Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

ศิลปะ สมัยโรมัน

No description
by

tanin chintakulvattana

on 3 September 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ศิลปะ สมัยโรมัน

ประวัติศาสตร์ศิลปะ สมัยยุคโรมัน
ศิลปะโรมัน มีกี่ชนิดอะไรบ้าง
จิตรกรรม
ศิลปะของ โรมัน มี 3 ชนิด ได้แก่
ศิลปะโรมันแบบอย่างศิลปะโรมันปรากฏลักษณะชัดเจนในช่วงพุทธศตวรรษที่ 4
เรื่อยมาจนกระทั่งประมาณ พ.ศ. 1040 โดยในช่วงเวลาหลังได้เปลี่ยนสาระเรื่องราวใหม่
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ สืบต่อมาเป็นเวลาอีกนานมาก จนกระทั่งเมื่อกรุงคอนสะแตนติโนเปิลได้กลาย
เป็นเมืองหลวงใหม่ของจักรวรรดิโรมัน ในปี พ.ศ. 870 ทำให้สมัยแห่งโรมันต้องสิ้นสุดลง แหล่งอารยธรรมสำคัญของโรมัน คือ อารยธรรมกรีกและอีทรัสกัน
ที่มาของศิลปะโรมัน
ประติมากรรม
สถาปัตยกรรม
ประวัติของ อาณาจักรโรมัน


ประวัติศาสตร์กรุงโรมโบราณเริ่มต้นขึ้นด้วยการล้มล้างจากกษัตริย์ต่างเมือง เมื่อ 509 ก่อนคริสต์ศักราช แต่ชาวโรมันต้องการบันทึกประวัติศาสตร์เมืองของพวกเขาย้อนไปถึงช่วงระยะเวลา 753 ปี ก่อนคริสต์ศักราช นั่นคือ เมื่อวีรบุรุษในตำนาน ชื่อ รอมิวลุส (Romulus - RAHM•yuh•luhs) ได้รับการกล่าวกันว่าเป็นผู้ก่อตั้งกรุงโรม
หลังจากรอมิวลุสเสียชีวิต กษัตริย์โรมันก็ได้ปกครองเมืองมาเป็นลำดับ อย่างไรก็ตาม ในศตวรรษที่ 6 (600 ปี) ก่อนคริสต์ศักราช พวกอีทรัสคัน (Etruscans) จากภาคเหนือของอิตาลี ได้พิชิตกรุงโรม ชาวโรมันได้โค่นล้มกษัตริย์ชาวอีทรัสคันและก่อรูปแบบสาธารณรัฐ เมื่อ 509 ปี ก่อนคริสต์ศักราช เพื่อฟื้นฟูการปกครองตนเอง สาธารณรัฐ (Republic) คือ รัฐ ซึ่งประชาชนเลือกตัวแทนมาปกครองในนามของพวกเขา
ลักษณะภูมิศาสตร์ ของอาณาจักรโรมัน

หลังจากที่ล้มล้างชาวอีทรัสคันกรุงโรมก็เจริญรุ่งเรืองจากเมืองเป็นประ
เทศและในที่สุดก็กลายเป็นจักรวรรดิ เนื่องจากมีทำเลที่ดี ได้แก่

- อยู่ในระหว่าง หุบเขาและแม่น้ำ

- อยู่ติดคาบสมุทรอิตาลี
การเริ่มต้นแห่งกรุงโรม
ศิลปะโรมัน มี 3ชนิด ได้แก่
- จิตรกรรม
- ประติมากรรม
- สถาปัตยกรรม
สถาปัตยกรรมโรมัน ได้แก่อาคารต่าง ๆ ส่วนมากเป็นรูปทรงพื้นฐานและวัสดุที่ใช้สร้างอาคาร ได้แก่ ไม้ อิฐ ดินเผา หิน ปูน และคอนกรีต ซึ่งชาวโรมันเป็นชาติแรกที่ใช้คอนกรีตอย่างกว้างขวาง และพัฒนารูปแบบออกจากระบบเสาและคาน ไปสู่ระบบโครงสร้างวงโค้ง หลังคาทรงโค้ง หลังคาทรงกลม และหลังคาทรงโค้งกากบาท มีการนำสถาปัตยกรรมที่สำคัญของกรีกทั้ง 3 แบบ มาเปลี่ยนแปลงและ ปรับปรุงให้วิจิตรบรรจงขึ้นชาวกรีกใช้เสาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง แต่ชาวโรมันมักจะเพิ่มการตกแต่งลงไป โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ทางโครงสร้างเท่าไรนัก ลำเสาของกรีกจะเป็นท่อนๆ นำมาวางซ้อนต่อกันขึ้นไป แต่เสาของโรมันจะเป็นเสาหินท่อนเดียวตลอด รูปแบบอนุสาวรีย์ที่พบมากของโรมันคือ ประตูชัย เป็นสิ่งก่อสร้างตั้งอิสระประดับตกแต่งด้วยคำจารึก และรูปนูนบรรยายเหตุการณ์ที่เป็นอนุสรณ์ สถาปัตยกรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของโรมัน คือสะพานส่งน้ำ ซึ่งใช้เป็นทางส่งน้ำจากภูเขา มาสู่เมืองต่างๆ ของชาวโรมันเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมของโรมัน อย่างเห็นได้ชัดสถาปัตยกรรมโรมันในช่วง พ.ศ.600-873 ได้สะท้อนให้เห็นความมั่งคั่งและ อำนาจของจักรวรรดิโรมันอาคารสถาปัตยกรรมมีขนาดกว้างใหญ่ และมีการตกแต่งอย่างฟุ่มเฟือย มีการควบคุมทำเลที่ตั้ง การจัดภูมิทัศน์อย่างพิถีพิถันมีการ สร้างลานชุมนุมชาวเมืองโรงมหรสพหรือสนามกีฬา โรงอาบน้ำสาธารณะ และ อาคารที่พักอาศัยต่างๆ เป็นจำนวนมาก ภายในอาคารมักประดับด้วยหินอ่อนหินสี และประติมากรรมแกะสลักตกแต่งอย่างสวยงาม
โรมันเน้นประโยชน์ทางด้านการปฏิบัติ(Pracmatic)และหลักความจริงมากกว่าอุดมคติดังเช่นกรีก ดังนั้นสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่จึงเป็นอาคาร สิ่งก่อสร้าง ถนน สาธารณะมากกว่าวิหารเทพเจ้า สถาปัตยกรรมของโรมันจึงนิยมสร้าง
- วิหารและสุสาน

- สถานที่อาบน้ำสาธารณะ

- โรงมหรสพและสนามกีฬา

- โฟรุ่มและบาซิลิกา

- อาคารที่พักอาศัย

- สะพานและท่อส่งน้ำ

โรมันฟอรัม
โรมันฟอรัมเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่างในสมัยโรมันเรืองอำนาจทั้ง ธุรกิจ การเมือง และศาสนา ตัวหมู่อาคารฟอรัมทั้งหมดใช้เวลาก่อสร้างในช่วงเวลายาวนานถึง 900 ปี เป็นที่ประกอบศาสนกิจ ที่ชุมนุมทางการเมืองแต่เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมลง ฯลฯ โรมันฟอรัมก็ถูกทิ้งร้างจนถึงยุคกลางก็กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง

โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งอาณาจักรโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิติตัส (Titus) ในศริตส์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ. 80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน

โคลอสเซียม

มหาวิหารแพนธีออนสิ่งก่อสร้างอย่างเดียวที่หลงเหลืออยู่โดยสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดจากอาณาจักร โรมัน มหาวิหารแพนธีออนสร้างโดย Marcus Agrippa ซึ่งเป็นลูกเขยของจักรพรรดิ์ Augustus เมื่อ 27 ปีก่อนคริสต์กาล

วิหารแพนธีออน

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน สร้างทับวิหารเดิมที่ชื่อเดียวกัน โดมของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สูงโดดเด่นสามารถเห็นได้แต่ไกลในตัวเมืองโรม วัดนี้ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 2.3 เฮกตาร์ สามารถจุคนได้กว่า 60,000 คน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่หนึ่งของคริสตชนนิกายโรมันคาทอริกที่ตั้ง วัดเชื่อกันว่าเป็นที่ฝังร่างของนักบุญปีเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาวกสิบสององค์ของพระเยซู นักบุญปีเตอร์เดิมเป็นบาทหลวงองค์แรกของอันติโอก ต่อมาก็ได้สถาปนาขึ้นเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกของโรมเพราะนิกายโรมันคาทอลิก เชื่อกันว่าร่างของนักบุญปีเตอร์ ถูกฝังไว้ที่นี่ จึงเป็นประเพณีกันต่อมาว่าพระสันตะปาปาหลายองค์ก็ฝังไว้ที่วัดนี้
ตัวมหาวิหารปัจจุบันเริ่มสร้างเมื่อปีวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1506 บนวัดแบบคอนแสตนติน และเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1626

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
ประติมากรรม โรมมันนำรูปแบบประติมากรรมมาจากกรีก แล้วพัฒนาการสอดแทรกอุดมคติของโรมันเข้าไป
ด้วย เช่น ความเข็มแข็งแบบทหาร นิยมสร้างรูปทหารนักการเมือง แม่ทัพ จูเลียส และบุคคลสำคัญ ๆ ลักษณะเข็มแข็งเป็นผู้ดี เสื้อผ้ามีรอยย่นมาก ภาพและสลักของโรมันยังมีรูปวีนัสเอสไควไลน์ และบางส่วนนำมาจากกรีก อย่างภาพเลาคูนและบุตรถูกงูรัด เป็นต้น
ประติมากรรม
จำแนกออกได้เป็น 2 แบบ
1.ทำรูปเหมือนบุคคล
ประติมากรรมของโรมันรับอิทธิพลมากจากชาวอีทรัสกันและกรีกยุคเฮเลนิสติก แสดงถึงลักษณะที่ถูกต้องทางกายภาพเป็นแบบอุดมคติที่เรียบง่ายแต่ดูเข้มแข็งมาก


2.ประติมากรรมรูปนูน
เรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ มีรายละเอียดของเรื่องราว เหตุการณ์ถูกต้อง ชัดเจน ประติมากรรมโรมันในยุคหลังๆเริ่มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนามากเป็นพิเศษ วัสดุที่ใช้สร้างประติมากรรมของโรมันมักสร้างขึ้นจาก ขี้ผึ้ง ดินเผา หิน และสําำำำริด
จิตรกรรม อาศัยจากการค้นคว้าข้อมูลจากเมือง
ปอมเปอี สตาบิเอ และ เฮอร์คิวเลนุม ซึ่งถูกถล่มทับด้วยลาวาจากภูเขาไฟ
วิสุเวียส เมื่อ พ.ศ. 622 และถูกขุดค้นพบในสมัยปัจจุบัน จิตรกรรมผาฝนังประกอบด้วยแผงรูปสี่เหลี่ยผืนผ้า ซึ่งมักเลียนแบบหินอ่อน เป็นภาพทิวทัศน์ ภาพคน และภาพเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม มีการใช้แสงเงา และกายวิภาคของมนุษย์ชัดเจน เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกับกาวน้ำปูน และสีขี้ฝึ้งร้อน นอกจากการวาดภาพ ยังมีภาพประดับด้วยเศษหินสี (Mosaic) ซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งบนพื้นและผนังอาคาร
จบจ้าาาาาาาาาาาา
Full transcript