Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

วัฒนธรรมของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก

No description
by

Aum Apich

on 12 February 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of วัฒนธรรมของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก

ทัศนะที่ควรเข้าใจ(ต่อ)
วันสิ้นพิภพ (end of the world)
คริสตชนเชื่อว่าโลกนี้จะจบลง แต่จะมีโลกใหม่ที่สมบูรณ์ตลอดไปนิรันดร เมื่อสิ้นพิภพ วันนั้นมนุษย์ทุกคนทั้งที่ตายแล้วและยังมีชีวิตอยู่จะมาอยู่รวม
กันต่อหน้าพระเป็นเจ้า พระเยซูคริสตเจ้าจะเสด็จมาในโลกอีกครั้งหนึ่งในวันนั้นเพื่อทรงนั่งบัลลังก์พิพากษามนุษย์ทุกคน คริสตชนยังเชื่ออีกว่า ร่างของผู้ที่สิ้นใจไปแล้วจะกลับเป็นขึ้นมาเพื่อรวมกับวิญญาณ
และหากได้รับการพิพากษาความดีความชั่วแล้ว ก็จะได้ไปอยู่สวรรค์กับพระเป็นเจ้าหรือไปนรก และจะต้องอยู่ที่นั่นทั้งร่างกายและวิญญาณด้วย เพราะว่าพระเป็นเจ้าสร้างมนุษย์มาทั้งร่างกายและวิญญาณ ทั้งสองเป็นสิ่งดีและเราต้องรักวิญญาณ เอาใจใส่และดูแลร่างกายขณะเมื่อยังมีชีวิตอยู่ การฆ่าตัวตายสำหรับคริสตชนเป็นบาปหนัก การพิพากษาในวันสุดท้ายนี้เรียกว่า การพิพากษาประมวลพร้อม
วัฒนธรรมของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก
เรื่องที่ต้องเชื่อในฐานะที่เป็นคริสตชนคาทอลิก
กิจวัตรประจำวันของคริสตชนคาทอลิก
เมื่อตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า
เราจึงต้องเริ่มด้วยการโมทนาคุณพระองค์ที่ให้เราได้พักผ่อนนอนหลับตลอดคืนที่ผ่านมา และตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ก็มอบวันใหม่ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานพระพรที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิต และกระทำกิจการต่างๆ ในวันนั้น
ระหว่างประกอบกิจการต่างๆ ให้เราคิดถึงพระองค์ เช่น
ก่อนรับประทานอาหาร
รู้จักอธิษฐานภาวนาขอพระพรสำหรับตนเองและผู้อื่น
หลังรับประทานอาหาร
โมทนาคุณพระองค์ที่ได้ทรงให้เรามีอาหารรับประทาน ขอทรงอวยพระพรสำหรับผู้ที่เตรียมอาหารให้เรา
ก่อนจะเดินทาง
ขอทรงคุ้มครองเราให้ปลอดภัยจากภัยอันตราย ไม่ว่าจะเดินทางโดย รถประจำทาง รถส่วนตัว หรือพาหนะชนิดใดๆ ก็ตาม
ก่อนจะประกอบกิจกรรมใดๆ
เช่น ก่อนประชุม ก่อนเรียน ก่อนลงมือทำงาน ใช้เวลานิดหน่อย ขอพระองค์ทรงช่วยเราในกิจกรรมนั้นๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
เมื่อเสร็จสิ้นภาระหน้าที่ประจำวัน
ก่อนจะพักผ่อนนอนหลับ
พิจารณามโนธรรมของตัวเองว่า ในวันที่ผ่านมาเราทำดีอะไรบ้าง ให้โมทนาคุณพระองค์ หรือถ้าทำสิ่งใดผิดพลาด ให้กราบขอขมาโทษต่อพระองค์ และตั้งใจที่จะแก้ไขข้อบกพร่องความผิดพลาดนั้นๆ ในโอกาสต่อไป รู้จักระวังตัวเองให้มากยิ่งขึ้นในการใช้ชีวิต พร้อมทั้งมอบการพักผ่อนนอนหลับในคืนนั้นไว้ในความคุ้มครองของพระองค์
กิจวัตรประจำวัน(ต่อ)
เมื่อเรามีความทุกข์ยากลำบาก เจ็บไข้ได้ป่วย
ให้รู้จักภาวนาวอนขอพระพรจากพระองค์ เพื่อเราจะสามารถต่อสู้กับอุปสรรค ปัญหา หรือความทุกข์นั้นได้อย่างดี มีความวางใจในพระองค์
เมื่อมีความสุข ความสำเร็จ ชื่นชมยินดี
ให้รู้จักโมทนาคุณพระองค์ และตระหนักเสมอว่า นั้นคือพระเมตตาของพระองค์ เป็นผลงานของพระองค์ ถ้าผลสำเร็จนั้นมี 10 ส่วน จงจำไว้ว่าเราทำเพียง 1 ส่วน อีก 9 ส่วน พระองค์ทรงกระทำ(?)

ทัศนะที่ควรเข้าใจ
เหตุสุดท้าย (eschatology)
เหตุสุดท้ายของคริสตชนมีอยู่ 4 อย่างด้วยกันคือ
1) ความตาย

คือ การที่วิญญาณแยกออกจากร่างและก็นำร่างกายไปฝังไว้ แต่ปัจจุบันคริสตชนเชื่อว่า เมื่อตาย วิญญาณจะไปพบพระเป็นเจ้าทันที เพื่อตัดสินว่าจะไปสวรรค์หรือนรก ณ เวลานั้นเอง
2) การพิพากษา
คือการที่พระเป็นเจ้าตัดสินบุญและบาปต่อวิญญาณของผู้ตายในทันทีที่วิญญาณออกจากร่าง เรียกว่า “พิพากษาทีละคน” และจะมีการพิพากษาใหญ่อีกครั้งหนึ่งในวันสิ้นพิภพ
3) สวรรค์
คือที่ประทับของพระเป็นเจ้า วิญญาณที่ทำบุญ ความดี ก็จะไปพำนักอยู่กับพระเป็นเจ้าในสวรรค์ตลอดนิรันดร
4) นรก
คือที่ที่เราไม่อาจพบพระเป็นเจ้า เป็นสภาพที่ไม่อาจมีความสุข ไม่มีความหวังที่จะพ้นโทษ ต้องอยู่ไปตลอดนิรันดร
คาทอลิก หรือ โรมันคาทอลิก
นิกายโรมันคาทอลิก (Roman Catholic) เป็นนิกายเก่าแก่ที่สุดในศาสนาคริสต์ ประมุขสูงสุดคือ
พระสันตะปาปา
มีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่ สำนักวาติกัน ใช้ภาษาละตินเป็นภาษาทางศาสนา ในประเทศไทย อาจเรียกคริสตศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกว่า "(ชาว)คริสตัง"

คำว่า "คาทอลิก" แปลว่า "สากล" หมายถึง ปฏิปทาของคนทั่วไป คริสตศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิก ไม่ถือว่าตนเองเป็นนิกายหนึ่ง แต่เป็นคริสต์ศาสนาที่สืบเนื่องมาจากต้นกำเนิด
และถือว่าพวกตนเป็นผู้อนุรักษ์คำสั่งสอนที่ได้รับมาจากพระเยซูอย่างซื่อสัตย์ อีกทั้งเป็นผู้ปกป้องพระศาสนาให้เจริญก้าวหน้ามาโดยตลอด

นิกายโรมันคาทอลิก มี
พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์
ที่ต้องปฏิบัติ 7 พิธี ได้แก่ 1. ศีลล้างบาป 2. ศีลกำลัง 3. ศีลมหาสนิท 4. ศีลบรรพชา 5. ศีลสมรส 6. ศีลอภัยบาป 7. ศีลเจิมผู้ป่วย
1. ข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงเนรมิตฟ้าดิน
2. ข้าพเจ้าเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรหนึ่งเดียวของพระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
3. ทรงปฏิสนธิเดชะพระจิตเจ้า ทรงบังเกิดจากพระนางมารีย์พรหมจารี
4. ทรงรับทรมานสมัยปอนทิอัส ปิลาต ทรงถูกตรึงกางเขน สิ้นพระชนม์ และทรงถูกฝังไว้
5. เสด็จสู่แดนมรณะ วันที่สามทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย
6. เสด็จสู่สวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ
7. แล้วจะเสด็จมาพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย
8. ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้า
9. พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์สากล
10. ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์
11. การอภัยบาป
12. การกลับคืนชีพของร่างกาย และชีวิตนิรันดร อาแมน

การแต่งงานที่ถูกต้องห้าม
1. การแต่งงานของคนพเนจร
2. การแต่งงานซึ่งกฎหมายบ้านเมืองไม่รับรู้ หรือไม่อนุญาตให้ประกอบพิธี
3. การแต่งงานของบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบตาม
ธรรมชาติต่อคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง หรือต่อบุตรที่เกิดจากการแต่งงานครั้งก่อน 4. การแต่งงานของบุคคลที่ปฏิเสธความเชื่อคาทอลิก
อย่างโจ่งแจ้ง
5. การแต่งงานของบุคคลที่ต้องโทษทางกฎหมาย
พระศาสนจักร
6. การแต่งงานของผู้เยาว์ โดยทั้งที่บิดามารดาไม่รู้
หรือไม่ยินยอมอย่างมีเหตุผล
7. การแต่งงานโดยตัวแทน
เราอยู่ในโลกนี้เพื่อจุดประสงค์อะไร
เราอยู่ในโลกนี้ เพื่อรู้จักและรักพระเจ้า เพื่อกระทำสิ่งดีตามน้ำพระทัยของพระองค์ และเพื่อสักวันหนึ่งจะได้อยู่ในสวรรค์

การเป็นมนุษย์หมายถึง การมาจากพระเจ้าและกลับไปหาพระเจ้า จุดกำเนิดของเราย้อนกลับไปไกลกว่าบิดามารดาของเรา เรามาจากพระเจ้า พระองค์ผู้ทรงดำรงไว้ซึ่งความสุขทั้งในสวรรค์และแผ่นดิน

และพระองค์ทรงรอคอยเราในความสุขแท้นิรันดรของพระองค์ ในขณะที่เราอาศัยอยู่บนโลกนี้ บางครั้งเรารู้สึกว่าองค์พระผู้สร้างทรงอยู่ใกล้เรา แต่บ่อยครั้งที่เราไม่รู้สึกอะไรเลย ดังนั้น เพื่อให้เราพบหนทางที่ถูกต้อง พระเจ้าจึงทรงส่งพระบุตรของพระองค์ ผู้ทรงช่วยเราให้พ้นจากบาป ทรงปลดปล่อยเราจากความชั่วร้ายทั้งปวง และทรงนำเราสู่ชีวิตแท้จริงโดยไม่ผิดพลาด พระองค์ทรงเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต (ยน 14:6)
Credit
http://www.kamsonbkk.com/
Full transcript