Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

โครงงานเรื่องการตรวจสอบสารปรอทที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอ

No description
by

나 아이

on 24 September 2013

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of โครงงานเรื่องการตรวจสอบสารปรอทที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอ

โครงงานเรื่องการตรวจสอบสารปรอทที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภทครีมบำรุงผิวหน้า
บทที่ 1
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในรูปแบบต่างๆ ทั้งบำรุงผิวหน้าและกาย ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันของทุกเพศ ทุกวัย เนื่องจากมีหลายสาเหตุที่ทำให้สภาพผิวในทุกๆ ส่วนของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายหากขาดการดูแล ประกอบด้วยสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น มลพิษ และสภาพภูมิอากาศที่ไม่แน่นอน ทำให้มีผู้ผลิตเครื่องสำอางออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมากเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิว
ซึ่งครีมบางชนิดอาจมีสารปนเปื้อน เช่น ปรอทแอมโมเนีย ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ เป็นต้นสารปนเปื้อนที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นนั้นอาจทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติได้ เช่น เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารประกอบของปรอทหรือปรอทแอมโมเนีย อาจทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลงเกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ ดังนั้นการเลือกใช้ครีมที่ได้มาตรฐานถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะอาจทำให้ เกิดอันตรายภายหลังได้
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาสารปนเปื้อนที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
2. เพื่อลดอัตราเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย และความเสียหายต่อผู้บริโภค
3. เพื่อศึกษาว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารปรอทปนเปื้อน มีประสิทธิภาพในการรักษามากน้อยเพียงใด ถ้านำมาเปรียบเทียบกับเครื่องสำอางที่ไร้สารปนเปื้อน


สมมติฐานของการวิจัย
1.รู้ว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชนิดใดบ้างที่มีสารปนเปื้อนประเภทปรอท
2.สามารถลดอัตราเสี่ยงในการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารปรอทปนเปื้อนของผู้บริโภคได้
3.รู้ประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารปรอทปนเปื้อน กับเครื่องสำอางที่ไม่มีสารปรอทปนเปื้อน


ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย
ผลการทดลองในครั้งนี้ จะทำให้ทรายว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อใดที่มีสารปนเปื้อนจากปรอท สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และผู้บริโภคสามารถนำผลจากการทดลองไปใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้ กำหนดแผนและนโยบายในการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานและไม่มีผลข้างเคียงเกิดขึ้นภายหลัง

ตัวแปร
1 ตัวแปรต้น
1.1 ครีมกระชับรู้ขุมขน
1.2 ครีมลดริ้วรอย
1.3 ครีมขาวเด้ง
1.4 ยาลดสิว
1.5 ยาลดรอยดำที่เกิดจากสิว
1.6 ครีมกันแดด
2 ตัวแปรตามได้แก่ สารปนเปื้อนจากปรอท

บทที่ 2
ทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

1. สารปรอท
ปรอท ( Mercury) เป็นโลหะหนักสามารถหาปรอทได้จากหินที่ขุดพบในเหมือง มีความหนาแน่นสูง เราสามารถนำปรอทมาใช้ในอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภท ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องวัดอุณหภูมิและความดัน การย้อมสี การผลิตเยื่อกระดาษ พลาสติก
1.1 ประโยชน์ของปรอท
1.1.1 ใช้ในการทำเครื่องมือวิทยาศาสตร์
1.1.2 ใช้ในอุตสาหกรรมไฟฟ้า
1.2 พิษของปรอท
1.2.1 ทางที่พิษเข้าสู่ร่างกาย เช่น ทางผิวหนัง ทางระบบหายใจ หรือทางระบบย่อยอาหาร

2. เครื่องสำอาง
หมายถึง ผลิตภัณฑ์สิ่งปรุงเพื่อใช้บนผิวหนังหรือส่วนใดส่วนหึ่งของร่างกาย โดยใช้ทา ถู นวด พ่น หรือโรย มีจุดประสงค์เพื่อทำความสะอาด หรือส่งเสริมให้เกิดความสวยงาม
3. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
มีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพเหล่านั้นต้องมีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย มีการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องด้วยข้อมูลวิชาการที่มีหลักฐานเชื่อถือได้และมีความเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยและสมประโยชน์

4. สิทธิผู้บริโภค
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เป็นรับธรรมนูญฉบับแรกที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค
บทนำ
อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน
1. ครีมบำรุงผิวหน้าทั้ง6ประเภท (ครีมกระชับรูขุมขน,ครีมลดริ้วรอย,ครีมขาวเด้ง,ยาลดสิว.ยาลดรอยดำที่เกิดจากสิว,ครีมกันแดด)
2. ผงซักฟอก
3. กระดาษทิชชู


ั้นตอนและวิธีการทดลอง
1.1 เตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการตรวจสอบสารปรอทให้พร้อม
1.2 ผสมผงซักฟอกกับน้ำให้มีลักษณะข้นคล้ายครีม
1.3 น้ำครีมที่ต้องการตรวจสอบสารปรอทมาป้ายลงบนกระดาษทิชชูที่เตรียมไว้เล็กน้อย
1.4 นำผงซักฟอกที่เตรียมไว้เทลงไปบนครีมที่ต้องการตรวจสอบสารปรอท
1.5 รอให้น้ำผงซักฟอกที่เตรียมไว้ทำปฏิกิริยากับครีมประมาณ5นาที
1.5.1 ถ้าผลการทดลองปรากฏว่าครีมเปลี่ยนจากสีเดิมของครีมชนิดนั้นๆ เป็นสีน้ำตาลหรื
น้ำตาลเข้ม แสดงว่าครีมชนิดนั้นมีสารปรอท
1.5.2 ถ้าผลการทดลองปรากฏว่าครีมไม่เปลี่ยนจากสีเดิมของครีมชนิดนั้นๆ แสดงว่าครีมชนิดนั้นไม่มีสารปรอท
1.6 บันทึกผลการทดลอง


บทที่3
อุปกรณ์และวิธีการทดลอง
บทที่4
ผลการดำเนินงาน

บทที่ 5
อภิปรายผลการทดลองและข้อเสนอแนะ

อภิปรายผลการทดลอง
การทดลองแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 ประเภท คือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มี อย. รับรองมาตรฐาน และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่มี อย. รับรองมาตรฐานโดยการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั้ง 2 ประเภทนี้ ให้ผลการตรวจสอบที่แตกต่างกัน คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มี อย. รับรองมาตรฐาน ครีมตัวอย่างทั้ง 6 ชนิด (ครีมกระชับรูขุมขน, ครีมลดริ้วรอย, ครีมขาวเด้ง, ยาลดสิว, ยาลดรอยดำที่เกิดจากสิวและครีมกันแดด) ให้ผลการตรวจสอบเหมือนกันทั้งหมด คือ ไม่มีการทำปฏิกิริยากันระหว่างน้ำผงซักฟอกกับครีมตัวอย่าง ทำให้ครีมตัวอย่างไม่มีการเปลี่ยนสีไปจากเดิม ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า ครีมตัวอย่างดังกล่าว ไม่มีสารปรอทปนเปื้อนอยู่ และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่มี อย. รับรองมาตรฐาน ครีมตัวอย่างทั้ง 6 ชนิด (ครีมกระชับรูขุมขน, ครีมลดริ้วรอย, ครีมขาวเด้ง, ยาลดสิว, ยาลดรอยดำที่เกิดจากสิวและครีมกันแดด) ให้ผลการตรวจสอบที่แตกต่างกัน คือ ครีมกระชับรูขุมขน, ครีมขาวเด้ง, ยาลดสิวและครีมกันแดดครีมตัวอย่างทั้ง 4 ชนิด มีการทำปฏิกิริยากันระหว่างน้ำผงซักฟอกกับครีมตัวอย่างทำให้ครีมตัวอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงสีไปจากเดิม เป็นสีน้ำตาล และสีน้ำตาลเข้ม จึงสามารถสรุปได้ว่า ครีมตัวอย่างดังกล่าวมีสารปรอทปนเปื้อนอยู่ และครีมลดริ้วรอยและยาลดรอยดำที่เกิดจากสิว ครีมทั้ง 2 ชนิดนี้ ไม่มีการทำปฏิกิริยากันระหว่างน้ำผงซักฟอกกับครีมตัวอย่าง ทำให้ครีมตัวอย่างไม่มีการเปลี่ยนสีไปจากเดิม ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า ครีมตัวอย่างดังกล่าว ไม่มีสารปรอทปนเปื้อนอยู่
ข้อเสนอแนะ
1. ในการศึกษาครั้งต่อไป อาจมีขอบเขตที่กว้างขวางขึ้นมากกว่านี้ได้ เช่น อาจจะตรวจสอบสารที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภทครีมบำรุงผิวกาย หรือทั้งผิวกายและผิวหน้า
2. ลองตรวจสอบหาสารปรอทที่มีอยู่ในอาหาร และยา
3.สามารถเปลี่ยนการตรวจสอบสารปนเปื้อนประเภทสารปรอทเป็นสารปนเปื้อนประเภทอื่นๆได้ เช่น สารสเตียรอยด์


THANK FOR WATCH
end of presentation
Full transcript