Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ปรัชญาของผู้ฝึกสอนกีฬา

No description
by

Toey Jirapa

on 24 November 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ปรัชญาของผู้ฝึกสอนกีฬา

ปรัชญาของผู้ฝึกสอนกีฬา (Philosophy of Coach)
ปรัชญา คือ วิชาที่ว่าด้วยหลักของความรู้และความเป็นจริง
ปรัชญา คือ กิจกรรมทางปัญญาและความคิดที่แสดงถึงความต้องการ
และการแสวงหาคำตอบให้กับสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดของ ความเป็นมนุษย์ ปรัชญาจึงเป็นกระบวนการที่ทำ ให้ความต้องการของมนุษย์เป็นจริง ภายใต้ของกรอบความรู้และศักยภาพในปัจจุบันที่มีอยู่ของมนุษย์

สำหรับผู้ฝึกสอนกีฬาหากไม่ทราบปรัชญาของการฝึกสอนแล้ว จะทำให้ขาดแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อจะไปสู่จุดหมายปลายทาง

ดังนั้นเพื่อให้การฝึกกีฬาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ฝึกสอนจำเป็นจะต้องทราบว่าขณะนี้ตนเองทำอะไรอยู่
ทำเพื่ออะไร ทำกับใคร และต้องทำอย่างไร

จรรยาบรรณ
ของผู้ฝึกสอนกีฬา
1. ผู้ฝึกสอนพึงระลึกอยู่เสมอว่าตนมีอิทธิพลมากในการปลูกฝัง
ให้นักกีฬาเป็นคนดี มีน้ำใจ มากกว่าการหวังผลชนะอย่างเดียว

2. ผู้ฝึกสอนพึงปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง

3. ผู้ฝึกสอนทำหน้าที่อย่างเข้มงวดในการป้องกันการใช้สารกระตุ้น
ในนักกีฬา

4. ผู้ฝึกสอนต้องไม่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ขณะทำหน้าที่

5. ผู้ฝึกสอนจะต้องทำหน้าที่ไปจนสุดสุดฤดูกาลแข่งขัน (จะไม่ละทิ้งหน้าที่)


คุณสมบัติของผู้ฝึกสอน
1. มีความรู้เชี่ยวชาญในกีฬาที่จะสอน สามารถสาธิต วิเคราะห์ วิจารณ์
หลักวิธีการฝึกการเล่นกีฬานั้นๆ ได้เป็นอย่างดี มีความใฝ่รู้ ขยันหมั่นเพียร
มานะอดทด และมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่

2. มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้กับนักกีฬาเป็นผู้ที่มีมนุษย์สัมพันธ์
ที่ดีเอาใจใส่นักกีฬาทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นผู้นำรู้จักวิเคราะห์วางแผนและ
ตัดสินใจในปัญหาต่างๆ ได้ดี

3. มีจิตวิทยาที่ดีและถูกต้อง และขวนขวายหาความรู้ใหม่ๆ ตลอดจนวิทยาการต่างๆ
ที่จะช่วยในการพัฒนาความสามารถของนักกีฬาให้ถึงจุดสูงสุด



หน้าที่และความรับผิดชอบ
ของผู้ฝึกสอน
ผู้ฝึกสอนกีฬา มีหน้าที่สำคัญที่สุดก็คือ การพัฒนานักกีฬาให้เป็น
ผู้ที่มีศักยภาพสูงสุดทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม
ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ฝึกสอน
จึงแบ่งเป็นหน้าที่หลักๆ 12 หน้าที่ ดังนี้

- หน้าที่ครู - หน้าที่บริหาร
- หน้าที่ผู้ฝึกสอนกีฬา - หน้าที่การให้ข่าวสารและข้อมูล
- หน้าที่ผู้ให้คำแนะนำ - หน้าที่นักสังคมสงเคราะห์
- หน้าที่ผู้ให้แรงจูงใจ - หน้าที่เพื่อน
- หน้าที่ผู้สร้างวินัย - หน้าที่นักวิทยาศาสตร์
- หน้าที่นักจัดการ - หน้าที่นักเรียน

ปรัชญาของผู้ฝึกสอนกีฬา
Thank you!
สิ่งที่ผู้ฝึกสอนต้องคำนึงถึงอีกประการที่สำคัญ คือ การจัดการกับสภาพจิตใจของนักกีฬา
ที่รับการฝึกสอนเนื่องจาก การแข่งขันย่อมมีผลแพ้ชนะ ความผิดพลาด เล็กๆ น้อยๆ
บางอย่างอาจส่งผลทางจิตใจแก่นักกีฬา รวมถึงกระทบต่อความคาดหวังของเพื่อนร่วมทีม
หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง การที่ไม่อาจทำตามแผนหรือฝึกนักกีฬาได้ตามตารางการฝึกซ้อม
ตลอดจนการเกิดความขัดแย้งในทีม แม้กระทั่งปัญหาส่วนตัวของนักกีฬาเอง ผู้ฝึกสอน
จำเป็นต้องรู้วิธีและหลักการที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว หากผู้ฝึกสอนไม่มีการใช้หลักปรัชญา
ที่ดีเข้ามาแก้ปัญหาแล้ว อาจส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์จนทำให้ทีมนั้นอาจล่มลงได้

ดังนั้นผู้ฝึกสอนจำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีปรัชญา นั้นคือ การความรู้ มาใช้เพื่อหาคำถาม
และคำตอบของแต่ละประเด็น นอกจากนี้ยังต้องมีความมุ่งมั่นจะเสียสละ ทั้งแรงกาย
แรงใจ รวมถึงทรัพย์สิน และเวลาส่วนตัว เพื่อจัดการอุปสรรคและโดยใช้หลักการที่ได้
สังเคราะห์ออกมา จึงกล่าวได้ว่า ปรัชญาของผู้ฝึกสอนกีฬา (Philosophy of Coach)
เป็น ปรัชญาประยุกต์ (Applied Philosophy) แขนงหนึ่ง
ผู้ฝึกสอนต้องมีความเป็นทั้งเพื่อน เป็นครู เป็นพี่ใหญ่
เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี เพราะผู้ฝึกสอนไม่ได้เป็นเฉพาะ
ผู้ให้สอนความรู้ให้ปฏิบัติ (Teaching) แต่ผู้ฝึกสอนมีฐานะ
เป็น (Coaching) ที่จะต้องรับเอาเทคนิคจากครู หรือความรู้
จากสาขาต่างๆ มาประยุกต์เป็นกลยุทธ์ และยุทธศาสตร์ รวมถึงการเป็นผู้สร้างแรงจูงใจให้กับนักกีฬา ผู้ฝึกสอนกีฬา
แต่ละคนอาจมีหลักปรัชญาแตกต่างกัน เช่นเชื่อว่า
"นักกีฬาที่เป็นเลิศ และประสบความสำเร็จคือนักกีฬาที่มีวินัย"
หรือ "การสร้างนักกีฬาที่มีชัย คือนักกีฬาที่ความสำเร็จ"
ซึ่งทั้ง 2 ปรัชญาจะทำให้ผู้ฝึกสอนแต่ละคนมีแนวทาง
และวิธีในการฝึกสอนที่แตกต่างกัน

แต่อย่างไรก็ตามจุดมุ่งหมายของผู้ฝึกสอนทั้งสอง มีจุดหมาย
เดียวกันคือ “การสร้างความสำเร็จให้แก่ทีมและนักกีฬา”
แต่อย่างไรก็ตามไม่มีทางลัดใดๆ ที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ
หากไม่มีการฝึกซ้อม วิธีการ ขั้นตอน และกระบวนการจัดการที่ดี
เนื่องจากการฝึกกีฬาแต่ละชนิด ต้องมีการเตรียมการการวางแผน
และเวลาที่มากพอที่จะสร้างทักษะ หรือเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับ
นักกีฬา รวมถึงต้องมีการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก

ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวจึงต้องอาศัยผู้ฝึกสอนที่มีปรัชญาของ
ผู้ฝึกสอนกีฬาที่ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นให้นักกีฬาทำการ
ฝึกซ้อมหรือการแข่งขันให้สุดความสามารถเป็นเป้าหมายแรก
ส่วนผลของการแข่งขันเป็นลำดับรอง


การใช้หลักปรัชญาใน การเป็นผู้ฝึกสอนและการสอน ผู้ฝึกสอนจำเป็นต้องเข้าใจว่าการฝึกเป็นสิ่งเฉพาะบุคคล เพราะมนุษย์มีความแตกต่างการสร้างรูปแบบการฝึก
ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงเป็นสิ่งจำเป็น

เนื่องจากรูปแบบการฝึกที่ประสบผลดีกับบุคคลหนึ่ง
อาจไม่ได้ผลกับอีกบุคคล หนึ่งก็ได้ กีฬา ชนิดหนึ่งๆ จึงอาจมีวิธีการฝึกฝนได้หลายแบบ ผู้ฝึกสอนจึงจำเป็น
จะต้องมีความรู้ ได้รับการศึกษา การอบรม และการปฏิบัติ
มาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เฉพาะอ่านตำราแล้วผู้ฝึกสอน
จะสามารถเป็นผู้ฝึกได้และสำหรับผู้ที่ผ่านประสบการณ์
การเป็นนักกีฬาที่ได้รับการฝึกสอนมาก่อนจะยิ่งสามารถ
สังเคราะห์ความรู้จากประสบการณ์ที่ได้รับออกมาเป็น
แนวทางการฝึก สอนได้ดีกว่าผู้ฝึกสอนทั่วไปที่ไม่มีประสบการณ์ตรง

จิตวิทยาของผู้ฝึกสอน
การสร้างแรงจูงใจ
การเป็นผู้ฝึกสอนกีฬา ที่ดีจำเป็นต้องเข้าใจพื้นฐาน
ของจิตวิทยาการและสามารถนำมาปรับใช้กับผู้ที่ตน
ฝึกสอนให้เหมาะสมกับละคน

เนื่องจากผู้ที่ฝึกหัดกีฬากว่าจะชำนาญได้นั้น ต้องผ่าน
การทำบ่อย ทำซ้ำ เป็นเวลานานๆ มากกว่าผู้ที่เริ่มต้น
ฝึกกีฬาจะสามารถสร้างสภาวะของร่างกายให้สัมพันธ์
กับระบบประสาทและสมองเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม
ของตนได้ จึงถือเป็นเรื่องยาก





การฝึกซ้อมอย่างจำเจจะก่อให้เกิดความเบื่อหน่าย ความเครียด ในอดีตผู้ฝึกสอนมักใช้วิธีบังคับให้ทำหรือฝึกต่อไป ซึ่งส่งผลให้นักกีฬาผู้เริ่มต้นหลายคนสะสมความไม่พอใจ หลายคนล้มเลิกหมดกำลังใจถาวรเลิกเล่นกีฬาชนิดนั้นไปเลย สำหรับในปัจจุบันเด็กไทยมีสภาพการเรียนรู้และเติบโตต่าง
ออกไปจากสมัยก่อน


หากผู้ฝึกสอนขาดการใช้จิตวิทยาในการฝึกสอน
จะส่งผลร้ายอย่างมาก ดังนั้นโค้ช หรือ ผู้ฝึกสอน
จึงต้องเป็นตัวจักรสำคัญในการกระตุ้นและเพิ่ม
แรงจูงใจให้กับนักกีฬา นอกเหนือการสอน
กติกาหรือแท็คติค ความรู้
หลักในการสร้างแรงจูงใจ
เนื่องจากโค้ช หรือ ผู้ฝึกสอน ต้องมีความสัมพันธ์
กับนักกีฬาในฐานะ เป็นทั้งผู้ให้-ผู้รับ มีบทบาทใน
การให้ความรู้ บทบาทในการเตรียมทีม และช่วยเหลือ
นักกีฬาและ เป็นแม่แบบให้กับนักกีฬา

ดังนั้นโค้ชจึงต้องผู้สร้างเป็นแรงจูงใจให้กับนักกีฬา การสร้างแรงจูงใจเชิงบวกจะทำให้นักกีฬาสามารถ
กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือฝึกซ้อมซ้ำๆ ได้นาน


แรงจูงใจ ( Motivation)
แรงจูงใจ ( Motivation) คือ ตัวกำหนดความแรงความตั้งใจและ
ควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ แรงจูงใจเป็นตัวกำกับพฤติกรรมของ
มนุษย์ที่จะให้ถอยหนี หรือเผชิญหน้าสถานการณ์ต่างๆและ ความตั้งใจ
ที่จะประพฤติกรรมหรือพยายามที่จะบรรลุตามเป้าประสงค์

ดังนั้น แรงจูงใจจึงเป็นตัวกำหนดระดับความตั้งใจ ความพยายามที่
จะกระทำ มีความมุ่งมั่นที่จะกระทำ หรือปฏิบัติ ดังนั้น แรงจูงใจจึง
มีผลต่อการฝึกซ้อม และช่วงการเป็นนักกีฬานานๆ ซึ่งผลสุดท้าย
คือมีผลต่อคุณภาพความสามารถในการเล่น ประเภทของแรงจูงใจ
แรงจูงใจแบ่งได้ 2 ชนิด

แรงจูงใจภายใจและภายนอกสัมพันธ์กัน
หากนักกีฬาประเมินความสามารถ หรือการรับรู้ตนว่ามีความสามารถ
( perceive competence)
ความภูมิใจในตัวเอง (Self-esteem)

แรงจูงใจภายนอก ( Extrinsic)
แรงจูงใจภายนอก ( Extrinsic) คือเงิน รางวัล
วัตถุ ตำแหน่งแชมเปี้ยน การได้รับแรงเสริมจาก
โค้ช คนใกล้ชิด ผลย้อนกลับและชื่อเสียง
การยอมรับจากผู้อื่น จึงทำให้ต้องการที่จะ
ประสบผลสำเร็จจากการเล่นกีฬา

แรงจูงใจภายใน (Intrinsic)
แรงจูงใจภายใน (Intrinsic) แรงจูงใจที่เกิดขึ้นภายใน
ตัวนักกีฬาเอง ก็คือความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง การรับรู้ว่าตนมีความสามารถที่จะประสบผลสำเร็จ มีความก้าวหน้าในกิจกรรมกีฬาที่ตนเองกระทำอยู่
ความต้องการหรือความพยายามที่จะเอาชนะกิจกรรม
ที่ท้าทายความสามารถหรือบรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้

4.มีสุขภาพและบุคลิกภาพที่ดี มีกำลังใจที่เข้มแข็งไม่ย่อท้อต่อปัญหาและ
อุปสรรคทั้งปวง มีจิตใจดี อารมณ์แจ่มใส สุภาพอ่อนโยน และเป็น
แบบอย่างที่ดีให้กับนักกีฬา

5.มีวิสัยทัศฯและกลยุทธ์ที่ดีในการพัฒนาทีมและนักกีฬา
ให้ประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมายที่วางไว้

6.มีน้ำใจนักกีฬารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และให้การสนับสนุน
การแข่งขันอย่างยุติธรรม

6. ผู้ฝึกสอนต้องรู้โปรแกรมการแข่งขันและการวางแผนเป็นอย่างดี โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์จากช่องว่างของกติกา

7. ผู้ฝึกสอนต้องส่งเสริมความมีน้ำใจนักกีฬา

8. ผู้ฝึกสอนต้องเคารพกฎกติกา โดยไม่ส่งเสริมให้ผู้เล่นและผู้ดูต่อต้าน
ผู้ตัดสินและผู้จัดการแข่งขัน

9. ผู้ฝึกสอนต้องจัดให้มีการประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน ในกฎกติกาการแข่งขัน

10. ผู้ฝึกสอนต้องไม่บีบบังคับให้อาจารย์พิจารณาผลการเรียน
ของนักกีฬาเป็นกรณีพิเศษ

11. ผู้ฝึกสอนจะไม่สอดแนมทีมคู่ต่อสู้เพื่อล้วงความลับของคู่ต่อสู้


สมาชิกในกลุ่ม

นางสาวจิราพร วิรันทนา 5712625085
นางสาวจิราภา สืบวงศ์รอด 5712625093
นางสาวณัฏฐกานต์ จันทร์ธรรม 5712625101
นายวิชญ์พล รัตนสุวรรณ 5712625119
นางสาวสิราวรรณ จูห้อง 5712625127
นางสาวหัสดาพร เร่บ้านเกาะ 5712625135
นางสาวอภิสรา สอนพา 5712625143
นางสาวผกาวดี พงษ์สระพัง 5712625150
นางสาวดลฤทัย แก้วพวง 5712625192
นางสาวทิฆัมพร ประวิเศษ 5712625200
นางสาวภัคศิริ เศรษฐชาติกุล 5712625218
นางสาวหทัยทิพย์ ชาญสมร 5712625234
นางสาวมัณฑิตา กาญวัฒนะกิจ 5712625242
นายวชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ 5712625267
นายณฐภัทร ลิ่มพานิช 5712625283
Full transcript