Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

เจ้านายฝ่ายในกับพัฒนาการและการปรับตัว (ภาพลักษณ์สตรี)

No description
by

Thep Boontanondha

on 9 May 2017

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of เจ้านายฝ่ายในกับพัฒนาการและการปรับตัว (ภาพลักษณ์สตรี)

เจ้านายฝ่ายในกับพัฒนาการและการปรับตัวของสถานภาพผู้หญิงในสมัยปฏิรูปประเทศ
- ทำไมต้องปรับตัว ?

- แล้วปรับตัวในเรื่องอะไรบ้าง ?

- การปรับตัวของเจ้านายฝ่ายในส่งผลอย่างไรต่อสถานภาพหรือแนวคิดของ
ผู้หญิงไทย ?
การแต่งกาย
สมัยรัชกาลที่ 4
- เปลี่ยนจากการนุ่งจีบห่มสไบมาเป็นการนุ่งโจงและนุ่งจีบ ห่มสไบ
เฉียงด้วยผ้าปักหรือผ้าแพร

- "นางนายทหารรักษาพระองค์" แต่กายแบบทหารสก็อต คือ นุ่งกระโปรงผ้าตาสี่เหลี่ยมอย่างที่เรียกว่า "คิลต์" (kilt)

- การแต่งกายในสมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มต้นรับอิทธิพลของตะวันตกเข้ามา
สมัยรัชกาลที่ 5
- ต้นสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการจัดระเบียบเจ้านายฝ่ายในจากที่เคยนุ่งโจงห่มสไบ
มาเป็น นุ่งจีบห่มสไบแทน ซึ่งมีเจ้าจอมมารดาแพ (เจ้าคุณพระประยูรวงศ์) เพียง
คนเดียวที่ไม่ได้เปลี่ยนมานุ่งจีบแบบคนอื่น

- การเปลี่ยนแปลงในราชสำนักฝ่ายในสมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งสำคัญเกิดขึ้น 3 ครั้ง
- หลังการเสด็จกลับจากสิงคโปร์ ปี 2413
- พิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 ปี 2415
- หลังการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกในปี 2440
- สิ่งที่เปลี่ยนอย่างชัดเจนคือ ทรงผม แต่เดิมนั้นผู้ชายต้องไว้ผมทรง
มหาดไทย ส่วนผู้หญิงต้องไว้ผมปีก ได้เปลี่ยนมาเป็นผู้ชายไว้ผมยาว
ส่วนผู้หญิงไว้ผมยาว นอกจากนี้ยังมีฝ่ายในบางคนไว้ผมทรง
ดอกกระทุ่ม

- ธรรมเนียมการ "กินโต๊ะ" หรือการทานข้าวบนโต๊ะอาหารอย่าง
ตะวันตก เป็นธรรมเนียมใหม่ที่ฝ่ายในรับมาปฏิบัติ หลังจากที่รัชกาลที่ 5
ทรงริเริ่ม
- หลังจากรัชกาลที่ 5 เสด็จกลับจากประพาสยุโรป ก็ได้นำการแต่งกาย
แบบวิคตอเรียนของอังกฤษกลับมาประยุกต์กับการแต่งกายของผู้หญิงไทย

- "เสื้อแขนหมูแฮม" นุ่งโจงกระเบน สวมถุงเท้า รองเท้าคัชชู

- เครื่องประดับเริ่มปรับเปลี่ยนอย่างตะวันตก มีการใส่สร้อยคอ สร้อยข้อมือ
เข็มกลัดติดเสื้อ

- เข็มกลัดได้กลายเป็นของแจกให้แก่ข้าหลวงทั้งเป็นสินน้ำใจและให้รู้ว่า
ข้าหลวงคนนั้นอยู่ในสังกัดของใคร
- การปรับเปลี่ยนการแต่งกายของฝ่ายใน ส่วนหนึ่งคือการแสดง
ให้เห็นถึงความทันสมัยตามอย่างตะวันตก แต่อีกส่วนคือการผสม
ผสานความเป็นไทยเข้าไปในความเป็นตะวันตก

- สาเหตุของการปรับตัวนั้นส่วนหนึ่งมาจากการที่ฝ่ายในจะต้อง
ทำหน้าที่รับแขกบ้านแขกเมืองชาวตะวันตก
การรับวัฒนธรรมตะวันตก
- สมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มมีการเปิดพื้นที่ให้เจ้านายฝ่ายในทำหน้าที่รับแขกบ้าน
แขกเมือง แต่เป็นการต้อนรับในพื้นที่ส่วนตัว

- ในสมัยรัชกาลที่ 5 ในระยะแรกผู้หญิงจะเป็นฝ่ายจัดเตรียมดูแลการต้อน
รับแขกบ้านแขกเรือนอยู่ข้างหลัง

- การเข้าร่วมในพิธีการรับแขกจากต่างชาติครั้งแรกเกิดในปี 2452 ในการ
ต้อนรับดุ๊กโยฮัน อัลเบรกต์กับดัชเชสเอลิซาเบทสโตลเบิร์กแห่งแมกเลนเบิร์ก
เวริน โดยสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีทรงเป็นผู้รับเสด็จดัชเชสแห่ง
แมกเลนเบิร์ก
การศึกษาของเจ้านายฝ่ายใน
- สมัยรัชกาลที่ 4 มีการปรับเปลี่ยนธรรมเนียมการศึกษาของเจ้านายใหม่ จากเดิมที่ยึดรูปแบบ
จารีต ซึ่งเจ้านายฝ่ายหญิงนอกจากการเรียนภาษาไทยเพื่อให้อ่านออกเขียนได้แล้ว การศึกษา
แบบจารีตมุ่งเน้นให้เจ้านายฝ่ายในเป็นกุลสตรี มีความรู้ในงานบ้านงานเรือน พระราชพิธี
ระเบียบวินัยและการสมาคมกับสตรีชั้นสูง

- สมัยรัชกาลที่ 4 ความรู้อย่างตะวันตกกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเจ้านาย ด้วยเหตุนี้ในปี 2394 จึงมีการจ้างสตรีชาวต่างชาติ ได้แก่ Ms.Bradley, Ms.Mattoon, Ms.Jones มาสอนภาษาอังกฤษ ภูมิศาสตร์ ดาราศาสตร์ และมารยาทอย่างชาวตะวันตก

- แต่การสอนหนังสือให้แก่เจ้านายตะวันตกในระยะแรกยุติลงเพียงแค่ 3 ปี เนื่องจากมีการตีพิมพ์ข่าววิพากษ์วิจารณ์รัชกาลที่ 4 ในหนังสือพิมพ์ของสิงคโปร์ ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงเข้าใจว่า ข่าวลือที่ออกไปนั้นเกิดจากครูที่มาสอนหนังสือให้แก่เจ้านายฝ่ายใน
- ปี 2405 มีการจ้าง Ms. Anna Leonowens มาสอนหนังสือให้กับเจ้านายฝ่ายใน ในระยะ
แรกมีเจ้านายฝ่ายในให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก แต่ต่อมาก็ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ เหลือผู้เรียนอยู่ไม่กี่คน แต่เจ้านายฝ่ายในที่ยังคงเรียนหนังสือกับแหม่มแอนนา อย่าง เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น พระองค์เจ้าหญิงยิ่งเยาวลักษณ์ พระองค์เจ้าหญิงทักษิณชา และ
พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี ทรงมีความรู้จนสามารถตรัสภาษาอังกฤษได้

- การเรียนหนังสือกับครูต่างชาติ นอกจากความรู้ทางวิชาการแล้ว เจ้านายฝ่ายในยังได้้เรียนรู้
โลกภายนอกผ่านการบอกเล่าของครูชาวตะวันตก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อความคิดโดยตรงของ
เจ้านายฝ่ายใน อย่างกรณีของเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น ซึ่งทรงได้อ่านหนังสือ Uncle's Tom cabin ก็ได้ตัดสินใจปล่อยทาสของพระองค์ให้เป็นอิสระ ส่วนทาสคนใดที่ตัดสินใจทำงานต่อ
ก็จะให้เงินเดือนและเสื้อผ้า
- ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการตั้งโรงเรียนราชกุมารี เพื่อสอนหนังสือเจ้านายฝ่ายใน โดยมีแนวคิด
ที่จะให้คนไทยที่ได้รับการศึกษาอย่างตะวันตกมาเป็นคนสอนแทนจ้างชาวต่างชาติ จึงมีการ
คัดเลือกผู้หญิง 4 คน ได้แก่ จันทร์ มี ขำ และสุด ไปศึกษายังประเทศอังกฤษในปี 2426

- ภาพสะท้อนของความรู้หนังสือของเจ้านายฝ่ายในปรากฎอย่างชัดเจนต่อพระราชธิดาใน
รัชกาลที่ 5 อย่างสมเด็จเจ้าฟ้าฯ วไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ที่ทรงสามารถ
มีความรู้ทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน

- สมเด็จเจ้าฟ้าฯ นิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี สามารถตรัสภาษาอังกฤษกับ ชาวต่างชาติ รวมทั้งทรงพระอักษรเป็นภาษาอังกฤษ ความสามารถทางภาษาของพระองค์ ทำให้รัชกาลที่ 5 ทรงแต่งตั้งพระองค์เป็นพระราชเลขาส่วนพระองค์
Full transcript