Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

คำที่มาจากภาษาชวา – มลายู

No description
by

supanut buakaew

on 14 August 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of คำที่มาจากภาษาชวา – มลายู

การสังเกตลักษณะคำยืมที่มาจากภาษาชวา-มลายู
สมาชิกในกลุ่ม
1.นายวัฒนชาติ เกื้อพะระ ชั้น ม.3.1 เลขที่ 15
2.ด.ช.ศุภณัฐ บัวแก้ว ชั้น ม.3.1 เลขที่ 17
3.นางสาวจันทร์ณิชา บุญทวงศ์ ชั้น ม.3.1 เลขที่ 23
4.นางสาวจันทิมา บุณยะตุลานนท์ ชั้น ม.3.1 เลขที่ 24
5.นางสาวพัชรพร จตุรพัฒนานันท์ ชั้น ม.3.1 เลขที่ 35
6.นางสาวพิชญา กาวชู ชั้น ม.3.1 เลขที่ 36
ที่มา
ภาษาชวา ปัจจุบันเรียกว่าภาษาอินโดนีเซีย เป็นภาษาตระกูลคำติดต่อ ตระกูลเดียวกับภาษามลายู ภาษาชวาที่ไทยยืมมาใช้ส่วนมากเป็นภาษาเขียน ซึ่งรับมาจากวรรณคดีเรื่อง ดาหลังและอิเหนาเป็นส่วนใหญ่ ถ้อยคำภาษาเหล่านี้ใช้สื่อสารในวรรณคดี และในบทร้อยกรองต่าง ๆ มากกว่าคำที่นำมาใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน
ลักษณะของภาษาชวา-มลายู
ภาษาชวา-มลายู เป็นภาษาที่จัดอยู่ในตระกูลมาลาโยโพเนเซียน หรือ ออสโตรเนเซียน มีลักษณะเป็นภาษาคำติดต่อแต่ไม่ซับซ้อนมากนัก
คำในภาษามลายูส่วนมากเป็นคำสองพยางค์ ส่วนคำพยางค์เดียวหรือคำหลายพยางค์เป็นคำที่รับมาจากภาษาอื่น ซึ่งภาษามลายูก็มีภาษาอื่นมาปะปนเช่นเดียวกันเพราะมีการติดต่อเกี่ยวกับการค้าขายและการเมือง กับชาติอื่นๆ จึงรับเอาภาษาและวัฒนธรรมของชาติอื่นเข้ามาด้วย
คำภาษาชวา – มลายูเมื่อนำมาใช้ในภาษาไทยก็มีการเปลี่ยนแปลงในทางเสียง ความหมาย ตัวสะกด เพราะคนไทยถือเอาความสะดวกแก่ลิ้น คือการออกเสียงและความไพเราะหูเป็นประมาณ จึงทำให้ไม่สามารถสืบสาวไปถึงคำเดิมได้ เพียงแต่ใช้วิธีการสันนิษฐานอาจถูกต้องตามความเป็นจริง อาจใกล้เคียง หรืออาจผิดไปเลยก็ได้ อย่างไรก็ตามจากการรวบรวมคำที่สันนิษฐานว่าไทยรับมาจากภาษาชวา – มลายูนั้น พบว่ามีทั้งที่ยังคงเสียงและความหมายของคำตามภาษาเดิม และมีที่เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติของการหยิบยืมภาษา และการเปลี่ยนแปลงนั้นในคำเดียวอาจจะเปลี่ยนแปลงหลายประการ ดังนี้
จุดประสงค์ของการยืมคำภาษาชวา-มลายูมาใช้ในภาษาไทย
ใช้ในการแต่งคำประพันธ์ เช่น บุหรง บุหลัน ระตู ปาหนัน ตุนาหงัน เป็นต้น
ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน เช่น กัลปังหา กุญแจ กระดังงา ซ่าหริ่ม ประทัด เป็นต้น
นำมาใช้ในความหมายคงเดิม เช่น ทุเรียน น้อยหน่า บุหลัน เป็นต้น
คำที่มาจากภาษาชวา – มลายู
กลุ่มที่ 6
ภาษามลายูหรือภาษามาเลย์ ปัจจุบันเรียกว่า ภาษามาเลเซีย เป็นภาษาคำติดต่อ อยู่ในตระกูลภาษาชวา-มลายู คำส่วนใหญ่จะมีสองพยางค์และสามพยางค์ เข้ามาปะปนในภาษาไทยเพราะมีเขตแดนติดต่อกัน จึงติดต่อสัมพันธ์กันทั้งทางด้านการค้าขาย ศาสนา วัฒนธรรม มาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ยังคงใช้ภาษามลายูสื่อสารในชีวิตประจำวันอยู่เป็นจำนวนมาก
การสร้างคำใหม่จะเอาพยางค์มาต่อเติมให้ความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
การเติมหน่วยคำมี 2 ลักษณะคือ การเติมหน้า และเติมหลัง
ขอบคุณครับ/ค่ะ
การเปลี่ยนแปลงประการที่ ๒ : เสียงพยัญชนะบางเสียงเปลี่ยนไปแต่ใกล้เคียงกับเสียงเดิม เช่น
การเปลี่ยนแปลงประการที่ ๓ :
เสียงสระเปลี่ยนแปลงไป โดยทั่วไปจะเปลี่ยนแปลงไปแต่เพียงเล็กน้อย เช่น
การเปลี่ยนแปลงประการที่ ๑ : ออกเสียงเหมือนหรือใกล้เคียงกับภาษาเดิมและคงความหมายตามภาษาเดิม เช่น
การเปลี่ยนแปลงประการที่ ๔ :
คำที่ไทยนำมาออกเสียงประสมสระอะที่พยางค์หน้า บางคำแทรกเสียง “ร” ควบกล้ำซึ่งอาจจะเป็นเพราะอิทธิพลของคำไทยที่มีคำลักษณะนี้อยู่มาก เช่น
การเปลี่ยนแปลงประการที่ ๕ :
เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มหน่วยเสียงตัวสะกด โดยส่วนมากจะเปลี่ยนให้ตรงตามมาตราตัวสะกดของไทย เช่น
การเปลี่ยนแปลงประการที่ ๖ :
การกลายเสียงวรรณยุกต์จากเดิมที่ไม่อยู่ในระดับสูงให้เป็นเสียงสูงนั้น อาจเพราะได้รับคำโดยเสียงชาวปักษ์ใต้ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะออกเสียงอยู่ในระดับเสียงสูง เช่น
การเปลี่ยนแปลงประการที่ ๗ :
มีการเปลี่ยนแปลงเสียงในลักษณะการกลมกลืนเสียง ได้แก่
การเปลี่ยนแปลงประการที่ ๘ :
การตัดพยางค์ ได้แก่
การเปลี่ยนแปลงประการที่ ๙ :
การเพิ่มเสียงและเพิ่มพยางค์ มีบางคำที่ไทยรับมาใช้แล้วเพิ่มเสียงเข้าไป ซึ่งทำให้พยางค์เพิ่มขึ้นด้วย แต่มีไม่มากนัก เช่น
การเปลี่ยนแปลงประการที่ ๑๐ :
ไทยนำมาใช้ความหมายกลายไปจากเดิม ได้แก่
กะปะ มาจากคำว่า kapak (ชื่องูพิษ)
ปาเต๊ะ มาจากคำว่า batek กลายมาจากเสียง /b/ เป็นเสียง /p/
กะละแม มาจากคำว่า kelamai (เกอะลาไม)
ketok กระทอก (กระแทกขึ้นลง)
กำปั่น มาจากคำว่า kapal (เรือกำปั่น)
bulan บุหลัน (ดวงเดือน)
กลมกลืนเสียงไปข้างหน้า เช่น
บันนังสะตา (ชื่ออำเภอ) มาจากคำว่า bendang setar
กลมกลืนเสียงร่วมกัน (บางคำเสียงพยัญชนะต้นกลายไปด้วย) เช่น
พรก มาจากคำว่า porok (กะลามะพร้าว)
ตัดพยางค์ท้าย เช่น มะเร็ง มาจากคำว่า merengsa (แผลเน่าเปลื่อยไม่ยอมหาย)
ตัดพยางค์กลาง เช่น กำยาน มาจากคำว่า kemenyan (เครื่องหอมชนิดหนึ่ง)
ตัดพยางค์หน้า เช่น กัด มาจากคำว่า pukat (อวน)
กระจับปิ้ง มาจากคำว่า chaping
ความหมายแคบเข้า เช่นกูบ (kop) ยอดกลมมน หลังคา กูบบนหลังช้าง ไทยใช้ความหมายแคบลง คือ ใช้เฉพาะกูบบนหลังช้าง
ความหมายกว้างออก เช่นกระโถน (ketuy) ความหมายเดิม คือ กระโถนบ้วนน้ำหมาก ไทยใช้ความหมายกว้างขึ้น หมายถึงกระโถนทั่วไป
ความหมายย้ายที่หรือความหมายเปลี่ยนแปลงไป เช่น สลัด (selat) ความหมายเดิม คือ ช่องแคบในทะเล ความหมายที่ไทยใช้ หมายถึงโจรที่ปล้นทางทะเล เรียกว่า โจรสลัด
Full transcript