Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

บทบาทพยาบาลในการดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมาก (Advanced maternal age pregnancy)

No description

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of บทบาทพยาบาลในการดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมาก (Advanced maternal age pregnancy)

ความหมาย
สตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมาก (Advanced maternal age pregnancy)
หมายถึง สตรีที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี
โดยนับอายุจนถึงวันกำหนดคลอด (Canterino, 2012)

ที่มา ความสำคัญของปัญหาและอุบัติการณ์
สามทศวรรษที่ผ่านมา มารดาตั้งครรภ์อายุ 35 ปี หรือมากกว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลกในประเทศที่ประชากรมีรายได้สูง (Mathews, 2002) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับการศึกษาและความสามารถในการทำงานสูงขึ้น
เป็นปัจจัยส่งผลให้สตรีแต่งงานช้า หรือมีบุตรในช่วงอายุมากขึ้น
(Ministry of Public Health, 2009) อุบัติการณ์มารดาตั้งครรภ์อายุมากของประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยลำดับ
จากร้อยละ 9.76 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น ร้อยละ 12.78 ในปี พ.ศ. 2553
ปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการตั้งครรภ์ในสตรีอายุมาก
ผลกระทบของการตั้งครรภ์ในสตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมาก
GOAL!
สตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมาก
(Advanced maternal age pregnancy)
การเปลี่ยนแปลงทางสังคม
สังคมเมืองมีการขยายตัว มีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามา อำนวยความสะดวกด้านการทำงานมากขึ้น จึงไม่จำเป็นต้อง ใช้แรงงานเป็นจำนวนมากเหมือนสมัยก่อน ประกอบกับระบบสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้หญิงเริ่มมีบทบาททางสังคมมากขึ้น ทำให้ผู้หญิงมีทัศนคติต่อการแต่งงานเป็นด้านลบ และการดำรงชีวิตที่เร่งรีบและค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงทำให้กลุ่มหญิงชาย มีการแต่งงานช้าลง
(เอกชัย โควาวิสารัช และคณะ, 2554)
ค่านิยม
การแต่งงานช้าอาจเกิดจากค่านิยมเรื่องความต้องการ ความก้าวหน้า ในหน้าที่การงานมากกว่าการเห็นความสำคัญ ของการแต่งงาน รวมทั้งการอยู่ร่วมกับพ่อแม่ และครอบครัว ไม่ได้มีแรงกดดันใดๆต่อการอยู่เป็นโสด กลายเป็นปัจจัยเสริม ให้คนโสดไม่ต้องการเร่งรัดหาคู่ และมีผู้ที่เป็นโสดที่มีคู่อยู่กิน ฉันสามีภรรยา ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ชีวิตคู่ ในลักษณะนี้ ด้วยเหตุผลไม่พร้อมแต่งงาน เพราะไม่ต้องการผูกมัด แต่ต้องการทดลองใช้ชีวิตคู่
(วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553)
การเจริญทางเทคโนโลยี
เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก สัมพันธ์กับการที่คู่สามี ภรรยาที่มีแนวโน้มแต่งงานช้า/มีบุตรช้า ที่มากขึ้น อาจเนื่องด้วยเหตุผลต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ การวางใจในความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่คู่สมรส คิดว่าจะสามารถแก้ไขได้ ทำให้คู่สมรสไม่ตระหนักถึงปัญหา การมีบุตรเมื่ออายุมาก และเมื่ออายุมากผลที่ตามมาคือ ภาวะเจริญพันธุ์ที่ลดลง ซึ่งทำให้คู่สมรสต้องมารับคำปรึกษา เกี่ยวกับภาวะมีบุตรยากมีจำนวนมากขึ้น
(เอกชัย โควาวิสารัช และคณะ, 2554)
สื่อ
ปัจจุบันสื่อมีบทบาทที่สำคัญในการนำเสนอ
ข้อมูลข่าวสารการวางแผนการมีบุตรได้อย่างกว้างขวาง ถึงแม้จะมีปัญหาอุปสรรคต่างๆในเรื่องการมีบุตรยาก คู่สมรสก็มีการหาข้อมูลที่จะวางแผนการมีบุตร
เมื่อพร้อมซึ่งก็จะนำมาสู่ความพร้อมการมีบุตร
เมื่ออายุมาก การหาข้อมูลต่างๆประสบผลสำเร็จ
ได้ง่าย (เอกชัย โควาวิสารัช และคณะ, 2554)
ระดับการศึกษา
ผู้ที่มีการศึกษาสูง มักจะแต่งงานช้ากว่า
ผู้ที่มีการศึกษาต่ำ หรือผู้ที่ต้องใช้ทักษะและ
ความรู้สูงทำงาน มักจะแต่งงานช้ากว่าคนทำงาน ประเภทที่ต้องใช้แรงงาน และสามารถพึ่งตนเอง ในการอยู่ในสังคมได้ (ชาย โพธิสิตา, 2557)
สภาพแวดล้อม
สภาพแวดล้อมภายนอกส่งผลกระทบต่อครอบครัว ทำให้มีปัญหาความสัมพันธ์ จนนำไปสู่การ ทะเลาะเบาะแว้ง และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ-สังคม จากระบบเกษตรกรรมเขาสู่ระบบอุตสาหกรรม ทำให้สตรีไทยในปัจจุบัน มีการสมรสเมื่ออายุสูงขึ้น และสัดส่วนของผู้ที่ครองชีวิตโสดเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
(เอกชัย โควาวิสารัช และคณะ, 2554)
ด้านสูติศาสตร์
มีการศึกษาในเลบานอน เปรียบเทียบมารดาอายุมาก กับกลุ่มที่อายุ 25-29 ปี พบว่ามีอุบัติการณ์ที่สูง ได้แก่ การคลอดก่อนกำหนด (preterm delivery) (16.0 vs. 8.0%) การผ่าตัดคลอด (cesarean delivery) (31.3 vs. 13.5%), และภาวะแทรกซ้อนก่อนคลอดอย่างใดอย่างหนึ่ง (29.5 vs. 16.6%) ซึ่งกลุ่มสตรีตั้งครรภ์ที่อายุมาก มีอัตราที่สูงกว่าในกลุ่มที่อายุ 25-29 ปี
(เอกชัย โควาวิสารัช และคณะ, 2554)
ด้านสูติศาสตร์
การตั้งครรภ์ในสตรีตั้งครรภ์ที่อายุมากกว่า 44 ปีขึ้นไป เมื่อเปรียบเทียบกับ กลุ่มมารดาที่มีอายุ 20-29 ปี พบว่า มีภาวะแทรกซ้อนเป็นความดันโลหิตสูง และเบาหวานสูงกว่า การคลอดด้วยเครื่องมือช่วยคลอดทางช่องคลอดมากกว่า (เอกชัย โควาวิสารัช และคณะ, 2554) มารดาอายุมากมีการผ่าตัดคลอดสูงกว่า มารดาวัยผู้ใหญ่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีอัตราการตกเลือดหลังคลอด ที่สูงกว่ากลุ่มสตรีตั้งครรภ์อายุน้อย (คมทราย สุวรรณโร, กานดิษฎ์ ประยงค์รัตน์, จันทราภา ศรีสวสัดิ์, วิชัย ประยูรวิวัฒน์, อภิชัย ลีละศิริ และ ต้นตนัย นำเบญจพล, 2554)
สตรีตั้งครรภ์อายุมากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
ทางอายุรศาสตร์มากกว่ากลุ่มสตรีตั้งครรภ์อายุอื่น โดยเฉพาะโรคเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ หากสตรีตั้งครรภ์ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองหรือ
ไม่ได้รับ การรักษาในระยะเริ่มแรก อาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้
(วิฑูรย์ ประโยชน์เจริญสุข, 2550)
ผลกระทบต่อทารกแรกเกิด (Neonatal outcome)
ได้แก่ ภาวะคลอดก่อนกำหนด (preterm labour) ภาวะน้ำหนักทารกแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม (low birth weight) ทารกมีน้ำหนักน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ไทล์ของอายุครรภ์ ร่วมกับมีพยาธิสภาพของโรค (Intrauterine growth restriction) ภาวะทารกตัวโต (macrosomia) ทารกเสียชีวิตแรกคลอด (stillbirth) (ชัยรัตน์ คุณาวิกติกุล และสุกัญญา ยะนันโต, 2543; รตินันทน์ เตชะสืบ, 2553) ทารกมีความผิดปกติทางพันธุกรรม (chromosomal abnormalities) (ชัยรัตน์ คุณาวิกติกุล และสุกัญญา ยะนันโต, 2543)
ผลกระทบต่อสตรีตั้งครรภ์และทารก
ด้านสูติศาสตร์
ผลกระทบด้านจิตสังคม
ความเครียดและความวิตกกังวล
ภาวะจิตใจของสตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมากที่อาจพบได้คือ ความเครียดเนื่องจากวิตกกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงและ
ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับตนเองและทารกในครรภ์ ที่มีความสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้นของตนเอง ความสามารถในการเจริญพันธุ์ที่ลดลงทำให้เกิดความขัดแย้ง
ในจิตใจ ส่งผลทำให้ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองลดลง อีกทั้งเกิดความขัดแย้งในบทบาทและความรับผิดชอบ
ในหน้าที่การงาน (เอกชัย โควาวิสารัช และคณะ, 2554)

ด้านการเปลี่ยนแปลง
เข้าสู่บทบาทการเป็นมารดา
สตรีตั้งครรภ์วัยนี้ มีความพยายามและสามารถที่จะเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงการเข้าสู่บทบาทของการเป็นมารดาได้ดี เนื่องมาจากความพร้อมที่จะมีบุตรทั้งทางด้านวุฒิภาวะ ด้านอารมณ์และจิตใจ ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ของครอบครัว มีสัมพันธภาพกับทารกในครรภ์ได้ดี
(เอกชัย โควาวิสารัช และคณะ, 2554)

ความต้องการการดูแลที่เฉพาะด้านร่างกาย (Physical needs)
ดูแลให้มีการฝากครรภ์ตั้งแต่ทราบว่าตั้งครรภ์ การแนะนำการปฏิบัติตนขณะตั้งครรภ์ การอธิบายถึงความจำเป็นในการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยความผิดปกติของ
โครโมโซมทารกในครรภ์ เช่น การตรวจอัลตราซาวด์ (ultrasonography) การเจาะน้ำคร่ำ (amniocenthesis) การเจาะเลือดจากสายสะดือของทารก (chorionic villus sampling : CVS) เป็นต้น การรับทราบและเข้าใจถึงความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การตั้งครรภ์ ในสตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมากดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยทารกในครรภ์มีสุขภาพที่ดี (เอกชัย โควาวิสารัช และคณะ, 2554)
แนวทางการดูแลสตรีตั้งครรภ์อายุมาก
ความต้องการการดูแลที่เฉพาะด้านจิตใจ (Emotional needs)
สตรีตั้งครรภ์อายุมากจะเกิดความวิตกกังวลและมีความตระหนักรับรู้ถึงปัจจัยเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะตั้งครรภ์ และความเครียดจะเพิ่มสูงขึ้น ในสตรีอายุมากที่ไม่ได้วางแผนการมีบุตร และสตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมากจะมีความคาดหวัง จากการตั้งครรภ์ที่สูงขึ้นจากความสามารถในการเจริญพันธุ์ของร่างกายที่ลดลง และยังมีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลทำให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวล ได้แก่ โอกาสสูญเสียบุตรจากความผิดปกติของโครโมโซม จากการใช้เทคโนโลยีช่วย ในการเจริญพันธุ์ ภาวการณ์ตัดสินใจที่ยากลำบากจากการทราบผลการวินิจฉัย ที่พบว่ามีโอกาสแท้งบุตรที่สูงขึ้น การตัดสินใจ ยุติการตั้งครรภ์เมื่อตรวจพบว่า ทารกในครรภ์มีความผิดปกติของโครโมโซมหรือทารกมีความพิการแต่กำเนิด
(Suplee, Dawley, & Bloch., 2007)
ความต้องการการดูแลที่เฉพาะด้านจิตสังคม (Psychosocial needs)
สตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมากมีพัฒนาการอยู่ในวัยผู้ใหญ่ตอนกลาง (35- 60 ปี) (Erickson ’ s Middle Adulthood stage) ซึ่งมีความพร้อมที่จะ สร้างประโยชน์ให้สังคมได้เต็มที่ ถ้าพัฒนาการแต่ละขั้นตอนที่ผ่านมา ดำเนินไปด้วยดี จะมีการดูแลรับผิดชอบเอาใจใส่ต่อบุตรให้มีความสุข แต่ถ้าตรงกันข้ามก็จะไม่ประสบความสำเร็จ จะเกิดความรู้สึกท้อถอย เบื่อหน่ายชีวิต คิดถึงแต่ตนเองไม่รับผิดชอบต่อสังคม
(Generativity versus Stagnation) (Santrock, 2004)
ดังนั้นการมีความเข้าใจถึงระดับพัฒนาการทางจิตสังคมใน สตรีตั้งครรภ์อายุมากจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อพยาบาลในการวางแผน
การดูแลที่เฉพาะตามช่วงวัย
บทบาทของพยาบาลในการดูแล
สตรีตั้งครรภ์ที่อายุมาก
ระยะก่อนการตั้งครรภ์
การเตรียมตัวและวางแผนการตั้งครรภ์ ด้วยการตรวจร่างกายและ
ตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาความผิดปกติ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะอ้วน ฯลฯ ถ้าพบว่ามีโรค ควรได้รับการวินิจฉัย และรักษาก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อควบคุมอาการให้ดีก่อนการตั้งครรภ์ การอธิบายให้ทราบถึงแนวทางในการตรวจคัดกรองและวินิจฉัย
ความผิดปกติของโครโมโซม การรับทราบ-เข้าใจถึงความเสี่ยงและ ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในเรื่อง การตัดสินใจวางแผนการตั้งครรภ์
ระยะตั้งครรภ์
พยาบาลควรเข้าใจระดับพัฒนาการของสตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมาก ประเมินความพร้อมและการยอมรับการตั้งครรภ์ ประเมินภาวะเสี่ยง
ของการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ การอธิบายถึงความจำเป็น
ในการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยความผิดปกติของโครโมโซมของทารกในครรภ์ การแนะนำการปฏิบัติตนขณะตั้งครรภ์ทั้งด้านโภชนาการ การปฏิบัติตน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายขณะตั้งครรภ์ และการสังเกตอาการผิดปกติที่ควรรีบมาโรงพยาบาลขณะตั้งครรภ์ รวมถึง
การประเมินแรงสนับสนุนของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสตรีตั้งครรภ์อายุมาก จะมีความเครียด ความคาดหวังและความวิตกกังวลสูง ทั้งจากการปรับบทบาทการเป็นมารดา มีภาระหน้าที่จากการทำงาน การดูแลคนในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น (Suplee et al., 2007)

ระยะคลอด
พยาบาลควรสนับสนุนทางด้านจิตใจเพื่อลดความวิตกกังวล โดยการอธิบายขั้นตอนต่างๆให้ทราบ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เตรียมความพร้อมทางร่างกายและจิตใจสำหรับการ
รับประสบการณ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการการคลอด พยาบาลสามารถแสดงบทบาทที่สำคัญในการช่วยเหลือ
ผู้คลอดให้ เกิดความประทับใจและพึงพอใจต่อประสบการณ์ การคลอดการพยาบาลที่สนับสนุนผู้คลอดในระยะที่ 1
ระยะหลังคลอด
การดูแลสตรีตั้งครรภ์อายุมากในระยะนี้ควรแนะนำเกี่ยวกับ
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายกระตุ้นและส่งเสริมการเลี้ยงลูก
ด้วยนมมารดา การวางแผนการคุมกำเนิด การดูแลสุขภาพและ การมาตรวจติดตามหลังคลอดอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การประเมิน ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด การปรับบทบาทการเป็นมารดา ปัญหาจากการเลี้ยงดูบุตร แหล่งสนับสนุนจากครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนให้การพยาบาลที่เหมาะสมได้
Full transcript