Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ปัญหาทปัญหาทางจริยธรรม

No description
by

M'Mod Thnanya

on 9 November 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ปัญหาทปัญหาทางจริยธรรม

กระบวนการที่ไม่หยุดนิ่ง
ในตอนแรกที่รับรู้ถึงปัญหา อาจแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาทันทีทันใดโดยไม่ได้ไตร่ตรอง จากนั้นเริ่มหาทางแก้ไขปัญหาโดยอิงกฎคุณธรรม เมื่อได้รับข้อมูลใหม่และสถานการณ์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นก็จะกลับไปแสดงอารมณ์อีก
ถ้าหลักจริยธรรมและกฎที่ยึดถือนำมาใช้กับปัญหาที่เผชิญอยู่ไม่ได้ก็อาจจะถอยกลับไปขั้นที่เป็นการแสดงอารมณ์ แล้วค่อยวิเคราะห์สถานการณ์ทางจริยธรรม

การใช้แนวคิดเรื่องจริยธรรม
การกำหนดทิศทางในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมผู้รับผิดชอบงานควรต้องคิดให้ครอบคลุมทั้งด้านธรรมและจริยธรรมนั้นคือหลักคิดและวิธีปฏิบัติที่ดีงามถูกต้องตามสภาพสังคมวัฒนธรรม
คุณธรรม คือ หลักความจริง หลักปฏิบัติ เช่น มารยาท กริยา วาจา
จริยธรรม คือ กฎเกณฑ์ความประพฤติของมนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นจากธรรมชาติของมนุษย์รู้จักแยกแยะ ถูก ผิด ดี ชั่ว

ระดับของกระบวนการคิดทางจริยธรรม
1. ระดับที่ทำตามอารมณ์
2. ระดับที่คิดไตร่ตรองตามกฎคุณธรรม
3. ระดับที่มีการวิเคราะห์สถานการณ์ทางจริยธรรม
4. ระดับที่ไม่ต้องคำนึงถึงหลักจริยธรรม
การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมในขั้นสูงสุดก็คือ การยึดหลักในการตัดสินใจแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เพื่อหลักการ เพื่อความดีงาม และเพื่อมนุษยธรรม

ปัญหาทางจริยธรรมนั้นมีมากมายและยังเป็นปัญหาที่จะเรียกได้ว่าเป็นหาทางแก้ได้ยากทั้งนี้เพราะมันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล บุคคลหนึ่งเท่านั้นที่จะเลือกปฏิบัติว่า สิ่งใดผิดสิ่งใดางจริยธรรม
ปัญหาทางจริยธรรมนั้นมีมากมายและยังเป็นปัญหาที่จะเรียกได้ว่าเป็นหาทางแก้ได้ยากทั้งนี้เพราะมันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล บุคคลหนึ่งเท่านั้นที่จะเลือกปฏิบัติว่า สิ่งใดผิดสิ่งใดถูก


ปัญหาเกี่ยวกับจริยธรรมมีหลายประการ ที่สำคัญมีดังนี้

(1) ปัญหาการเหินห่างจากศาสนาในปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่
เปลี่ยนแปลงไปทำให้เยาวชนและประชาชนจำนวนมากเห็นศาสนาเป็นเรื่องคร่ำครึหลงงมงายไร้สาระ เห็นศาสนาและธรรมะเป็นสิ่งไม่จำเป็น ไม่ช่วยทำให้ท้องอิ่ม บางคนเห็น พระบางรูปปฏิบัติตนไม่ดีไม่อยู่ในธรรมวินัย เลยเลิกนับถือพระและศาสนา แทนที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาและทำนุบำรุงศาสนาให้มีความมั่นคง

(2) ปัญหาการเป็นทาสของวัตถุนิยมและบริโภคนิยม ในปัจจุบันอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ กระแสโลกาภิวัตน์เป็นกระแสโลก และกระแสทางวัตถุนิยม ทำให้คนตกเป็นทาสทางวัตถุนิยมและบริโภคนิยม ทำให้คนมุ่งแสวงหาแต่ความสุขทางวัตถุ มีความเห็นแก่ตัวมากยิ่งขึ้น เห็นแก่ผู้อื่นน้อยลง ขาดความเอื้ออาทรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


(3) ปัญหาค่านิยมที่เปลี่ยนแปลง ในปัจจุบันค่านิยมบางอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป ก่อนนี้สังคม เคยยกย่องคนดีมีคุณธรรม คนที่ประพฤติผิดศีลธรรม ทุจริตคดโกง จะถูกประณามและไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย แต่ในปัจจุบันนี้สังคม กลับยกย่องคนที่มีเงิน คนที่มีตำแหน่งสูง มีอำนาจวาสนา มีชื่อเสียง แม้ว่า คนเหล่านั้นจะประพฤติผิดศีลธรรม ได้เงินมาโดยการทุจริตคดโกง
(6) ปัญหาการรับวัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมจากต่างประเทศ ความสะดวกในการคมนาคมและความรวดเร็วในการสื่อสารทำให้ วัฒนธรรมต่างประเทศและชาวต่างประเทศหลั่งไหลมาสู่ประเทศไทยมากมาย วัฒนธรรมต่างประเทศบางอย่างและชาวต่างประเทศหลายคนได้ก่อให้เกิด ผลเสียหายแก่วัฒนธรรมอันดีงามของคนไทย ประชาชนและเยาวชนจำนวน ไม่น้อยได้รับวัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมจากต่างประเทศ อาทิในเรื่องดนตรี เพลง การแต่งกาย กิริยามารยาท ภาษา ความสัมพันธ์ระหว่างเพศ
(5) ปัญหาการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง สาเหตุการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงมีหลายประการ ที่สำคัญได้แก่ การขาดคุณธรรม โดยเฉพาะขาดการละอายต่อบาปและเกรงกลัวต่อบาป การขาดอุดมการณ์และอุดมคติมีค่านิยมที่ผิดใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ความบกพร่องของผู้บังคับบัญชา ความเพิกเฉย ของประชาชน
(6) ปัญหาความประพฤติที่ไม่เหมาะสมของเยาวชน ประเทศไทยมีพลเมืองกว่า 60 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชน ถึง 2 ใน 3 หรือประมาณ 40 ล้านคน เยาวชนได้รับการยกย่องให้เป็นหัวใจ และอนาคตของชาติความประพฤติของเยาวชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก การศึกษาอบรมในด้านศีลธรรมและจิตใจ จึงมีผลต่อความสงบเรียบร้อย ของสังคมและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
ปัธรญหาเกี่ยวกับจริยรมนั้นมีมากมายหลายประการและมีปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ก็คือจิตใจของมนุษย์ที่รู้ผิดชอบชั่วดีมาขนาดไหนแล้วจะเลือกปฏิบัติอย่างไรให้สอดคล้องกับจริยธรรมมากที่สุดเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมต่อไป


ประเด็นทางจริยธรรมเกิดขึ้นกับผู้บริหารในหลายรูปแบบและมักจะก่อให้เกิดคำถามที่ยากจะหาคำตอบเกี่ยวกับความรับผิดชอบของผู้บริหาร การเป็นจริยธรรมที่ผู้บริหารพึงต้องปฏิบัติโดยใจความสำคัญคือ กระบวนการระบุความรับผิดชอบของผู้ประกอบการวิชาชีพในสถานการณ์ของการบริหารที่เกิดขึ้นจริงซึ่งจะทำให้สามารถกำหนดแนวทางของจริยธรรมในการปฏิบัติงานขึ้นมาได้ เพื่อตัดการเพิกเฉยต่อปัญหา

ความสนใจจริยธรรมในฐานะที่เป็นกระบวนการที่คงที่อยู่อย่างต่อเนื่องซึ่งเกิดขึ้นได้ในทุกเมื่อที่สถานการณ์บังคับให้เราต้องจัดการกับความขัดแย้ง ความตึงเครียด ความไม่แน่นอน และความเสี่ยงต่างๆ ทักษะในการแก้ปัญหาทางจริยธรรมเป็นสิ่งที่เรียนรู้และเสริมสร้างขึ้นได้
จริยธรรมเป็นกระบวนการที่ไม่หยุดนิ่ง
ศาสตราจารย์ ดร.ดาวงเดือน พันธุนาวิน ผู้สอนทฤษฎี ต้นไม้จริยธรรม กล่าวว่า ลักษณะพื้นฐานและองค์ประกอบทางจิตใจซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมที่พึ่งปรารถนา เพื่อส่งเสริมให้บุคคลเป็นคนดีและคนเก่งประกอบด้วย
1.ส่วนของดอกผลเปรียบเสมือนเป็นลักษณะพฤติกรรมคนดีและเก่งการที่ต้นไม้จะให้ดอกผลใหญ่จะต้องมีลำต้นและรากที่สมสมบูรณ์
2.ส่วนลำต้นที่สมบูรณ์ เปรียบเสมือนลักษณะทางจิตใจซึ่งเป็นสาเหตุของพฤติกรรมที่ดีมี 5 ประการ คือ

ประการที่ 1 มีทัศนคติ ค่านิยมที่ดี และคุณธรรม
ประการที่ 2 มีเหตุผลเชิงจริยธรรม
ประการที่ 3 ลักษณะมุ่งอนาคต คาดการไกล
ประการที่ 4 เชื่ออำนาจในตน
ประการที่ 5 มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์

วิถีทางพัฒนาจริยธรรม
1. การศึกษาเรียนรู้ กระทำได้หลายวิธี ดังนี้
1.1 การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง การหาความรู้จากการอ่านหนังสือต่างๆ
1.2 การเข้าประชุมสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม
1.3 การเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตและจากประสบการณ์ในสถานที่ปฏิบัติงาน ประสบการณ์จริงในการเรียนรู้จริยธรรมแห่งชีวิต

2. การวิเคราะห์ตนเอง
2.1 การฟังคิดเห็นเชิงวิพากษ์จากคำพูดและอากัปกิริยาจากบุคคลรอบข้าง เช่น จากเพื่อนร่วมงาน จากครอบครัว
2.2 การวิเคราะห์ตอนเองเกี่ยวกับความคิด ความต้องการเจตคติการทำ และผลกระทำ
2.3 ค้นหาความรู้จากแหล่งต่างๆ เช่น ตำรา บทความ
2.4 เข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาจิตใจ ทำให้จิตใจได้รับการเปลี่ยนแปลงเกิดปัญญารับรู้ตนเอง

3. การฝึกตนเอง
3.1 การฝึกวินัยขั้นพื้นฐาน เช่น ความขยันหมั่นเพียร การพึ่งตนเอง
3.2 การรักษาศีลตามความเชื่อของศาสนา ศีลเป็นตัวกำหนดที่จะทำให้งดเว้นในกาที่จะทำชั่วร้ายใดๆ
3.3 การทำสมาธิ เป็นการฝึกการตั้งมั่นของจิตใจ
3.4 ฝึกการเป็นผู้ให้ เช่น การรู้จักให้อภัย รู้จักการแบ่งปันความรู้ เป็นต้น


จะเห็นได้ว่ายังไม่มีรูปแบบการตัดสินใจทางจริยธรรมไว้อย่างชัดเจน จึงกล่าวได้ว่า การตัดสินใจทางจริยธรรมเป็นการวิเคราะห์ตัวแบบการตัดสินใจที่เป็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
การตัดสินใจของบุคคลว่าการกระทำใดถูก ผิด ควรทำหรือไม่ควรทำ มีค่าหรือไม่มีค่า สำคัญหรือไม่สำคัญจัดเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมเป็นตัวทำหน้าที่กำหนดเป้าหมาย และสร้างแรงจูงใจให้บุคคลมุ่งสู่เป้าหมายที่ต้องการ

1 หลักจริยศาสตร์ของคานท์
คานท์ มีความหมายว่า ดี ชั่ว ถูก ผิด จะต้องเป็นสิ่งตายตัวคือถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งกระทำเป็นอันดีมันต้องดีเสมอ โดยไม่เลือก เวลา สถานที่ สิ่งแวดล้อม เช่นการพูดความจริง บางเวลาก็ดีบางเวลาก็ไม่ดี

2 ประโยชน์นิยม
เชื่อว่าประโยชน์สุขเป็นเครื่องตัดสินการกระทำของมนุษย์ว่าดี ชั่ว ถูกผิด ชอบไม่ชอบ ตัวตัดสินอันไหนประโยชน์สุขมากกว่าถือว่าดีกว่า แต่ประโยชน์สุขที่ว่านี้คือประโยชน์สุขของคนทั่วไปไม่ใช่ประโยชน์สุขของผู้กระทำเอง

3. มโนธรรมสัมบูรณ์
คือความสำนึกที่มนุษย์ทุกคนมีโดนธรรมชาติ ในฐานะที่เป็นมนุษย์ ที่ทำให้เราตัดสินใจได้ว่าอะไรผิดอะไรถูก มีลักษณ์แก่นแท้ของมันเช่น เกลือย่อมเค็มเสอม ไฟย่อมร้อนเสมอ
4. จริยธรรมแบบสัมบูรณ์
เชื่อว่าทางคุณค่าทางจริยธรรมหรือความดีความชั่วเป็นค่าที่มีของจริงในตัวเอง แนวคิดสัมบูรณ์นิยมจะต้องสอดคล้องกับแนวคิดทางศาสนาโดยทั่วไป คือ ความดีความชั่วเป็นสิ่งที่มีจริงอย่างแน่นอนตายตัว

5. สัมพันท์นิยม
เชื่อว่าความดีความชั่วมิได้มีคุณค่าที่ดีอยู่ในตนเองแต่ขึ้นอยู่กับสิ่งอื่น เช่น การพูดปดจะถูกผิดดีชั่วยังตอบไม่ได้จนกว่าจะทราบก่อนว่าใครโกหกใคร โกหกทำไมโกหกแล้วเป็นอย่างไร ถ้าโกหกแล้วเป็นผมดีก็ถือว่าไม่ผิด
6 เกณฑ์การตัดสินจริยธรรมในทางพระพุทธศาสนา
โดยเหตุที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาเพราะ มีบทบาทมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตการอยู่ร่วมกันในสังคม ดังนั้น ความดี ชั่ว ถูก ผิดของจริยธรรม ควรใช้เกณฑ์ตัดสินใจตามหลักพุทธศาสนาด้วย

7.เกณฑ์ตัดสินใจจริยธรรมของนักสังคมวิทยา
แบ่งออกเป็น3ประเภท คือ
1 วิถีประชา เป็นความประพฤติเหมาะสมดีงาม ปฏิบัติกันมานานจนเกิดความเคยชิน เช่น ขนม ประเพณี แบบแผน กิริยามารยาท การมีสัมมาคาราวะ การรู้จักที่ต่ำที่สูง
2จารีตประเพณีหรือกฎศีลธรรม เป็นบรรทัดฐานทางสังคมอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับของห้ามของสังคมที่มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ทางสังคม
3 กฎหมาย เป็นบทบัญญัติที่เป็นลายลักษณ์อักษร แล้วมีหน่วยบังคับของรัฐ มีการลงโทษอย่างมีแบบแผน

นางสาวกฤษณา รกไพร 57114266

นายธีรศักดิ์ อินทร์ศร 57115537
นายชัยธวัช หอมรส 57115784

นางสาวสุภาพร ศรีนวล 57117719

นายกฤต ไปรเวท 57470221

นางสาวพรยาณี ธรรมใจ 57116134

นางสา สุพรรณนิศา วิเศษโวหาร 57117630

เสนอ
ดร.พงษ์สนิท คุณนะลา

วิชาศาสนากับการเมือง (147323)
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559
หลักสูตรรัฐศาสตร์บัณฑิต
คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์


จัดทำโดย
ปัญหาเกี่ยวกับจริยธรรม
ปัญหาทางจริยธรรม
3. การฝึกตนเอง
3.1 การฝึกวินัยขั้นพื้นฐาน เช่น ความขยันหมั่นเพียร การพึ่งตนเอง
3.2 การรักษาศีลตามความเชื่อของศาสนา ศีลเป็นตัวกำหนดที่จะทำให้งดเว้นในกาที่จะทำชั่วร้ายใดๆ
3.3 การทำสมาธิ เป็นการฝึกการตั้งมั่นของจิตใจ
3.4 ฝึกการเป็นผู้ให้ เช่น การรู้จักให้อภัย รู้จักการแบ่งปันความรู้ เป็นต้น

การตัดสินใจทางจริยธรรม
4 จริยธรรมแบบสัมบูรณ์
เชื่อว่าทางคุณค่าทางจริยธรรมหรือความดีความชั่วเป็นค่าที่มีของจริงในตัวเอง แนวคิดสัมบูรณ์นิยมจะต้องสอดคล้องกับแนวคิดทางศาสนาโดยทั่วไป คือ ความดีความชั่วเป็นสิ่งที่มีจริงอย่างแน่นอนตายตัว

การตัดสินใจทางจริยธรรม
Full transcript