Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ใช้ภาษาในการโต้แย้ง

No description
by

Angela Tsai

on 8 August 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ใช้ภาษาในการโต้แย้ง

ใช้ภาษาในการโต้แย้ง
เป็นการแสดงทรรศนะที่แตกต่างกันระหว่าง บุคคล 2 ฝ่าย ผู้แสดงทรรศนะต้องพยายาม หาเหตุผล สถิติ หลักการ อ้างข้อมูล และหลักฐานต่างๆ มาสนับสนุนทรรศนะ ของตนให้น่าเชื่อถือ และคัดค้านทรรศนะ ของอีกฝ่ายหนึ่ง

คือโครงสร้างของการแสดงเหตุผล เพราะ กระบวนการโต้แย้งต้องอาศัยเหตุผลเป็นสำคัญ ซึ่งการโต้แย้งจะต้องประกอบด้วย “ข้อสรุป” และ “เหตุผล”
ดังตัวอย่าง
โครงสร้างของการโต้แย้ง
การโต้แย้ง
หัวข้อและเนื้อหาของการโต้แย้ง
การโต้แย้งต้องกำหนดประเด็นในการโต้แย้ง
เพื่อ
1. ไม่ให้เกิดความสับสน
2. โต้แย้งกันให้ตรงประเด็น
ผู้ที่เริ่มการโต้แย้งควรเสนอสิ่งที่จะก่อ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ฝ่ายตรงข้ามอาจ คัดค้านการเปลี่ยนแปลงนั้น โดยอ้างเหตุผล มาหักล้าง เพื่อชี้ให้เห็นว่าข้อเสนอนั้น ไม่เหมาะสม หรือไม่มีประโยชน์
กระบวนการโต้แย้ง
กระบวนการโต้แย้ง
มี 4 ขั้นตอน
ดังนี้
1. การตั้งประเด็นในการโต้แย้ง
2. การนิยามคำสำคัญในประเด็น
ในการโต้แย้ง
3. การค้นหาและเรียบเรียงข้อสนับสนุน
ทรรศนะของตน
4. การชี้ให้เห็นจุดอ่อนของทรรศนะ
ฝ่ายตรงข้าม
กระบวนการโต้แย้ง
กระบวนการโต้แย้ง
กระบวนการโต้แย้ง
ขั้นที่1 การตั้งประเด็นในการโต้แย้ง
ประเด็นในการโต้แย้ง คือ คำถามที่ก่อให้
เกิดการโต้แย้ง ประกอบด้วยประเด็นหลัก และประเด็นรอง ผู้โต้ จะต้องรู้ว่ากำลัง
โต้แย้งเกี่ยวกับทรรศนะประเภทใดและโต้แย้งให้ตรงประเด็น แบ่งได้เป็น 3 ประเภท
1. การโต้แย้งเกี่ยวกับนโยบายเพื่อ
ให้เปลี่ยนแปลงสภาพเดิม
ฝ่ายเสนอ

ประเด็นที่ 1 ชี้ให้เห็นข้อเสียหายของสภาพเดิม
ประเด็นที่ 2 เสนอว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถ
แก้ไขข้อเสียหายได้
ประเด็นที่ 3 ชี้ให้เห็นผลดีของข้อเสนอ
ฝ่ายโต้แย้ง
ประเด็นที่ 1 ชี้แจงว่าไม่มีข้อเสียหาย หรือมีก็ไม่มากนัก
ประเด็นที่ 2 แย้งว่าข้อเสนอนั้นปฏิบัติได้ยาก
ประเด็นที่ 3 แย้งให้เห็นว่าเป็นตรงกันข้าม
2. การโต้แย้งเกี่ยวกับข้อเท็จจริง
ฝ่ายเสนอ

ประเด็นที่ 1 เรื่องนำมาอ้างมีอยู่จริง อยู่ที่ไหน
ประเด็นที่ 2 การตรวจสอบว่าเรื่องนั้นมีจริงๆ
สามารถตรวจสอบได้
ฝ่ายโต้แย้ง
ประเด็นที่ 1 แย้งว่าเรื่องนั้นไม่มีอยู่จริง
ประเด็นที่ 2 แย้งว่าได้ตรวจสอบแล้ว
แต่ไม่ปรากฏว่ามี


การโต้แย้งประเภทนี้จะมีความรู้สึกส่วนตัว
แทรกอยู่ด้วย ไม่อาจกำหนดประเด็นที่
แน่นอนลงไปได้
3. การโต้แย้งเกี่ยวกับคุณค่า
ขั้นที่2 การนิยามคำสำคัญใน
ประเด็นในการโต้แย้ง
การนิยาม คือ การกำหนดความหมายของคำว่า คำ ที่ต้องการจะโต้แย้งนั้นมีขอบเขตความหมายอย่างไร
เพียงใด เพื่อการโต้แย้งจะได้เข้าใจตรงกัน ไม่ให้สับสน

วิธีการนิยามอาจทำได้โดย
-ใช้พจนานุกรม -ใช้สารานุกรม
-นิยามด้วยการเปรียบเทียบ -ยกตัวอย่าง
ขั้นที่3 การค้นหาและเรียบเรียง
ข้อสนับสนุนทรรศนะของตน
การค้นหาข้อสนับสนุนทรรศนะของตน อาจค้นได้จาก การอ่าน การฟัง การสัมภาษณ์และการสังเกตด้วยตนเอง

ทรรศนะนั้นจะน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด
ขึ้นอยู่กับ ข้อสนับสนุนที่มาจากหลักฐาน
สถิติ ข้อเท็จจริงต่างๆ
จุดอ่อนในด้านการนิยามคำสำคัญ
นิยามที่ดีจะต้องชัดเจน รัดกุม
นิยามที่ไม่ดี เช่น ถ้อยคำที่เข้าใจยากจนสื่อความหมายไม่ได้
จุดอ่อนในด้านปริมาณและความถูกต้องของข้อมูล

หมายถึง ข้อมูลที่นำมาแสดงทรรศนะผิดพลาดหรือ
น้อยเกินไป ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ
จุดอ่อนในด้านสมมติฐานและวิธีการอนุมาน

สมมติฐานหรือการอนุมานจะด้วยวิธีใดก็ตาม
ต้องไม่เลื่อนลอย เป็นวิธีการอนุมานที่
ไม่มีความผิดพลาดถ้าชี้ให้เห็นว่า
สมมติฐานมีจุดอ่อนจะทำให้
ทรรศนะนั้นไม่น่าเชื่อถือ
กระบวนการโต้แย้ง
ขั้นที่4 การชี้ให้เห็นจุดอ่อนของ
ทรรศนะฝ่ายตรงข้าม
การวินิจฉัยเพื่อตัดสินข้อโต้แย้ง
การที่จะตัดสินว่าทรรศนะของฝ่ายใดควรแก่การยอมรับ หรือไม่ยอมรับนั้น มี 2 วิธี คือ
1. พิจารณาเฉพาะเนื้อหาสาระที่นำมาโต้แย้งกันเท่านั้น
2. พิจารณาโดยใช้ดุลพินิจในคำโต้แย้งของทั้งสองฝ่าย
โดยละเอียด

ข้อควรระวังในการโต้แย้ง
1. หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ พยายามทำใจให้
เป็นกลาง เคารพในเหตุผลของกันและกัน
โต้แย้งให้เป็น ไปในทางสร้างสรรค์
2. มีมารยาทในการโต้แย้ง ควรใช้ภาษาที่สุภาพ
เหมาะสมกับบุคคล สถานที่ และเนื้อหา
3. เลือกประเด็นในการโต้แย้งที่เป็นประโยชน์
และสร้างสรรค์
โดย แอง ภู ม.6
Full transcript