Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ทฤษฎีการเรียนรู้ของพาฟลอฟหห

No description
by

narawich wonkemma

on 24 July 2017

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ทฤษฎีการเรียนรู้ของพาฟลอฟหห

Logo
"ซึ่งในธรรมชาติหรือในชีวิตประจำวันจะไม่ตอบสนองเช่นนั้น
เลย เช่น คนได้ยินเสียงไซเรน จะคิดถึงไฟไหม้ เป็นต้น เสียงไซเรน เป็นสิ่งเร้า พาฟลอฟเรียกว่า สิ่งเร้าที่วางเงื่อนไข(Conditioned stumulus) และการคิดถึงไฟไหม้ เป็นการตอบสนอง ที่เรียกว่าการตอบสนองที่ถูกวางเงื่อนไข
(Conditioned response) ซึ่งเป็นพฤติกรรมแสดงถึงการเรียนรู้จากการวางเงื่อนไข"
พาฟลอฟ เชื่อว่า "การเรียนรู้ของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการวางเงื่อนไข
(Conditioning) กล่าวคือ การตอบสนองหรือการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งเร้านั้น ๆ ต้องมีเงื่อนไขหรือมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น"
แนวคิดของสกินเนอร์
ความเชื่อของพาฟลอฟ
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคของพาฟลอฟ
&
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขด้วยการกระทำของสกินเนอร์

เลขที่ 42
เลขที่ 40
เลขที่ 39
เลขที่ 30
เลขที่ 27
เลขที่ 5
นายพิชิต จันละออ
นายนรินทร์ จันลาภา
นายชุมพล ประจำสุข
นายนราวิชญ์ วงศ์เข็มมา
นางสาวกัญญาณัฐ บัวชัย
นายกิตติภูมิ เวียงนนท์
รายชื่อผู้จัดทำ
สาขาวิชา สรีระวิทยา , จิตวิทยา , แพทย์
สถาบันที่อยู่ สถาบันการแพทย์ทหาร
ผลงาน การวางเงื่อนไขแบบดั้งเดิม กับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
เกียรติประวัติ รางวัลโนเบลสาขาสรีวิทยา หรือการแพทย์ ( ค.ศ.1904 )
ชื่อ อีวาน เปโตรวิช ปาฟลอฟ
Ivan Petrovich Pavlov
เกิด 14 กันยายน ค.ศ.1849
ที่เมืองรีซาน , จักรวรรดิรัสเซีย
เสียชีวิต 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1936 (อายุ 86 ปี) ที่เมืองเลนินกราด , สหภาพโซเวียต
ที่พำนัก จักรวรรดิรัสเซีย , สหภาพโซเวียต
เชื้อชาติ รัสเซีย , โซเวียต
ประวัติของพาฟลอฟ
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมโดยวางเงื่อนไข แบ่งออกเป็น
UCS Unconditioning Stimulus สิ่งเร้าที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข
UCR Unconditioning Response การตอบสนองที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข
CS Conditioning Stimulus สิ่งเร้าที่ต้องวางเงื่อนไข
CR Conditioning Response การตอบสนองที่ต้องวางเงื่อนไข

Classical Conditioning Thoery
กฎแห่งการเรียนรู้ของพาฟลอฟ มี 4 กฎ
คือ ความเข้มข้นของการตอบสนอง จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ ถ้าอินทรีย์ได้รับสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว หรือมีความ สัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขกับสิ่งเร้าที่ไม่วางเงื่อนไขห่าง
ออกไปมากขึ้น
2. กฎแห่งการฟื้นคืนสภาพ
(Law of spontaneous recovery)
คือ การตอบสนองที่เกิดจากการวางเงื่อนไข
ที่ลดลงเพราะได้รับแต่สิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว
จะกลับปรากฎขึ้นอีกและเพิ่มมากขึ้น
ถ้าอินทรีย์มีการเรียนรู้อย่างแท้จริง
โดยไม่ต้องมีสิ่งเร้าที่ไม่วางเงื่อนไขมาเข้าคู่ช่วย
3. กฎแห่งสรุปกฏเกณฑ์โดยทั่วไป (Law of generalization)
คือ ถ้าอินทรีย์มีการเรียนรู้ โดยการแสดงอาการตอบสนองจากการวางเงื่อนไขต่อสิ่งเร้าที่
วางเงื่อนไขหนึ่งแล้วถ้ามีสิ่งเร้าอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับ
สิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขเดิม อินทรีย์จะตอบสนองเหมือนกับ
สิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขนั้น
4. กฎแห่งความแตกต่าง
(Law of discrimination)
คือ ถ้าอินทรีย์มีการเรียนรู้ โดยการตอบสนองจากการวางเงื่อนไขต่อสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขแล้ว ถ้าสิ่งเร้าอื่นที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขเดิม อินทรีย์จะตอบสนองแตกต่างไปจาก สิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขนั้น เช่น ถ้าสุนัขมีอาการน้ำลายไหลจากการสั่นกระดิ่งแล้วเมื่อสุนัขตัวนั้นได้ยินเสียงประทัดหรือเสียงปืนจะไม่มีอาการน้ำลายไหล
1.กฎแห่งการลดภาวะ
(Law of extinction)

1.ในแง่ของความแตกต่างระหว่างบุคคล ความแตกต่างทางด้านอารมณ์ มีแบบแผน การตอบสนองได้ไม่เท่ากัน จำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพทางอารมณ์ของผู้เรียน
ว่าเหมาะสมที่จะสอนเนื้อหาอะไร
2.การวางเงื่อนไขเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพฤติกรรม
ทางด้านอารมณ์ด้วย โดยปกติผู้สอน
สามารถทำให้ผู้เรียนรู้สึกชอบ
หรือไม่ชอบเนื้อหาที่เรียนหรือสิ่งแวดล้อมในการเรียน
3.การลบพฤติกรรมที่วางเงื่อนไข ผู้เรียนที่ถูกวางเงื่อนไขให้กลัวผู้สอน เราอาจช่วยได้โดยป้องกันไม่ให้ผู้สอนทำโทษเขา
4.การสรุปความเหมือนและการแยกความแตกต่าง เช่น การอ่านและการสะกดคำ ผู้เรียนที่สามารถสะกดคำว่า "round" เขาก็ควรจะเรียนคำทุกคำที่ออกเสียง o-u-n-d ไปในขณะเดียวกันได้ เช่นคำว่า found, bound, sound, ground, แต่คำว่า wound (บาดแผล) นั้นไม่ควรเอาเข้ามารวมกับคำที่ออกเสียง o - u - n - d และควรฝึกให้รู้จักแยกคำนี้ออกจากกลุ่ม
การนำไปประยุกต์ใช้ในการสอน
ชื่อจริง Burrhus frederic skinner
เกิด 20 มีนาคม 1904
จบปริญญาตรี สาขาวรรณคดีอังกฤษ มหาลัยเฮลมิลตัน
จบปริญญาโท เอก สาขาพฤษศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาด
เสียชีวิตปี 1990 ด้วยโรคลูคิวเมีย

ประวัติของสกินเนอร์
สกินเนอร์มีความคิดว่าทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค
ของ Pavlov นั้น จำกัดอยู่กับพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นเป็น
จำนวนน้อยของมนุษย์ พฤติกรรมส่วนใหญ่แล้วมนุษย์จะเป็น
ผู้ลงมือปฏิบัติเองไม่ใช่เกิดจากการจับคู่ระหว่างสิ่งเร้าใหม่กับสิ่งเร้า
เก่าตามการอธิบายของ Pavlov
การทดลองของสกินเนอร์
คำอธิบายการทดลองของสกินเนอร์
เขาได้สร้างกล่องทดลองขึ้นซึ่ง กล่องทดลองของสกินเนอร์ (Skinner Boxes) จะประกอบด้วยที่ใส่อาหาร คันโยก หลอดไฟ คันโยกและที่ใส่อาหารเชื่อมติดต่อกัน การทดลองเริ่มโดยการจับหนูไปใส่กล่องทดลอง เมื่อหนูหิวจะวิ่งวนไปเรื่อย ๆ และไปเหยียบถูกคันโยก ก็จะมีอาหารตกลงมา ทำให้หนูเกิดการเรียนรู้ว่าการเหยียบคันโยกจะได้รับอาหารครั้งต่อไปเมื่อหนูหิวก็จะตรงไปเหยียบคันโยกทันที ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าหนูตัวนี้เกิดการเรียนรู้แบบการลงมือกระทำเอง
หลักการและแนวคิดของสกินเนอร์
1. การวัดพฤติกรรมตอบสนอง สกินเนอร์ เห็นว่าการศึกษาจิตวิทยาควรจำกัดอยู่เฉพาะพฤติกรรมที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน และพฤติกรรมที่สังเกตได้นั้นสามารถวัดได้โดยพิจารณาจาก
ความถี่ของการตอบสนองในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือพิจารณาจากอัตราการ ตอบสนอง (Response rate) นั่นเอง

2. อัตราการตอบสนองและการเสริมแรง สกินเนอร์ เชื่อว่าโดยปกติการพิจารณาว่าใครเกิดการเรียนรู้หรือไม่เพียงใดนั้น
จะสรุปเอาจากการเปลี่ยนแปลงการตอบสนอง (หรือพูดกลับกันได้ว่าการที่อัตราการตอบสนองได้เปลี่ยนไปนั้น แสดงว่าเกิดการเรียนรู้ขึ้นแล้ว) และการเปลี่ยนแปลงอัตราการตอบสนองจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการ
เสริมแรง (Reinforcement) นั้นเอง สิ่งเร้านี้สามารถทำให้อัตราการตอบสนองเปลี่ยนแปลง เราเรียกว่าตัวเสริมแรง (Reinforcer) สิ่งเร้าใดที่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการตอบสนองเราเรียกว่า
ไม่ใช่ตัวเสริมแรง (Nonreinforcer)
3. ประเภทของตัวเสริมแรง
ตัวเสริมแรงนั้นอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ อาจแบ่งเป็นตัวเสริมแรงบวกกับตัวเสริมแรงลบ

ตัวเสริมแรง
3.1ตัวเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcer)
หมายถึง สิ่งเร้าชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อได้รับหรือนำเข้ามาในสถานการณ์นั้นแล้วจะมีผลให้เกิดความพึงพอใจ และทำให้อัตราการตอบสนองเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะเข้มข้นขึ้น เช่น อาหาร คำชมเชย ฯลฯ
3.2 ตัวเสริมแรงลบ
(Negative Reinforcer)
หมายถึง สิ่งเร้าชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อตัดออกไปจากสถานการณ์นั้นแล้ว จะมีผลให้อัตราการตอบสนองเปลี่ยนไปในลักษณะเข้มข้นขึ้น เช่น เสียงดัง แสงสว่างจ้า คำตำหนิ ร้อนหรือเย็นเกินไป ฯลฯ
การลงโทษ
1. การลงโทษทางบวก (Positive Punishment)
คือการให้สิ่งที่เขาไม่ชอบ เช่น การตี มีแนวโน้มของการทำผิดจะลดลง
2. การลงโทษทางลบ
(Negative Punishment)
การไม่ให้สิ่งที่เขาชอบ เช่น ถ้าทำการบ้าน แม่จะให้เล่นเกมการให้
การลงโทษ (Punishment) คือ การทำให้อัตราการตอบสนองหรือความถี่ของพฤติกรรมลดลง การลงโทษมี 2 ทางได้แก่
ตัวอย่างตารางการเสริมแรง
อ้างอิง
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. สอนเด็กให้มีจิตสาธารณะ. กรุงเทพฯ : วี พรินท์ , 2552.
พรรณี ช.เจนจิต. จิตวิทยาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : เสริมสิน พรีเพรส ซิสเท็ม , 2545.
สุรางค์  โคว้ตระกูล. จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,  2548.
วิไลวรรณ  ศรีสงคราม. จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ: ทริปเปิ้ลกรุ๊ป, 2549
สกินเนอร์.สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2560 จากเว็บไซต์: http://nualnoon2010.blogspot.com/ Monday, November 22, 2010
มิติ โอชสานนท์(2556).Operant Conditioning (Skinner's Theory).สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2560 ,จากเว็บไซต์: http://www.gotoknow.org/posts/544263
one love (2555).ทฤษฎีการเรียนรู้ของสกินเนอร์ (Skinner).สกินเนอร์.สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2560, จากเว็บไซต์: http://wawan6741.blogspot.com/2012/09/blog-post.html
สกินเนอร์.สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2560, จากเว็บไซต์: http://www.simplypsychology.org/operant-conditioning.html
THE BASICS: OPERANT CONDITIONING.สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2560 จากเว็บไซต์: http://www.iloveaba.com/2012/10/the-basics-operant-conditioning.html
มัซนีย์ เจ๊ะแต(2555).ทฤษฎีของ Ivan Petrovich Pavlov. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2560, จากเว็บไซต์: http://konniana.blogspot.com/2012/08/ivan-petrovich-pavlov.html
Early Childhood.ทฤษฎีการเรียนรู้ของพาฟลอฟ.สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2560,จากเว็บไซต์:http://EDU.blogspot.com
หลักการของทฤษฎีการมีเงื่อนไขแบบกระทำเอง
การนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
1. ในการสอน การให้การเสริมแรงหลังการตอบสนองที่เหมาะสมของเด็กจะช่วยเพิ่มอัตราการตอบสนองที่เหมาะสมนั้น
2. การเว้นระยะการเสริมแรงอย่างไม่เป็นระบบ หรือเปลี่ยนรูปแบบการเสริมแรงจะช่วยให้การตอบสนองของผู้เรียนคงทนถาวร
3. การลงโทษที่รุนแรงเกินไป มีผลเสียมาก ผู้เรียนอาจไม่ได้เรียนรู้หรือจำสิ่งที่เรียนรู้ไม่ได้ ควรใช้วิธีการงดการเสริมแรงเมื่อผู้เรียนมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์
4. หากต้องการเปลี่ยนพฤติกรรม หรือปลูกฝังนิสัยให้แก่ผู้เรียน ควรแยกแยะขั้นตอนของปฏิกิริยาตอบสนองออกเป็นลำดับขั้น โดยพิจารณาให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียน และจึงพิจารณาแรงเสริมที่จะให้แก่ผู้เรียน
Full transcript