ๆขึ้นมาเพื่อให้เกิดจุดสนใจในตัวสินค้าและสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการ
พัฒนา Package ที่แตกต่างออกไปจากแบบฝาจีบไปเป็นแบบกระป๋องและแบบฝาเกลียว เพื่ออรรถประโยชน์ที่
แตกต่างรวมไปถึงความสะดวกในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นการสร้างความแปลกใหม่ สะดวกต่อการขนส่ง
และเก็บรักษาสินค้า
ด้านราคา (Price)
การตั้งราคาน้ำอัดลมเป็นแบบ Uniform pricing ตั้งราคาเดียวกันสำหรับปริมาณเดียวกันทุกราย อันเนื่องมาจากน้ำอัดลมเป็นสินค้า ที่สามารถใช้ทดแทนกันได้(Substitute) หากมีการเปลี่ยนแปลง
ราคาแม้เพียงนิดเดียวก็จะส่งผลให้ปริมาณการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก สำหรับ Coca-Cola นั้นก็ใช้หลักการเดียวกัน โดยยังคงสามารถรักษาภาพพจน์ของ Brand ให้ดูดีและน่าเชื่อถือเอาไว้
พร้อมๆ กับราคาที่ไม่ทำร้ายจิตใจผู้บริโภคมากนัก
ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)
Coca-Cola มีลักษณะการวางแผนธุรกิจโดยการโยนภาระขั้นตอนการบรรจุขวดและการจัดจำหน่าย
ให้กับผู้ประกอบการรายอื่นในลักษณะการขาย Franchise ดูแลจริงๆมีเพียงการวางแผนธุรกิจและการ
ผลิตหัวเชื้อด้วยสูตรลับเพื่อส่งต่อไปยัง Bottler ที่ต่างๆ ดังนั้นการตกลงธุรกรรมกับ Distributor และการวางแผนต่างๆโดยส่วนใหญ่จึงเป็นหน้าที่ของทั้ง Coca-Cola เช่นการตกลงกับ Whole Seller ที่เป็นระดับสากลอย่าง Carrefour หรือ Tesco Lotus การตกลงสัญญากับ Distributor ต่างๆ ที่สามารถมีผลประโยชน์ร่วมกันได้อย่าง Mcdonald หรือ Burger King ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลอย่างมาก
ต่อการสร้างการรับรู้และเกิดช่องทางจำหน่ายอันมากมายที่จะนำไปสู่ผู้บริโภค
ด้านการส่งเสริมการตลาด (promotion)
โฆษณาและการประชาสัมพันธ์ Coca-Cola จะใช้สื่อครอบคลุมไปทุกแขนงไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อกระจายภาพและเสียง สื่อบุคคล สื่อกิจกรรม รวมไปจนถึงสื่อกลางแจ้ง สื่อทางยานพาหนะ สื่อโฆษณา ณ จุดซื้อ และที่สำคัญสื่ออินเตอร์เน็ต เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้และเกิดความต้องการ
ในสินค้ามากยิ่งขึ้น
การส่งเสริมการขาย Coca-Cola จะเน้นการจัด Promotion หรือกิจกรรมต่างๆที่เป็นการมุ่ง
เป้าหมายทั้งต่อผู้บริโภค และ Trader อย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภค สร้างความภักดีในตราสินค้า สกัดคู่แข่งขัน รวมไปจนถึงการเพิ่มยอดขายให้แก่บริษัท
วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค (6W+1H)
Who กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ ผู้บริโภคเพศหญิงและเพศชาย ทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน ช่วงอายุตั้งแต่ 15 – 40 ปี ที่ประกอบอาชีพ นักเรียน - นักศึกษา หรือพนักงานทั้งภาครัฐและ
เอกชน ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ส่วนผู้มีรายได้สูงนั้น เป็นเพียงกลุ่มลูกค้าส่วนน้อย
อันเนื่องมาจาก เป็นกลุ่มที่มีทัศนคติในเรื่องการรักษาสุขภาพตนเองเป็นหลัก ผู้บริโภคนั้นจะกระ
จายอยู่ทุกประเทศทั่วโลก โดยเน้นผู้บริโภควัยหนุ่มสาวเป็นส่วนใหญ่ที่มีความชื่นชอบเครื่องดื่ม
ประเภทน้ำอัดลม ที่ให้ความสดชื่น ดับกระหาย และได้รสชาติ อีกทั้งยังชื่นชอบความคลาสสิก
ของแบรนด์ เป็นต้น
What ในด้านของผลิตภัณฑ์นั้น ผู้บริโภคต้องการเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม ที่ช่วยดับกระหาย ให้ความสดชื่น คลายร้อน มีรสชาติหวานนำไม่ซ่ามากจนเกินไปและมีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม
ประกอบกับลูกเล่นต่างๆ อีกทั้งยังคงความเป็นคลาสสิกแบรนด์เอาไว้อย่างดี นอกเหนือจากนั้น
ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญในเรื่องของราคา ปริมาณ และคุณภาพ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ ต้องมีความเหมาะสม ราคาไม่สูงจนเกินไป ส่วนในด้านช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น ผู้บริโภคต้อง
การความสะดวกสบายในการจัดซื้อสินค้า สามารถเข้าถึงสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถ
ตอบสนองความต้องการได้ทันท่วงที อีกทั้งยังต้องมีระบบการชำระเงินที่ทันสมัยสะดวก
และรวดเร็วอีกด้วย
Where ผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่แล้วจะกระจายอยู่ทั่วทุกประเทศในโลก เนื่องจากว่า Coca-Cola นั้นถือเป็นเครื่องดื่มที่ไร้พรมแดน มีการวางจำหน่ายทุกประเทศ โดยส่วนใหญ่แล้ว
ผู้บริโภคมักจะซื้อ Coca-Cola จากห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือ Discount Store อาทิเช่น Big-C , TESCO Lotus , makro เป็นต้น รวมไปจนถึงร้านสะดวกซื้อ และร้านโชห่วยใกล้บ้าน ผู้บริโภคยังนิยมบริโภคเครื่องดื่ม Coca-Cola ร่วมกับการทำกิจวัตรประจำวัน อาทิเช่น รับประทานอาหาร หรือ ดูหนัง ดังนั้นผู้บริโภคจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ Coca-Cola จากร้านอาหาร หรือร้านแฟรนไชน์
When ช่วงเวลาในการซื้อสินค้าของผู้บริโภคนั้นกระจายอยู่ทุกช่วงเวลาในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับ
ความต้องการในการบริโภคเป็นหลัก หรือในช่วงที่มีสินค้าออกใหม่ หรือมีการจัดโปรโมชั่นจะ
ช่วยกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น สำหรับความถี่ในการซื้อนั้น ขึ้นอยู่กับ
ความชอบของแต่ละบุคคล หากเป็นบุคคลที่มีความชื่นชอบเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่ให้ความสดชื่น จะมีความถี่ในการบริโภคเฉลี่ย 2-3 ครั้งต่อวัน ส่วนผู้บริโภคที่บริโภคเพื่อดับกระหาย ไม่ได้มี
ความชื่นชอบเป็นหลักจะมีความถี่ในการบริโภคเฉลี่ย สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และในช่วงฤดูร้อน
ผู้บริโภคจะมีความต้องการซื้อเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมสูง เนื่องมาจากช่วยคลายร้อน
ดับกระหาย และให้ความสดชื่น
Why โดยส่วนใหญ่แล้วผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ “Coca-Cola” เนื่องมา
จากมีความชื่นชอบในรสชาติ ที่ให้ความหวาน และไม่ซ่าจนเกินไป อีกทั้งยังเป็นเครื่อง
ดื่มที่ช่วยดับกระหาย ให้ความสดชื่น และคลายร้อนอีกด้วย นอกเหนือจากนั้น ผู้บริโภค
ยังนิยมบริโภค “Coca-Cola” ร่วมกับการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน เนื่องจากจะ
ช่วยเพิ่มให้รสชาติอาหารดีขึ้น อีกในหนึ่งก็คือความคุ้นเคยในแบรนด์ที่มีมาอย่าง
ยาวนาน ชื่นชอบความคลาสสิก และมี Brand loyalty สูง ที่สำคัญสามารถหาซื้อได้
ง่าย สะดวก และรวดเร็วอีกด้วย
Whom สำหรับ Coca-Cola นั้น เป็นเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็น
ผู้บริโภควัยรุ่นจนถึงวัยกลางคน โดยเฉพาะวัยรุ่นเป็นวัยที่มีจิตใจอ่อนไหว คล้อยตาม
ได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่นมักจะเป็น ครอบครัว เพื่อน หรือแม้กระทั่งพรีเซ็นเตอร์ หากเป็นดารา-นักร้อง หรือบุคคลที่มีชื่อ
เสียงและเป็นกระแสนิยมอยู่ จะได้รับการตอบรับที่ดีมากยิ่งขึ้น ส่วนวัยกลางคนนั้น ครอบครัว เพื่อนและพรีเซ็นเตอร์จะมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยส่วนใหญ่
แล้วจะตัดสินใจซื้อด้วยตนเองเป็นหลัก เพราะเป็นผู้ที่มีอำนาจการ
ซื้ออยู่แล้ว
How เนื่องจากช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า Coca-Cola นั้นมีอยู่หลากหลายช่องทาง กระจายอยู่กว่า 200 ประเทศทั่วโลก ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น ร้านค้าปลีกทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกในรูปแบบขายส่ง และร้านอาหารฟาส์ตฟู้ดทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วผู้บริโภคจะมี
พฤติกรรมการซื้อโดยเลือกซื้อสินค้าด้วยตนเองเมื่อเกิดความต้องการ เพราะว่าจะทำให้ผู้บริโภค
สามารถตรวจสอบคุณภาพและความสมบูรณ์ของสินค้า รวมไปจนถึงราคา ณ จุดขายนั้นๆได้ นอกเหนือ
จากนั้นยังมีปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นก็คือ การจัดกิจกรรม หรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจ รวมไปจนถึงพนักงาน ณ จุดขายที่คอยให้ความรู้และแนะนำสินค้าจะช่วยกระตุ้น
ให้เกิดการตัดสินใจซื้อง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
กำหนดเกณฑ์การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation)
โครงสร้างของอุตสาหกรรมน้ำอัดลมในประเทศไทยแบ่งออกเป็นค่ายใหญ่ๆ ได้ 3 ค่าย คือ Coca-Cola, PEPSI และ EST ประเภทของน้ำอัดลม หากแบ่งน้ำอัดลมออกเป็นสาย
การผลิต จะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

1.น้ำดำ หมายถึง น้ำอัดลมชนิด Cola
2. น้ำสี หมายถึง น้ำอัดลมที่มีการผสมน้ำหวาน และแต่งสีเป็นหลายๆแบบ เช่น น้ำแดง น้ำเขียว น้ำส้ม ซึ่งน้ำอัดลมประเภทน้ำสียังแบ่งออกอีกเป็น ชนิดอัดแก๊ส กับชนิดที่ไม่อัดแก๊ส
3. เลมอนไลม์ หมายถึง น้ำอัดลมที่มีสีขาว ได้แก่ สไปรท์ และเซเว่นอัพ
กำหนดตลาดเป้าหมาย (Market Targeting)
- กลุ่มเป้าหมายหลัก
กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ Coca-Cola จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นจน
ถึงวัยกลางคน ซึ่งมีอายุ 15-45 ปี ทั้งเพศชายและเพศหญิง ฐานะทางการ
เงินตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับกลางและมีลักษณะบุคลิกภาพที่ต้องการความ
สดชื่นและมี Life Style ที่ชอบกีฬาและดนตรีเป็นหลัก พฤติกรรมส่วนใหญ่
จะซื้อเพื่อบริโภคเอง มีความถี่ในการบริโภคมากพอสมควร แต่กลุ่มผู้บริโภค
ร้านค้าส่งก็สามารถสร้างรายได้ให้กับ Coca-Cola ได้ใกล้เคียงกันกับผู้บริโภค
รายย่อย

- กลุ่มเป้าหมายรอง กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายรองจะเป็นเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่จะบริโภค
เป็นบางโอกาสเท่านั้น แต่ก็ยังมีผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งที่นิยมสะสมกระป๋องหรือ
ขวด Coca-Cola ที่เป็น Limited Edition ที่จะจัดทำตามโอกาสและ
เทศกาลสำคัญเช่นกัน และกลุ่มบริโภคกลุ่มนี้ในบางครั้งไม่ได้ต้องการ
บริโภคน้ำอัดลมแต่เป็นเพียงเพราะส่วนหนึ่งของ Promotion หรืออาจจะเป็นสินค้าทดแทนของผู้บริโภคน้ำอัดลมแบรนด์อื่นโดยกลุ่มนี้ไม่ได้
สร้างยอดขายมากนัก แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนรายได้ของ
Coca-Cola เหมือนกัน

กำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ในตลาด (Market/Product Positioning)
จากกราฟจะเห็นได้ว่า Coca-Cola มีส่วน
ครองตลาดมากที่สุด รองลงมาจะเป็น
PEPSI ส่วนด้านความคิดสร้างสรรค์ใน
ด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Design หรือการ
จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ รวม
ทั้งการรับผิดชอบต่อสังคม Coca-Cola
จะเป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้และส่วนใหญ่จะได้
ผลที่ดีทั้งต่อผู้บริโภครายย่อยหรือร้านค้า
ตัวแทนจำหน่าย รวมทั้งยังอาจจะส่งผลดี
ต่อภาพลักษณ์ของ Coca-Cola เองด้วย
วิเคราะห์สถานการณ์การแข่งขันในตลาด Five Force Analysis
ภัยคุกคามจากคู่แข่งรายใหม่ (Threat of New Entrants)
การเข้ามาของคู่แข่งขันรายใหม่นั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยาก อันเนื่องมาจากธุรกิจเครื่องดื่มน้ำอัดลมประเภทน้ำดำนั้นมีการแข่งขันที่
รุนแรงมาอย่างยาวนาน มีการลงทุนสูง อีกทั้งเจ้าแห่งธุรกิจน้ำดำ อาทิเช่น Coca-Cola กับ PEPSI นั้นก็ถือเป็นแบรนด์ที่มีความ
แข็งแกร่ง และเป็นที่รู้จักทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ทำให้คู่แข่งขันไม่สามารถเลียนแบบและทำการแข่งขันได้ยากยิ่งขึ้น
ภัยคุกคามจากสินค้าทดแทน (Threat of Substitute Product)
เนื่องจากเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมนั้น นอกจากจะช่วยดับกระหาย และให้ความสดชื่นแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอย่างอื่น ยิ่งถ้าหากบริโภคมากก็ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสวนทางกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในสังคมปัจจุบัน ที่มีความเปลี่ยนแปลงหันไปให้ความสำคัญกับสุขภาพมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากนั้นยังมีผู้บริโภคที่ไม่ยึดติดในแบรนด์ แต่ให้ความสำคัญในเรื่องราคามากกว่า ก็จะหันไปบริโภคเครื่องดื่มน้ำอัดลมประเภทน้ำดำที่มีราคาถูกกว่าแทน
อำนาจต่อรองจากซัพพลายเออร์ (Bargaining Power of Suppliers)
เนื่องจากบริษัท Coca-Cola เป็นธุรกิจที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยได้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทซัพพลายเออร์
ของตนเอง ทำให้มีอำนาจในการควบคุมการดำเนินงาน ส่งผลให้อำนาจการต่อรองของซัพพลายเออร์จึงไม่สูงมากนัก ทำให้บริษัทสามารถซื้อวัตถุดิบในราคาต่ำ อันจะนำผลกำไรมาสู่กิจการได้มากยิ่งขึ้น
อำนาจต่อรองจากลูกค้า (Bargaining Power of Customers)
เนื่องจากอุตสาหกรรมเครื่องดื่มน้ำอัดลมนั้นมีสินค้าทดแทนอยู่มากมาย ประกอบกับในปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจโลกใน
ปัจจุบันประสบปัญหาอยู่ไม่น้อย และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้พฤติกรรมในการบริโภคของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง
ไปตามสภาพเศรษฐกิจ หันมาให้ความสำคัญในด้านราคาเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยประกอบการตัดสินใจซื้อ
สภาวะการแข่งขันของคู่แข่งในตลาด (Rivalry among Existing Competitors)
สภาวะการแข่งขันของคู่แข่งขันในตลาดระดับเดียวกันนั้น แนวโน้มของการแข่งขันมีความรุนแรงมากอยู่พอสมควร เนื่องจากมีคู่แข่งขันเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน และประสบความสำเร็จในธุรกิจอย่าง PEPSI รวมไปจนถึงบริษัทน้องใหม่ที่เข้ามาช่วงชิงส่วนครองตลาดอย่าง EST โดยการสร้างความได้เปรียบให้กับสินค้าของตนเอง
ไม่ว่าจะเป็นในด้านช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเน้นการหาพันธมิตรที่มีศักยภาพและเครือข่ายในการกระจายสินค้า
ไปยังร้านค้าปลีกย่อย จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น หรือในด้านผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีความหลากหลาย
สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มและตรงกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
วิเคราะห์แนวโน้มตลาดในอนาคต
ในช่วงหน้าร้อนในปีที่ผ่านมานั้น มีอุณหภูมิสูงและยาวนานกว่าในปีก่อนๆ ทำให้ผู้
บริโภคหันมาสนใจเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมมากยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ในทางกลับกันธุรกิจ
เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมนั้นก็มีการแข่งขันที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น และมีผู้ประกอบการ
รายใหม่ๆเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น ตลาดน้ำอัดลมในช่วงนับต่อจากนี้ไป คาดว่า ผู้ประกอบการน้ำอัดลมคงต้องทำงานอย่างหนัก ภายใต้ภาวะความกดดัน ทั้งจากการที่
ต้องแข่งขันกับสินค้าทดแทนที่เข้ามาแย่งตลาด
วิเคราะห์ SWOT
จุดแข็ง (Strengths)
1. Coca-Cola เป็นผู้ที่เข้ามาเปิดตลาดเป็นรายแรกจึงเป็นที่สนใจและ
ดึงดูดใจของผู้บริโภคซึ่งสร้างความรู้สึกให้กับตัวผลิตภัณฑ์ว่าเป็นของแท้
และดั่งเดิม
2. Coca-Cola เป็น Global Brand ที่สั่งสมความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนาน
3. Coca-Cola มี Positioning ที่ชัดเจนทำให้ผู้บริโภคจดจำ Brand ได้อย่าง
แม่นยำไม่สับสนกับ Brand อื่น
4. Coca-Cola เป็น Brand ที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งเกิดจากการรับรู้ของผู้บริโภค
ทำให้คู่แข่งไม่สามารถเลียนแบบและทำการแข่งขันได้ยาก
5. Coca-Cola เป็นผู้นำทางการตลาดมีสัดส่วนในการครองตลาดน้ำดื่ม CSD
สูง (Market share leadership)
6. Brand Perception มียี่ห้อที่เป็นที่จดจำและอยู่ในใจของผู้บริโภคย่อม
แสดงถึงความสามารถในการเข้าถึงลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมทั้งการมี
รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มาก

จุดอ่อน (Weaknesses)
1. การที่ Coca-Cola จะเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นั้นย่อมเป็นไปได้ยาก
เนื่องจาก Coca-Cola เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในด้านน้ำดื่ม Cola
ซึ่งการที่จะขยายไปในด้านอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ยาก
2. มีความเป็นนักอนุรักษ์(Conservative)
ทำให้การปรับตัวของบริษัทไม่ทันกับคู่แข่งรายอื่นๆ มีสายการผลิต
ที่กว้างมากจนยากที่จะควบคุมการผลิต Coca-Cola
มักถูกมองว่าไม่มี Innovation จะเห็นได้จาก Line
สินค้าที่มีให้เลือกไม่มากนัก และยังถือว่าน้อยกว่าคู่แข่ซึ่งอาจทำ
ให้ผู้บริโภคหันไปทดลองสินค้าอื่นที่มีความแปลกใหม่ได้ง่าย
3. Coca-Cola เป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
4. Coca-Cola มีความสามารถในการขยายผลิตภัณฑ์มีค่อนข้าง
จำกัด เนื่องจากการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับ Line
สินค้าเดิมเป็นเรื่องที่ยาก และอาจทำให้ภาพความ Classic
ดูอ่อนลงไป

โอกาส (Opportunities)
1. ตลาดยังเปิดกว้างสำหรับเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์
2. การสื่อสารไร้พรมแดน ทำให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
3. ลักษณะของสินค้า เนื่องจากตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องดื่ม Cola
นั้นมีจุดต่างจากเครื่องดื่มอื่นซึ่ง ผู้บริโภคเชื่อว่าดื่มแล้วช่วยสร้าง
ความสดชื่นซึ่งเป็นเสมือนจุดขายของสินค้านี้
4. เทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องซึ่งในอนาคตข้างหน้าเทคโนโลยี
ย่อมพัฒนาขึ้นอย่างมากช่วยในด้านการผลิต การโฆษณาช่วยให้ผู้บริโภครู้
จักได้มากขึ้น การกระจายสินค้า เป็นต้น

อุปสรรค (Threats)
1. Coca-Cola เป็นสินค้าที่มีสินค้าทดแทนได้ง่ายและเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตลาด
เครื่องดื่มนี้มีการขยายออกอย่างแพร่หลายทำให้ผู้บริโภคในปัจจุบันมีทางเลือกมากขึ้น
กว่าในอดีต
2. ราคาของวัตถุดิบผันผวน เช่น ราคาน้ำตาลที่สูงขึ้นย่อมส่งผลทำให้ราคาต่อหน่วยของ
สินค้ามีราคาสูงขึ้น และความต้องการก็ย่อมลดลง หากเทียบกับ Pepsi ที่ใช้กลยุทธ์
In&Out คือ การสร้างสินค้าใหม่ๆ บนฐานของน้ำดำ เพื่อสร้างสีสันให้ตลาด ทำให้ผู้
บริโภคเกิดทางเลือกที่มากขึ้นและมีความรู้สึกถึงความแปลกใหม่และอาจให้ความสนใจ
และทดลองบริโภค จนอาจเกิดการ Switching Brand ได้
3. ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน เมื่อเศรษฐกิจแย่ลงย่อมมีผลต่อการบริโภคของประชาชนซึ่ง
จะบริโภคอย่างจำกัดมากขึ้นกว่าเดิม
4. การแข่งขันที่รุนแรง ทั้งตลาดเดิมและเครื่องดื่มใหม่ๆที่พยายามเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้การ
จะครองส่วนแบ่งตลาดจำนวนมากนั้นยากขึ้นและยังต้องรักษาส่วนแบ่งการตลาดเดิมเอา
ไว้อีกด้วย
5. ค่านิยมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง คือให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพมากขึ้นทำให้
ผู้บริโภคลดการบริโภคเครื่องดื่ม Coca-Cola ให้น้อยลง เนื่องจากไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
และให้ความสนใจกับสินค้าที่ให้ผลดีกับสุขภาพมากขึ้น
6. การแพร่ของข่าวความผิดพลาดในการผลิต ทำให้เกิดความเสียหายกับตราสินค้า ผู้บริโภค
อาจไม่เชื่อถือและเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคได้
7. จากผลสำรวจ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ชื่นชอบรสชาติของ Pepsi มากกว่า

ภารกิจหลักของกิจการ (Mission)
• เพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก – ในด้านจิตใจ, ร่างกาย และ จิตวิญญาณ
• เพื่อเป็นสิ่งที่ดลบันดาลใจ ในเวลาที่เราคิดบวก – ผ่านแบรนด์และการลงมือทำของเรา
• เพื่อสร้างมูลค่าและความแตกต่างในทุกที่ที่เรามีส่วนร่วม

วิสัยทัศน์ของกิจการ (Vision)
เพื่อที่จะบรรลุภารกิจ Coca-Cola ได้พัฒนาเป้าหมายของบริษัทซึ่งก็คือการทำงานกับผลิตภัณฑ์เพื่อสร้าง....
กำไร : เพิ่มผลกำไรให้กับหุ้นส่วนมากยิ่งขึ้น โดยมีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำหน้าที่ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
บุคคล : ปรับปรุงพัฒนาสถานที่ให้น่าทำงาน ซึ่งจะทำให้พนักงานมีแรงบันดาลใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ดีที่สุด
ผลงาน : สร้างสรรค์กิจกรรมให้โลกได้สัมผัสกับยี่ห้อเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่เป็นที่รู้จักอย่างมากและเป็นที่ต้องการของผู้
บริโภค
หุ้นส่วน : สร้างเครือข่ายแห่งความสำเร็จให้กับหุ้นส่วนและสร้างความซื่อสัตย์ทางธุรกิจ ร่วมกันโดยเป็นประชากรโลก
ที่มี ความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างให้กับโลกได้
ผลิตภัณฑ์ : สร้างประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นองค์กรที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

นโยบายในการดำเนินงาน
Coca-Cola รักษา Concept Idea ที่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเป็นหลักในการทำการสื่อสารกับ
ผู้บริโภคมาโดยตลอด ถึงแม้ว่า Campaign Coke side of Life จะเป็น Campaign ที่เริ่มวิ่งในช่วงไม่กี่
ปีที่ผ่านมาแต่ Coke พยายามทำให้ตัวเองดูเป็นสินค้าที่มีรสนิยม หรูหรา แต่ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมาโดย
ตลอดตั้งแต่ต้น และยังคง Concept เดิมที่ว่าโค้กอยู่ร่วมกับคุณตลอดเวลาอยู่เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่าโค้ก
มีการย้ำเตือนและยึดมั่นจนเกิดเป็นข้อความที่ไม่จางหายในใจผู้บริโภคอยู่เสมอว่า "ต้องโค้กสิ"
Term of Advertising
Term of Marketing & Strategic
Coca-Cola มีการถีบตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการย้ำเตือนและเสริมภาพลักษณ์ของตนเองที่ว่า Coca-Cola หรูหรา ทันสมัย การพัฒนา Package ให้มีรูปร่างแปลกตาและเน้นการ Design การสร้าง
รสชาติใหม่ๆอยู่เสมอก็ดี ทั้งหมดล้วนเป็นการแสดงให้เห็นถึงการไม่จมปลักอยู่กับที่ของ Coca-Cola Coca-Cola มีการทำ SWOT เพื่อให้รู้จักตนเองอยู่เสมอ มีการบริหารจัดการที่ดีเพื่อให้สินค้าของตนไปถึง
ลูกค้าได้ทุกๆ ที่ และไม่บกพร่องต่อ 4P
What we should learn from Coca-Cola
การรักษาภาพลักษณ์ของ Brand ตนเองและสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นในใจผู้บริโภคเพื่อสร้างฐาน
ลูกค้าประจำที่แน่นอนเป็นสิ่งสำคัญ ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นธุรกิจเครื่องดื่ม แต่สามารถนำไปใช้ได้กับทุก
ธุรกิจทุกผู้ประกอบการ สร้างความยึดมั่นแข็งแรงและพึ่งพาได้ของตนเองไว้ ย่อมหมายถึงการได้มาซึ่ง
ความไว้วางใจของทุกคนรอบข้างไม่จำกัดอยู่เพียงลูกค้าผู้บริโภค แต่ พนักงานหรือผู้ประกอบการที่เกี่ยว
ข้องต่างก็เป็นปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อความสำเร็จขององค์กร
โครงสร้างองค์กร
วัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ
วัตถุประสงค์ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี)
1. เพื่อเพิ่มยอดขายและแบ่งส่วนครองตลาดของ Coca-Cola ให้มากยิ่งขึ้น
2. เพื่อสามารถวางตำแหน่งการแข่งขันในระยะสั้นได้ชัดเจน ซึ่งใช้กลยุทธ์แปลกใหม่ที่ต่างจากคู่แข่งขัน
โดยดูจากความพฤติกรรมของผู้บริโภคและกระแสสังคมในแต่ละยุคสมัย
3. เพื่อสร้างความจงรักภักดีของผู้บริโภคและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในตราสินค้าให้มากยิ่งขึ้น
4. เพื่อสร้างการรับรู้ในตราสินค้าและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับแก่ผู้บริโภคในวงกว้างเพิ่มขึ้น
5. เพื่อขยายช่องทางการจัดหน่ายได้อย่างทั่วถึงเพิ่มมากขึ้น
6. เพื่อใช้เป็นคู่มือหรือแนวทางในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

วัตถุประสงค์ระยะยาว (ภายใน 3-5 ปี)
1. เพื่อเพิ่มยอดขายและส่วนครองตลาดของ Coca-Cola ได้มากขึ้นและยาวนานมากยิ่งขึ้น
2. เพื่อสามารถวางตำแหน่งการแข่งขันทางการตลาดในระยะยาวได้ชัดเจน โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ
ที่ต่างจากคู่แข่งขันและสามารถปฏิบัติได้เป็นได้เป็นเวลายาวนาน
3. เพื่อสร้างความจงรักภักดีของผู้บริโภคและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในตราสินค้าให้มากยิ่งขึ้น
4. เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำความทรงจำเกี่ยวกับตราสินค้าได้ชัดเจนและมากยิ่งขึ้น
5. เพื่อขยายช่องทางการจัดหน่ายได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
6. เพื่อใช้เป็นคู่มือหรือแนวทางในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

การวางแผนการตลาด
แผนการตลาดระยะสั้น (ภายใน 1 ปี)
• ชื่อกิจกรรม : “Coca-Cola คนบ้า Thai Premier League”
• วัตถุประสงค์ของกิจกรรม
1. เพิ่มยอดขายและส่วนครองตลาดของ Coca-Cola ให้มากขึ้น
2. เพื่อตอบแทนผู้บริโภคและสังคม (Society Marketing Concept) ที่ให้การสนับสนุน Coca-Cola
3. เพื่อเป็นการสนับสนุนฟุตบอลภายในประเทศไทยให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
• สถานที่จัดกิจกรรม : บริเวณสนามแข่งขันฟุตบอล Thai Premier League
• ระยะเวลาดำเนินกิจกรรม : 6 เดือน
• วันเริ่มต้นดำเนินกิจกรรม และวันสิ้นสุด : กุมภาพันธ์-พฤศจิกายน 2557
• ขั้นตอนและวิธีดำเนินการ
1. ประชาสัมพันธ์กิจกรรมนี้โดยการโฆษณาทางโทรทัศน์และการตั้งซุ้มของ Coca-Cola ตามบริเวณสนามที่มีการแข่งขันฟุตบอล
Thai Premier League
2. จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาโดยที่ทำกระป๋องที่มีตราสโมสรของทีมใน Thai Premier League เป็น Limited Edition ให้ผู้บริโภคที่เป็นคอฟุตบอลไทย
ได้สะสมกันเป็นเจ้าของ และเมื่อสะสมกระป๋องครบทั้งหมดก็จะมีการกิจกรรมพิเศษต่อมาคือการได้พบปะพูดคุยกับนักบอลที่ชื่นชอบหรือการได้นั่งชม
ฟุตบอลติดขอบสนาม เป็นการซื้อใจผู้บริโภคทำให้เกิดความจงรักภักดีต่อ Coca-Cola และเป็นการตลาดเพื่อผู้บริโภคและสังคม (Society Marketing
Concept) อีกด้วย
• ผลที่คาดว่าจะได้รับจากกิจกรรมนี้
1. Coca-Cola มียอดขายและส่วนครองตลาดเพิ่มมากขึ้น
2. Coca-Cola มีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความจงรักภักดีต่อ Coca-Cola มากขึ้นด้วย
3. ส่งเสริมให้มีการสนับสนุนจากภาครัฐบาลหรือเอกชนมากขึ้นและดูกีฬาฟุตบอลภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
4. เกิดการเพิ่มมูลค่าของสินค้า (Value Creation) ให้กับสินค้า เพราะเป็นสินค้า Limited Edition

แผนการตลาดระยะยาว (ภายใน 3-5 ปี)
• ชื่อกิจกรรม : “Coca-Cola Kick Off Premier League”
• วัตถุประสงค์ของกิจกรรม
1. เพื่อเพิ่มยอดขายและส่วนครองตลาดให้แก่ Coca-Cola ให้มากยิ่งขึ้น
2. เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของผู้บริโภคและเป็นที่จดจำมากขึ้นเพื่อเป็นการสนับสนุนฟุตบอลภายในประเทศไทยให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
3. เพื่อเป็นการตอบแทนผู้บริโภคที่สนับสนุน Coca-Cola มาโดยตลอด
4. เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และเกิดความสร้างสรรค์
• สถานที่จัดกิจกรรม : ริมทะเลสาบเมืองทองธานี
• ระยะเวลาดำเนินกิจกรรม : 10 เดือน ของทุกๆปี
• วันเริ่มต้นดำเนินกิจกรรม และวันสิ้นสุด : สิงหาคม-พฤษภาคม ของทุกๆปี
• ขั้นตอนและวิธีดำเนินการ
1. ประชาสัมพันธ์กิจกรรมนี้ผ่านสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์และ Social Network เพื่อให้เกิด Viral Marketing ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในผู้บริโภค
2. จัดกิจกรรมหลักโดยมีการถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League ในทุกการแข่งขันของทุกปี บริเวณริมทะเลสาบเมืองทอง กิจกรรมรองคือการมี Concert จากศิลปิน
นักร้อง จัดเครื่องเล่น Carnival จากต่างประเทศมาปีละครั้ง เพื่อมีการกระตุ้นให้มากยิ่งขึ้นไปอีก หรืออาจจะมีการขายสินค้าจากผู้บริโภค เช่น อาหาร ขนมหวาน สิ่งของ
ทำมือ เป็นต้น โดยเน้นแนวความคิดที่ทำเพื่อผู้บริโภคและสังคม (Society Marketing Concept)
3. ในช่วงปีแรกๆของการจัดงานต้องมีการประชาสัมพันธ์เรื่อยๆ โดยเว้นระยะซัก 2-3 สัปดาห์ต่อการโฆษณา 1 ครั้ง เพื่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมของ Coca-Cola
เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำกิจกรรมนี้ว่าจัดให้ทุกๆปี
• ผลที่คาดว่าจะได้รับจากกิจกรรมนี้
1. Coca-Cola จะมียอดขายและส่วนครองตลาดที่มากยิ่งขึ้น
2. Coca-Cola จะมีภาพลักษณ์ที่ดีมากขึ้น เพราะน้ำอัดลมเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ Coca-Cola ได้จัดกิจกรรมที่มีกีฬาเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้มีภาพลักษณ์ที
่ดีมากขึ้น
3. ผู้บริโภคมีความพึงพอใจในกิจกรรมนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการและสามารถจับต้องได้
4. ผู้บริโภคมีการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากขึ้นและมีส่วนในการลดการบริโภคเครื่องดื่มมึนเมา ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและเหตุทะเลาะวิวาทลดน้อยลง

แผนการดำเนินงาน (Action Plan)
การวิเคราะห์งบกำไรขาดทุน
แผนฉุกเฉินสำรอง
วิกฤต NEW COKE
Coca-Cola ได้เป็นคู่แข่งขันสำคัญของ Pepsi มาช้านาน Pepsi จึงคิดจะ
ตอบโต้ด้วยการสร้างความตกต่ำอย่างแท้จริงให้แก่ Coca-Cola ด้วยกิจกรรม " Pepsi Challenge "
Coca-Cola เองก็สำรวจผลการวิจัยผู้บริโภคซึ่งฝ่ายวิจัยตลาดของ Coca-Cola จัดทำเพื่อทดสอบเปรียบเทียบรสชาติสินค้าเช่นกัน แต่ผู้บริหารของ Coca-Cola ก็ตกอยู่ในสภาพไม่ดีนัก เมื่อผลของการวิจัยของ Coca-Cola ก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ชื่นชอบรสชาติของ Pepsi มากกว่า Coca-Cola อย่างชัดเจน 10 ปีต่อมา ความยิ่งใหญ่ของ Coca-Cola ต้อง
หมดลง เพราะจำนวนลูกค้าประจำของ Coca-Cola ลดลงไปอย่างมาก เป็นการเปลี่ยนยี่ห้อสินค้าในประเภทเดียวกัน (Brand Switching)
ไปเป็น Pepsi
แผนสำรองที่ไว้สำหรับแก้ไขวิกฤต NEW COKE
เนื่องจากวิกฤตในครั้งนี้ Pepsi ได้ออกมาโชว์ความโดดเด่นเรื่องของรสชาติเพื่อให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจ
ระหว่าง Coca-Cola และ Pepsi เพื่อต้องการแย่งส่วนครองตลาดและทำให้ Coca-Cola เสียรายได้
จำนวนมหาศาล จึงเห็นว่า Coca-Cola น่าจะออกมาแสดงความ Classic ของน้ำ Cola อย่างจริงจัง เพราะว่า Coca-Cola เป็นแบรนด์น้ำอัดลม Coca-Cola แบรนด์แรกและเป็นผู้คิดค้น ผู้บริโภคส่วนใหญ่
ชอบในความ Classic และเป็น Original ของแบรนด์ อีกทั้ง Coca-Cola ยังเป็นแบรนด์ที่มี Loyalty สูงมาก ถ้าในตอนนั้นผู้บริหารของ Coca-Cola ไม่ละเลยแบรนด์ม้ามืดอย่าง Pepsi ได้ใช้โอกาสในการจัด
กิจกรรมและสามารถตอบโต้ได้อย่างทันที ก็จะไม่ส่งผลร้ายแรงจนเกือบทำให้ Coca-Cola เสียผู้นำส่วนครองตลาดไป เนื่องมาจากผู้บริหารเปรียบเป็นเหมือนผู้นำหรือสมองของแบรนด์จึงต้องมีความ
สามารถในการคิดวิเคราะห์ได้ถึงความเป็นไปได้ในอนาคตและไม่มองข้ามเมื่อมีปัญหา แม้ว่าปัญหานั้นอาจ
จะเป็นปัญหาที่เล็กแต่ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาที่ใหญ่ตามมาก็เป็นไปได้ อีกทั้งยังต้องมีความคิดความ
สามารถในการแก้ปัญหาในหลายปัญหาได้พร้อมกันอีกด้วย
Full transcript