Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

บทที่ ๗ ทฤษฎีเกียวกับการพัฒนาพื้นที่

บทที่ ๗ ทฤษฎีเกียวกับการพัฒนาพื้นที่
by

rattikal papalkan

on 25 September 2013

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of บทที่ ๗ ทฤษฎีเกียวกับการพัฒนาพื้นที่

๑. แนวคิดเกี่ยวกับเมืองหลัก
แปรูมีความคิดว่าการพัฒนาเศรษฐกิจมิได้เกิดขึ้นทุกแห่งในเวลาเดี่ยวกันแต่จะ
ปรากฎขึ้นตรง “ขั้ว”(pole) อันความเข้มต่างกัน ขั้ว ที่มีความหมายคล้ายคำว่า สถานประกอบการหรืออุตสาหกรรมการผลิตหรือกลู่มสถานประกอบการคำจำกัดความในระยะแรกจึงมีความกว้างขว้าง
๓. จากแปรูสู่เฮิร์แมน มิดาล และฟรีดแมนน์
แนวความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาภูมิภาคโดยอาศัยการพัฒนาเศรษฐกิจ และการลงทุนเพื่อความสมดุลทางด้านการตั้งถิ่นฐาน การกระจายประชากร และความเจริญของภูมิภาคหรือประเทศ ในที่สุดจึงมุ่งตรงไปยังทฤษฎีเมืองหลักใจความสำคัญทฤษฎีนี้ยอมรับในเรื่องความด้เปรียบจากขนาด หรือการเกาะกลุ่มของสถานประกอบการ ภาวะครอบงำและการกระตุ้นและปฏิสัมพันธ์ทางพื้นที่ ผลจะเกิดเชื่อว่าต้องมาจากการลงทุนของรัฐและติดตามด้วยปฏิกิริยาตอบสนองจากภาคเอกชน โดยเน้นกิจกรรมต่างๆ
๔. การนำแนวคิดเกี่ยวกับเมืองหลักไปใช้
สำหรับในประเทศอื่นได้นำเอาแนวความคิดเกี่ยวกับเมืองหลักไปปรับใช้กับแหล่งตั้งถิ่นฐานที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของเขตมหานครด้วย เพื่อป้องกัน
มิให้เกิดการแผ่ขยายตัวเมืองมากกว่าเท่าที่เป็นอยู่เช่นในประเทศเนเธอร์แลนด์
สหราชอาณาจักรและในหลายประเทศ ได้นำแนวคิดนี้ไปใช้กับเมืองหลัก
ที่มีประชากรน้อยกว่านั้น คือขนาดแหล่งตั้งถิ่นฐานที่เล็กลงมา โดยเฉพาะ
ประเทศที่กำลังพัฒนา ในทวีปแอฟริกาอันเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศษ
๒. การปรับปรุงแนวความคิดของแปรู
บรรดาผู้ร่วมงานของแปรูต่างเห็นความสำคัญของพื้นที่ซึ่งเมืองหลังตั้งอยู่ มากกวื้นที่ลอยๆ จึงนิยมใช้ growth center มากกว่า โดยเฉพาะแนวคิดของ จั้ก บูดวิลล์ นั้นเน้นความใหญ่โตของสถานประกอบการเขากล่าวว่าการเกิด
ชุมชนเมืองในศตวรรษที ๒๐ ทำให้ศูนย์หดตัวและขยายตัว การศึกษา
เศรษฐกิจภูมิภาคจึงเกิดขึ้นตามศูนย์ที่เด่นชัดเฉพาะพื้นที่เป็นแห่งๆ ไป
บทที่ ๗
ทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่

https://www.google.com.pk/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&source=images&cd=&cad=rja&docid=5rCLVGwBwxbD8M&tbnid=00lWh0kYH3LSpM:&ved=0CAUQjRw&url=http%3A%2F%2Ftnahra.wordpress.com%2F1%2F&ei=H-o_UvjsOMqU0AXx6YHQDg&bvm=bv.52434380,d.d2k&psig=AFQjCNHOxCuk58hvlT9WItioMsL-bHs9bA&ust=1380006485310426
https://www.google.com.pk/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&source=images&cd=&cad=rja&docid=VfFFAyVRVX5h3M&tbnid=8JTyXkqLkPTZtM:&ved=0CAUQjRw&url=http%3A%2F%2Fen.wikipedia.org%2Fwiki%2FFran%25C3%25A7ois_Perroux&ei=Ku0_UuPaAevL0AXx24HgDw&psig=AFQjCNHbgyanMZyk1cfbH-W4II4Auw3MMw&ust=1380007581953983
๓.๑ แนวคิดของเฮร์ชแมน เฮร์ชแมนได้เสนอแนวความคิดเชิงยุทธวิธีขยายตัวแบบ
ไร้สมดุลว่าเป็นการวางแผนพัฒนาคล้ายคลึงกับของ
แปรูนั้นเอง เขาเชื่อเหมือนแปรูว่าการพัฒนาเกิดจาก
ภาคเศรษฐกิจที่นำหน้าและส่งความเจริญไปยังภาคอื่นๆ
จากอุตสาหกรรมหนึ่งไปสู่อีกอย่างหนึ่งจากสถาน
ประกอบการหนึ่งไปสู่อีกแห่งหนึ่ง และมองการ
พัฒนาเป็นผลพวงของความ
๓.๒ แนวความคิดของมิดาล มิดาลได้เสนอทฤษฏีเกี่ยวกับการพัฒนาที่เรียกว่า วงจรแห่งเหตุ (circular causation) และผลแห่งการสะสม (cumulative effect) ว่ามีความเหมาะสมกับกระบวนการ
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม มากกว่าแบบจำลองความเจริญ
แบบสมดุลและมั่นคง เขาเชื่อว่าความสมดุลทางเศรษฐกิจ
จะเกิดขึ้นจากอิทธิพลของตลาดย่างเดียวไม่ได้ และระบบ
สังคมมิได้ยืนหยัดอยู่ในความสมดุล
๓.๓ แนวความคิดของฟรีดแมนน์ นักวางแผนผู้เห็นว่า เมืองคือรูปแบบหนึ่งของการตั้งถิ่นฐานจัดเป็นระบบสังคมอันตั้งอยู่ใน
พื้นที่ภูมิศาสตร์ มีทำเลชัดเจนในระบบการตั้งถิ่นฐานอันสัมพันธ์กันซึ่ง
เริ่มจากหมู่บ้านขึ้นไปจนถึงเมกะโลโปลิส การพัฒนาประเทศเกิดขึ้นภาย
ในโครงข่ายปฏิสัมพันธ์ทางสังคมนี้แต่แผ่ขยายไปในพื้นที่ที่ไม่เท่ากันใน
เวลาต่างกัน ฟรีดแมนน์เชื่อว่าแรงกระตุ้นการพัฒนาเกิดขึ้น ณ จุดหนึ่ง และส่งผ่านไปอีกจุดหนึ่งรูปแบบการตั้งถิ่นฐานจึงสร้างศักยภาพโครงสร้าง
สำหรับพัฒนา อันจะค่อยๆ แสดงออกทางภูมิภาค
https://www.google.com.pk/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&source=images&cd=&cad=rja&docid=txoZeyu6hakBcM&tbnid=l48J0gDvuPgnSM:&ved=0CAUQjRw&url=http%3A%2F%2Fwww.wegointer.com%2F2013%2F02%2F%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AA%25E0%25B9%258C-%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%2F&ei=YABAUuCJEuSW0AXq1YD4Dg&psig=AFQjCNELsKRF2wkXYFwwQF2AOMSfgm_hqw&ust=1380012385902596
ปัญหาในการนำทฤษฎีไปประยุกต์
ความล้มเหลวของนโยบาลเกิดจากหนทางและวิธีการที่จะนำไปประฎิบัติ เพราะแนวคิดเอง
ยังไม่กระชับ ใช้กับปริมาณวิเคราะห์ไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นการยอมรับแนวความคิดของนักการเมือง
หรือผู้นำเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นแบบฉาบฉวยแบบน่าสนใจมากกว่าที่จะเข้าใจในปัญหาของการนำไปใช้การยึดเอาเมืองหลักเป็นนโยบาย อาจต้องอาศัยโปรแกรมการวิจัยอย่างรอบคอบ พร้อมต้องยึดมั่นในโปรแกรมการพัฒนาในระยะไกลด้วย เพื่อช่วยให้เข้าใจตรงกัน จึงมีผู้เสนอแนะว่าน่าจะใช้วิธีการเหมือนกัน ในการกำหนดหรือเลือกเมืองหลักเพื่อการพัฒนา และเกณฑ์มีแนวโน้มไปในด้านปริมาณมากขึ้น
๕.๑ ระบุเมืองหลักโดยอาศัยหน้าที่ของแหล่งกลาง หมายความว่าให้พิจารณาจากบทบาทและหน้าที่ทาง
ด้านบริการของเมืองตามลำดับศักย์ เมืองที่อยู่ในลำดับ
ศักย์สูงสุดจะมีหน้าที่มากที่สุด และเมืองที่อยู่ในลำดับ
ศักย์รองๆ ลงไปหน้าที่ก็จะลดลง อาจใช้ขนาด
ส่วนวงกลมแทนหน้าท่ี่ซึ่งมีอยู่ตามแหล่งกลางดังกล่าว
๕.๒ ทำเลอันเป็นศูนย์รวม
ในกรณีนี้ให้ตรวจสอบระบบเครือข่ายการคมนาคมว่า
ศูนย์กลางหนึ่งๆ ติอต่อกับบริเวณรอบนอกอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในด้านการเคลื่อนที่ หรือการเคลือนไหวของ
ผู้คน สินค้า และบริการ แล้วจึงสามารถรากเส้นแสดง
บริเวณความสัมพันธ์ระหว่าง ศูนย์และพื้นที่รอบนอก
ตามเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ
๕.๓ ทำเลพื้นผิว คือรูปแบบความเข้มในการใช้ที่ดินอันแสดงด้วยเทคนิคของเส้นแสดงค่าเสมอภาคต่างๆ ดังเหมือนเส้นแสดงขั้นสูงของภูมิประเทศในกรณี
ของเมืองหลักการใช้พื้นที่อันเข้มและมีประสิทธิภาพจะปรากฎอยู่ตรง
ทำเลที่ตั้งทำแผนที่ออกมา ไม่ว่าเป็นแหล่งอุตสาหกรรม การกระจาย
ประชากร ราคาที่ดิน และแม้แต่เวลาในการเข้าใช้ทำเลหนึ่ง
๕.๔ อัตราการเพิ่มประชากร วิธีการที่เหมาะที่สุดและกำหนดได้ง่ายที่สุดคือ เปรียบเทียบอัตราการขยายตัว
ของประชากรในแหล่งตั้งถิ่นฐานขนาดต่างๆ แหล่งที่มีอัตราการขยายตัวสูง
น่าจะเป็นแหล่งของเมืองหลัก
๖. จุดยืนของทฤษฎีเมืองหลักและทฤษฎีแหล่งกลาง
ถ้าต้นกำเนิดของทฤษฎีเมืองหลักมีสาเหตุจากทฤษฎีแหล่งกลางจริง ทฤษฎีทั้งสองก็น่าจะเสริมซึ่งกันและกันได้ในการนำไปใช่ในเมื่อ
ทฤษฎีแรกเน้นด้านพลวัต ทฤษฎีหลังเน้นความสนใจตรงอยู่
ตรงกก้าวหนึ่งของทฤษฎีแหล่งกลางเท่านั้นประกอบกับการนำไปใช้ในลักษณะโดดเดี่ยวจึงไม่เป็นผล แท้ที่จริงแล้วน่าจะมอง
ระบบเมืองทั้งระบบมากกว่า

๗. ทฤษฎีเมืองหลักกับประเทศที่กำลังพัฒนา
แนวความคิดเกี่ยวกับเมืองหลักังไม่ได้บังเกิดผลนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนานั้นเอง แม้ว่าเมืองหลัก
ได้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดยุทธวิธีแก้ไขปัญหาและปรับปรุงการตั้งถิ่นฐาน ตามความเห็นของนักวิชาการหรือระบบนักวางแผน
ส่วนใหญ่ปัญหาอยู่ที่ระบบเมืองนั้นเอง ระบบเมืองหรือระบบ
การตั้งถิ่นฐานในประเทศที่พัฒนาแล้ว แตกต่างกับประเทศที่
กำลังพัฒนาในเอเซีย แอฟริกา และละติ อเมริกา กล่าวคือระบบเมือง
ของกลุ่มประเทศแรกเป็นไปตามกฎขนาด-อันดับ ส่วนของประเทศหลัง เป็นไปตามกฎเอกนคร

๘. ทฤษฎีการแพร่กระจายนวัตกรรม
ความจริงปัญหาทางวัตกรรมและการแพร่กระาย ได้รับความสนใจ
มานานแล้วในสาขาภูมิศาสตร์มนุษย์ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์เมือง และการตั้งถิ่นฐานก็เริ่มพอๆ กัน เมื่อกล่าวคือระบบเมืองทำเลของการ
ตั้งถิ่นฐานและการแพร่กระจายและการยอมรับนวัตกรรมได้ปรากฎหลักฐานอยู่ในตำราภูมิศาสตร์มากมาย แฮเกอร์สแตรนด์ ได้แบ่งการแพร่กระจายออกเป็น ๒ ประเภทคือ การแพร่กระจายในแนวนอน คือกระบวนการซึ่งข่าวสาร วัตถุ ความคิด และอื่นๆ ส่วน การแพร่กระจายแบบย้ายแหล่ง คล้ายกับวิธีแรก ผิดกันตรงที่นวัตกรรมจะไม่อยู่
ในที่เดิมเลยหลังจากแพร่กระจายไปแล้ว เช่น การย้ายถิ่นฐานของพวก
นิโกจามลรัฐทางใต้ไปสู่มลรัฐทางเหนือของสหรัฐอเมริกา

สรุป
เท่าที่ได้กล่าวถึงทฤษฎีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มา ตั้งทฤษฎีแหล่งกลาง
ทฤษฎีหลักเมืองและทฤษฎีการแพร่กระจายซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการศึกษาแบบทัสถาน ที่เห็นชัดๆ ก็คือทฤษฎีมีค่าตรงสามารถชี้ให้เห็นตัวแปรพื้นฐานต่างๆ อันมีอิทธิพลต่อการจัดรูปแบบพื้นที่ การเพิ่มความเข้าใจในเรื่องนี้จึงต้องศึกษา
ทั้งเชิงทฤษฎีและกรณีศึกษาประกอบกันดังที่ทางวิชาภูมิศาสตร์เคยปฎิบัติกันมา

นางสาวรติกาล พละขันธ์
รหัสนักศึกษา 563170030106
สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
https://encrypted-tbn2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTmq9ij3SKWx6-PAEgUgPpuON4NpaU7J7TPS-av8c0xvlTBVCbO
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/f/f6/Gulf5..JPG
http://2.bp.blogspot.com/-omE7F0a4PFg/UF5lJGdORPI/AAAAAAAAFOs/7UODWom7P-E/s1600/The+Blank+Century.JPG
https://www.google.com.pk/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&source=images&cd=&cad=rja&docid=DR8pH6jdXzXS6M&tbnid=8pgxvxhRlvFMhM:&ved=0CAUQjRw&url=http%3A%2F%2Fecgh.blogspot.com%2F2009%2F07%2Fblog-post_18.html&ei=Km5CUqOnHYfPtAayk4HoDA&psig=AFQjCNETwex88PsJjC4dS2cdK5QXMnoc-g&ust=1380171668496524
https://encrypted-tbn2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQ4F3z5_Bsq7LWzyoaPQAOmb9tS1Fp16bC65P0n6A9baZsw31Tc8g
https://encrypted-tbn1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTr0CCktsLcVo02MW1eDR5SjhY7nKqvjG9zJ3S2oExTxQ11UNf-
https://encrypted-tbn1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRnn8XBIu4PDQAAD9TMt2F0-GdeUdyd8xGz5A3gje8_dBAaDsSSfA
Full transcript