Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

การร้อยเรียงประโยค

No description
by

Maneenart Pawatha

on 25 April 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of การร้อยเรียงประโยค

add logo here
1. การเชื่อมประโยค
หมายถึง การนำประโยคมารวมกัน โดยใช้ คำสันธาน หรือ วลีสันธาน เชื่อม มี 6 ลักษณะ ดังนี้
1. ประโยคหน้าและประโยคหลังมีเนื้อความ “คล้อยตามกัน” เช่น และ ทั้ง อนึ่ง อีกประการหนึ่ง อีกทั้ง รวมทั้ง
ตัวอย่างเช่น
พ่อค้าตัดสินใจเลิกกิจการ
และ
ย้าย ครอบครัวไปอยู่ต่างจังหวัด
ฉันตัดสินใจเรียนหนังสือ
และ
ทำงานไปด้วย
4. ประโยคหน้าและประโยคหลังมีเนื้อความ “เป็นเหตุเป็นผลกัน” เช่น จึง เพราะ เพราะฉะนั้น
ตัวอย่างเช่น
เขาทำงานอย่างหนักสุขภาพ
จึง
ทรุดโทรม
ญาญ่าขาหัก
เพราะ
ตกต้นไม้

3. ประโยคหน้าและประโยคหลังมีเนื้อความ “ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง” เช่น หรือ มิฉะนั้น หรือไม่เช่นนั้น
ตัวอย่างเช่น
เธอจะอยู่กับเขา
หรือ
เธอจะไปกับฉัน
ตอนนี้เธอควรจะกลับบ้านได้แล้ว
หรือไม่เช่นนั้น
ก็บอกพ่อมารับ

2. ประโยคหน้าและประโยคหลังมีเนื้อความ “ขัดแย้งกัน” เช่น แต่ แต่ทว่า แม้ แม้แต่
แม้ว่า
ตัวอย่างเช่น
ตำรวจรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว
แต่
ยังไม่มี หลักฐานเพียงพอ
เขาพูดดี
แต่ว่า
ใจเขาอาจคิดร้าย


การร้อยเรียงประโยค หมายถึง การนำประโยคหลายประโยคมารวมกัน ทำให้เกิดข้อความที่สละสลวย สามารถทำได้ 4 วิธี ดังนี้
6. ประโยคหน้าและประโยคหลังมีเนื้อความ “เกี่ยวข้องกันในแง่ที่เป็นเงื่อนไข” เช่น หากว่า ถ้าหาก ถ้าหากว่า ถ้า...ก็ แม้ว่า เมื่อ...ก็ หาก...ก็
ตัวอย่างเช่น
เธอควรจะปฏิบัติดีต่อผู้อื่น
หากว่า
ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติดีด้วย
ถ้า
เรามีความขยันอย่างแท้จริงเรา
ก็
ไม่สอบตก

2. การซ้ำคำหรือวลี
หมายถึง การรวมประโยคเข้าด้วยกัน โดยใช้การซ้ำคำ หรือ ซ้ำวลี ตัวอย่างเช่น
ครูตั้งใจสั่งสอนลูกศิษย์ทุกคน ลูกศิษย์ทุกคนต่างรักครูมาก
ซาร่าซื้อรองเท้ากับกระเป๋าใหม่ ส่วนรองเท้ากับกระเป๋าเก่าก็ยกให้น้องไปใช้

3. การละคำหรือวลี
หมายถึง การรวมประโยคเข้าด้วยกัน โดยใช้การละ (ไม่กล่าวถึง) คำ หรือ วลี ตัวอย่างเช่น
คนขับรถกระโดดลงจากรถ ฉวยกระเป๋าได้ รีบเดินเข้าบ้าน (ละประธาน)

4. การแทนด้วยคำหรือวลี
หมายถึง การรวมประโยคเข้าด้วยกัน โดยใช้ คํา หรือ วลี มาแทนคําบางคํา ตัวอย่างเช่น
ลูกชายของหญิงชราจากบ้านไปนานแล้ว เขาอาจเสียชีวิตไปแล้วก็ได้ (ใช้คำว่า เขา แทน ลูกชาย)

การร้อยเรียงประโยค
จัดทำโดย
นางสาวมณีนาถ ปะวะถา
รหัส 553410010119
สาขาภาษาไทย คณะครุศาสตร์
ชั้นปีที่ 4
5. ประโยคหน้าและประโยคหลังมีเนื้อความ “เกี่ยวข้องกันทางเวลา” เช่น แล้ว ต่อจากนั้น
ตัวอย่างเช่น
เขาอ่านหนังสือเสร็จ
แล้ว
ก็เข้านอน
เขามางานเลี้ยงในตอนเช้า
ต่อจากนั้น
ตอนบ่ายเขาก็กลับบ้าน
Full transcript