Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ยุคสมัยดนตรีสากล

No description
by

Sakon Naksook

on 7 August 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ยุคสมัยดนตรีสากล

ยุคสมัยของดนตรีตะวันตก
แบ่งออกเป็น 7 ยุค ได้แก่
1. ยุคกลาง (Middle Ages)
- ยุคนี้คือ ช่วงเวลาระหว่างศตวรรษที่ 5-15 (ราว ค.ศ. 450-1400)

- ดนตรีในยุคนี้เป็น vocal polyphony คือ เป็นเพลงร้องโดยมีแนวทำนองหลายแนวสอดประสานกัน
ซึ่งพัฒนามาจากเพลงสวด (Chant) และเป็นเพลงแบบมีทำนองเดียว (Monophony) 
- ในระยะแรกเป็นดนตรีที่ไม่มีอัตราจังหวะ (Non-metrical) รูปแบบของเพลงเป็นแบบล้อทำนอง (Canon)

- เครื่องดนตรีที่ปรากฏ ได้แก่ ซอวิแอล (Vielle) ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ (Recorder) ลิวต์ (Lute)
- นักประพันธ์เพลงที่ปรากฏในยุคกลาง
1. เลโอนิน (Leonin ประมาณ 1130-1180)
- เป็นผู้ควบคุมวงขับร้องประสานเสียงของกลุ่มนอเตอร์ เดมณ กรุงปารีส เขารวบรวมเพลงออร์แกนนั่ม ซึ่งเป็นเพลงโบสถ์ในพิธีต่าง ๆ ตลอดทั้งปีไว้ในหนังสือชื่อ “Great Book of Organum”
2. แลนดินี (Francesco Landini ประมาณ 1325-1397)
- เป็นบุตรของจิตรกร ตาบอดมาตั้งแต่เด็กจึงหันมาศึกษาดนตรีมีชื่อเสียงในฐานะ นักออร์แกนที่สามารถเล่นได้อย่างไพเราะ
- แนวการประพันธ์ของแลนดินีมีลักษณะของความเป็นตัวของตัวเองมาก บทเพลง
ร้องหลายแนว ประเภทเพลงคฤหัสถ์มีชื่อเสียง

2. ยุครีเนซองค์ (Renaissance Period) หรือ (ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ)
- เป็นดนตรีในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15-16 (ราว ค.ศ. 1450-1600)

- บทร้องใช้โพลีโฟนี (Polyphony) ส่วนใหญ่ใช้ 3-4 แนว ในศตวรรษที่ 16
ได้ชื่อว่า “The Golden Age of Polyphony”

- มีการพัฒนา Rhythm ในแบบ Duple time และ Triple time ขึ้น

- การประสานเสียงใช้คู่ 3 ตลอด และเป็นสมัยสุดท้ายที่มีรูปแบบของขับร้องและบรรเลงเหมือนกัน
- เครื่องดนตรีที่ปรากฏ ได้แก่
- เครื่องดนตรีในสมัยนี้ที่นิยมใช้กันได้แก่ เครื่องสายที่บรรเลงด้วยการใช้คันชัก
ได้แก่ ซอรีเบค (Rebec) คลาวิคอร์ด ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ ปี่ชอม ปี่คอร์เน็ต แตรทรัมเปต และแตรทรอมโบนโบราณ เป็นต้น
นักประพันธ์เพลงที่ปรากฏ
1. ดันสเตเบิล (John Dunstable, ประมาณ 1390 –1453)
-ผู้ประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ ซึ่งนอกจากมีชื่อเสียงเรื่องการประพันธ์เพลงแล้ว
ยังเป็นนักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์อีกด้วย เป็นผู้ทำให้วงการดนตรี
รู้จักและยกย่องดนตรีของชาวอังกฤษ
2. จอสกิน เดอส์ เพรซ์ (Josquin des Prez, ประมาณ 1440 -1521)
- ผู้ประพันธ์เพลงชาวเนเธอร์แลนด์ผู้ที่ทำงานให้สันตะปาปา และ
เป็นผู้นำการแต่งเพลงประสานเสียงซึ่งทำให้ผู้ฟังเห็นถึงความสดใส
และความมีพลังของการขับร้อง
3. ยุคบาโรค (Baroque Period)
- เป็นยุคของดนตรีในระหว่างศตวรรษที่17-18 (ราว ค.ศ. 1600-1750)

- มีการใช้ลักษณะการใส่เสียงประสาน(Homophony) เริ่มนิยมการใช้เสียง
เมเจอร์ และไมเนอร์      
- การใช้ลักษณะของเสียงเกี่ยวกับความดังค่อย  เป็นลักษณะของความ
ดัง-ค่อย มากกว่าจะใช้ลักษณะค่อยๆ ดังขึ้นหรือค่อยๆลง  (Crescendo, diminuendo)  

- มีคีตลักษณ์ (Form) ใหม่ ๆ เกิดขึ้นหลายแบบ
-ในสมัยบาโรกนี้การบันทึกตัวโน้ตได้รับการพัฒนามาจนเป็นลักษณะ
การบันทึกตัวโน้ตที่ใช้ในปัจจุบัน คือการใช้ บรรทัด 5 เส้น
นักประพันธ์เพลงที่ปรากฏ

1. วิวัลดี (Antonio Vivaldi,1678-1741)

ผู้ประพันธ์เพลงและนักไวโอลินชาวอิตาเลียน เกิดปี 1678 ที่เมืองเวนิส เป็นลูกของนักไวโอลินประจำโบสถ์เซ็นต์มาร์ค (St.Mark’s) ในเมืองเวนิส วิวัลดีได้รับการฝึกฝนเบื้องต้นทางด้านดนตรีจากพ่อ
ผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของวิวัลดีได้แก่ คอนแชร์โต กรอซโซ ชุด
“The Four Seasons”
2. บาค (Johann Sebastian Bach 1685-1750)
บาคเป็นนักออร์แกนและคลาเวียร์ที่มีฝีมือยอดเยี่ยม
ผลงานที่มีชื่อเสียงมีมากมายแต่ขอยกตัวอย่างคือ Air on a G String
4. ยุคคลาสสิค (Classical period)
- เป็นยุคที่ดนตรีมีกฎเกณฑ์แบบแผนอย่างมาก อยู่ในระหว่างศตวรรษที่ 18 
และช่วงต้นศตวรรษที่ 19 (ค.ศ. 1750-1825)

- ลักษณะของบทเพลงมีความสวยงามมีแบบแผน มีการใช้ลักษณะของเสียง
เกี่ยวกับความ
ดังค่อย
เป็นสำคัญ   

- การบรรเลงโดยใช้วงและการเดี่ยวดนตรีของผ
ู้เล่นเพียงคนเดียว( Concerto)
เป็นลักษณะที่นิยมในยุคนี้  

- บทเพลงประเภทซิมโฟนีมีแบบแผนที่นิยมกันในยุคนี้เช่นเดียวกัน คือ       
เพลงเดี่ยว(Sonata) 

นักประพันธ์เพลงที่ปรากฏ
1. โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart 1756-1791)

- ผู้ประพันธ์เพลงที่ยิ่งใหญ่อีกผู้หนึ่งในสมัยคลาสสิกเป็นชาว ออสเตรีย
- มีชื่อเสียงในงานประพันธ์ดนตรีประเภทซิมโฟนีเชมเบอร์มิวสิก
และโอเปร่าเมื่อเขาอายุ 4 ปี และเขียนซิมโฟนีชิ้นแรกเมื่อเขาอายุ 8 ปี
- โมสาร์ท ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งเพลงสตริงควอร์เท็ตอีกด้วย
2 . เบโธเฟน (Ludwig van Beethoven 1770-1827)

- เป็นผู้นำดนตรีในรูปแบบใหม่จากสมัยคลาสสิกมาสู่สมัยโรแมนติก
- มีชื่อเสียงในงานประพันธ์ดนตรีประเภทซิมโฟนี เชมเบอร์มิวสิก
ดนตรีสำหรับเปียโน แมส โอเปร่า และออราทอริโอ
- ในปี ค.ศ.1807 บีโธเฟน มีอาการหูหนวกอย่างถาวร
5. ยุคโรแมนติก (Romantic period)
- เป็นยุคของดนตรีระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 19 (ราว ค.ศ. 1825-1900)

- ลักษณะเด่นของดนตรีในยุคนี้ คือเป็นดนตรีที่แสดงความรู้สึกของนักประพันธ์เพลง
เป็นอย่างมาก ผลงานเพลงจึงเน้นความรู้สึกและอารมณ์ของผู้ประพันธ์เอง  

- เป็นยุคทองของศิลปะการดนตรีความเป็นอยู่เริ่มเปลี่ยนไป นักดนตรีหรือ
ผู้ประพันธ์เพลงทำงานเพื่อเจ้านายในราชสำนักน้อยลง
- ในยุคนี้เริ่มมีการจัดแสดงที่เรียกเก็บเงินค่าเช้าชมที่เรียกว่า จัดคอนเสิร์ต
นักประพันธ์เพลงที่ปรากฏ
1. ริชาร์ด วากเนอร์ (Richard Wagner, 1813-1883)
- ผู้ประพันธ์เพลงชาวเยอรมัน เกิดที่เมืองไลพ์ซิก (Leipzig)
- เขียนเพลงโอเวอร์เจอร์ ในบันไดเสียงบีแฟลตเมเจอร์
(Overture in B – Flat Major)และได้นำออกแสดงในปีเดียวกัน
2. เฟรเดอริก ฟรองซัวส์ โชแปง (Frederic Francios Chopin, 1810-1849)
- ผู้ประพันธ์เพลงและนักเปียโนเลือดผสมฝรั่งเศส - โปแลนด์
- ชื่อเสียงของโชแปงโด่งดังเพราะเขาได้พัฒนาบทเพลงสั้น ๆสำหรับเปียโน
หรือที่เรียกกันว่า
“Character Piece”

6. ยุคอิมเพรสชั่นนิสติค (Impressionistic Period หรือ
Impressionism)
- เป็นดนตรีอยู่ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1890 – 1910

- ลักษณะสำคัญของเพลงยุคนี้คือ   ใช้บันไดเสียงแบบเสียงเต็ม  ซึ่งทำให้บทเพลงมีลักษณะลึกลับ   คลุมเครือไม่กระจ่างชัด  
- รูปแบบของเพลงเป็นรูปแบบง่าย มักเป็นบทเพลงสั้นๆ
รวมเป็นชุด
- การประสานเสียงไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์  เหมือนกับยุคก่อนๆ 
นักประพันธ์ที่ปรากฏ
1.คลอด เดอบุสซี (Claude,Debussy,1862-1918)
- ผู้ประพันธ์เพลงชาวฝรั่งเศส
- ผลงาน เช่น Sirens เป็นเพลงที่ประพันธ์ขึ้นจากความประทับใจนกในนิยายกรีก
Clair de lune (Moon light)เป็นเพลงที่ประพันธ์ขึ้นจากความประทับใจ
ในแสงจันทร์
2. มอริส ราเวล (Maurice Ravel,1875-1937)
ผลงานที่มีชื่อเสียง
- Pavane for a Dead Princess 1899 ดนตรีหวานซึ้งราบเรียบนุ่มนวล
ชวนฟังให้จิตใจสงบ
7. ยุคศตวรรษที่ 20(Contemporary Period)
- ดนตรีในยุคศตวรรษที่ 20 เป็นยุคของการทดลองสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ  และนำเอา
หลักการเก่าๆ มากพัฒนาเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้เข้ากับแนวความคิดในยุคปัจจุบัน 
- ยุคนี้มีการใช้การประสานเสียงที่ฟังระคายหูเป็นพื้น (Dissonance) 

**** สรุปคือ โครงสร้างของเพลงในศตวรรษที่ 20  นี้มีหลากหลายมาก    สามารถนำสิ่งต่างๆตั้งแต่ยุค ก่อนๆ ที่ผ่านมาประพันธ์เพลงขึ้นตามใจชอบ   และยังมีแนวคิดใหม่ เพิ่มเข้าไปอีกด้วย  
นักประพันธ์เพลงที่ปรากฏ
1. อาร์โนลด์ โชนเบิร์ก (Arnold Schoenberg,1874-1951)
- เกิดที่กรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย
- เป็นผู้คิดค้นการแต่งเพลงโดยใช้แนวคิดใหม่คือใช้ ระบบทเว็ลฟ-โทน (Twelve Tone System) คือการนำเสียง สูง – ต่ำทั้งหมด 12 เสียง มาเรียงกันเป็นลำดับที่แน่นอน
2. เบลา บาร์ตอค (Bela Bartok, 1881-1945)

- ผลงานของบาร์ตอคที่น่าสนใจมีมากมายได้แก่ โอเปร่า Duke Bluebeard’s Castle,
บัลเลท์ The Miraculous Mandarin เปียโนคอนแชร์โต 3 บท
ไวโอลินคอนแชร์โต 2 บท สตริงควอเตท 6 บทและดนตรีส าหรับเปียโนอีกมากมาย โดยเฉพาะชุด Mikrokosmos บทเพลงสำหรับฝึกเทคนิคการเล่นเปียโนกว่า150 บท
Full transcript