Introducing
Your new presentation assistant.
Refine, enhance, and tailor your content, source relevant images, and edit visuals quicker than ever before.
Trending searches
peptic ulcer เกิดจากความเสียสมดุลระหว่าง ปริมาณกรดที่หลั่งในกระเพาะอาหาร กับความต้านทานต่อกรด
ของเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ ถ้าหากมีการหลั่งกรดมากเกิน หรือความต้านทานต่อกรดลดลง ก็ทำให้เกิดแผลเพ็ปติกขึ้นได้ และหากเกิดแผลในกระเพาะอาหารนานๆแล้วไม่ได้รับการรักษาจึงทำให้เกิดการทะลุ
-Helicobacter pylori is implicated in 70–92% of all perforated duodenal ulcers
-Non-Steroidal Anti inflammatory Drugs such as NSAID
- การสูบบุหรี่
- ความเครียดทางอารมณ์
- แผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้น ยังอาจพบร่วมกับโรคอื่น ๆ เช่น ภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกิน
(Hyperparathyroidism) ซึ่งจะมีภาวะแคลเซียมสูง และแคลเซียมกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดมาก, กลุ่มอาการซอลลิงเกอร์-เอลลิสัน (Zollinger-Ellison syndrome) ซึ่งเป็นเนื้องอกในตับอ่อนและลำไส้เล็กส่วนต้น ทำให้มีการหลั่งกรดและน้ำย่อยมากเกิน
- แอลกอฮอล์ (ซึ่งเป็นสาเหตุของกระเพาะอักเสบชนิดเยื่อบุกร่อน ทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร)
- อาหารสจัด
ปวดท้องรุนแรงฉับพลัน
-Non-operative treatment
ไข้
-Exploratory Laparotomy simple suture with omental patch
pre-oparative
S:ผู้ป่วยบ่นปวดตลอดเวลา
O:-pain score=8
-ผู้ป่วยหน้านิ่วคิ้วขมวด
-หายใจเหนื่อยหอบ
-RR=34 bpm
-pain score<3
-ผู้ป่วยไม่บ่นปวดแผล
-สีหน้าแจ่มใส ไม่กระสับกระส่าย
-หายใจได้ปกติ
-RR= 16-24 bpm
อาการปวดลดลง
S:-ผู้ป่วยบอกว่าไม่เคยได้รับการผ่าตัดมาก่อน
-ผู้ป่วยถามถึงการผ่าตัด
มีความรู้และปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัดได้ถูกต้อง
1.จัดท่าfowler positionหรือ semi-fowler position เพื่อลดการตึงรั้งบริเวณหน้าท้อง
2.เบี่ยงเบนความสนใจโดยการชวนพูดคุย และการสัมผัสเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยจดจ่อกับอาการปวดมากเกินไป
3.ดูแลให้มีการระบายจากสาย NG tubeตลอดเวลาโดยไม่ให้สายหัก พับ งอ เพื่อลดอาการอึดอัดแน่นท้อง
4.ดูแลให้ได้รับO2 cannula 3lpm ตามแผนการรักษาเพื่อลดอาการหายใจเหนื่อยหอบ
5.ประเมิน pain score เพื่อวัดระดับความปวด
-ผู้ป่วยมีความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัด และสามารถตอบคำถามได้
-ฝึกหายใจบริหารปอด(Deep breathing)ได้ถูกต้อง
-แสดงวิธีไอขับเสมหะอย่างมีประสิทธิภาพ(effective cough)ได้ถูกต้อง
-แสดงการประคองแผลเวลาเคลื่อนไหวร่างกายได้ถูกต้อง
1.ประเมินความพร้อมในการเรียนรู้ของผู้ป่วย
2.แนะนำวิธีการเตรียมตัวของผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด ดังนี้
2.1.รักษาความสะอาดร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า โดยอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายสระผม ตัดเล็บมือเล็บเท้าให้สั้น แปรงฟันบ้วนปาก ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสำหรับใส่ผ่าตัด ถ้ามีฟันปลอมแบบถอดได้ให้ถอดออก
2.2. งดน้ำ งดอาหารทุกชนิดทางปาก ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลัก เศษอาหารเข้าหลอดลม ขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัด
2.3.อธิบายให้ผู้ป่วยทราบขั้นตอนวิธีการผ่าตัด อุปกรณ์ และสิ่งแวดล้อมในห้องผ่าตัดอย่างคร่าว ๆ พอให้ผู้ป่วยเข้าใจ พร้อมเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัย ช่วยตอบข้อซักถามเพิ่มเติม
3. อธิบายให้ผู้ป่วยทราบว่าหลังผ่าตัดแล้ว ควรปฏิบัติดังนี้
3.1.เมื่อรู้สึกตัวดีแล้วให้บริหารปอด(Deep breathing) เพื่อป้องกันปอดแฟบและโรคแทรกซ้อนของปอด
3.2.เวลาไอให้ไอขับเสมหะอย่างมีประสิทธิภาพ(effective cough) เพื่อลดการสะสมของเสมหะ ในหลอดลมหลังผ่าตัด ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
3.3.แนะนำให้เปลี่ยนท่านอนทุก2ชม.เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ
3.4.แนะนำให้ออกกำลังกายขยับแขนขาบนเตียง และลุกจากเตียงโดยเร็วเพื่อป้องกันข้อติดและให้ลำไส้ทำงาน
post oparative
-pain score<3
-สีหน้าแจ่มใส
-ผู้ป่วยไม่บ่นปวดหรือไม่ขอยาแก้ปวด
-สามารถนอนหลับพักผ่อนได้
s:ผู้ป่วยบ่นปวด
o: -pain score=5
-หน้านิ่วคิ้วมวด
-นอนกุมแผลผ่าตัด
-มีแผลผ่าตัดexploratory laparotomyบริเวณกลางท้อง แผลสะอาดไม่มีสารคัดหลั่งซึม
สุขสบายมากขึ้น ปวดแผลลดลง
O:-เนื้อเยื่อถูกทำลายเนื่องจากการผ่าตัด
-มีแผลผ่าตัดexploratory laparotomyบริเวณกลางหน้าท้อง แผลสะอาด ไม่มีสารคัดหลั่งซึม
-มีท่อระบายบริเวณท้องด้านขวา มีcontentปริมาณ 50 CC
- แผลผ่าตัดแห้งดี ไม่มีอาการบวม แดง
- อุณหภูมิในร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ในวันที่ 4 หลังผ่าตัด
- อัตราการเต้นหัวใจสม่ำเสมออยู่ระหว่าง 16-24 ครั้ง/นาที
- สายระบายสามารถระบายของเหลวที่คั่งค้างได้ดี ไม่หัก พับ งอ
ไม่เกิดการติดเชื้อจากแผลผ่าตัด
1.ประเมินสภาพความรู้สึกเจ็บปวดโดยกาซักถาม สังเกตอาการของผู้ป่วยที่แสดงถึงความเจ็บปวดเช่น หน้านิ่วคิ้วขมวด ร้องครวญคราง
2.จัดท่าศีรษะสูง เพื่อลดการตึงรั้งของแผลบริเวณหน้าท้อง
2.เบี่ยงเบนความสนใจโดยการชวนพูดคุย และการสัมผัสเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยจดจ่อกับอาการปวดมากเกินไป
3.สอนให้ผู้ป่วยหายใจเข้าลึกๆแล้วผ่อนลมออกช้าๆทางปาก เพื่อบรรเทาความปวด
4.ประเมินระดับ pain score เพื่อประเมินระดับความปวด
5.ดูแลให้ได้รับMO4 mg vein เวลาปวด และเฝ้าระวังอาการข้างเคียงจากการได้รับยา
1.สังเกตลักษณะของแผลว่าผิดปกติหรือไม่ เช่น ผิวหนังบริเวณบาดแผล แดง ร้อน ผู้ป่วยรู้สึกปวดแผลมาก หรือมีสิ่งคัดหลั่ง (Discharge) ของแผล มีกลิ่นเหม็น เพื่อประเมินอาการของการติดเชื้อ เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาพยาบาลต่อไป
2. ดูแลให้ได้รับการยา ceftriazone 2 gm vein O.D. และMetronidazole 500 mg IV ทุก 8 ชั่วโมง ตามแผนการรักษาของแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ สังเกตอาการแพ้ยา เช่น คลื่นไส้อาเจียน ผื่น จากการแพ้ยา
3. ทำแผลโดยยึดหลัก aseptic tecnique
4. ตรวจสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง เพื่อประเมินภาวะไข้และการติดเชื้อ
5. ระวังไม่ให้ผู้ป่วยแกะเกาแผล และไม่ให้แผลเปียกน้ำ เพราะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค
6. ดูแลให้ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อส่งเสริมการหายของแผล เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ นม ไข่ ผัก และผลไม้
7. ดูแลความสะอาดร่างกายและสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกวัน
S:ผู้ป่วยบอกว่ารู้สึกแน่นท้องเล็กน้อย
O:-ไม่ผายลม ไม่ถ่ายอุจาระ
-ได้รับยา Mo 4 mg. iv เมื่อ27/9/59 เวลา 06.00น.
-ได้รับการดมยาสลบแบบ general anastesia
-ผู้ป่วยอึดอัดแน่นท้องลดลงจากการบอกเล่า
-ผู้ป่วยผายลมหรือถ่ายอุจจาระ
-หน้าท้องนิ่ม
- bowel sound=5-35 ครั้งต่อนาที
ไม่เกิดภาวะท้องอืด
S : ผู้ป่วยบอกว่า “ไม่รู้ว่าจะดูแลแผลอย่างไร”
O: ผู้ป่วยมีสีหน้าสับสน คิ้วขมวด
1.จัดท่าผู้ป่วยให้อยู่ในท่า Fowler's position เพื่อช่วยลดการตึงของหน้าท้อง
2.หมั่นกระตุ้นให้ผู้ป่วยพลิกตะแคงตัวทุก 1-2ชั่วโม เพื่อให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหว
3.กระตุ้นให้ผู้ป่วยออกกำลังกายขยับแขนขาบนเตียง เพื่อป้องกันข้อติดและส่งเสริมให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหว
4.กระตุ้นให้มีการทำกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้น เช่น ลกไปเข้าห้องน้ำเอง เป็นต้น
4.ประเมิน bowel sound
-ผู้ป่วยสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวขณะอยู่ที่บ้านได้
-ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง
คลายความกังวลและมีความรู้ในการปฏิบัติตัวเมื่อกลับบ้าน
1. ประเมินความรู้และการปฏิบัติตนของผู้ป่วย
2. แนะนำการดูแลแผลไม่ให้แผลโดนน้ำ เพื่อไม่ให้แผลเกิดการติดเชื้อ
3. แนะนำให้สังเกตแผลว่ามีอาการ ปวด บวม แดง ร้อน หรือมีหนองซึมที่บริเวณแผลและให้มาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที
4.การทำงานให้ทำงานเบาๆ ห้ามยกของหนักในระยะแรกของการผ่าตัด เพราะการยกของหนักจะทำให้เกิดความดันในช่องท้องสูงขึ้น อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อแผลผ่าตัด หลังผ่าตัด 3 เดือน ทำงานหนักได้บ้างเล็กน้อย
5. แนะนำให้มีการออกกำลังพอสมควรตามสภาพ เช่นการเดินรอบบ้านวันละ 15 – 30 นาที
6.แนะนำให้รับประทานอาหารให้ครบ5หมู่
7. รับประทานยาให้ตรงเวลาและต่อเนื่อง
8. แนะนำให้มีการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8ชั่วโมง
9. การมาตรวจตามแพทย์นัด โดยให้ผู้ป่วยกลับมาตรงเวลา
4ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาลมีอาการปวดท้องฉับพลัน
ไม่อาเจียน ไม่มีไข้ ไม่ถ่ายเป็นเลือด
ไปรักษาที่โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวงอาการไม่ดีขึ้น
จึงreferมารักษาต่อที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
ชื่อ: นายเชียวทู้ แซ่ฮุย
อายุ: 50 ปี
น้ำหนัก: 40 ส่วนสูง: 160 cm
ไม่ดื่มเหล้า แต่สูบบุหรี่
สารเสพติด: heroin 3-4ครั้งต่อวัน
ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี หายใจเหนื่อยหอบ หน้านิ่วคิ้วขมวด บ่นปวดท้อง นอนบิดไปมา on NG tube with suction ไม่มีcontent ,On O2 cannula 3LPM ,retained Foley’s catheter ปัสสาวะออกดี สีเหลืองใส แพทย์สั่งให้งดน้ำงดอาหารเพื่อเตรียมทำผ่าตัด Exploratory Laparotomy with simple suture with omental patch V/S T=36.6 C PR=100 bpm RR=34 bpm BP=120/70 Pain score= 8 O2 sat= 98%
4 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาลมีอาการปวดท้องฉับพลัน