Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

การตลาดทางตรง กรณีศึกษา Mistine

No description

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of การตลาดทางตรง กรณีศึกษา Mistine

จุดแข็ง (Strange)
Branding Analysis
การตลาดทางตรง
กรณีศึกษา Mistine

การประเมินและการควบคุม
ประวัติความเป็นมาของบริษัท
บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอางขายตรง มิสทิน (Mistine)

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2531 โดยราชาขายตรงของเมื่องไทย ดร.อมรเทพ ดีโรจนวงศ์

เจตนารมณ์ของการก่อตั้งบริษัท คือการสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีขึ้น ให้กับคนไทยทั่วประเทศ ผ่านธุรกิจระบบขายตรงของคนไทย
ประวัติความเป็นมาของบริษัท
มิสทินในยุคเริ่มต้นคนไทยยังไม่รู้จักธุรกิจขายตรงมากนัก ดังนั้นในยุคแรกบริษัทจึงเป็นเพียงอาคารพาณิชย์
3 คูหามีพนักงานไม่ถึง 10 คน สินค้าไม่ถึง 100 รายการ


ในปี 2532 มิสทินได้มีการนำกลยุทธ์การโฆษณามาใช้ ซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการขายตรงของโลก ทำให้มิสทินกลายเป็นธุรกิจเครื่องสำอางขายตรงที่คนไทยรู้จัก ภายใต้สโลแกนการโฆษณาอันเป็นอมตะว่า “นิ้ง..หน่อง มิสทินมาแล้วค่ะ” ซึ่งเป็นสโลแกนง่ายๆที่บอก ความเป็นไทยและสื่อถึงการขายตรงได้อย่างชัดเจน
แบรนด์เครื่องสำอางค์ขายตรงอันดับหนึ่งที่มีคุณภาพ ในราคาที่ใครก็สามารถซื้อได้ พร้อมส่งตรงความงานถึงบ้านคุณ
ตำแหน่งของแบรนด์(Brand Positioning)
มิสทิน เครื่องสำอางขายตรงแบบชั้นเดียว ยี่ห้อของคนไทย ผ่านการขายแบบใช้แคตตาล็อก เน้นการเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายเพื่อเสนอรายละเอียดของสินค้าและบริการ
แบรนด์มิสทีน เลือกใช้ Celebrity Endorsers เป็นบุคลิกภาพของแบรด์ ซึ่งเป็นการใช้บุคคลสร้างแบรนด์ ตัวอย่างเช่น การใช้ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ในการสร้างคุณลักษณะในการสร้างเสน่ห์ดึงดูดความสนใจให้กับตราสินค้า
บุคลิกภาพ(Brand Personality)
แก่นของแบรนด์(Brand Essence)
ชื่อ: มิสทีน หมายถึงเครื่องสำอางสำหรับสุภาพสตรีทั่วไป ซึ่งคำว่ามิสทีน เป็นคำที่สั้น สะกดง่าย
อัตลักษณ์(Brand Identity)
สโลแกน: “มิสทิน...เครื่องสำอางที่ให้คุณสวยถึงบ้าน”
ภาพ: คำว่า มิสทิน(Mistine) มักคงภาพเดิมเสมอ ในการโฆษณาทุกครั้ง และใช้สีตัวอักษรที่อ่านง่าย สีพื้นใช้สีเหลืองซึ่งเป็นสีที่เด่น สะดุดตา แสดงออกไปในความหมายเชิงบวก ความพร้อมกับข้อความที่สร้างการจดจำสั้นๆ “มิสทิน...มาแล้วค่ะ”
เสียง: น้ำเสียงในการโฆษณาทุกครั้งมักจะเป็นเสียงผู้หญิง โดยการใช้เสียงของดารา นักแสดง ที่ฟังแล้วสบายหู เพร้อมทั้งการตอกย้ำข้อความที่สร้างการจดจำเมื่อสิ้นสุดการโฆษณาทุกครั้ง “มิสทิน...มาแล้วค่ะ”
การระบุ
ปัญหาหรือโอกาส
(Identifying Problems)
วิเคราะห์คู่แข่ง (Competitive Analysis)
คู่แข่งทางตรงของมิสทินคือเครื่องสำอางในตลาดขายตรง ซึ่งปัจจุบันมีคู่แข่งหลักๆอยู่ 3 รายคือ กิฟฟารีน เอวอน และยูสตาร์ โดยมีมิสทินเป็นผู้นำตลาดในขณะนี้
คู่แข่งทางอ้อมของมิสทิน คือเครื่องสำอางเกาหลีที่มีความนิยมอยู่ในขณะนี้ เช่น Etude Skin Foods, The Face Shop เป็นต้น รวมถึงเครื่องสำอางเคาเตอร์แบรนด์ เช่น MAC NARS Shiseido เป็นต้น โดยคู่แข่งทางอ้อมทางอ้อมเหล่านี้จะมีกลุ่มเป้าหมายที่ต่างจากมิสทิน และมีราคาที่สูงกว่ามิสทินในระดับหนึ่ง
การวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)
เป็นแบรนด์ผู้นำตลาดเครื่องสำอางค์ขายตรง
รูปแบบสวยงามดึงดูดผู้ใช้ การออกแบบมีลักษณะที่ทันสมัย
ราคาถูก เหมาะสำหรับคนทุกวัยที่สามารถสั่งซื้อได้ทุกระดับ
สินค้าคุณภาพ ได้มาตรฐาน
มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะผลิตภัณฑ์
สินค้ามีหลากหลายประเภท
ออกผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่อยู่เสมอ
มีช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างทั่วถึง
ภาพลักษณ์ของแบรนด์ไม่ชัดเจน
ขาดการจูงใจในพนักงานขาย
จุดอ่อน (Weakness)
โอกาส (Opportunity)
ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อความงามในปัจจุบันนี้นั้นมีอัตราการเจริญเติบโตสูงมาก
ช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์มีหลากหลาย
ปัจจุบันผู้หญิงในประเทศมีการรักสวย รักงามเพิ่มมากขึ้น จึงให้เกิดการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้นได้
ผู้หญิงในปัจจุบันมีเวลาน้อยลง ทำให้การขายสินค้าผ่านแค็ตตาล็อคมีบทบาทมากขึ้น
คู่แข่งขันในตลาดเครื่องสำอางค์มีจำนวนมาก
ในปัจจุบันเครื่องสำอางค์เคาน์เตอร์แบรนด์ต่างๆได้ออกแบรนด์ลูกที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกับมิสทิน และมีราคาที่ไม่สูง
ผู้หญิงไทยส่วนมากไม่นิยมใช้เครื่องที่เป็นแบรนด์ของไทย
อุปสรรค (Threat)
การกำหนดวัตถุประสงค์การตลาด
วัตถุประสงค์การตลาดของมิสทินคือต้องการเพิ่มยอดขาย 30% ภายใน 1 ปี
การกำหนดวัตถุประสงค์ของการสื่อสาร
ต้องการอัตราการตอบกลับจากกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับแค็ตตาล็อก 60% จากจำนวนแค็ตตาล็อกที่ส่งไปทั้งหมด
การระบุและการเลือกกลุ่มผู้รับเป้าหมาย
กลุ่มผู้รับเป้าหมายของมิสทินมี 3 กลุ่มได้แก่
กลุ่มนักเรียนมัธยมปลายและนักศึกษา ในช่วงอายุ 16-22 ปี
กลุ่มวัยเริ่มทำงาน ในช่วงวัย 22-25 ปี
กลุ่มสาวโรงงานทุกช่วงวัย
การสร้างสรรค์

หรือ
การออกแบบข่าวสาร
มิสทินใช้รูปแบบการตลาดทางตรงผ่านสื่อแค็ตตาล็อก (Catalog Marketing)
ผู้ที่จะได้รับแค็ตตาล็อกจากมิสทินจะต้องเป็นสมาชิกของมิสทิน
การสมัครสมาชิกของมิสทินสามารถทำการสมัครผ่านเว็บไซต์ www.mistine.co.th
ผู้สมัครจะต้องทำการกรอกแบบฟอร์มเกี่ยวกับข้อมูลของตนเอง ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้มิสทินจะทำการเก็บเพื่อเป็นฐานข้อมูลของลูกค้าที่ใช้ในการทำการตลาดทางตรง
วิธีการสร้างสรรค์ หรือ ออกแบบข่าวสาร
รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ เช่น กลิ่น สี ขนาด รหัสสินค้า
คำบรรยายประกอบเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งเชิญชวนด้านเหตุผล
ภาพของผลิตภัณฑ์ หรือภาพของพรีเซนเตอร์ขนาดใหญ่
ใช้การส่งเสริมการขายผ่านแค็ตตาล็อก
โครงสร้างของข่าวสาร
เป็นการนำเสนอข่าวสารทางเดียว(one side argument)คือการระบุเฉพาะจุดแข็ง คุณประโยชน์ หรือคุณค่าของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการขาย ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การตลาดที่มุ่งเน้นยอดขาย
เนื้อหาของข่าวสาร
รูปแบบข่าวสาร
พาดหัวหลัก (Headline) เป็นข้อความที่สะดุดตาสะดุดใจเกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะของผลิตภัณฑ์ มีขนาดตัวอักษรโตหรือเด่น เป็นข้อความที่สั้น กะทัดรัด ชวนให้ติดตาม หรือ อาจเป็นสโลแกนของผลิตภัณฑ์
พาดหัวรอง (Sub headline) เป็นข้อความที่เสริมพาดหัวหลัก
ประโยชน์หรือรายละเอียด (Body copy) เป็นข้อความที่กล่าวถึงคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ และรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
ภาพประกอบ(Visual Element) เป็นภาพที่แสดง ผลิตภัณฑ์ พรีเซนเตอร์ การสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์
การเลือกใช้สื่อและการเลือกช่องทางข่าวสาร
การเลือกใช้สื่อและ
การเลือกช่องทางข่าวสาร
การใช้การตลาดทางตรงโดยใช้แค็ตตาล็อก (Catalog Marketing)
เป็นช่องทางการสื่อสารที่ไม่ใช้บุคคล (Non personal communication channel)
เป็นการเลือกใช้สื่อแบบ Below the line คือการใช้สื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจง
Below the line maketing
การกำหนดงบประมาณ
การส่งเสริมการตลาด
ใช้วิธีการกำหนดประมาณตามวัตถุประสงค์ – งาน
มีการใช้ส่วนประสมการสื่อสารการตลาด 5 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ การโฆษณา การตลาดทางตรง การส่งเสริมการขาย การขายโดยใช้บุคคล และ การประชาสัมพันธ์
งบประมาณการตลาดทางตรงโดยใช้แค็ตตาล็อก (Catalog Marketing) 20%
สัดส่วนการใช้ส่วนประสมการสื่อสารการตลาด
การปฏิบัติตามแผน
มีการวางแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับแค็ตตาล็อคเป็นรายปี ในรูปของ Gantt Chart เพื่อให้เห็นภาพรวมของการทำงาน
ทำการปรับปรุงฐานข้อมูล รายชื่อกลุ่มเป้าหมายที่จะทำการจัดส่งแค็ตตาล็อค ตลอดทั้งปี
การออกแบบและจัดพิมพ์แค็ตตาล็อกจะมีการจัดทำในรูปแบบไตรมาส หรือปีละ 4 ครั้ง
ทำการจัดส่งแค็ตตาล็อกให้ลูกค้าเป้าหมายปีละ 24 ฉบับ หรือ เดือนละ 2 ฉบับ
Gantt Chart การดำเนินงาน
ตารางการส่งแค็ตตาล็อค
MIstine
การติดตามการดำเนินงาน
ฝ่ายการตลาดติดตามการเปลี่ยนแปลงของฐานข้อมูลลูกค้า รวมถึงติดตามยอดสั่งซื้อจากการส่งแค็ตตาล็อค
ฝ่ายออกแบบข่าวสารทำหน้าที่ปรับปรุงข่าวสารต่างๆให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ฝ่ายจัดส่งทำหน้าที่ตรวจสอบการส่งแค็ตตาล็อกว่าถึงมือลูกค้าหรือไม่ หากไม่เกิดจากสาเหตุใด หากเกิดจากการที่ฐานข้อมูลของลูกค้า เช่นที่อยู่มีการเปลี่ยนแปลง ก็จะนำไปแจ้งให้กับฝ่ายที่รับผิดชอบด้านฐานข้อมูลทราบ เป็นต้น

ประเมินผลของความพยายามทางการตลาดจากข้อมูลการขาย ว่าสอดคล้องกับยอดคำสั่งซื้อจากแค็ตตาล็อคหรือไม่
หากไม่บริษัทจะต้องกลับไปทบทวนหรือปรับปรุงแผนการใช้การสื่อสาร หรือแก้ไขสารที่ส่งให้กับเป้าหมายเพราะสารที่ส่งไปอาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค
ตามการพัฒนาการติดต่อสื่อสาร
Full transcript