Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

บทที่ 11 การให้เกรด

No description
by

PX Panomsorn

on 13 November 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of บทที่ 11 การให้เกรด

เป็นการแปลความหมายของคะแนนเทียบกับเกณฑ์ มาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าจะบอกถึงความสามารถ
ของบุคคลเมื่อเทียบกับเกณฑ ์ที่ตั้งไว้
ทั้งนี้มีหลักสำคัญคือต้องกำหนดเกณฑ์ไว้ล่วงหน้า
โดยมีรูปแบบดังนี้
1. การกำหนดแบบอิงเกณฑ์
บทที่ 11 การให้เกรด
A ได้คะแนนร้อยละ 80 - 100
B+ ได้คะแนนร้อยละ 75 - 79
B ได้คะแนนร้อยละ 70 - 74
C+ ได้คะแนนร้อยละ 65 - 69
C ได้คะแนนร้อยละ 60 - 64
D+ ได้คะแนนร้อยละ 55 - 59
D ได้คะแนนร้อยละ 50 - 54
F ได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50
1.1 กำหนดเกณฑ์จากระเบียบ
หรือประสบการณ์ เช่น
A บรรลุพฤติกรรมหลัก และพฤติกรรมรองได้ครบทุกข้อ
B+ บรรลุพฤติกรรมหลักได้ครบทุกข้อ และฟฤติกรรมรองได้มากกว่าร้อยละ 80
B บรรลุพฤติกรรมหลักได้ครบทุกข้อ และฟฤติกรรมรองได้มากกว่าร้อยละ 65
C+ บรรลุพฤติกรรมหลักได้ครบทุกข้อ และฟฤติกรรมรองได้มากกว่าร้อยละ 50
C บรรลุพฤติกรรมหลักได้ครบทุกข้อ และฟฤติกรรมรองได้มากกว่าร้อยละ 35
D+ บรรลุพฤติกรรมหลักได้ครบทุกข้อ และฟฤติกรรมรองได้มากกว่าร้อยละ 20
D บรรลุพฤติกรรมหลักได้ครบทุกข้อ และฟฤติกรรมรองได้มากกว่าร้อยละ 20
F ไม่สามารถบรรลุพฤติกรรมหลักได้ครบทุกข้อ
1.2 การกำหนดเกณฑ์จากพฤติกรรม
การเรียนรู้ ตัวอย่างเช่น
มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถ
ระหว่างผู้เรียนแต่ละคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เช่นการกำหนดสัดส่วนผู้เรียนที่ไห้เกรด
ไว้ล่วงหน้าการกำหนดช่วงคะแนนระหว่างเกรด
ให้เท่ากัน เป็นต้น
2. การกำหนดเกรดแบบอิงกลุ่ม
คือการเอาคะแนนของกลุ่มมาเรียงลำดับเพื่อเปรียบเทียบกันภายใน
กลุ่มว่าไครเก่ง และให้เกรดแต่ละคนตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
เช่น A=10%, B+=10%, B=15%, B+=10%, C+=15%, C=25%
D=10% และ F =5% หรือ A=20%, B=25%, C=35%, D=15%
และ F=5%
อย่างไรก็ตามผู้สอนสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ให้เหมาะสมกับช่วงคะแนน

2.1 การกำหนดสัดส่วนไว้ล่วงหน้า
เป็นการยึดถืดว่าคะแนนที่นำมาพิจารณานั้นมีการแจงแจงปกติ จึงกำหนดช่วงคะแนนโดยอาศัยคะแนนคะแนนมาตรฐาน (Z) โดยการนำเอาจำนวนเกรดที่ต้องการให้ผู้เรียนไปหารจำนวนช่วงของการ
กระจายคะแนนจากการแจกแจงปกติซึ่งโดยทั่วไปจะกำหนดให้มี
ช่วงกระจาย เท่ากับ 6 ช่วง (ส่วนมากกการกระจายของคะแนนอยู่ในช่วง -3.00 ถึง 3.00) เช่นต้องการตัดเกรดเป็น 5 เกรดช่วงห่างคะแนน Z ของแต่ละระดับผลการเรียนเท่ากับ 1.20 (ได้จาก 6 ÷ 5) เป็นต้น
2.2.2 กำหนดช่วงคะแนนแจกแจงปกติ
การให้เกรดอิงกลุ่มแบบนี้ เริ่มจากการคำนวณค่าพิสัยของคะแนน
(คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ำสุด) จากนั้นจึงนำค่าพิสัยมาหารด้วยจำนวนเกรดที่ต้องการให้ผู้เรียน คะแนนที่ได้จะใช้เป็นช่วงคะแนนความห่างระหว่างเกรดแต่ละเกรด
เช่น คะแนนชุดหนึ่งมีค่าสูงสุดอยู่ที่ 90 คะแนน ต่ำสุดอยู่ที่ 30 คะแนน
พิสัยของคะแนนชุดนนี้อยู่ที่ 60 แล้วต้องการตัดเกรดเป็น 8 เกรด A-F
ได้ = 60 ÷ 30 = 7.5 เป็นความห่างระหว่างเกรด
 2.2.1 กำหนดช่วงคะแนนจากพิสัย
ระบบการให้เกรดในปัจจุบันนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ ระบบการกำหนดผลสัมฤทธิ์หรือความรู้ความสามารถที่เป็นผลงานจากประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียนออกมาในรูปแบบของตัวอักษร
(Letter Grade System) โดยทั่วไปมีการให้เกรดเป็น 2 ระดับคือ การให้เกรดแบบอิงเกณฑ์และการให้เกรดแบบอิงกลุ่ม
การให้ระดับผลการเรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
0 หมายถึง ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ได้คะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน
1 หมายถึง ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด ได้คะแนน 50-54 คะแนน
1.5 หมายถึง ผลการเรียนพอใช้ ได้คะแนน 55-59 คะแนน
2 หมายถึง ผลการเรียนน่าพอใจ ได้คะแนน 60-64 คะแนน
2.5 หมายถึง ผลการเรียนค่อนข้างดี ได้คะแนน 65-69 คะแนน
3 หมายถึง ผลการเรียนดี ได้คะแนน 70-74 คะแนน
3.5 หมายถึง ผลการเรียนดีมาก ได้คะแนน 75-79 คะแนน
4 หมายถึง ผลการเรียนดีเยี่ยม ได้คะแนนตั้งแต่ 80 คะแนน ขึ้นไป
ตัวอย่างที่ 1 การให้เกรดวิชาสังคมศึกษาของนักเรียน 100 คน ที่มีการแจกแจงความถี่ของคะแนนเป็นดังนี้ (กำหนดสัดส่วนไว้ล่วงหน้าเป็น A=20%, B=30%, C=30%, D=15%, F=5%)
"การกำหนดสัดส่วนไว้ล่วงหน้าคือการกำหนดสถานการณ์ขึ้นมาว่าต้องการให้ผู้เรียนกลุ่มนั้นได้เกรดเป็น
อย่างไรบ้าง ในสัดส่วนเท่าใด ยกตัวอย่างเช่น วิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา ท่านอาจารย์ใจดีมีเมตตา ต้องการให้นักศึกษา ป.วิห้อง 1 ได้เกรด B ขึ้นไป จึงกำหนดให้ 3 เกรดเป็น (A=98%, B+=1%,B=1%)"
แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความเหมาะสมควร กำหนดสัดส่วนของ "เกรด A" อยู่ที่ 20%
วิธีทำ
1. เรียงคะแนนของผู้เรียนจากน้อยไปหามาก และหา

ร้อยละสะสม
(ร้อยละสะสมคือ การแปลงค่าความถี่สะสมชั้นสูงสุดเป็น 100 แล้ว แปลงค่าความถี่สะสมทุกค่าเป็นร้อยละตามอัตราส่วน )
2. แบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ และให้เกรดแยกตามกลุ่ม
"การหาร้อยละสะสมคือการเอา 100 ลบด้วยความถี่ ในที่นี้คือ 4 จากนั้นลบไปเรื่อยๆ"
"การจัดกลุ่มคือเอาความถี่มารวมกัน
จากนั้นหารด้วย 100 จะได้ค่าเป็นเปอร์เซน"
ตัวอย่าง 3

การให้เกรดวิชาสังคมศึกษาของผู้เรียนจำนวน 100 คน ที่มีการแจกแจงความถี่ของคะแนน ดังตารางที่ 1 (โดยต้องการให้ตัดเกรดเป็น 8 เกรด)
วิธีทำ
1. หาช่วงคะแนน Z ของแต่ละระดับผลการเรียนได้จาก 6 ÷ 8 = 0.75
2. หาค่าเฉลี่ยของคะแนนจากการเรียนวิชาสังคมศึกษาของผู้เรียนกลุ่มนนี้จากสูตร
3. หาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนจากการเรียนวิชาสังคมศึกษาของผู้เรียนกลุ่มนี้
4. หาคะแนนมาตรฐาน Z ของคะแนนจากการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนกลุ่มนี้จากสูตร
5. กำหนดคะแนนต่ำสุดและช่วงคะแนนของเกรดแต่ละเกรดดังนี้
5.1 คะแนนต่ำสุดของเกรด A = 3.00 - 0.75 = 2.25 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด A คือ
คะแนน Z = 2.25 ขึ้นไป (0 คน)
5.2 คะแนนต่ำสุดของเกรด B+ = 2.25 - 0.75 = 1.50 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด B+ คือ
คะแนน Z = 1.50 ถึง 2.24 (12 คน)
5.3 คะแนนต่ำสุดของเกรด B = 1.50 - 0.75 = 0.75 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด B คือ
คะแนน Z = 0.75 ถึง 1.49 (9 คน)
5.4 คะแนนต่ำสุดของเกรด C+ = 0.75 - 0.75 = 0.00 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด C+ คือ
คะแนน Z = 0.00 ถึง 0.74 (14 คน)
5.5 คะแนนต่ำสุดของเกรด C = 0.00 - 0.75 = -0.75 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด C คือ
คะแนน Z = -0.75 ถึง - 0.01 (52 คน)
5.6 คะแนนต่ำสุดของเกรด D+ = -0.75 - 0.75 = -1.50 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด D+ คือ
คะแนน Z = -1.50 ถึง -0.76 (7 คน)
5.7 คะแนนต่ำสุดของเกรด D = -1.50 - 0.75 = -2.25 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด D คือ
คะแนน Z = 2.25 ถึง -1.51 (5 คน)
5.8 คะแนนที่ได้เกรด F คือคะแนน Z ตั้งแต่ -2.26 ลงไป (1 คน)

ถ้าต้องการตัดเกรดเป็น 5 เกรด ก็จะได้ช่วงคะแนน Z อยู่ที่ 6 ÷ 5 = 1.20
ดังนั้น คะแนนต่ำสุดของเกรด A = 3.00 - 1.20 = 1.80
คะแนนต่ำสุดของเกรด B = 1.80 - 1.20 = 0.60
คะแนนต่ำสุดของเกรด C = 0.60 - 1.20 = -0.60
คะแนนต่ำสุดของเกรด D = -0.60 - 1.20 = -1.80
ช่วงคะแนนที่ได้เกรด F คือ คะแนน Z ตั้งแต่ -1.81 ลงไป
ดังนั้นคะแนนมาตรฐาน Z
ของคะแนนดิบ 92 คือ
Z = 2.09822217
ปัดเป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง
2.2 การกำหนดช่วงคะแนน
ระหว่างเกรดให้เท่ากัน
ตัวอย่าง ที่ 2 การให้เกรดวิชาสังคมศึกษาของนักเรียน 100 คน ที่มีการแจกแจงความถี่ของคะแนน ดังตารางที่ 1 (ต้องการตัดเกรดเป็น 5 เกรด)
วิธีทำ 1. หาค่าพิสัยของคะแนน = 92 - 55 = 37
2. นำค่าพิสัยมาหารด้วยจำนวนเกรดที่ต้องการให้ผู้เรียน = 37 ÷ 5 = 7.40
3. กำหนดช่วงคะแนนต่ำสุดของแต่ละเกรดดังนี้
3.1 คะแนนต่ำสุดของเกรด A = 92.5 - 7.5 = 85 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด A คือ 85 คะแนนขึ้นไป มี 14 คน
3.2 คะแนนต่ำสุดของเกรด B = 84.5 - 7.5 = 77 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด B คือ 77 ถึง 84 คะแนนขึ้นไป มี 49 คน
3.3 คะแนนต่ำสุดของเกรด C = 76.5 - 7.5 = 69 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด C คือ 69 ถึง 76 คะแนนขึ้นไป มี 33 คน
3.4 คะแนนต่ำสุดของเกรด D = 68.5 - 7.5 = 61 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด D คือ 61 ถึง 68 คะแนนขึ้นไป มี 14 คน
3.5 ช่วงคะแนนที่ได้เกรด F คือ คะแนน ตั้งแต่ 60 ลงไป
2.2.3 กำหนดช่วงคะแนนจาก
ความสามารถของกลุ่มผู้เรียน
สตุล ได้เสนอวิธีให้เกรดแบบ 5 เกรด โดย
มีการปรับสัดส่วนของผู้เรียนให้เหมาะสมกับระดับความ
สามารถของของผู้เรียนเป็น 7 ระดับซึ่งสามารถ
พิจารณาได้จากการคำนวณค่าเฉลี่ยเลขคณิตของเกรดเฉลี่ย
สะสม (GPA) จากผลการเรียนที่ผ่านมาทั้งกลุ่มร่วมกับค่า
มัธยฐาน (Med) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐ (S) ของคะแนน
และกำหนดขีดจำกัดล่างของเกรดถัดลงไป (B,C,D และ F)
โดยลดคะแนนลงเกรดละ 1 S ดังตารางที่ 2
ตารางที่ 2 การกำหนดขีดจำกัดล่างของเกรด A ตามระดับความสามารถของกลุ่ม
ตารางที่ 1
วิธีทำ 1. เทียบค่าเฉลี่ย GPA ทั้งกลุ่ม (2.60) กับตารางสำเร็จรูปได้ขีดจำกัดล่างของเกรด A เท่ากับ Med + 0.9(S)
2. หาค่ามัธยฐานของคะแนนจากการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนกลุ่มนี้จากสูตร




3.หาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนจากการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนกลุ่มนนี้โดยใช้สูตร
ตัวอย่างที่ 4 การให้เกรดวิชาสังคมศึกษาของนักเรียน 100 คน ที่มีการแจกแจงความถี่ของคะแนน ดังตารางที่ 1
(ค่าเฉลี่ยของ GPA กลุ่มนนี้ อยู่ประมาณ 2.60)
4. กำหนดคะแนนต่ำสุดและช่วงคะแนนของแต่ละเกรดดังนี้
4.1 คะแนนต่ำสุดของเกรด A = 79 + (0.9 x 6) = 85 และช่วงคะแนนที่ได้ A คือ 85 ขึ้นไป มี 16 คน
4.2 คะแนนต่ำสุดของเกรด B = 85 - 6 = 79 และช่วงคะแนนที่ได้ B
คือ 79 ถึง 84 ขึ้นไป มี 35 คน
4.3 คะแนนต่ำสุดของเกรด C = 79 - 6 = 73 และช่วงคะแนนที่ได้ C
คือ 73 ถึง 78 ขึ้นไป มี 43 คน
4.4 คะแนนต่ำสุดของเกรด D = 73 - 6 = 67 และช่วงคะแนนที่ได้ D
คือ 67 ถึง 72 ขึ้นไป มี 5 คน
4.5 = ช่วงคะแนนที่ได้เกรด F คือ คะแนนตั้งแต่ 66 ลงไป มี 1 คน
2.2.4 การให้เกรดโดยแปลงคะแนนดิบเป็น
คะแนนมาตรฐานปกติที
สวัสดิ์ ประทุมราช ได้เสนอวิธีการให้เกรดโดยการแปลง
คะแนนดิบเป็นคะแนนมาตรฐานปกติที แล้วคำนวณค่าพิสัย
ของคะแนนมาตรฐานปกติทีชุดนั้น (T สูงสุด - T ต่ำสุด) และกำหนดเกรดสูงสุดและต่ำสุดที่จะให้วัด จากนั้นจึงนำเอาจำนวนระดับของเกรดที่ต้องการให้ไปหาร
ค่าพิสัยของคะแนนมาตรฐานปกติทีเพื่อกำหนด
ช่วงคะแนนมาตรฐานปกติที ของแต่ละเกรด
ตัวอย่างที่ 5 การให้เกรดวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนจำนวน 100 คน ที่มีการแจกแจงความถี่ของคะแนนดังตารางที่ 1 (ต้องการตัดเกรดเป็น 5 เกรด)
วิธีทำ 1. หาตำแหน่งเปอร์เซนไทล์ (PRx) ของคะแนนจากการเรียนวิชาสังคมศึกษา
ของนักเรียนกลุ่มนี้จากสูตร
2. หาคะแนนมาตรฐานซีปกติ ของคะแนนจากการเรียนวิชาสังคมศึกษาของ
นักเรียนกลุ่มนี้จากการเปิดตารางพื้นที่ยากใต้โค้งการแจกแจงปกติ (Z - distribution)
3. หาคะแนนมาตรฐานทีปกติ ของคะแนนจากการเรียนวิชาสังคมศึกษาของ
นักเรียนกลุ่มนี้จากสูตร
4. หาพิสัยของคะแนนมาตฐานทีปกติ = 71 - 10 = 61
5. หาช่วงห่างคะแนนมาตรฐานทีปกติของแต่ละระดับผลการเรียนได้จาก 61
÷ 5 = 12.2
6. กำหนดช่วงคะแนนต่ำสุดและช่วงคะแนนแต่ละเกรดดังนนี้
6.1 คะแนนต่ำสุดของเกรด A = 71.5 - 11.5 = 60 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด A คือ คะแนน
ตั้งแต่ 60 ขึ้นไป (16 คน)
6.2 คะแนนต่ำสุดของเกรด B = 59.5 - 11.5 = 48 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด B คือ คะแนน
ตั้งแต่ 48 ถึง 59 (49 คน)
6.3 คะแนนต่ำสุดของเกรด C = 47.5 - 11.5 = 36 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด C คือ คะแนน
ตั้งแต่ 36 ถึง 47 (12 คน)
6.4 คะแนนต่ำสุดของเกรด D = 35.5 - 11.5 = 24 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด D คือ คะแนน
ตั้งแต่ 24 ถึง 35 (21 คน)
6.5 ช่วงคะแนนที่ได้เกรด F คือคะแนน ตั้งแต่ 23 ลงไป (2 คน)
79 คือคะแนนที่มัธยฐานตกอยู่
0.9 ขีดจำกัดล่างที่เทียบในตาราง
6 คือช่วงคะแนน
เกรด A = ช่วงคะแนน = 85 - 90
เกรด B = ช่วงคะแนน = 78 - 84
เกรด C = ช่วงคะแนน = 71 - 77
เกรด D = ช่วงคะแนน = 64 - 70
เกรด F = 63 ลงไป
2 + (0.5x3) หาร 108 คูณ 100
2 + (0.5x3)
2
Full transcript