Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

วิกฤตการณ์เม็กซิโก ค.ศ.1994-1995

No description
by

An Anya

on 28 February 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of วิกฤตการณ์เม็กซิโก ค.ศ.1994-1995

วิกฤตการณ์เม็กซิโก ค.ศ.1994-1995
design by Dóri Sirály for Prezi
สาเหตุของการเกิดวิกฤตการณ์
ผลกระทบของวิกฤตการณ์
จากการเกิดวิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบไปยังภาคเอกชนในปี1995 ส่งผลให้
GDP ที่แท้จริง ของเม็กซิโกลดลงประมาณ 7% GDP per capita ลดลง 8.6 %
การบริโภคมวลรวมลดลงมากกว่า 17%
การลงทุนลดลงประมาณ 30%
ภาวะค่าจ้างที่แท้จริงตกต่ำมากกว่า 40 %
ระดับความยากจนเพิ่มขึ้นไป 50%
การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง 15%
ต้นเดือนธันวาคม 1994 จนถึง กุมภาพันธ์ 1995 มูลค่าเงินเม็กซิโกลดลงมากกว่า 50 %
และอัตราเงินเฟ้อขยายตัวจาก 7 % ไปถึง 52 % ธุรกิจนับพันๆแห่งล้มละลาย คนงานนับหลายแสนคนตกงาน
แต่วิกฤตดังกล่าวกลับฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายใต้ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ สถานการณ์ทางการเงินของเม็กซิโกก็เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นเรื่อยๆจนกลับ
สู่สภาวะปกติภายในเวลาอันรวดเร็วภายในเวลาเพียงแค่ปีครึ่งเท่านั้น
การแก้ไขปัญหา
ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 1995 เม็กซิโกขอความช่วยเหลือทางการเงินมูลค่า 37.8 พันล้านเหรียญ สรอ. จาก IMF สหรัฐอเมริกา กลุ่ม G-10 และธนาคารโลก แบ่งเป็น
เงินกู้จาก IMF มูลค่า 12.1 พันล้านเหรียญ สรอ.
สหรัฐอเมริกา มูลค่า 20 พันล้านเหรียญ สรอ.
กลุ่ม G-10 และธนาคารโลก ประมาณ 5.7 พันล้านเหรียญ สรอ.
โดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ IMF และกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ที่เรียกว่า Economic Policy Memorandum ซึ่งส่งผลให้ชะลอการลดลงของค่าเงินเปโซ
ประกอบกับการจัดตั้งกองทุน Exchange Stabilization Fund (ESF) ขึ้นเพื่อจัดการเงินกู้ของ
สหรัฐเอง และการค้ำประกันให้กับเม็กซิโก ทำให้เรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้ และระบบเศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น

รายชื่อสมาชิก
5410700279 นายฉัตรบดินทร์ โอมอภิญญาณ
5410700317 นายชยังกูร กุศลประเสริฐศรี
5410700457 นายธนกร จตุรชาติ
5410701038 นางสาวอนัญญา อนุตริยะ

ก่อนเกิดวิกฤตการณ์
ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เม็กซิโกปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจ จำนวนมากในตระกูลของ
Washington Consensus โดยเฉพาะนโยบายการเงิน เช่น
การยกเลิกการบังคับ เงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจธนาคารของรัฐให้เป็นเอกชน ทำให้มีการปล่อยสินเชื่ออย่างขาด ความระมัดระวัง จนเกิดหนี้เสียเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ภาคการเงินอนุญาตให้ ผู้มีถิ่นพำนักนอกประเทศมีสิทธิในการซื้อ หลักทรัพย์รัฐบาลหรือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อย่างเสรี ทำให้เงินทุนสามารถไหลเข้าไปในเม็กซิโก จำนวนมหาศาลผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ จนมี NPL จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ในปีค.ศ.1990-1993 เงินทุนไหลเข้าแบบ Portfolio ในเม็กซิโกเป็น สัดส่วนที่สูงที่สุดคือ 67 %
อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจอันหนึ่งที่เม็กซิโกเผชิญอยู่ตลอดเวลาก็คือ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดตั้งแต่ปี 1988 เรื่อยมา
กราฟแสดงดุลบัญชีเดินสะพัด ปีค.ศ.1985-1994
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศได้ลดลงอย่างมาก เหลือเพียง 6.3 พันล้านเหรียญสรอ.
เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 1994
ประกอบกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่เพิ่มเป็น 29,418 ล้านเหรียญสรอ. ในปี 1994
การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดถึงจุดสูงสุดในปี 1994 คือ 7.7% ของ GDP
สถานการณ์ขณะนั้นบวกกับความตื่นตระหนกของนักลงทุนต่างชาติที่เชื่อว่า ในไม่ช้ารัฐบาล
ต้องมีปัญหาการใช้คืนหนี้ ทำให้การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเม็กซิกัน ลดลงจาก 21 พันล้านเหรียญสรอ. ในเดือนธันวาคม 1994 เหลือเพียง 14 พันล้านเหรียญสรอ. ในเดือนเมษายน 1995 และในเดือนกันยายน 1995 ลดลงเหลือเพียง 7 พันล้านเหรียญสรอ.

มกราคม 1994
1 มกราคม 1994 NAFTA เริ่มมีผลบังคับใช้ในเม็กซิโก
เกิดการรุกฮือขึ้นของกบฏที่เมือง Chiapas ซึ่งยึดครองพื้นที่ถึง 6 เมือง
กุมภาพันธ์ 1994
จากผลของ NAFTA ทำให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น
มีนาคม 1994
23 มีนาคม 1994 ผู้สมัครแข่งขันตำแหน่งประธานาธิบดี Luis Colosio ถูกลอบสังหาร เกิดความยุ่งเหยิงทางการเมือง บวกกับการหวาดวิตกเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้คนจำนวนมากพากันซื้อพันธบัตรของรัฐคือ Tesobonos จำนวนมหาศาล จึงทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิเริ่มติดลบ
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว หรือลดลงมากถึง 11 พันล้านเหรียญสรอ. ในช่วงวันที่ 23 มีนาคม ถึง 21 เมษายน 1994
ค่าเงินเปโซในปลายเดือนมีนาคม 1994 ได้วิ่งไปใกล้กับ Limit ของ Band และอยู่ ณ ระดับนั้นๆ จนถึงเดือนธันวาคม 1994
ปัญหาเริ่มร้ายแรงมากขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่เม็กซิโกมีนโยบายอนุญาตให้มีการเปลี่ยนการถือ CETES ซึ่งเป็นหลักทรัพย์รัฐบาลที่หนุนหลังโดยเงินเปโซให้เป็น Tesobonos ซึ่งใช้ เงินสกุลเหรียญสรอ. หนุนหลัง
เกิดการถือ Tesobonos ที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่เงินทุนสำรองระหว่างประเทศก็ลดลง เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจในอัตราแลกเปลี่ยนของเม็กซิโก
ปริมาณเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิในปี 1994 (ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
วิกฤตการณ์ปี 1994-1995
อัตราแลกเปลี่ยนและกรอบการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเดือนพฤศจิกายน 1991-ธันวาคม 1994
มิถุนายน 1994
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงอีกครั้ง จากการลาออกของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผู้ดูแลการเลือกตั้งของเม็กซิโก
เกิดการลักพาตัวนักธุรกิจที่สำคัญของเม็กซิโก Alfredo Harp ซึ่งสร้างความตื่นตระหนก แก่นักลงทุนอย่างมาก มีผลให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 3 สัปดาห์
กันยายน 1994
เกิดการลอบสังหาร José Francisco Ruíz Massieu เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคการเมือง ส่งผลให้ตลาดหุ้นเม็กซิกันตกลงอย่างรวดเร็ว
พฤศจิกายน 1994
รองอัยการสูงสุดพี่ชายของ José Francisco ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าพยายามปกปิดความจริงของการลอบสังหารน้องชายของเขา
ความระส่ำระสายทางการเมืองส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจของประเทศ จึงทำให้เงินทุนเริ่มไหลออกจากประเทศ จนทำให้ในเวลาต่อมา เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ลดลงเหลือเพียง 12.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ธันวาคม 1994
เม็กซิโกประสบกับปัญหาเงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างมาก รัฐบาลจึงประกาศลดค่าเงินเปโซลงครั้งแรก 15%
เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้นบวกกับข่าวลือถึงการลดค่าเงิน ครั้งต่อไป ทำให้เกิดการไหลออกของเงินทุนจำนวนมาก
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดต่ำลงมากจนไม่อาจธำรงค่าได้ จึงต้องปล่อยให้ ค่าเงินลอยตัว
มูลค่าที่เป็นเหรียญสรอ.ในตลาดหุ้นเม็กซิโกลดลงอย่างรวดเร็ว จาก 50 พันล้านเหรียญสรอ. ในเดือนพฤศจิกายน 1994 เหลือเพียง 18 พันล้านเหรียญสรอ. ในเดือนกุมภาพันธ์ 1995

หลังวิกฤตการณ์
เศรษฐกิจเม็กซิโกฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ในปลายปี 1995 นักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่น
ต่อเศรษฐกิจในประเทศเม็กซิโกบ้าง อัตราดอกเบี้ยเริ่มลดลง การใช้จ่ายเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเม็กซิโกในปี 1994-1997
การลงทุนและการบริโภคภายในประเทศเม็กซิโกในปี 1994-1997
สาเหตุของวิกฤตการณ์นี้มีส่วนที่น่าจะกล่าวถึงหลายประการ กล่าวคือ
การเปิดเสรีด้านการค้าและการลงทุนในปี 1989 ทำให้มีเงินทุนจำนวนมากไหลเข้าสู่ประเทศ ในรูปการลงทุนในหลักทรัพย์ระยะสั้น ระหว่างปี 1990-1993 แต่การลงทุนโดยตรงมีเพียง ร้อยละ 18 เท่านั้น
การปรับปรุงภาษีให้สอดคล้องกับข้อตกลงของ GATT ทำให้ภาษีนำเข้าถูกปรับลดลงเหลือ ร้อยละ 20 ส่งผลให้เม็กซิโกนำเข้าสินค้าจำนวนมากกว่าการส่งออก ดุลการค้าและ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลมากยิ่งขึ้น จากร้อยละ 1.4 ของ GDP ในปี 1990 เป็นร้อยละ 7.7 ของ GDP ในปี 1994 ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและย้ายเงินทุนออกนอกประเทศมากขึ้น
การเกิดภาวะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดถึงร้อยละ 6.8 ของ GDP ในปี 1993 และถึงระดับ 8% ในปี 1994
การแปลงหนี้สินของรัฐบาลที่เป็นเงินเปโซ (Cetes) ให้เป็นเงินเหรียญสหรัฐ ในรูปพันธบัตรของรัฐบาล (Tesobonos) ผลก็คือ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศก็ลดลง และมีหนี้สาธารณะระยะสั้นที่อยู่ในรูปเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มมากขึ้น
การเมืองที่ไร้เสถียรภาพ กองโจรปาติสต้าลักพาตัวนักธุรกิจ และผู้สมัครชิงตำแหน่ง ประธานาธิบดีถูกลอบสังหาร และปัญหาการเมืองอื่นๆ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจต่อความมั่นคง ของประเทศประกอบกับความตื่นตระหนกของนักลงทุน เงินทุนจึงไหลออกอย่างต่อเนื่อง ค่าเงินของเม็กซิกันจึงมีค่าลดลงประมาณ 10%
เม็กซิโกเกิดปัญหาในการชำระหนี้ระยะยาว ทำให้นักลงทุนต่างชาติต่างกลัวว่าจะเกิดภาวะ ล้มละลายทางเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงเกิดภาวะโกลาหลขึ้นนักลงทุนต่างชาติต้องการนำเงิน ออกนอกประเทศ ทั้งๆที่หลักทรัพย์ของเม็กซิโกยังมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงอยู่ นอกจากนั้น อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยังอ่อนค่าอยู่

จากสาเหตุตามที่กล่าวมาทำให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศจำนวนมาก จนไม่สามารถรักษา ค่าเงินไว้ได้ รัฐบาลต้องประกาศลอยตัวค่าเงินในที่สุด
นักลงทุนเริ่มถอนเงินออกจากเม็กซิโก เมื่อเป็นเช่นนี้ ความระส่ำระสายทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่ ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะรัฐบาลเม็กซิกันไม่มีสภาพคล่อง
GDP และ GDP per capita ในปี ค.ศ.1991-1995
Economic Policy Memorandum: หลักการและแนวทางปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของ IMF
การจัดทำ Economic Policy Memorandum เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่ประเทศแม็กซิโก ต้องการจะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว มีหลักการสำคัญ 4 ประการ ดังนี้
Liberalization : การเปิดเสรีด้านการค้า การลงทุน การผลิตและการเงิน
Stabilization : การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยนโยบายการเงินและการคลังที่เข้มงวด
Deregulation : การลดการกำกับและควบคุมเพื่อเอื้ออำนวยต่อการค้าและการลงทุน โดยยกเลิกการควบคุมปริมาณระบบโควต้าและลดการควบคุมการเข้าสู่ตลาด และการออกจากตลาด
Privatization : การเปิดโอกาสให้เอกชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการค้าและการลงทุน โดยสนับสนุนการร่วมทุนและการแข่งขันระหว่างภาคเอกชน

วิกฤตการณ์เม็กซิโก
Full transcript