Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

Time-line

No description
by

Wipaluk Thitisomboon

on 12 March 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of Time-line

๒๔๔๒
๒๔๔๕
๒๕๕๑
๒๔๔๐
๒๔๔๙
พ.ศ.๒๔๔๑
พ.ศ.๒๔๔๓
พ.ศ.๒๔๔๔
พ.ศ.๒๔๔๕
พ.ศ.๒๔๔๖
พ.ศ.๒๔๔๗
พ.ศ.๒๔๔๘
Timeline
พ.ศ.๒๔๔๙
พ.ศ.๒๔๕๐
พ.ศ.๒๔๕๑
พ.ศ.๒๔๕๒
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กำหนดหลักเกณฑ์ว่าผู้ที่เป็นแพทย์ประจำเมืองต้องรู้วิชาผ่าตัดด้วย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยไม่ได้เอาใจใส่เรื่องนี้ ยาและอุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอ และแพทย์ไม่เชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพร

การระบาดของอหิวาตกโรค มีคนตายนับพัน นักศึกษาแพทย์ต้องออกมาช่วยรักษา ทำให้คนกรุงเทพฯ รู้จักโรงพยาบาลศิริราชและหมอสมัยใหม่ดียิ่งขึ้น

การชักจูงให้คนเลิกการอยู่ไฟ
การนำน้ำที่จะมาใช้ในพระนคร
กระทำ “การประปา” ดังนี้
๑. ให้ทำที่ตั้งขังน้ำในคลองเชียงราก
๒. ขุดคลองจากที่ขังน้ำเป็นทางมาถึงคลองสามเสนฝั่งเหนือตามแนวทางรถไฟ
๓. ตั้งโรงสูบน้ำที่ตำบลนั้น สูบน้ำมากรองตามวิธีการให้น้ำสะอาดบริสุทธิ์

ตั้งสถานพยาบาลโรคเรื้อนแห่งแรก
การจัดหายาสำหรับราษฎร
แพทย์แผนใหม่ไปเป็นแพทย์ประจำเมือง
อหิวาตกโรคระบาด
สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ โปรดเกล้าให้แจกผ้าอ้อม เบาะ และเงิน ๔ บาท แก่ผู้มาคลอดในโรงพยาบาลโดยไม่อยู่ไฟทุกคน เพื่อเป็นการชักจูงให้เลิกการอยู่ไฟ
หลักสูตรโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์
เมื่อแรกตั้งมีหลักสูตร ๓ ปี แบ่งเป็นภาคทฤษฎี ๒ ปี และภาคปฏิบัติ ๑ ปี
ย้ายโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ และเปลี่ยนระเบียบการรับนักเรียน
ย้ายโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์จากโรงพยาบาลศิริราชไปยังบ้านท่านผู้หญิงพรรณ บุนนาค และมีการเปลี่ยนคุณสมบัติผู้สมัครจากเดิมที่ผู้เข้าเรียนต้องเป็นผู้ที่มีสามีแล้ว มารับเฉพาะสตรีโสด
การดูโรงงานผลิตควินิน
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสนับสนุนโครงการของกรมพยาบาลในการผลิตควินินใช้เอง
การทดลองทำหนองฝีเองภายในเมืองไทย
รัฐบาลไม่สามารถจัดหาหนองฝีมาปลูกให้แก่ประชาชนได้เพียงพอ จึงทำหนองฝีไว้ใช้เอง แต่ยังได้ผลไม่ดีนัก
กรมพยาบาลขาดทุนในการจำหน่ายยา จึงได้มีการเสนอให้มี ช่างยา (เภสัชกร) เพื่อจัดการการขายยา
ยกเลิกโอสถศาลาเดิม และตั้งโอสถศาลารัฐบาล
มีการยกเลิกโอสถศาลาเดิม และเปิดโอสถศาลารัฐบาล มุ่งขายยาฝรั่ง จ้างชาวต่างชาติมาจัดการ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการสั่งยาของแพทย์ชาวต่างชาติที่สั่งยา เฉพาะแต่ละชาติของตน
การผลิตยาของโอสถสภา
จัดตั้ง “โอสถสภา” เพื่อแก้ไขปัญหาการจำหน่ายยา โดยสั่งยามาจากต่างประเทศโดยตรง ซึ่งมีราคาถูกกว่ายาที่ผลิตโดยร้านขายยาในกรุงเทพฯ โดยเน้น ยาควินิน (แก้ไข) ยาโคลโรดิน (แก้อหิวาตกโรค) และหนองฝีสำหรับป้องกันไข้ทรพิษ
การจัดตั้งโรงพยาบาลเทพศิรินทร์
สำหรับใช้เป็นที่จำหน่ายยาฝรั่ง
การจัดตั้งโรงพยาบาลสามเสน
เภสัชกรชาวต่างชาติคนแรกที่รับราชการในเมืองไทย
นายฮูโก วิลเลมส์
การผลิตพันธุ์หนองฝี
รัฐบาลจ้าง ดร.วุลลีมาจากมะนิลา เพื่อผลิตพันธุ์หนองฝีสำหรับป้องกันไข้ทรพิษและพันธุ์หนองฝีสำหรับป้องกันโรคระบาดในสัตว์ ซึ่งสามารถผลิตได้สำเร็จ
การขาดแคลนตำราวิชาแพทย์แผนปัจจุบัน
เกิดความล่าช้าในการพิมพ์จนมาถึง พ.ศ.๒๔๔๖ มีตำราแพทย์ภาษาไทยโดยการแต่งรวมกันของแพทย์หลายคน ได้แก่หมอแม็กฟาร์แลนด์ หมออะดัมสัน หมอว็อกเตอร์ และหลวงวิฆเนศร์ประสิทธิ์วิทย์ (อัทย์ หะสิตะเวช)
การเริ่มต้นทำน้ำประปา
วิธีที่เหมาะสมและไม่ต้องลงทุนมาก คือ สูบเอาน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณที่น้ำเค็มขึ้นไม่ถึง (บริเวณเชียงราก จังหวัดปทุมธานี) มากรองใช้
การขาดแคลนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ปัจจุบัน
ปิดโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์
แพทย์ประจำตำบล
มณฑลพิษณุโลกให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเลือกแพทย์ประจำตำบล ๒ คน และ พ.ศ.๒๔๕๐ กระทรวงมหาดไทยรับมาจัดทำต่อ ให้มีแพทย์ประจำตำบล ๑ คน มีหน้าที่ปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษและจำหน่ายยา โอสถสภา ซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจ
คนพยาบาลประกาศนียบัตร
“คนพยาบาลประกาศนียบัตร” ใช้เวลาเรียน ๑ ปี ซึ่งเป็นหลักสูตรชั่วคราว เมื่อจำนวนคนเพียงพอกับความต้องการ แล้วจึงยกเลิกไป
วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๕๑ ตั้งสถานพยาบาลโรคเรื้อนแห่งแรก ตามข้อเสนอของ นายแพทย์เจมส์ แมคเคน
การเรี่ยไรเพื่อซื้อยาของโอสถสภา
ราษฎรส่วนใหญ่มีฐานะยากจนมักเสียดายเงินเมื่อซื้อยา จึงเกิดการเรี่ยไรเงินจาก ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชน เพื่อนำไปซื้อยาแจกให้ราษฎรได้ใช้ยาอย่างทั่วถึง
สุขาภิบาลแห่งแรกในหัวเมือง
“สุขาภิบาลท่าฉลอม” เมืองสมุทรสาคร เป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศ
การจัดตั้งโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ใหม่
เรียนเพียง ๒ ปี แบ่งเป็นนักเรียนหลวง ได้รับทุนเดือนละ ๑๕ บาท จบแล้วต้องใช้ทุน ๓ ปี และนักเรียนเชลยศักดิ์ เสียค่าเรียนเอง เดือนละ ๔ บาท จบแล้วไม่ต้องใช้ทุน
การเรียนการสอนแพทย์แผนไทยในโรงเรียนราชแพทยาลัย
กำหนดให้วิชาแพทย์แผนไทยเป็นหนึ่งในหลักสูตร เนื่องจากเกิดความขัดแย้งระหว่างหมอไทยกับหมอฝรั่ง
ยุบกรมพยาบาล
กรมพยาบาลไม่สามารถปรับตัวรองรับงานได้ จึงมีการเสนอให้ยุบกรมพยาบาล กระทรวงธรรมการ ให้มาขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย
ยาสามัญ ๑๖ ขนาน และ ๘ ขนาน ของโอสถสภา
มีปัญหาเรื่องยอดจำหน่ายยาลดลงทุกปี จึงมีความเห็นให้ลดยาจาก ๑๖ ขนาน เหลือ ๘ ขนาน และมีการปรับปรุงสรรพคุณยาให้สามารถรักษาโรคที่คล้ายคลึงกันได้ด้วย
การขุดคลองเพื่อทำประปา
จัดพิมพ์หนังสือให้ความรู้เรื่องโรคและการป้องกันโรค
กระทรวงเห็นด้วยกับหมอแบรดด็อกที่เสนอว่า กระทรวงควรพิมพ์หนังสือวิธีการรักษาตัวและวิธีการแก้ไขโรค และเล่มแรกที่จัดพิมพ์คือ หนังสือป้องกันอหิวาตกโรค
ลดอัตราการตายของพลเมือง
เพราะว่าการเจริญของบ้านเมืองต้องอาศัยพลเมือง
พ.ศ.๒๕๕๗
นางสาววิภาลักษณ์ ฐิติสมบูรณ์
นางสาวพรนภา ชนารี
นางสาวกุลธิดา สุทธิโชติ
นางสาวชญานี พงษ์พุ่ม
Full transcript