Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Main Idญี่ปุ่นกับการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่

No description
by

Kanlayapat Ao

on 27 April 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of Main Idญี่ปุ่นกับการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่

ความเป็นมา
"Mind Mapping" Method
ญี่ปุ่นกับการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ.1945-1975)
อุตสาหกรรมรถยนต์

ในปี ค.ศ. 1966 ญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์
รายใหญ่อันดับที่ 3 ของโลก และในปีถัดมาญี่ปุ่นสามารถผลิต
รถบรรทุกได้มากกว่า 1.8 ล้านคัน
รถยนต์ 1.4 ล้านคัน รถจักรยานยนต์มากถึง 2.5 ล้านคัน คิดเป็น 40% ของการผลิตทั่วโลก
ความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม
ในปี ค.ศ.1968 เศรษฐกิจของญี่ปุ่นก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา ต่อมาญี่ปุ่นก็ทำการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอยู่ตลอด อุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมการต่อเรือ อุตสาหกรรมใยสังเคราะห์ และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า
อุตสาหกรรมการต่อเรือ

ในปี ค.ศ. 1965 ญี่ปุ่นผลิตเรือระวางได้มากถึงสองแสนตัน ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาดพิเศษ และมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาพัฒนาตัวเรืออีกด้วย
เช่น การผลิตเรือออโตเมติก เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่
ในปี ค.ศ. 1967 ญี่ปุ่นผลิตเรือได้ถึงร้อยละ 48 ของโลก

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาอุตสาหกรรม

ปัญหาประชากรหน้าแน่น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานเกษตรกรรม ปัญหาประชากรในชนบทลดลง ประชาชนขาดแคลนสาธารณูปโภค ปัญหาอาชญากรรม
ปัญหามลภาวะเป็นพิษ ซึ่งเกิดจากสารพิษตกค้างจากโรงงาน และทำให้เกิดโรคตามมา เช่น โรคนินามาตะ โรคอิไตอิไต โรคโยะกะอิชิ

วิกฤตทางเศรษฐกิจใน 2 ช่วง คือ Izanagi Boom (ช่วง ค.ศ. 1965-1970) และ Nationwide Construction Boom (ช่วง ค.ศ. 1971-1973) และในปลายปี ค.ศ. 1973 ได้เกิดวิกฤตน้ำมัน ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ทำให้อัตราการขยายตัว ทางเศรษฐกิจติดลบร้อยละ 1.3 ในปีถัดมา
นโยบายสำคัญ
- Lean management
- การเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยน
- นโยบายเปิดเสรีเงินทุน
ญี่ปุ่นประสบความเสียหายอย่างยับเยินในฐานะเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม นอกเหนือจากระเบิดปรมาณูที่ทำลายเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิแล้ว เมืองและเขตอุตสาหกรรมสำคัญยังถูกทิ้งระเบิดแบบปูพรมทางอากาศอย่างหนักหน่วง

-กำลังการผลิตที่สำคัญถูกทำลายเสียหายจนญี่ปุ่นอยู่ในสภาพพังพินาศ หลังสงคราม

-แต่ญี่ปุ่นก็ได้วางเป้าหมายในการฟื้นฟูเศรษกิจเป็นประเด็นสำคัญอันดับ1 และในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษญี่ปุ่นก็สามารถสร้างความเป็นมหาอำนาจ ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่2 ให้ปรากฏอย่างรวดเร็ว
อุตสาหกรรมใยสังเคราะห์

เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอันโดดเด่นของญี่ปุ่นที่มีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด เห็นได้ชัดจากมูลค่าการส่งออก
ในปี ค.ศ. 1960 มีการส่งออก 11.600 ล้านเยน ในปี ค.ศ. 1970 เพิ่มเป็น 225,200 ล้านเยน และในปี ค.ศ. 1975 เป็นจำนวนมากถึง 386,300 ล้านเยน

ปัจจัยภายใน
1.ญี่ปุ่นมีประชากรที่มีความขยันขันแข็งและมีคุณลักษณะพิเศษในการทำงาน
-ชาวญี่ปุ่นตรงต่อเวลา
2..มีระบบการจ้างการทำงานตลอดชีวิต
3.มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่2
ขอุตสาหกรรมต่างๆของญี่ปุ่นช่วยพัฒนาเศรษฐ กิจของญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว
4..รัฐบาลญี่ปุ่นมีงบประมาณที่จะลงทุนในด้าน อุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก
- จากเงินออมของประชาชน
5.รัฐบาลมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนา ประเทศและตั้งหน่วยงานต่างๆเพื่อให้สำเร็จตาม เป้าหมายที่กำหนดไว้
-สร้างธนาคาร
6.ญี่ปุ่นสามารถปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีที่ได้รับมาจากต่างประเทศให้เหมาะสมกับประเทศของตน

การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (ค.ศ. 1953-1965)

การฟื้นฟูทางเศรษฐกิจหลังสงคราม
(1945-1952)
1. การผลิต
2. การค้า
3. การเงิน

1 การผลิต
- กลยุทธ์จัดลำดับการผลิต
- สลายไซบัตสุ (Zaibatsu)
2 การค้า
- ใช้กองทุนการค้าระหว่างประเทศ
- มีการปรับราคาสินค้าสูงเป็น 65 เท่า

1.

การหน้านี้ นโยบายของสหรัฐอมเริกาต่อญี่ปุ่นคือ “การลงโทษ” แต่เปลี่ยนมาเป็น “การฟื้นทางเศรษฐกิจ”
ซึ่งนโยบายนี้จะช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถพึ่งพาตัวเองได้

ปัจจัยภายนอกประเทศที่ส่งเสริมความสำเร็จทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น
2. สงครามเกาหลี (ค.ศ. 1950-1953)
ผลพวงจากสงครามทำให้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมโลหะ และอุตสาหกรรมเครื่องอุปโภคบริโภคของญี่ปุ่นขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว
ความช่วยเหลือที่ได้รับจากสหรัฐอเมริกา
นโยบายและมาตราการที่สำคัญ
- ระบบการจัดสรรเงินตราต่างประเทศ
- นโยบายการสะสมทุน
- นโยบายการเพิ่มรายได้เป็นสองเท่า
ปัจจัยอื่นๆที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการขยายตัว
ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น
1. มีแรงงานที่มีการศึกษาสูง มีระเบียบวินัยและจริงจังในการทำงาน
2. การออมทรัพย์ในครัวเรือนของชาวญี่ปุ่นมีอยู่ในระดับสูง
3. ภาคเอกชนมีการขยายตัวของการลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องจักร
และอุปสงค์เพิ่มมากขึ้น
4. สามารถนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในราคาไม่แพง
5. สามารถนำเข้าน้ำมันราคาถูกได้จากต่างประเทศ
6. การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
7. การจัดกีฬาโอลิมปิคในปี 1964
ผลที่เกิดขึ้นในช่วงขยายตัวทางเศรษฐกิจ
อย่างรวดเร็ว ค.ศ. 1953-1965
1. การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ
2. การขยายตัวของอุตสาหกรรมเหล็กกล้า
3. ญี่ปุ่นกลายเป็นผู้ผลิตเรือรายใหญ่ที่สุดของโลก
4. การเติบโตขนานใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์และได้รับโอกาสใน
การเรียนรู้เทคโนโลยีแบบให้เปล่าจากสหรัฐอเมริกา
5. มีการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายชนิด
เกิด ”ทรัพย์สมบัติล้ำค่าสามสิ่ง” ของครัวเรือนญี่ปุ่นได้แก่
ตู้เย็น โทรทัศน์สี และเครื่องซักผ้า
6. เกิดการก่อตัวของชนชั้นกลางกลุ่มใหม่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเป็นสังคมเมืองมีมากขึ้นซึ่งส่งเสริมให้เกิดการก่อสร้างระบบ
การคมนาคมขนาดใหญ่ และระบบสาธารณูปโภคต่างๆเพิ่มมากยิ่งขึ้น
7. การขยายตัวของเครือข่ายคมนามคมทางรถไฟที่ก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่ง
ในช่วงปลาย คือ รถไฟชินคังเซ็นหรือรถไฟหัวกระสุน
8. การขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วงนี้เรียกว่า ”Olympic Boom”
การเงิน
- มาตรการทางการเงินฉุกเฉินและมาตรการของ Dodge Line
- แก้ปัญหาเงินเฟ้อ โดยใช้หลักงบประมาณสมดุล
- ส่งเสริมตลาดเสรี
- ลดการสนับสนุนจากรัฐ ห้ามออกพันธบัตร สร้างหนี้ใหม่
- ได้รับเงินช่วยเหลือจากอเมริกา
- ขายอาวุธให้กับอเมริกาในสงครามเกาหลี
-อเมริกาสนับสนุนการค้าของญี่ปุ่นในการประชุมสันติภาพ
เมืองซานฟรานซิสโก ญี่ปุ่นกลับสู่สังคมนานาชาติ
Full transcript