Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่อสุขภาพ

No description
by

Tananya Lueangklanlayanakhun

on 30 August 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่อสุขภาพ

การใช้คอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัย
ผลกระทบจากการใช้คอมพิวเตอร์
ผลกระทบจากการใช้คอมพิวเตอร์
โรค Cumulative Trauma Disorders
(ความผิดปกติจากอุบัติภัยสะสม) อาการของโรคจะค่อยเป็นค่อยไป
จะมีอาการปวดคอ ไหล่ ข้อมือ และหลัง
ผู้ที่เป็นมากๆ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย
เช่น อาการชาที่มือ อาการของโรคพวกนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรกเป็นแล้วหายเมื่อได้พัก ระยะสองคือ มีอาการต่อเนื่องถึงกลางคืน และหายเมื่อได้พัก ระยะสามคือ เป็นตลอดเวลาไม่หาย
โรคภูมิแพ้
มีการวิจัยค้นพบว่าสารเคมีจากจอคอมพิวเตอร์
ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ สารนี้มีชื่อว่า Triphenyl Phosphateที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในจอวิดีโอ
และคอมพิวเตอร์ สามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้
เช่น คัน คัดจมูก และปวดศีรษะผลวิจัยพบว่า เมื่อจอคอมพิวเตอร์ร้อนขึ้นจะปล่อยสารเคมี
ดังกล่าวออกมาโดยเฉพาะหากสภาพภายในห้อง
ทำงานที่มีเนื้อที่จำกัดเครื่องคอมพิวเตอร์อาจจะ
เป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้
โรคทนรอไม่ได้ (Hurry Sickness)
ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่อสุขภาพ
ผลกระทบจากการใช้คอมพิวเตอร์
กล้ามเนื้อและระบบประสาท ทำให้เกิดอาการเมื่อยตา สายตาเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ คลื่นไส้ โดยอาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคนี้คือ ปวดตา เมื่อยตา ตาแห้ง ถ้าอาการเป็นมากยังอาจก่อให้เกิดปัญหาสายตาเสื่อมลงด้วย
ดวงตา
ระบบประสาท
จากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของคอมพิวเตอร์ แม้ว่ารังสีชนิดต่างๆจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
จะมีความปลอดภัยก็ตามแต่การรับการแผ่
รังสีเป็นเวลานานก็อาจจะส่งผลกระทบ
ถึงระบบประสาทของมนุษย์ได้เช่นกัน
จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้
อึดอัด และนอนไม่หลับ
1) ผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง
2) โรคที่เกิดจากท่านั่งหรือการทำงานซ้ำซาก
ผลกระทบจากการใช้คอมพิวเตอร์
อาการ Repetitive Strain Injury หรือ RSI
สามารถเป็นได้กับทุกส่วนของร่างกายจาก การนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ แบบไม่ถูกสุขลักษณะตั้งแต่แขน ข้อมือ ข้อนิ้ว แผ่นหลัง ต้นคอ หัวไหล่ และสายตา เนื่องจากอวัยวะส่วนที่มีปัญหาถูกวางค้าง ถูกทิ้งน้ำหนัก หรือกดทับนานๆ จนอักเสบ หากปล่อยไว้นานๆ อาจต้องผ่าตัดเอ็น
3) โรคที่เกิดจากเชื้อโรคที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์
4) โรคที่เกิดจากการใช้งาน
มักจะเกิดกับผู้ที่เล่นอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้กลาย
เป็นคนขี้เบื่อ หงุดหงิดง่าย ใจร้อน
เครียดง่าย เช่น ทนรอเครื่องดาวน์โหลด
นานๆ ไม่ได้ กระวนกระวายหากมีอาการมากๆ
ก็จะเข้าข่ายโรคประสาทได้จึงควรปรับเปลี่ยน
ลักษณะงานและพยายามควบคุม
อารมณ์ตนเอง
ผู้มีอาชีพที่จะต้องนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์ทั้งวัน มักจะเกิดปัญหากับสุขภาพหลายอย่าง
ทั้งสายตา ปวดคอ ปวดหลังปัญหาทางสายตา
เป็นเรื่องใหญ่ ใครที่นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ นานกว่า3ชั่วโมงติดต่อกันจะทำให้กล้ามเนื้อตา
อ่อนล้า สายตาจะพร่า อาจปวดกระบอกตา
แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล มีวิธีป้องกัน
และแก้ไขดังนี้

ปัญหาการปวดตา แสบตา น้ำตาไหล
1. ควรตั้งจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างอย่างน้อย 2 ฟุต ในระดับสายตาตรงหน้าพอดี
2. เลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำ รู้ได้โดยเวลาปิดเครื่องไฟฟ้าสถิตจะมีน้อย (ถ้ามีมากให้เอามือไปอังใกล้ ๆ หน้าจอจะเกิดอาการขนลุก)
3. ปรับแสงให้พอรู้สึกสบายตา อาจใช้แผ่นกรองแสงสวมหน้าจอจะช่วยได้ ไฟแสงสว่างด้านหลังอาจทำให้เกิดภาพสะท้อนที่จอทำให้สายตาเสียได้
4. ทำความสะอาดจอภาพของคอมพิวเตอร์เสมอ
5. ควรพักสายตาบ้าง ไม่ควรทำคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานเกิน 1-2 ช.ม.
ควรพักสายตาสัก 15 นาที หรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหมาด ๆ ปิดตาไว้ 2-3 นาที
จะช่วยได้มาก
6. ผู้ที่ใช้ใช้คอนแทคเลนส์ ควรหยอดน้ำตาเทียมบ่อย ๆ
ปัญหาปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่
1. ตั้งจอตรงหน้าพอดีไม่สูง ไม่ต่ำ ไม่เอียงซ้าย หรือขวา
2. คีย์บอร์ดและเมาส์ควรอยู่ระดับเอวหรือระดับหน้าตักพอดี เพราะถ้าอยู่สูงกว่านี้เวลาใช้คีย์บอร์ดและเมาส์นาน ๆ ไหล่จะค่อย ๆ ยกสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้แขนและมือจะได้ทำงานถนัด
แต่การยกไหล่ขึ้นนาน ๆ กล้ามเนื้อที่ยกไหล่จะล้า ปวดเมื่อยได้ ปวดตั้งแต่ไหล่ บ่า ถึงคอ
3. ต้องพักการทำคอมพิวเตอร์ ทุก 1-2 ช.ม.
ปัญหาปวดหลัง
1. ขณะนั่งทำคอมพิวเตอร์ควรนั่งเก้าอี้ที่สูงพอดี เท้าวางบนพื้นได้เต็มเท้า ถ้าสูงเกินไปจนเท้าลอย หรือถ้าต่ำเกินไป ก้นจะจ่อมอยู่บนที่นั่ง ทำให้เมื่อยบริเวณก้นได้
2. เวลานั่งต้องเลื่อนตัวให้นั่งชิดพนักพิง ไม่ใช่นั่งอยู่แค่ครึ่งที่นั่งของเก้าอี้
3. หลังจะต้องพิงพนักเก้าอี้อยู่ตลอดเวลา โดยพนักพิงทำมุมกับที่นั่งไม่เกิน 100 องศา
4. ต้องพักการใช้คอมพิวเตอร์ ทุก 1-2 ช.ม.
อ้างอิง
โครงการจัดการความรู้ด้านภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ออนไลน์).
แหล่งที่มา
http://www.ictkm.info/content/detail/35.html
30 สิงหาคม 2557
http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9540000079114 30 สิงหาคม 2557
http://www.vcharkarn.com/varticle/42242 30 สิงหาคม 2557
จัดทำโดย
เสนอ
ครูทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยม
นางสาวธนัณญา เหลืองกัลยาณคุณ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1
เลขที่ 24
Full transcript