Introducing
Your new presentation assistant.
Refine, enhance, and tailor your content, source relevant images, and edit visuals quicker than ever before.
Trending searches
ผู้มีหน้าที่เสียภาษี
2.ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หมายถึง การที่บุคคลธรรมดาตั้งแต่ 2 บุคคลขึ้นไป ตกลงเข้าทุนกันไม่ว่าจะเป็น เงินแรงงาน หรือทรัพย์สินฯลฯเพื่อกระทำกิจการร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์ ที่จะแบ่งปันผลกำไรที่จะพึงได้แก่กิจการที่ทำนั้น (ห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนจะเป็นนิติบุคคล) คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล มีลักษณะเหมือนกับห้างหุ้นส่วนสามัญ ต่างกันแต่เพียงวัตถุประสงค์ คือคณะบุคคล ไม่จำเป็นต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะแบ่งปันผลกำไรที่จะพึงได้ เช่น การจัดการแสดงเพื่อ หารายได้นำไปบริจาคให้แก่ผู้ทุกข์ยาก บุคคลผู้มีหน้าที่เสียแทนคณะบุคคลได้แก่ ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ
3.ผู้ถึงแก่ความตาย หมายถึง การถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี คือระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม หรือถึงแก่ความตายก่อนยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีก็ได้ โดยที่ความตายทำให้ สภาพบุคคลสิ้นสุดลง ผู้จัดการมรดก หรือทายาท หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดกแต่แต่กรณี เป็นบุคคลผู้มีหน้าที่ยื่นรายการแทนผู้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี ที่มีเงินได้ขั้นต่ำถึงเกณฑ์ที่ ประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ โดยผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีคือ ผู้จัดการมรดก หรือทายาท หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดกของผู้ถึงแก่ความตาย
4.กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งคือ ในปีภาษีถัดจากปีที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย หากกองมรดกนั้นยังไม่แบ่ง ให้กับทายาทคนใดคนหนึ่งโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม และกองมรดกมีเงินได้พึงประเมินถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ประมวลรัษฎากร
กำหนด โดยผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีคือ ผู้จัดการมรดก หรือทายาท หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดกของผู้ถึงแก่ความตาย
ฐานภาษี
ตัวอย่างเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นการเสียภาษี
1. ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือ ค่าพาหนะ ซึ่งลูกจ้างหรือผู้รับหน้าที่หรือตำแหน่งงาน
หรือผู้รับทำงาน ให้ได้จ่ายไปโดยสุจริต ตามความจำเป็นเฉพาะ
2. ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทางตามอัตราที่รัฐบาลกำหนดโดย
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยอัตรา ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง
3. เงินค่าเดินทางซึ่งนายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง เฉพาะส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายทั้งหมด
โดยจำเป็น เพื่อการเดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับงานเป็นครั้งแรก
4. ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญากันโดยสุจริตก่อนใช้พระราชบัญญัติ
ภาษีเงินได้ พุทธศักราช 2475 มีข้อกำหนดว่า นายจ้างจะชำระเงินบำเหน็จ
เงินค่าธรรมเนียม เงินค่านายหน้า หรือเงินโบนัส ให้แก่ลูกจ้างเป็นจำนวนเ
เมื่อการงานที่จ้างได้สิ้นสุดแล้ว แม้เงินเต็มจำนวนนั้นจะได้ชำระภายหลังที่ใช้
เช่น การขายบ้านแล้วได้เงินมาไม่เสียภาษีเพราะไม่ได้หวังผลกำไรเป็นต้น
วิธีการคำนวณภาษี
เงินได้พึงประเมิน xxx
หัก เงินได้ที่ได้รับยกเว้น XX
หักค่าใช้จ่าย XX
หักค่าลดหย่อน XX
เงินได้สุทธิ XX
ภาษีที่ต้องชำระ ( ถ้ามี ) = เงินได้สุทธิ X อัตราภาษี (5%-35%) = XX
1.การคำนวณภาษีสิ้นปี วิธีที่ 1 จากเงินได้สุทธ
เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน
ภาษีที่ต้องเสีย = เงินได้สุทธิ x อันตราภาษี
2 คำนวณจากเงินได้พึงประเมิน (วิธีนี้ต้องคำนวณหากมีเงินได้ฟฟังประเมินประเภท
ที่ 2 ถึง 8ตั้งแต่ 120000 บาทขึ้นไป)
ภาษีที่ต้องเสีย = เงินได้พึงประเมิน x ร้อยละ 0.5*วิธีนี้นั้นหากจำนวนภาษีที่คำนวณได้ไม่เกิน5000ให้
ยกเว้นทั้งจำนวน } **ถ้ามีการคำนวณทั้งสองแบบ ภาษีที่ต้องเสีย คือ จำนวนภาษีที่มากกว่าจากที่คิด
2.การคำนวณภาษีครึ่งปี **เฉพาะกรณีมีเงินได้ประเภทที่ 5 ถึง 8ไม่รวมกับเงินกินเปล่า
เงินช่วยก่อสร้าง*ที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง มิ.ย. ***
2.1 วิธีการคำนวณ เช่นเดียวกับการคำนวณภาษีสินปี
2.2 วิธีการหักค่าใช้จ่าย เช่นเดียวกับการคำนวณภาษีสิ้นปี
2.3 การหักลดหย่อน *หักได้ครึ่งเดียว* ของอัตราค่าลดหย่อนที่กำหนดและที่จ่ายไปจริง ม.ค.-มิ.ย.
2.4 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่นำมาหักในการคิดต้องเป็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายระหว่าง ม.ค. - มิ.ย.
2.5 ภาษีที่เสียถือเป็นเครดิตภาษีตอนสิ้นปี
แบบแสดงรายการที่ใช้ยื่นภาษี
สามารถยื่นแบบแสดง รายการภาษีได้แล้ว..ที่
• สำนักงานสรรพกรทุกแห่ง
• ไปรษณีย์ไทยเขตกรุงเทพ • www.rd.go.th
กำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการ